ไร้ชีวประวัติ:ซาลามันเด้อเมพบระทาน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
UNBIOGRAPHY

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ชีวประวัติ
แหล่งรวมชีวประวัติลวงของคนข้างบ้านที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 13:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น



Cquote1.png อีพวกควายห่าสับปลับ Cquote2.png

—ซาลามันเด้อเมพบระทาน

Cquote1.png มันคงเป็นสไตล์การใช้ชีวิตของเค้า Cquote2.png

—พันตรีจอห์น เอช. เอส. อาร์. ไรน์เนอร์

Cquote1.png ปรี๊ดดดดดดดดดดดซซซซซซซซซซซซซซ บึ้ม Cquote2.png

—จอห์น มิโรสลาวิชดุ๊กดิ๊ก


ซาลามันเด้อเมพบระทาน รู้จักกันในชื่อซาลามันเด้อ หรือวาสึโต๊ะ เป็นนักวาดโดจิ้นผู้ชายอัดตูดระดับมหาเมพแห่งวงการโดจิ้นเทย มีชื่อเสียงขจรขจายและมีแฟนคลับตามกรี๊ดชูป้ายไฟจำนวนมากเพราะวาดผู้ชายโดยเฉพาะเด็กหนุ่มเอากันอย่างทะลวงไส้ไปถึงดวงดาว เถลิงตนขึ้นเป็นศูนย์กลางจักรวาลและชี้นิ้วประจานขับไล่ผู้บังอาจต่อต้านหรือสงสัยคำสั่งสอนของนาง จนเกิดวิกฤตศรัทธาในหมู่สาวกครั้งยิ่งใหญ่ มีผู้ตาสว่างเป็นจำนวนมากว่าแท้จริงแล้วนางคือเกรียนเมพจุติทำมะดา


ชีวะประหวัด[แก้ไข]

ชื่อ
นางสาวระฆังแก้ว เคาะแล้วแหลกสลายใจร้าวรานสเปเชียล
การศึกษา
อื่นๆ
  • เสพยาโอย
  • คลั่งไคล้หนุ่มแว่นในชุดสูท
  • ชอบการพูดคุยถึงสิ่งนามธรรมเช่นปรัชญาหรือจิตวิทยามนุษย์โดยอิงอยู่กับการคิดเอาเอง ไม่สนใจข้อมูลและหลักวิชาเกิน (แถวบ้านเรียกเพ้อฝัน)
  • ชาบูรักบริสุทธิ์ระหว่างชายหนุ่มกับชายหนุ่ม จึงนิยมการอวตารร่างเป็นชายหนุ่มรูปงามไปตรั่บๆ ร่างอวตารชายหนุ่มอื่นๆ ในเกมโรลเพลย์
  • มีความปรารถนาที่จะแต่งงานกับหนุ่มแว่นตี๋ฐานะดีและมีลูกชายแว่นตี๋ที่ฉลาดและหน้าตาดีหนึ่งคนเป็นโซ่ทองคล้องใจ ถึงขั้นจะแย่งแฟนชาวบ้าน (แต่เขาไม่เอาป้า)((เลยบ่นหาผัวไม่ได้อยู่ตลอดเวลา))
  • เป็นสาวหวาน หน้าตาดี น่ารัก ผอมเพรียว ขาวใส ตาโตแก้มป่องแบ๊วๆ ใส่อะไรก็น่ารักไปหมดโดยเฉพาะชุดเดรสสีเบจหวานๆ กระโปรงบานๆ ฟูๆ ลูกไม้เยอะๆ รับกับอิมเมจสาวน้อยบริสุทธิ์ มีชื่อเล่นว่าแมรี่ ซู
  • บ้านรวยและใหญ่โตสวยงามอลังการดั่งปราสาทเทพนิยาย พรั่งพร้อมด้วยบ่าวรับใช้และสัตว์เลี้ยงสุดสง่าหรูหรามีชาติตระกูล หลังบ้านเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์สำหรับล่าสัตว์
  • มีหนุ่มมาจีบไม่ขาดสาย อัพเดตสเตตัสหวานแหววกับแฟนตลอดเวลา
  • โรแมนติก ช่างฝัน ช่างเอาอกเอาใจแฟนและวิตกจริตต่อปฏิกิริยาของแฟนตามประสาสาวน้อย
  • เซมไปค่อน แฟนทุกคนเป็นรุ่นพี่ขา

