ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เกย์"

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
("แอบ"แท้จริงคืออะไร ==== ผลสำรวจทางจิตวิทยาพบว่า เกย์ดูดีมากกว่าผู้ชายแท้ๆ)
(คำว่า"แอบ"แท้จริงคืออะไร ==== ผลสำรวจพบว่า เกย์ดูดีมากกว่าผู้ชายแท้ๆ)
บรรทัด 59: บรรทัด 59:
   
   
== "แอบ"แท้จริงคืออะไร ==
+
== คำว่า"แอบ"แท้จริงคืออะไร ==
   
มีพวกสติปัญญาที่อคติไม่รู้จริงกับคำว่า "แอบ" นั้นมันแปลว่าอะไรกัน มักจะคิดว่า ผู้ชายที่ไม่ยอมรับว่าเป็นเกย์จะต้องเป็นแอบทุกคนนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดแบบโง่ๆ ถึงขนาดว่าต้องมีการพูดถึงลักษณะดูคนที่เป็นแอบ แต่ทว่า ลักษณะที่ว่านั้น มันหมายถึงลักษณะของคนที่เป็นเกย์ตังหาก แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร ซึ่งในยุคสมัยนี้และอนาคต(เราไม่นับสมัยอดีต)สังคมเราได้มีการยอมรับและเปิดกว้างแทบจะเกิน100%:ซะด้วยซ้ำ เห็นได้จาก บุคคลที่มีชื่อเสียง นักแสดง ศิลปิน นักร้อง ดารา ครูบาอาจารย์ ซึ่งคนเหล่านี้ที่เป็นเกย์ กะเทย ต่างได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงร่ำรวยมากกว่าเพศที่เป็นปกติซะอีก
+
มีพวกสติปัญญาที่อคติไม่รู้จริงกับคำว่า "แอบ" นั้นมันแปลว่าอะไรกัน มักจะคิดว่า ผู้ชายที่ไม่ยอมรับว่าเป็นเกย์จะต้องเป็นแอบทุกคนนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดแบบโง่ๆ ถึงขนาดว่าต้องมีการพูดถึงลักษณะดูคนที่เป็นแอบ แต่ทว่า ลักษณะที่ว่านั้น มันหมายถึงลักษณะของคนที่เป็นเกย์ตังหาก บางคนอาจคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะมาหลอกใคร ซึ่งความคิดเหล่านั้นเป็นเพียงอดีตไปแล้วเพราะสมัยก่อนเรายังไม่รู้จักคำว่า"เกย์"เลย ซึ่งในยุคสมัยนี้และอนาคตสังคมเราได้มีการยอมรับและเปิดกว้างแทบจะเกิน100%:ซะด้วยซ้ำ เห็นได้จาก บุคคลที่มีชื่อเสียง นักแสดง ศิลปิน นักร้อง ดารา ครูบาอาจารย์ ซึ่งคนเหล่านี้ที่เป็นเกย์ กะเทย ต่างได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงร่ำรวยมากกว่าเพศที่เป็นปกติซะอีก ดังนั้น แอบ จึงใช้ไม่ได้กับเกย์ซะแล้ว ด้วยนเหตุผลดังกล่าวมานี้
   
   
  +
แต่มีนักวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของคนบางคน ที่เขามองว่ามีลักษณะที่เข้าข่ายความเป็นแอบ จึงได้บทสรุปของคำว่า "แอบ" '''ในเชิงทางปฎิบัติแล้ว''' มี2ประเภท ของคนที่เข้าข่ายว่าเป็น มีดังนี้
เพราะฉะนั้น คำว่า "แอบ" ในเชิงทางปฎิบัติแล้ว จึงมีเฉพาะแค่คำจำกัดความเอาไว้เพียง 2ลักษณะ คือ
 
