ขอทาน

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Accessibility.png นี่เป็นบทความเกี่ยวกับขอทาน หากท่านไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กรุณาดูที่ No Go Organizations
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!
ขอทาน

ขอทาน ชื่อนั้นก็บอกแล้วว่า ถ้าไม่ขอ ก็ไม่ทาน ต้องขอ ถึงจะทาน ดังนั้น พวกเขาจึงต้องดำรงชีพด้วยการขอผู้อื่นทาน

ทุจศีลกำลังปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์ประมุขพรรคกระยาจก

นิยาม[แก้ไข]

ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พุทธศักราช ๒๔๘๔ นิยามเอาไว้ว่า

Cquote1.png การขอทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมิได้ทำ การงานอย่างใด หรือให้ทรัพย์สินสิ่งใดตอบแทนและมิใช่การขอกันโดยฐานะญาติมิตรนั้น ให้ถือเป็นขอทาน การขับร้อง การดีด สี ตี เป่า การแสดงการเล่นต่าง ๆ หรือการกระทำ อย่างอื่นใดในทำ นองเดียวกันนั้น เมื่อมิได้มีข้อตกลงโดยตรงหรือโดยปริยาย ที่จะเรียกเก็บค่าดู ค่าฟัง แต่ขอทรัพย์สินตามแต่ผู้ฟังผู้ดูจะสมัครใจให้นั้น ไม่ให้รับฟังเป็นข้อแก้ตัวว่าไม่ได้ทำ การขอทาน[1] Cquote2.png


แหล่งหากิน[แก้ไข]

ที่ไหนมีคนพลุกพล่าน ที่นั่นมีขอทาน

เหยื่อ[แก้ไข]

เสี่ยตัน คนใจดี ผู้ใจบุญ และคนโง่

วิวัฒนาการ[แก้ไข]

แต่เดิมนั้น ขอทานนั้น ดำรงค์ชีพด้วยการขออย่างเดียวเท่านั้น โดยจะทำตัวให้น่าสงสาร แต่ต่อมา ผู้คนเริ่มใจคอคับแคบ ขอทานเลยต้องมีวิวัฒนาการมากขึ้นด้วยการเล่นละครประกอบการขอ หรือมีการใช้อุปกรณ์เสริม

พฤติกรรมในการหากิน[แก้ไข]

โดยมากแล้ว ขอทานมักจะออกหากินเดี่ยวๆ อาจจะมีความร่วมมือกันบ้าง แต่ก็เป็นกลุ่มเล็กๆ ไม่เกินสิบตัว แต่บางครั้งก็อาจจะมี สเปเชียล อีเวนท์ ที่มีการออกหากินเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งนักพฤติกรรมวิทยาเรียกการรวมกลุ่มหากินนี้ว่า "การประท้วง" หรือ "วงโย" นั่นเอง

บางครั้งกลุ่มขอทานอาจจะอ้างตัวเองว่าเป็นรากหญ้า อ้างว่าตัวเองจน แต่สามารถปักหลักประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบวมได้เป็นแรมปี ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องทำงานนั้น มีแต่ "คนรวย" และ"ผู้มีการศึกษา"เท่านั้นที่ทำได้

การกำเนิด[แก้ไข]

ชายปริศนาบนม้านั่ง

ตำนานส่วนนี้ได้รับการกล่าวขานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้ามูลเมือง

ว่ากันว่าขอทานนั้นเดิมทีคือผู้บำเพ็ญตน เป็นบุคคลที่ละแล้วซึ่งกิเลศ เข้าแสวงหาสัจธรรม แต่ต่อมา ก็เกิดมีบุคคลอาศัยคราบนักบวชออกของทานบ้าง