คู่ที่โปรดปราน[แก้ไข]

  • คาโอรุxชินจิ
  • ยามาโมโตะxฮิบาริ
  • โทรุxนัตสึโนะ
  • แบทแมนxโรบิน
  • สรุปแล้วสเป็คคือเด็กหนุ่มวัยยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ความสามารถ[แก้ไข]

  • Maiden Charm lv.42 (range=10 ช่อง) แสดงตัวเป็นสาวน้อย เช่นทำข้าวกล่องให้รุ่นพี่ แสดงกิริยาแบบสาวน้อยกระโดกกระเดก(แก่เป็นป้าแล้วนะป้า) แสดงท่าทีว่าเขินอายไม่กล้าพูดกับใครก่อน เพื่อเพิ่มค่าสถานะความนิยมและค่าสถานะความมั่นใจในความน่ารักของตัวเอง
  • Maiden Vision lv.271 (range=10 ช่อง, -70% เมื่อแว่นถูกทำลาย) ทำให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่เดินมาเป็นคู่หรือแสดงความสนิทสนมกันเป็นคู่เกย์โดยอัตโนมัติ
  • Maiden Curse lv.4 (range=3 ช่อง) เมื่อจนมุมจะด่าศัตรูด้วยคำหยาบคายระดับติ่งสก๊อย เพื่อให้ศัตรูล่าถอยไปด้วยความระอาใจที่มีการศึกษาสูงไปก็เท่านั้น
  • Rainbow World lv.302 (range=self) เปลี่ยนภาพคู่ชายหนุ่มที่ถูกใจเป็นพลังจิ้น สร้างภาพจำลองของคู่ชายหนุ่มขึ้นมาในจักรวาลของตนเองและชักเชิดให้เป็นไปตามต้องการ สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาลักษณะนิสัยรวมถึงประวัติความเป็นมาของชายหนุ่มได้อย่างไร้ขีดจำกัด
  • Rainbow Projection lv.299 (range=50 ช่อง, +200% เมื่อติดไอเท็มภาพและโดจิ้น, มีผลกับผู้ติดสถานะสาววาย) เหนี่ยวนำให้สาววายคนอื่นกรี๊ดคู่ที่ตัวเองชอบตาม
  • Double Standard lv.285 (range=50 ช่อง, ติดสถานะมึนงง) ทำให้ศัตรูที่กำลังเถียงมึนงงด้วยการห้ามคนอื่นตอแหลแต่ตอแหลเอง บอกให้คนอื่นฟังแต่ไม่ฟังเอง
  • Reality Breaker lv.311 (range=self) สกิลออโต้เคาเตอร์ เมื่อได้ยินสิ่งที่ไม่ชอบใจจะทำการปิดหูปิดตาตัวเองไม่ให้ได้เห็นได้ยินสิ่งที่ไม่ชอบใจนั้นทันที และจะวางตัวเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น
  • Transcendent Realm lv.192 (range=self) เดินทางข้ามไปอยู่ในอีกมิติที่หลุดพ้นจากสามัญสำนึก เช่นมิติที่ผู้ชายแสดงความจริงใจด้วยการต่อยหน้ากัน มิติที่ผู้ชายธรรมดาทักทายด้วยการจูบปากกันเป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่านี่เป็นสกิลออโต้ ดังนั้นผู้ใช้ระดับสูงที่ถูกดึงข้ามมิติบ่อยเกินไปจะมีอาการหลอนประสาทและแยกแยะว่าอะไรคือสามัญสำนึกในมิติของคนทั่วไปไม่ได้


ความเป็นมาในยุคแรก[แก้ไข]