   
1."อีแอบ" คือ [[ผู้หญิง]]แท้ๆหรือเพศหญิงนี่แหล่ะ แต่เวลาตั้งกระทู้หรือตอบแสดงความคิดเห็นหรือในลักษณะเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ต่างๆนาๆ จะใช้ชื่อแทนตนหรือสัญลักษณ์อย่างใดเป็นในลักษณะที่บ่งบอกให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นผู้ชายหรือเพศชาย เช่น ใช้คำว่า "ครับ" "ผม" หรือใช้ถ้อยคำโวหารอื่นๆที่ดูแล้วน่าจะเป็นผู้ชาย จุดประสงค์ที่ต้องทำแบบนี้ มีหลายกรณี แต่ที่เป็นมาก คือ ต้องการให้ผู้อื่นเชื่อถือในคำพูดของตน เชื่อมั่นในถอ้ยคำที่ตนได้แสดงความคิดออกไป เช่น การวิจารณ์ลักษณะของผู้ชาย การพูดคุยในกลุ่มของผู้ชาย ซึ่งตนพยายามแฝงเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อสนองความต้องการบางอย่างของตนโดยเป็นอีแอบแฝงเข้ามาในชื่อที่เป็นผู้ชาย
+
1."อีแอบ" คือ [[ผู้หญิง]]แท้ๆหรือเพศหญิงนี่แหล่ะ แต่เวลาตั้งกระทู้หรือตอบแสดงความคิดเห็นหรือในลักษณะเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ต่างๆนาๆ จะใช้ชื่อแทนตนหรือสัญลักษณ์อย่างใดเป็นในลักษณะที่บ่งบอกให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นผู้ชายหรือเพศชาย เช่น ใช้คำว่า "ครับ" "ผม" หรือใช้ถ้อยคำโวหารอื่นๆที่ดูแล้วน่าจะเป็นผู้ชาย คนพวกนี้สังเกตได้จากถ้อยความที่สื่ออกมาโดยถ้าใครไปวิจารณ์เขาในแง่ลบแล้วล่ะก็ เขาจะแสดงอารมณ์ออกมาให้รู้ทันที ในความต้องการนั้นมีหลายกรณี แต่ที่เป็นมาก คือ ต้องการให้ผู้อื่นเชื่อถือในคำพูดของตน เชื่อมั่นในถ้อยคำที่ตนได้แสดงความคิดออกไปแต่จะแฝงตัวว่าตัวนั้นเป็นผู้ชาย เช่น การวิจารณ์ลักษณะเกี่ยวกับผู้ชาย การพูดคุยในกลุ่มของผู้ชายโดยไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ซึ่งตนพยายามแฝงเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อสนองความต้องการบางอย่างของตนโดยเป็นอีแอบแฝงเข้ามาในชื่อที่เป็นผู้ชาย
   
   
บรรทัด 72: บรรทัด 72:
   
 
หรือจะว่าไปแล้ว มีผู้คนทั่วๆไปสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า พวกผู้ชายแท้ๆหรือชะนีบางคนทีมาว่าพวกเกย์ว่าเป็นแอบ แท้จริงแล้ว ตัวเองอิจฉาเขาที่เขาดูดีและหล่อกว่า เพราะคนที่ว่าคนอื่นนั้นส่วนใหญ่ร้อยละ99%หน้าตาจะไม่ดี เรื่องจริงมันเป็นอย่างนี้เลย อิอิ
 
หรือจะว่าไปแล้ว มีผู้คนทั่วๆไปสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า พวกผู้ชายแท้ๆหรือชะนีบางคนทีมาว่าพวกเกย์ว่าเป็นแอบ แท้จริงแล้ว ตัวเองอิจฉาเขาที่เขาดูดีและหล่อกว่า เพราะคนที่ว่าคนอื่นนั้นส่วนใหญ่ร้อยละ99%หน้าตาจะไม่ดี เรื่องจริงมันเป็นอย่างนี้เลย อิอิ
  +
  +
โดยสรุปแล้ว นักจิตวิทยา เขาได้ข้อสรุปที่สำคัญอีกข้อหนึ่งของคนที่เป็นแอบนั้น ได้ความว่า '''"คนเป็นแอบ คือ คนที่มีอคติต่อคนอื่น"'''
   
