ไร้ซอร์ซ:ประวัติศาสตร์วายในญี่ปุ่น

จากไร้ซอร์ซ — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
UNSOURCE

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ซอร์ซ
แหล่งรวมเอกสารลวงของราชเกรียนที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 06:08 น. ตามเวลาท้องถิ่น

22 ตุลาคม 2007

ประวัติศาสตร์ความวายของญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ หากจะให้ขุดคุ้ยกันจริงๆ ว่ามันวายที่ตรงไหน คงต้องย้อนดูประวัติศาสตร์แต่ละยุค


สมัยนาระ[แก้ไข]

(710-ปลายศตวรรษที่ 8) จากเอกสารที่เป็นตัวอักษร เอกสารปรากฏความ “ส่อวาย” ครั้งแรกคือ โคจิกิ (Kojiki) ซึ่งเอกสารโคจิกิเป็นเอกสารที่ผูกโยงประวัติศาสตร์การเกิดประเทศญี่ปุ่นและ เรื่องราวของเทพต่างๆ ของญี่ปุ่น และถือเป็นวรรณกรรมและเอกสาร (ที่เป็นลายลักษณ์อักษร) ทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น คาดว่ามีการแต่งขึ้นในปี 712 (สมัยจักรพรรดิเทนมุ) โดยเล่าถึงเทพสร้างประเทศญี่ปุ่น และให้กำเนิดเทพต่างๆ ซึ่งในบรรดาเทพต่างๆ นี้ก็มีบางองค์ที่ลงหลักปักฐานมีเมียคลอดลูกในญี่ปุ่น แล้ววี่แววความวายอยู่ที่ไหน?? มันเริ่มส่อตรงบทที่กล่าวถึง ยามาโตะ ทาเครุ (Yamato Takeru) ที่บุกไปหาศัตรูที่คิวชู ยามาโตะ ทาเครุเป็นเด็กหนุ่มรูปงามผิวขาว (ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีหนุ่มหน้าสวยมาตั้งแต่สร้างโลกซินะ = =!!) ปล่อยผม แต่งกายด้วยชุดผู้หญิงเพื่อหาโอกาสเข้าใกล้ศัตรู เมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูก็ควักเอาดาบสั้นขึ้นมาแล้ว “แทงเข้าไปที่ก้นของอีกฝ่าย” (=[ ]=!!!!!!!! ลองหาดูใน “โคจิกิ” ฉบับภาษาไทยที่นศ.จุฬาช่วยกันแปล ปรากฏว่าไม่มีการบรรยายฉาก บอกแค่ว่าเอาดาบแทง ไม่ระบุจุดที่แน่นอน เลยลองเอาไปถามอาจารย์คนญี่ปุ่นที่จบปริญญาเอกด้านวรรณกรรม แกบอกว่ามันมีฉากนี้จริง เขียนแบบนี้จริง แต่กรุณาอย่าจิ้นให้วาย = =!! ไม่รู้ว่าอาจารย์ไม่ยอมรับความจริง หรือลูกศิษย์คิดมากเกิน)

นอกจากนี้เอกสารที่เก่าแก่รองลงมาอย่าง มังโยชู (Manyoushu) ซึ่งเป็นเอกสารรวมบทกลอนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น คาดว่ารวบรวมในศตวรรตที่ 8 บทกลอนที่รวบรวม มีทั้งบทกลอนที่กล่าวถึงความงดงามของธรรมชาติ ความรัก ความเศร้า การลาจาก ฯลฯ และมีบทความที่กล่าวถึงความเสน่ห์หาในตัวหนุ่มรูปงาม ทั้งๆ ที่ในยุคนั้นผู้ที่เรียนเขียนหนังสือและมีชื่อมีตำแหน่งรับราชการ “มีแต่ผู้ชายเท่านั้น” (=[ ]=!!! กล้าถึงขนาดเอาบทกลอนเขียนป้อหนุ่มมาลงอวดให้จักรพรรดิกับคนในวังอ่านเชียว เรอะ!!!!)