เมื่อจุติลงสู่แดนมนุษย์ในร่างของสตรีเพศ ซาลามันเด้อเมพบระทานก็ได้ผ่านพิธีเบิกเนตรและปวารณาตนเข้าสู่ลักธิสาววายตั้งแต่ก่อนแตกวัยสาว เมื่อเข้าสู่ลักธิแล้วนางได้ฝึกตนตามวิถีแห่งนักวาดโดจิ้นอย่างเข้มข้นด้วยการวาดแต่รูปเด็กหนุ่ม หลังบำเพ็ญภาวนาสิบปีจนมีตบะแก่กล้าแผ่พุ่งเป็นรังสีเหนือม่วงนางจึงเริ่มเผยแผ่คำสอนในรูปแบบของโดจิ้น
ตัวอย่างภาพคำสอนที่เหล่าสาวกชาบูๆ
คำสอนของนางในยุคแรกเป็นการแสดงความรักอันใสซื่อบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างกลางหาวระหว่างชายหนุ่ม ด้วยคำสอนอันงดงามถูกจริตสาวน้อยวัยใสจึงมีผู้ศรัทธาจำนวนมากติดตามการเทศนาสั่งสอนของนาง เมื่อเริ่มมีสาวกจำนวนมากนางจึงเริ่มเทศนาคำสอนที่แท้จริงในที่ลับซึ่งอนุญาตให้สาวกเข้าถึงได้เท่านั้น เหล่าสาวกได้เห็นภาพความรักระหว่างเด็กหนุ่มซึ่งนางแสดงให้เห็นแล้วก็พากันสรรเสริญว่าแซ่บหลายนัก มิช้านางก็เถลิงขึ้นสู่ความเป็นเมพบระทานผู้เป็นที่นับหน้าถือตาอย่างยิ่งยวดในลักธิสาววายและวงการนักเขียนโดจิ้น คำสอนของนางรีปริ๊นท์ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ขายดีเป็นเททิ้งเทท่า แม้ราคาจะดีดตัวสู่หลักร้อยเหล่าสาวกก็ยินดีขูดเลือดขูดเนื้อขายมาถวายปัจจัย สร้างรายได้แก่นางอย่างเป็นกอบเป็นกำ
แม้จะมีชื่อเสียงและได้รับการยกย่องเทิดทูนไว้เหนือคานว่าเป็นท่านเมพบระทานผู้เปี่ยมด้วยเมตตาคุณ ทว่านางเป็นผู้มักสันโดษอย่างยิ่งยวด นางใช้ชีวิตโดยเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องบรรทมและปฏิเสธการสุงสิงกับชาวโลกด้วยความหยาบช้าของมนุษย์โลกจะรบกวนญาณวิเศษของนาง ด้วยการวางตัวเช่นนี้ทำให้แม้แต่เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกับนางก็มิอาจทราบเลยว่ามีบุญถึงขนาดได้พระแม่เมพบระทานผู้ชี้ทางสว่างแก่หัวใจบริสุทธิ์ของสตรีเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเช่นนี้

วิธีหากิน[แก้ไข]

  • เผยแผ่คำสอนในรูปแบบภาพวาดและโดจิ้น สาวกสามารถหาเช่าบูชาได้จากงานการ์ตูนหรือสั่งซื้อทางไปรษณีย์
  • รับจ้างวาดภาพรายสะดวก ใครจะจ้างนางวาดต้องรอให้นางเกิดแรงบันดาลใจก่อนหรือรอจนกว่านางจะไม่มีข้าวสารกรอกหม้อแล้วนางจึงจะยุรยาตรไปปาดเมาส์ปากกาให้สองตวัดจิก
  • นางมีญาณวิเศษสามารถอ่านทะลุจิตใจคนและสามารถบอกถึงลักษณะนิสัยใจคอได้เพียงดูภาพที่คนๆ นั้นวาดออกมา[1] ด้วยญาณวิเศษนี้นางจึงเปิดตำหนักรับทำนายนิสัยจากภาพและบริการให้คำแนะนำทางจิตวิญญาณแก่เหล่าสาวก ทำให้นางได้รับความนับหน้าถือตาชาบูอูราจากเหล่าสาวก



คำสอนในลักธิเมพบระทาน[แก้ไข]