   

การปรับปรุง เมื่อ 22:07, 5 ธันวาคม 2554

เกย์ คือ ชายเหนือชายที่ได้ชาย เป็นเพศชายแต่ไม่ใช่ผู้ชาย หรือ ผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน ไม่ได้แต่งตัวเป็นหญิง หรือมีอุปนิสัยตุ้งติ้ง เกย์บางคนเป็น นักเรียนช่างกล/นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือเป็นนักเลง ตำรวจ ทหาร ฯลฯ ...มีให้เห็นทั่วไป ชายเอาชายนั้นถือว่าเป็นยอดชาย

เกย์ไม่ใช่กระเทย

  • อย่างที่บอกไปแล้วไง ว่าเกย์กับกะเทยไม่เหมือนกัน เกย์คือผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน อาจจะแม่งโคตรแมนก็ได้
  • กะเทย/ตุ๊ด เราต้องแยกออกมา แต่ที่คล้ายๆกันตรงที่ไม่ชอบลำกล้องของตัวเองเท่าไหร่ แต่กระเทยถึงขั้นอยากเป็นผู้หญิง
  • ตุ๊ด ไม่ใช่กระเทย แต่อาจจะเป็นเกย์รับหรือเกย์ควีน ก็ได้ ตุ๊ดไม่ได้ไปถึงขั้นการเป็นกระเทย เพียงแต่แสดงอาการออกตุ้งติ้งรักสวยรักงามน่ารักคิกขุ
  • แต่โดยรวมแล้ว กะเทย ไม่ใช่เกย์ เพราะเกย์จริงๆแล้วไม่ชอบผู้หญิงหรือชะนีเลย ผิดกับกระเทยที่ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง

เกย์นั้นเหนือเพศอื่นๆทั้งหมด

คือความจริงของผู้ชายที่ชอบเพศเดียวกัน มีการพัฒนาขั้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้ดูเด่นขึ้นในสังคม จดทะเบียนสมรสเพศเดียวกันได้ ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังจะส่งผลไปยังประเทศอื่นๆอีกทั่วโลก ในประเทศที่มีการต่อต้านการรักร่วมเพศเดียวกันในอดีต แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็นว่า ได้ลดหย่อนผ่อนโทษให้กลายเป็นการรณรงค์จูงใจให้ผู้ชายมีเมียได้4คนขึ้นไป โดยเมียทุกตัวต้องยินยอม แล้วรัฐบาลจะให้ค่าสวัสดิการให้อีกเพิ่มเติมมากมาย ใครได้ดูสารคดีช่องเก้า ก่อนหน้าเวลานี้ จะพบว่า จักรพรรดิโรมันผู้นั้น เป็นเกย์ เสพสมกับชายหลายคน นำบุตรชายบุญธรรมมาเป็นภรรยา เป็นพวกนอกศาสนา นับถือภูติผีปีศาจ เป็นพวกโหดเหื้ยม อำมหิต ฆ่ามารดา ภรรยาทั้งที่ยังมีลูกอยู่ในท้อง และประชาชน นี่คือมหาอำนาจของเกย์ที่มีบทบาทต่อโลกทุกยุคทุกสมัย

หรือว่าเกย์อาจเป็นยอดมนุษย์

แต่นับมาหลายปีแล้ว เกย์ได้มีบทบาทมากในวงการบันเทิง, วงการอาหาร, แฟชั่น, นักออกแบบ ฯลฯ หรือกระทั่งวงการวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือเป็นอาจารย์ ก็มีมามากแล้ว (แม้พยายามจะไม่แสดงออกก็ตาม บ่อยครั้งเข้า คนเขาเห็นก็รู้กันทั่ว)

  • จากโพลสำรวจ พบว่า เกย์ หรือ ตุ๊ด หรือ กะเทย ประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าผู้ชาย

ฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ว่า ยีน เกย์นี้ อาจเป็นตัวเสริมความสามารถระดับ โมเลกุล

      • เกย์จึงเป็นบุคคลที่มีความสามารถมากที่สุดในบรรดาเพศทั้งหมด


ประเภทของเกย์

  • เกย์คิง คือ เกย์ผู้เป็นฝ่ายรุกโดยมีเกย์ควีนเป็นฝ่ายรับคู่ขา พวกนี้มักจะแมนโคตรๆ เป็นคนที่แข็งแรงกำยำหุ่นดีแรงเยอะมากจนผู้ชายแท้ๆยังต้องอาย
  • เกย์ควีน คือ เกย์ที่โดนเกย์คิงเอา รูปร่างแข็งแรงมากและบึกบึน ซึ่งบางคนอาจมากกว่าเกย์คิง แต่จะเหมือนผู้หญิงหรือชะนีเรื่องเดียวที่ว่าเป็นรับนั่นเอง
  • แต่ในปัจจุบันและอนาคตกลับพบว่า เกย์คิงและเกย์ควีนนั้น ได้ถูกพัฒนากลายมาเป็น
  • เกย์รุก คือ เกย์ที่มีหน้าที่เอาอย่างเดียว โดยเกย์รุก จะเอาได้ทั้งเกย์รับ เกย์โบ๊ท หรือเกย์รุกด้วยกันแต่จะกระทำแบบที่เขาเรียกว่า 69 หรือ ฟันดาบ
  • เกย์รับ คือ เกย์ที่มีหน้าที่ให้รุกเอาทางทวารหนัก เกย์ประเภทนี้จะไม่ชอบเอา โดยให้เกย์ที่เป็นรุกเอาอย่างเดียว
  • เกย์โบ๊ท คือ เกย์ที่ได้ทั้ง2อย่าง คือ ชอบทั้งรุกและชอบทั้งรับ เคยรุกและเคยรับมาแล้ว

ซึ่งพบว่าในปัจจุบันและอนาคต เกย์โบ๊ทมีจำนวนมากที่สุด เพราะถ้าคุณเคยเอาและเคยโดนเอามาแล้ว คุณก็จะกลายเป็นเกย์โบ๊ท

เกย์โบ๊ท ยังแบ่งได้อีกเป็น 3 ประเภท คือ

1.โบ๊ทโบ๊ท คือ เกย์โบ๊ทที่เป็นรุกและเป็นรับในอัตราที่ใกล้เคียงกันมาก คือ ชอบทั้งรุกและชอบทั้งรับได้ทั้ง2อย่างจริงๆ

2.โบ๊ทรุก คือ เกย์โบ๊ทที่ชอบเป็นฝ่ายรุกซะมากกว่า และก็สามารถที่จะรับได้เช่นกัน

3.โบ๊ทรับ คือ เกย์โบ๊ทที่ชอบเป็นฝ่ายรับซะมากกว่า และก็สามารถที่จะรุกได้เช่นกัน

  • เกย์โบ๊ท อาจมาจากเกย์รุกที่อยากลองรับดูแล้วจึงกลายเป็นโบ๊ทได้ หรือเกย์รับที่อยากลองเอาดูจึงกลายมาเป็นโบ๊ทได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์โดยตรงระหว่างเกย์ด้วยกัน อาจเป็น2คนปกติ หรือมากกว่านั้น ที่เรียกว่า"หมู่"อันแสนสนุกก็ได้

และต้องไม่ลืมว่า ต้องป้องกันทุกครั้งที่มีการร่วมเพศโดยใช้ถุงยางพร้อมเจลหล่อลื่นที่ได้มาตรฐานด้วยนะ

ไบไม่ใช่เกย์

  • ไบ มาจากคำว่า Bisexual หรือว่าสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไบจึงไม่นับมาเป็นเกย์