บ้างก็ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กาแลกซี่ที่ไกลแสนไกล ยังมีมานพหนุ่มผู้หนึ่งเดินทางอยู่ในป่า แต่ระหว่างทางกลับมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น! บ้างก็ว่าเขาถูกครูมวยดักเก็บสบู่ บางตำนานเล่าว่าเขาถูกหนูน้อยหมวกแดงเข้าใจผิด จึงถูกทำร้าย บ้างก็ว่าเขาเห็นชายลึกลับ นั่งอยู่บนม้านั่ง จึงตกใจ วิ่งหน้าอย่างไม่คิดชีวิต แต่โชคดี รอดตายหนีเข้าเมืองมาได้ แต่ด้วยสภาพที่แสนจะโทรม กอรปกับความเหนื่อยล้าทางกาย เขาจึงทรุดนั่งลงพักผ่อนริมทางนั้นเอง

นายกตำกวดหนุ่มหน้าไม่มนผู้หนึ่งเดินทางผ่านมาเห็นเขาเข้า จึงบังเกิดจิตกุศล บริจาคเงินทำบุญทำทานให้กับเขา แต่ด้วยความที่ตำกวดผู้นั้นไม่ได้พกเงินสดมา เขาจึงจ่ายด้วยเช็คใบหนึ่งแล้วจากไป

ชายหนุ่มมอซอผู้นั้น แท้จริงแล้วคือรัชทายาทแห่งกรุงวิเกรียนพีเดีย (บรรพบุรุษของพระเจ้าเหา) ที่ออกเดินทางท่องป่านั่นเอง และด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของนายตำกวดผู้นั้น พระองค์จึงทรงพยายามหาตัวของเขาจากเช็คที่เขาได้ให้พระองค์ไว้ ดังนั้น จึงทรงนำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคาร แล้วก็ทรงพบเรื่องไม่คาดฝันว่า

ที่แท้เช็คติดสปริง เด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง และเราก็ตัดจบมันตรงนี้แหละ

ขอทานในเกรียนเทพมหานคร[แก้ไข]

เกรียนเทพมหานครถือได้ว่าเป็นแหล่งชุมนุมของขอทานในประเทศเทย ต่างจากในเขมียวที่มักออกหากินตามแนวชายแดน

ขอทานในเกรียนเทพมหานครแบ่งได้ดังนี้

วงโย[แก้ไข]

อ่านที่ วงโย

เด็กกล่อง[แก้ไข]

อ่านที่ เด็กกล่อง

ขอค่ารถกลับบ้าน[แก้ไข]

ส่วนมากจะมาในรูปแบบของคนแก่ เดินมาขอเงินค่ารถเมลกลับบ้าน แต่พอถามว่าจะไปไหน แล้วพบว่าต้องนั่งรถเมลสายเดียวกันแล้วเชื้อเชิญให้ไปด้วยกัน ก็จะเดินหนี

ต่างด้าว[แก้ไข]

จะมีในรูปแบบแกล้งตาบอด หูหนวกมั่ง ส่วนมากเป็ฯพวกเขมรไม่ก็โรฮิงญาขายของจีนแดงอันละ20บาท

ทำบุญ[แก้ไข]

มักจะหลอกให้ไปรวมพลที่จานบินยักษ์

ไอ้ลืบ[แก้ไข]

ไอ้ลืบคือขอทานในออสเตรเกรียน ซึ่งออสเตรเกรียนนั้น ต่างจากประเทศเทย มีรัฐสวัสดิการดี เนื่องจากรีดภาษีจากคนทำงาน (ขั้นต่ำตั้ง 27% แหน่ะ) มาจ่ายให้คนไม่มีงานทำ แต่ก็ยังมีบรรดาขอทานเหล่านี้ เดินทางเร่ร่อนขอเงินผู้คนด้วยเหตุผลต่างๆนานา แต่โดยมากแล้วจะตรงไปตรงมากว่าว่า "คุณมีเศษเงินบ้างไหม? ขอชั้นหน่อยสิ"

ถามว่ารัฐบาลจ่ายเงินให้อยู่แล้ว เขาเอาเงินไปทำอะไรหน่ะเหรอ ไม่แน่ว่า คุณอาจจะเห็นพวกเขาแอบเมาอยู่ตามสวนสาธารณะก็เป็นได้นะ เหอๆๆ

วิจารณ์[แก้ไข]

อ้างอิง[แก้ไข]