จักรวาลตามความเชื่อของซาลามันเด้อเมพบระทาน
  • ซาลามันเด้อเมพบระทานยึดถือปรัชญาในการดำเนินชีวิตแบบกูคิดเองเออเอง สิ่งใดที่นางเชื่อว่าดีแล้วควรแล้ว สิ่งนั้นย่อมดีแล้วควรแล้ว สิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้แม่งกากสัสทั้งสิ้น ผู้ใดบังอาจสงสัยหรือโต้แย้ง นางจะตราหน้าว่าเป็นบาปและจะลบตัวตนของมนุษย์ผู้ต่ำต้อยผู้นั้นออกไปจากจักรวาลของนางทันที
  • ซาลามันเด้อเมพบระทานเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์จริงใจตรงไปตรงมา นางจึงถือว่าการแสดงความถ่อยต่อผู้อื่นเป็นสิ่งถูกต้องเพราะแปลว่านางจริงใจด้วย แต่ห้ามคนอื่นแสดงความจริงใจต่อนางด้วยการพูดตักเตือนนางตรงๆ เด็ดขาด นางรับไม่ได้ นางจะบึ้มคนที่บังอาจทำอย่างนั้นทิ้งทันที
  • เพราะร่างจุติของนางเป็นสาวน้อยอ่อนแอ นางจึงไม่สามารถทนรับความกดดันจากการเผชิญหน้าได้ ทำให้นางหลีกเลี่ยงการพูดคุยตรงๆ อย่างที่คนปกติเขาทำกัน เวลาไม่พอใจอะไรนางจะจดไว้ในบันทึกแค้นที่ทำจากหนังหัวของเหยื่อที่นางกำจัดทิ้งไปแล้ว เหยื่อที่ถูกนางหมายหัวจะไม่มีใครรู้ตัวจนกว่าจะถูกนางขับไล่ออกไปจากจักรวาล
  • นางเป็นสาวน้อยผู้รักสิ่งสวยงามและทนดูความอุจาดไม่ได้ หากใครเอาเรื่องที่เคยทะเลาะกับนางมาพูดเพื่อจะขอปรับความเข้าใจ นางจะร้องกรี๊ดและทึ้งผมอย่างเจ็บปวดดั่งไส้เดือนถูกขี้เถ้าเพราะการทะเลาะถกเถียงหาข้อเท็จจริงเป็นสิ่งอุจาดตาสำหรับนาง และมนุษย์ต่ำช้าผู้เอาสิ่งอุจาดตามาแปดเปื้อนนางเช่นนั้นจะถูกขับไล่ไปจากจักรวาลของนางทันที
  • คำสอนเหล่านี้นางละไว้ในฐานที่ให้ไปเข้าใจกันเอาเอง (แล้วกูจะไปรู้กับมึงไหมวะ) นี่เป็นกับดักทางจิตวิทยาสำหรับคัดกรองสาวก มีเฉพาะสาวกที่แท้จริงเท่านั้นจึงจะเข้าใจว่านางขี้อายไม่กล้าพูดและรอคอยให้มีคนมาเข้าใจอย่างเงียบๆ ดั่งดอกสุมิเระบริสุทธิ์บานในทุ่งรอคอยเจ้าชายมาเด็ดดม คนธรรมดาไม่มีบุญพอจะเสวนากับนาง ไปที่อื่นไป๊ชิ้วๆ


ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ[แก้ไข]

บาทหลวงจอห์น สมิท ไทเทอร์ แห่งคณะสงฆ์เชิร์ชออฟเอวังเกย์เหลียน ผู้ศึกษาค้นคว้าลักธิเมพประธาน เขียนไว้ใน “บันทึกท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางจักรวาลและการหลุดพ้น”[2] ว่า มนุษย์ผู้ถูกขับไล่นั้นหากประสงค์จะกลับสู่สวนสวรรค์ของนาง จะต้องเนรเทศตนเองไปสู่ภูเขาแห่งการล้างบาปเพื่อสำนึกในโทษทัณฑ์ที่ได้กระทำแก่นางเป็นเวลาสองร้อยปี จากนั้นพึงชำระตนด้วยน้ำจากลำธารแห่งความหลงลืม สวมอาภรณ์แห่งความจอมปลอม และประพรมร่างกายด้วยเครื่องหอมแห่งความตอแหล จากนั้นจึงกระทำสวัสดิคารวะแก่นาง เช่นนี้แล้วหากนางพึงใจในความงามของท่าน นางจักยินดีรับท่านกลับสู่สวนสวรรค์ของนาง ทั้งนี้หากท่านสลัดความงามที่สวมร่างอยู่และเผยให้เห็นความจริงเมื่อใด ท่านจะถูกขับไล่และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาตราบชั่วกัปชั่วกัลป์
“...ใครมันจะไปทำได้วะ”
—บาทหลวงจอห์น สมิท ไทเทอร์ กล่าวสรุป


อภิธานศัพท์ อีโมติค่อนและไวยากรณ์ในภาษาซาลามันเด้อ[แก้ไข]