นอกจากนี้ภาพวาดที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น ไม่ทราบอายุแน่ชัด คาดว่าน่าจะอยู่ในสมัยนาระถึงเฮอัน เป็นรูปภาพชื่อว่า “การลงโทษของเทพสายฟ้า” ในภาพเป็นเทพสายฟ้ากำลังลงโทษโดยการมีเซ็กซ์ทางทวารหนักกับเทพอีกองค์หนึ่ง (=[ ]=!!! เห็นแล้วอึ้ง เพราะภาพมันโชว์เน้นจุดนั้นมาก กลัวคนไม่เห็นรึไงฟระ ที่บอร์ดเก่ามีคนไปหารูปมาแปะให้ดูด้วย แต่รู้สึกว่าจะเป็นภาพที่วาดขึ้นใหม่ในอีกยุคหนึ่ง = =!! สงสัยจะได้รับความนิยม เลยรีพรินท์อีกหลายรอบ ทำให้รู้ว่ารูปนี้มีทั้งรูปที่วาดลงกระดาษเก่าด้วยสีขาวดำ รูปสีสดใส รูปลายเส้นพู่กัน)


สมัยเฮอัน[แก้ไข]

(ปลายศตวรรษที่ 8 – ปลายศตวรรษที่ 12) ยุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากจีน โดยเฉพาะเรื่องของศาสนา พระตามวัดต่างๆ ต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ห้ามผู้หญิงเข้ามาในเขตวัด (เพราะความเชื่อว่าผู้หญิงเป็นเพศที่สกปรก เป็นสิ่งที่ไม่ดี) ดังนั้นผู้ที่คอยดูแลรับใช้พระจึงเป็นหน้าที่ของเด็กที่เรียกว่า chigo ซึ่งเป็นบรรดาลูกหลานของชนชั้นขุนนางที่ถูกส่งมารับใช้ในวัดเพื่อจะได้เรียน รู้ศาสตร์ต่างๆ จนบรรลุนิติภาวะและกลับไปรับหน้าที่ในวังต่อไป เด็กเหล่านี้จะไว้ผมยาว (เด็กผู้ชายต้องไว้ผมยาว ปล่อยผมให้ยาวลงมา หรือรัดผมก็ได้ แต่ห้ามมัดมวยผม ผมที่ไว้จะต้องยาวเพื่อตัดออกนิดหน่อยและมัดมวยในพิธีบรรลุนิติภาวะ) ซึ่งต่างกับพระที่ต้องโกนผมทิ้งทั้งหมด แล้ว...เด็กวัยละอ่อนไฮโซ ผิวขาวละเอียด ผมยาว และบางคนอาจเข้าขั้น “งาม” จะรอดพ้นปลอดภัยจนถึงพิธีบรรลุนิติภาวะรึ

นอกจากในกลุ่มของพระแล้ว บรรดาขุนนาง และชาวเมืองก็ได้รับความนิยมในเรื่องชายรักชายเช่นกัน คาดว่าสาเหตุที่ความนิยมแพร่ระบาดในยุคนี้ได้ อาจเป็นเพราะอิทธิพลจากจีนด้วยเช่นกัน เพราะศาสนา ความเชื่อที่รับเข้ามาทำให้ความคิดต่อผู้หญิงเป็นไปในแง่ลบ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาผู้หญิงในการสืบทอดสายเลือด

เอกสารสำคัญในยุคนี้คือพวกวรรณกรรมต่างๆ เช่น “ตำนานเกนจิ” (Genjimonogatari) ที่จะกล่าวถึงชนชั้นขุนนาง เหล่าหนุ่มๆ ในยุคนี้มุดรั้วมุดบ้านแอบเข้าห้องกันให้มั่วไปหมดทั้งหญิงทั้งชาย (ก่อนหน้านี้มีคนเคยแปะบทที่ผู้ชายย่องเข้าหาผู้ชายด้วยกันในวรรณกรรมนี้ ด้วย = =!!)