เพราะ เกย์จะไม่ชอบผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย " เห็นเมิงที่ไหนหน้าตาจะสวยแค่ไหน ควยกรูไม่มีวันแข็งเพราะเมิง"..." แม้เมิงมีมากมายเป็นฝูงบนบีทีเอส ราวกะสัตว์ป่าอพยพ แต่กรูเห็นผู้ชายคนนึงยืนพิงประตู หน้าตาหล่อโคตร กรูมองข้ามหัวพวกเมิงทันที E ชะนีกลางเมือง" เป็นต้น

แต่ ในสมัยปัจจุบันและอนาคต กลับพบได้อีกว่า ไบ นั้นได้จำแนก ออกเป็น 2ประเภท คือ

1. ไบรุก (เสือไบ) คือ สามารถเอาได้ทั้งชายและชะนีโดยที่ตนเป็นฝ่ายรุก

2. ไบรับ ไม่น่าเชื่อว่า คนพวกนี้ จะมีเยอะกว่าไบรุกซะอีก ที่เขาเรียกกันว่า "มีเมียเป็นผู้หญิงและได้ผัวเป็นผู้ชาย"

  • แต่ไบ ซึ่งท้ายสุดแล้ว อาจจะกลายมาเป็นเกย์ก็ได้ และเป็นเกย์ได้ทุกรูปแบบ

กรณี ถ้าเขาเลือกว่าจะต้องอยู่กับใคร ร้อยละล้าน%ตอบว่า เลือกผู้ชาย "เข้าใจนะจ๊ะที่อีชะนีหน้าโง่ กรูถีบหัวเมิงส่งเพราะกรูต้องการผู้ชายมากกว่า ชะนีอย่างเมิงแค่สังคมหลอกๆ โฮ๊ะๆๆ" เป็นต้น


คำว่า"แอบ"แท้จริงคืออะไร

มีพวกสติปัญญาที่อคติไม่รู้จริงกับคำว่า "แอบ" นั้นมันแปลว่าอะไรกัน มักจะคิดว่า ผู้ชายที่ไม่ยอมรับว่าเป็นเกย์จะต้องเป็นแอบทุกคนนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดแบบโง่ๆ ถึงขนาดว่าต้องมีการพูดถึงลักษณะดูคนที่เป็นแอบ แต่ทว่า ลักษณะที่ว่านั้น มันหมายถึงลักษณะของคนที่เป็นเกย์ตังหาก บางคนอาจคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะมาหลอกใคร ซึ่งความคิดเหล่านั้นเป็นเพียงอดีตไปแล้วเพราะสมัยก่อนเรายังไม่รู้จักคำว่า"เกย์"เลย ซึ่งในยุคสมัยนี้และอนาคตสังคมเราได้มีการยอมรับและเปิดกว้างแทบจะเกิน100%:ซะด้วยซ้ำ เห็นได้จาก บุคคลที่มีชื่อเสียง นักแสดง ศิลปิน นักร้อง ดารา ครูบาอาจารย์ ซึ่งคนเหล่านี้ที่เป็นเกย์ กะเทย ต่างได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงร่ำรวยมากกว่าเพศที่เป็นปกติซะอีก ดังนั้น แอบ จึงใช้ไม่ได้กับเกย์ซะแล้ว ด้วยนเหตุผลดังกล่าวมานี้


แต่มีนักวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของคนบางคน ที่เขามองว่ามีลักษณะที่เข้าข่ายความเป็นแอบ จึงได้บทสรุปของคำว่า "แอบ" ในเชิงทางปฎิบัติแล้ว มี2ประเภท ของคนที่เข้าข่ายว่าเป็น มีดังนี้