ปริ๊ดดดดดดซซซซซซซซซซซซบึ้ม
ปริ๊ดซ์  
(ก.) แสดงอารมณ์โมโห, ไม่พอใจ, ขัดใจ
วากัตตะ  
(ก.) เข้าใจแล้ว มาจากภาษายุ่นปี่
ถอนหายใจพรื่อ  
(ก.) กิริยาแสดงความหน่ายหรือสัญญาณบ่งชี้ว่าคู่สนทนาช่างสามหาวนัก
หงอย  
(ก.) สลดเพราะไม่ได้ดั่งใจ
บึ้ม  
(ก.) บล็อกคนที่เกลียดหน้าออกไปจากสารบบชีวิต
-_-)  
ใบหน้าปกติ
- -)  
ใบหน้านิ่ง
 ;;-_-) 
เหงื่อตก จำนวนของเครื่องหมายอัฒภาค (;) สื่อถึงจำนวนเหงื่อที่ตก
-"-)  
หน้านิ่วคิ้วขมวด
o_____o)  
ใบหน้าไฮเปอร์แบบปกติ จำนวนของเครื่องหมายขีดเส้นใต้ (_) แสดงถึงการแบะปากและการเรียกร้องความสนใจ
o'_____o)  
ใบหน้าไฮเปอร์กำลังเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้ว
p_____o)  
น้ำตาซึม
o_____o)....? 
แสดงความสงสัย
-_____-) 
ใบหน้าไฮเปอร์หยีตา
,,-_____-)  
เขินอาย
-_____-)>  
เกาหัว
-_____-)/"  
โบกมือ
-_____-)v 
ชูสองนิ้ว
- 3 -)  
ทำหน้าปลาบู่
o 3 o)  
ทำหน้าปลาทอง
- [ ] -)  
แหกปาก
-[---------]-)  
เบะปากยิงฟัน
**o'[---------------]o)  
เบิ่งตายิงฟันความปริ๊ดซ์ (ดู​ปริ๊ดซ์), แสดงความเจ็บปวด
*O'[------]O)  
ถลนตาเบะปากยิงฟันด้วยความปริ๊ดซ์ (ดู ปริ๊ดซ์)
Q'[ ] Q)  
แหกปากร้องไห้
\(O[----------]o* /  
สะบัดสะบิ้ง
oO(****)  
คิดในใจ โดย **** แทนสิ่งที่คิดในใจ (ทำให้คนอื่นสามารถล่วงรู้ความคิดได้ หรือที่จริงแล้วคือเป็นการพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่กล้าพูดดังๆ แต่อยากให้คนอื่นรู้) ในกรณีที่ใช้ในเกมโรลเพลย์จะเป็นสิ่งที่ร่างอวตารคิดในใจ แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ใช้ปนกันมั่วระหว่างสิ่งที่นางคิดกับสิ่งที่ร่างอวตารคิด เพราะนางถือว่าตัวเองก็คือร่างอวตาร
((****)) 
โครงสร้างประโยคระบุสิ่งที่คิดในใจหรือพูดคนเดียวแต่อยากให้โลกนี้มาร่วมรับรู้ด้วย, ใช้แสดงความคิดของตัวเองผ่านทางร่างอวตารในเกม แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ใช้ปนกันมั่วอยู่ดีเพราะเมพบระทานถือว่าตัวนางก็คือร่างอวตาร ร่างอวตารก็คือตัวนาง
  • เนื่องจากเป็นผู้มีการศึกษาสูงไปก็ไม่ช่วยอะไรจึงใช้ภาษาอังผิดอย่างคล่องแคล่ว แต่ถ้าพบคำที่สะกดผิดทั้งไทยและอังผิด ให้ถือว่าที่นางสะกดถูกต้องแล้ว อย่าพยายามไปแก้เลย เสียแรงเปล่า ไม่เข้าหัวนางหรอก ชาวโลกต่างหากที่สะกดผิดกันนะจ๊ะๆๆๆ
  • เล่นนายกากด้วยจึงมักยืม meme ในนั้นมาใช้บ่อยๆ แต่ก็ใช้ผิดใช้ถูกอยู่ดี


เหตุการณ์วันสิ้นโลกครั้งล่าสุดในจักรวาลของนาง[แก้ไข]