ที่เด่นดังอีกเรื่องก็คือบันทึกของฟูจิวาระโนะโยรินางะ (Fujiwaranoyorinaga) ที่บอกเล่าถึงการเดินทาง โดยมีบันทึกเรื่องการได้อยู่ร่วมคืนเดียวกับชายหนุ่มที่เป็นคนรักของพ่อ หรือแม่แต่พี่ชาย น้องชาย ของภรรยาตนเอง และบางครั้งเล่น 3P กันด้วย (=[ ]=!!! เจ้ย!!!!อยากอ่าน ไปหาซื้อดีกว่า)

และแล้วก็มาถึงยุคสมัยสงครามที่มีคู่วายเกลื่อนไปหมด ^ ^ เป็นยุคโปรดจริงๆ นะเนี่ย


สมัยคามาคุระ-มุโรมาจิ[แก้ไข]

(ปลายศตวรรษที่ 12 – ปลายศตวรรษที่ 16) เป็นยุคที่เริ่มมีคำว่า บุชิ (bushi) นักรบ เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ชนกลุ่มนักรบเหล่านี้มีหน้าที่ต่อสู้ในสนามรบ ซึ่งสนามต่อสู้ในแต่ละครั้งก็แสนกันดาร ว่างเปล่า และเต็มไปด้วยอันตราย ดังนั้น การพาเมียไปรบด้วย รึการหาสาวๆ เอาดาบหน้าแถวๆ สนามรบนั้น เป็นไปไม่ได้เลย ทำให้บรรดานักรบหนุ่มต้องหาวิธีคลายความเครียดกันเอง ส่วนชนชั้นผู้นำทัพ หรือบรรดาขุนนางไม่จำเป็นต้องหาเศษหาเลย เพราะชนชั้นเหล่านี้จะมี Koshou ซึ่งเป็นซามูไรรับใช้ส่วนตัวคอยติดตามตลอด (จริงๆ แล้ว ความหมายของ Koshou จากเอกสารในยุคนี้ยังไม่ส่อหน้าที่สนองความต้องการทางเพศของเจ้านายซักเท่า ไหร่ และไม่มีหลักฐานยืนยันอื่นๆ ที่แน่ชัด จึงไม่อาจพูดได้เต็มปากว่า Koshou คือชู้รักของเจ้านาย แต่เพราะในยุคสมัยหลังจากนี้ Koshou ทั่วทุกพื้นที่ในญี่ปุ่น มีความหมายส่อไปทางเพศชัดเจน จึงมีการคาดเดาว่า Koshou ซามูไรรับใช้ในยุคนี้อาจเป็นต้นตอหัวโจกของ Koshou ชู้รักในยุคต่อไปก็ได้)

คู่วายที่เห็นได้ชัดในยุคนี้คือ โชกุน (ตำแหน่งแม่ทัพสูงสุด แต่เนื่องจากมีอำนาจและพลังมาก ทำให้ในบางช่วงโชกุนมีอำนาจมากกว่าจักรพรรดิ) คนที่ 3 ในยุคของมุโรมาจิ คลั่งไคล้ เซะอามิ (Zeami) หนุ่มแสดงละครโนชื่อดัง


อำนาจของพลังวาย แม้ว่าในหมู่โอตาคุชายหลายกลุ่มจะไม่สนใจเรื่องวายมากนักแต่อยากบอกให้รู้ว่า อำนาจแห่งพลังวายนั้นช่างน่าขนลุกขนพองสยองเกล้าดีแท้เพราะมันจะพลิกประวัติศาสตร์แห่งโลกมังงะที่เหล่าโอตาคุชายชื่นชอบโดยสิ้นเชิง พลังวาย(พวกบ้าวาย ว้าย วายYx3)สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มารวมเป็นเป้าหมายเดียวนั่นคือการสมสู่แบบวาย วาย แม้กระทั่งท่านฮิรุม่าหน้าปีศาจด้วยบุคลิกที่โฉดแต่ฉลาดทำให้พวกติ่งวายทั้งหลายสามารถนำมาจับวายกับจิตอากอน(ตูจะบ้า)เท่านั้นยังไม่พอพวกสาวกพลังวายทั้งหลายแหล่ยังสร้างฟิควายแล้ววายอีกนับไม่ถ้วน(มันจะวายไปไหน)

氏はチョードリー強大かれらナワラット

ที่มา[แก้ไข]