1."อีแอบ" คือ ผู้หญิงแท้ๆหรือเพศหญิงนี่แหล่ะ แต่เวลาตั้งกระทู้หรือตอบแสดงความคิดเห็นหรือในลักษณะเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ต่างๆนาๆ จะใช้ชื่อแทนตนหรือสัญลักษณ์อย่างใดเป็นในลักษณะที่บ่งบอกให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นผู้ชายหรือเพศชาย เช่น ใช้คำว่า "ครับ" "ผม" หรือใช้ถ้อยคำโวหารอื่นๆที่ดูแล้วน่าจะเป็นผู้ชาย คนพวกนี้สังเกตได้จากถ้อยความที่สื่ออกมาโดยถ้าใครไปวิจารณ์เขาในแง่ลบแล้วล่ะก็ เขาจะแสดงอารมณ์ออกมาให้รู้ทันที ในความต้องการนั้นมีหลายกรณี แต่ที่เป็นมาก คือ ต้องการให้ผู้อื่นเชื่อถือในคำพูดของตน เชื่อมั่นในถ้อยคำที่ตนได้แสดงความคิดออกไปแต่จะแฝงตัวว่าตัวนั้นเป็นผู้ชาย เช่น การวิจารณ์ลักษณะเกี่ยวกับผู้ชาย การพูดคุยในกลุ่มของผู้ชายโดยไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ซึ่งตนพยายามแฝงเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อสนองความต้องการบางอย่างของตนโดยเป็นอีแอบแฝงเข้ามาในชื่อที่เป็นผู้ชาย


2.ส่วน "ไอ้แอบ" ก็มีลักษณะคล้ายๆกับ "อีแอบ"เหมือนกันแหล่ะ ต่างกันตรงที่ "ไอ้แอบ"นั้นเป็นผู้ชายแท้ๆแต่ไม่ใช่เกย์

หรือจะว่าไปแล้ว มีผู้คนทั่วๆไปสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า พวกผู้ชายแท้ๆหรือชะนีบางคนทีมาว่าพวกเกย์ว่าเป็นแอบ แท้จริงแล้ว ตัวเองอิจฉาเขาที่เขาดูดีและหล่อกว่า เพราะคนที่ว่าคนอื่นนั้นส่วนใหญ่ร้อยละ99%หน้าตาจะไม่ดี เรื่องจริงมันเป็นอย่างนี้เลย อิอิ

โดยสรุปแล้ว นักจิตวิทยา เขาได้ข้อสรุปที่สำคัญอีกข้อหนึ่งของคนที่เป็นแอบนั้น ได้ความว่า "คนเป็นแอบ คือ คนที่มีอคติต่อคนอื่น"


ผลสำรวจพบว่า เกย์ดูดีมากกว่าผู้ชายแท้ๆ

จากผลงานวิจัยและสำรวจเชิงสังคมทุกๆด้าน ได้ทำการสำรวจอย่างต่อเนื่อง พบว่า

เกย์นั้นมีภาพในเชิงทัศนะคติในด้านบวกที่ดีมากกว่าผู้ชายแท้ๆ จากการสำรวจของบุคคลทุกเพศทุกวัย ซึ่งแนวโน้มในอนาคตจะยิ่งเพิ่มขึ้นๆ

ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อบุคคลเหล่านี้มีผลงานออกมาต่างๆ เช่น เป็นนักร้อง ทำเพลงๆหนึ่งออกมา จึงมีกระแสข่าวตามมาด้วยมักจะเป็นกระแสข่าวในด้านที่ดีถึงดีมากร้อยละ99%มักจะพูดถึงในแง่ของความสามารถที่ดีเยี่ยม ถึงแม้ว่ามีคนๆหนึ่งได้วิจารณ์เขาในลักษณะแง่ลบแต่กลับถูกหลายๆคนด่าว่ากลับทันทีทั้งคำพูดที่ลักษณะเชิงสั่งสอนว่าให้เปิดใจให้กว้างหรือคำพูดที่รุนแรงด่าทอคนที่มีอคติถึงขนาดเอ่ยไปถึงบุพการีของคนที่อคติเลยก็มี