ภาพเหตุการณ์ในวันสิ้นโลก
ด้วยความปรารถนาที่จะใกล้ชิดกับมนุษย์ผู้ต้อยต่ำ ซาลามันเด้อเมพบระทานจึงได้เสด็จจากพระตำหนักและอวตารร่างลงมาเป็นภารโรงแอบจิตในเกมโรลเพลย์โรงเรียนมัธยมต้นสมมติแห่งหนึ่ง เมื่อไพร่ฟ้าทราบว่านี่คือร่างอวตารของนางต่างก็แซ่ซ้องสรรเสริญอึงมี่ด้วยความศรัทธาในตัวนาง
ต่อมานางรู้สึกเบื่อหน่ายร่างอวตารที่มีช่องว่างระหว่างวัยกับร่างอวตารอื่นมากเกินไป ทำให้นางไม่สามารถใช้ร่างอวตารของนางลวนลามเด็กหนุ่มหวานกรอบได้ดังใจนึก นางจึงใช้อำนาจเมพละเมิดกฎของเกมจำแลงร่างเป็นเด็กหนุ่มรูปงามใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ ร่างอวตารเด็กม. ต้นซึ่งเป็นผู้เล่นในเกมคนอื่นๆ เห็นเด็กหนุ่มรูปงามต่างก็ชอบใจที่มีเพื่อนใหม่ รวมไปถึงผู้คุมเกมก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยเพราะถูกความงามของเด็กหนุ่มร่างอวตารและบารมีของเมพบระทานบังตา
ทว่าไม่นานนักธาตุแท้ก็เปิดเผย ร่างอวตารหนุ่มนักเลงลงมือก่อเหตุวุ่นวายไปทั่ว เช่นด่าทอล้อเลียนด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำร้ายร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงลวนลามและกระทำการคุกคามทางเพศกับร่างอวตารอื่นๆ โดยนางกล่าวอ้างว่ากระทำไปด้วยความเมตตากรุณาอย่างหาที่สิ้นสุดมิได้ด้วยต้องการเปิดเผยความชั่วร้ายหยาบคายซึ่งเป็นธาตุแท้ของมนุษย์ผู้ต่ำต้อยให้ประจักษ์แก่สายตา ร่างอวตารอื่นจึงตอบโต้การกระทำของร่างอวตารเด็กหนุ่มของนางด้วยการตำหนิ ด่าทอ ต่อว่า ไปจนถึงลงมือชกต่อย เหตุวุ่นวายลุกลามและยืดเยื้อจนในที่สุดผู้คุมเกมจำบากหน้าไปก้มกราบทูลขอความกรุณาพระเดชพระคุณเจ้าให้นางละร่างอวตารหนุ่มนักเลงและกลับไปใช้ร่างอวตารภารโรงแอบจิตดังเดิม
ทว่านางกลับเห็นว่าผู้คุมเกมและผู้เล่นคนอื่นๆ ดูหมิ่นอภิมหาอำนาจเหนือเกล้าของนางและรุมทำร้ายร่างอวตารของนางอันเป็นการกระทำซึ่งแสดงถึงความกระด้างกระเดื่องแข็งข้อต่อนางอย่างอุกอาจนัก ผู้เล่นคนอื่นๆ เพียรหมอบคลานกราบกรานเข้าหานางเพื่อชี้แจงว่าการที่ร่างอวตารของพวกตนจะแสดงความไม่พอใจต่อร่างอวตารของท่านเมพบระทานนั้นเป็นการกระทำอันสมเหตุสมผล ด้วยร่างอวตารของพวกเขานั้นถือว่ารู้จักกันในโลกสมมติและมีสถานะเป็นเพื่อนกัน หากร่างอวตารหนึ่งถูกทำร้าย ก็เป็นธรรมชาติที่ร่างอวตารอื่นย่อมเดือดเนื้อร้อนใจตามไปด้วย และพฤติการณ์ทั้งหมดของร่างอวตารนั้นไม่เกี่ยวกับความเทิดทูนบูชาอูราของผู้เล่นที่มีต่อท่านเมพบระทานแต่ประการใด ทว่านางเมพบระทานไม่ฟังคำชี้แจงนั้นและชี้หน้าด่าผู้เล่นทุกคนว่าสุมหัววางแผนลับหลังเพื่อทำร้ายนางและร่างอวตารของนาง อันเป็นการแสดงความไม่เคารพต่อนาง รวมถึงได้กล่าวหาคุณ F (นามสมมติ) ผู้เล่นคนหนึ่งว่าเป็นหัวหน้าขบวนการก่อการร้ายที่เป่าหูคนปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ ใส่นางจนผู้เล่นคนอื่นๆ ทุกคนหันมารุมร่างอวตารของนางไม่หยุดหย่อน และนางได้ลงมือโจมตีคุณ F และร่างอวตารของคุณ F อย่างรุนแรงด้วยถ้อยคำหยาบคายเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่างๆ นานา เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากรู้สึกอึดอัดใจและตัดสินใจไม่ยอมปล่อยร่างอวตารของตนมาเล่นกับร่างอวตารของนางในโลกเสมือนของเกมโรลเพลย์อีกต่อไปเพราะเกรงว่าร่างอวตารของตนจะถูกทำร้ายอย่างไร้เหตุผลและกลายเป็นแค่ของเล่นของเมพบระทาน
เมื่อถูกทิ้งไว้คนเดียวและไม่มีคนยอมเล่นด้วย (ส่วนหนึ่งเพราะมีการมีงานต้องทำ และอีกส่วนหนึ่งเพราะเอือมระอานิสัยไม่อยากเล่นด้วยแล้ว) ในชั้นต้นนางได้แสดงความกรุณาอันเหลือล้นต่อเหล่ามนุษย์ผู้บังอาจกล่าววาจาสามหาวให้เป็นที่ระคายใจด้วยการนิ่งเฉย ยิ้มหวานน่ารักว่าชั้นเริ่ดหรูไฮโซกว่าพวกหร่อนๆๆ ถึงยอมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆ ทนให้พวกชั้นต่ำอย่างหร่อนจิกด่านะยะดังเป็นท่าบังคับที่แม่พระที่ดีพึงกระทำ แต่ลับหลังนางก็ไปโวยวายตีโพยตีพายอุ๊ยตายอีห่านจิกในเฟซบุ๊คอย่างสาดเสียเทเสียว่าชั้นลดตัวลงมาเสวนากับพวกหร่อนแล้วแต่ทำไมพวกหร่อนถึงได้บังอาจหลบลี้หนีหายกันไปหมดยะให้สาวกของนางเข้ามาพัดวีปลอบประโลมนางวุ่นวายไปดังนี้


เมพบระทาน: Eพวกสันดาน อยากจะฆ่าแบ่ะหัวแล้วควักไส้พวกแม่งออกมากองเรี่ยราด
ลูกคู่: อุ๊ยพระแม่เจ้าขา ลมควันออกหูเหอมาแต่ไกลเจออะไรนั่น นั่งก่อนเถิดพระแม่เจ้าขาประเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป บ่าวจะพัดโบกให้พระแม่ชื่นใจ เล่ามาเถิดมิเป็นไรบ่าวจะรับฟัง
เมพบระทาน: ความตะไลเฮงซวยที่ได้พบเจอจากพวกเหี้ยชั้นต่ำในคอมมูโรลเพลย์น่ะจ่ะ
ลูกคู่: โอพระแม่เจ้าขาช่างน่าอดสู คอมมูของพวกชั้นต่ำทำพระแม่ขัดเคืองข้องใจ ช่างกระไรเบาะแว้งวิวาทบาดลูกตานัก พระแม่พักเถิดหนาอย่าเดือดดาล
เมพบระทาน: อยากจะtagชื่อไอ้พวกนั้นให้มาเห็นสเตตัสนี่ตรง ๆ เลยจริง ๆ นะ สัดเอ้ย ฮาาๆๆ ทำตัวใจเย็นเรียบร้อยมากว่า 5-6 เดือนแล้ว ต้องขอคัดออกบ้างอ่ะนะ ทิ้งไว้เดี๋ยวจะกลายเป็นเนื้อเน่าในสมอง เก่งออกปากนินทาในที่ลับหลัง หลักการคุณธรรมสวยหรูกระฉูดเตี่ยนัก แต่ข้อเท็จจริงไม่มีแล่บออกมาจากปากสักอย่าง อีพวกควายห่าสับปลับ (ระบายล้วน ๆ )
ลูกคู่: อุ๊ยตายว้ายกรี๊ดวี้ดบึ้มฮึ่มแฮ่ พวกชั้นต่ำทำอะไรพระแม่หรือ
เมพบระทาน: เล่ายากอ่ะ เรื่องมันยาว ฮา เอาเป็นว่าเกี่ยวกับไอ้พวกวิจารณญาณต่ำ ๆ เลือกมองแต่บางอย่าง ไม่มองบางอย่าง แล้วโยนคำตัดสินต่ำ ๆ มาใส่คนอื่นโดยคิดว่าฝั่งตัวเองทำสิ่งเหมาะสมสูงส่งนัก (ถุ้ย) ควายสวะเอ้ย