หรือจะเป็น กลุ่มคนที่เรียกว่า Y คนเหล่านี้จะชื่นชอบในลักษณะที่เป็นชายรักชาย บางคนถึงขนาดบ้าครั่ง และมีค่อนข้างเยอะมากๆในสังคมทั่วโลก ในทัศนะคติที่เขามี จึงมีแบบสอบถามของคนประเภทนี้ เขาได้รวบรวมความคิดและสรุปได้ว่า "เพราะผู้ชายพวกนี้ เขาน่ารัก หล่อ ดูดี สะอาด ไม่น่ารังเกียจเพราะไม่สกปรก นิสัยดี เขาเก่ง เขามีความสามารถ เข้าใจเราดี โดยรวมดูดีกว่าผู้ชายแท้ๆมากๆฯลฯ" ซึ่งจะมักลงท้ายด้วยคำพูดที่ว่า "น่ารักดีออก" เป็นต้น

ดังนั้น คนที่มีวิสัยแคบหรือใจแคบทั้งหลาย ควรเปิดใจให้กว้าง คุณอาจจะมีภาพอดีตที่ไม่ดีก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำไม่ดีกับคุณทุกคน เพราะมนุษย์ทุกๆคนล้วนแล้วแต่มีดีและร้ายในตัวเองอยู่แล้ว หรือถ้ามีอคติ หัวโบราณ หรือเป็นกบในกะลาเล็กๆใบหนึ่ง ควรมองโลกกว้างๆเข้าไว้ว่า โลกยุคใหม่ทั้งปัจจุบันและอนาคตเป็นโลกที่ไร้พรมแดนไม่มีสิ่งไหนมาปิดกั้นได้อีกแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ "การเป็นคนดี" นั่นคือ สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ทุกคนควรมีเพราะสังคมทั่วโลก เขายกย่องคนดี

มีสุภาษิตโบราณท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า "มนุษย์คนใดที่ดูถูกหรือมีอคติต่อมนุษย์คนอื่น มนุษย์นั้นไม่ใช่มนุษย์"


กฎหมายที่ดีมากและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเกย์และรวมถึงทุกเพศทุกวัยโดยไม่แบ่งแยกเพศ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276

(วรรคหนึ่ง)ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

(วรรคสอง)การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดย การใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น

(วรรคสาม)ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

สรุปง่ายๆได้ความว่า

  • ผู้ชาย ข่มขืน ผู้หญิง ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
  • ผู้หญิง ข่มขืน ผู้ชาย ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
  • ผู้ชาย ข่มขืน ผู้ชาย ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
  • ผู้หญิง ข่มขืน เกย์ ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราแน่นอน (อีเหี้ย เขาไม่ชอบไม่เอาเมิงแล้วยังจะหน้าด้านจริงๆ อีชะนีรูอ้าค้าง เมิงหาผู้ชายไม่ได้แล้วหรอ เมิงไปให้พ่อเมิงเอาไป๊ อีสัตว์ตัวเมียคันหี อีเสือกทุกฤดู ฯลฯ)
  • ผู้หญิง ข่มขืน ผู้หญิง ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา และผิดฐานมีของปลอมไว้ครอบครองโดยสำคัญผิดว่าเป็นผัว
  • ผู้ชาย ข่มขืน ชะนี ไม่ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา แต่ผิด ข้อหาทารุณกรรมสัตว์
  • ผู้หญิง ข่มขืน ชะนี ไม่ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา แต่ผิดข้อหา ตีฉิ่งสร้างความรำคาญให้กับประชาชนและเป็นกฎหมายว่าด้วยขัดต่อความสงบเรียบร้อยฯลฯ และผิดฐานมีของปลอมไว้ครอบครองโดยสำคัญผิดว่าเป็นผัว
  • ชะนี ข่มขืน ชะนี ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ผิดฐานถูไถอวัยวะเพศสัตว์ป่า และผิดข้อหาส่งเสียงร้องสร้างความรำคาญให้กับประชาชน ทุกวันนี้ทุกคนก็รำคาญเสียงชะนีอยู่แล้วอีปลวกสังคม


คลิป


ดูเพิ่ม