ในที่สุดนางจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่นางจะต้องเป็นตัวแทนแห่งดวงจันทร์มาลงทัณฑ์พวกมนุษย์หยาบคายที่ไม่ยอมเล่นกับนาง เมพบระทานจึงจิกหัวเรียกตัวผู้ขัดใจนางหมายเลข 1 มาเป็นตัวแทนรับสารแห่งความพิโรธจากนางเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อ เมื่อไม่มีใครคลานเข่าเข้ามากราบกรานขอประทานอภัยจากนางซักตัวนางจึงสำแดงเดชฟาดงวงฟาดงาด่ากราดผู้ขัดใจนางด้วยถ้อยคำอันหยาบคายอย่างเปิดเผย[3]และขับไล่ทุกคนออกไปให้พ้นจากจักรวาลของนางในทันที มีผู้ที่นางตราหน้าว่าเป็นคนบาปหยาบช้าถูกบึ้มทิ้งในครั้งนั้นนับแสน ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงไปจนถึงผู้ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรแต่ดันยืนอยู่ผิดที่เลยโดนลูกหลงบึ้มไปด้วย[4] สร้างความไม่พอใจแก่มนุษย์ผู้ตกเป็นเหยื่อและเกิดวิกฤตศรัทธาในตัวนางครั้งยิ่งใหญ่ สาวกจำนวนมากถึงแก่ตาสว่างและนำคำสอนของนางออกมาฉีกและเผาไฟทิ้ง แต่ขนของนางมิได้สะเทือนแม้ซักหนึ่งองคุลีเพราะนางยังคงปิดตัวเองไว้ในจักรวาลอันแสนสุขและสวยสมบูรณ์ของนางต่อไป และยืดอกอวบๆ คัพซีของนางอย่างภาคภูมิว่าชีวิตชั้นเริ่ดและสูงขึ้นอีกแล้วเพราะได้บึ้มเศษเดนมนุษย์หยาบคายไร้ค่าต่ำช้าพ้นไปสิ้น โดยมีสาวกที่ยังชาบูอูรานางและผู้ไม่รู้เรื่องอะไรแวดล้อมเช่นเดิม


ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ[แก้ไข]

จอห์น คัมมิ่งส์ นักวิจารณ์อิฐตัวหนอน วิเคราะห์ไว้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้แม่งไม่มีประเด็นเหี้ยอะไรเลยซักอย่างนอกจากความหลงผิดของเมพบระทานแต่เพียงผู้เดียวว่าเหตุการณ์ในเกมโรลเพลย์คือเหตุการณ์ในโลกจริง และหลงผิดว่าร่างอวตารก็คือตัวผู้เล่นเอง ไม่สามารถแยกแยะความจริงกับเรื่องสมมุติจากกันได้ ดังนั้นเมื่อร่างอวตารของผู้เล่นคนอื่นทะเลาะกับร่างอวตารของเมพบระทาน นางจึงคิดว่าผู้เล่นคนอื่นหาเรื่องทะเลาะกับนางและตอบโต้กลับอย่างรุนแรง ประกอบกับลักษณะความเป็นศูนย์กลางจักรวาลของนาง ทำให้นางไม่สามารถฟังและเข้าใจภาษามนุษย์ได้เลย นางจะได้ยินเสียงมนุษย์ปกติเป็นคลื่นความถี่สูงคล้ายเสียงยุงบินเท่านั้น
จอห์น เอฟ. ซีเกอรี่ นักประวัติศาสตร์ลักธิเมพบระทาน เผยแพร่บทวิเคราะห์วิชาเกินซึ่งทำนายถึงเหตุการณ์วันสิ้นโลกนี้ไว้ล่วงหน้าถึง 30 ปี[5] โดยอิงหลักฐานทางปะหวัดสาดว่าในอดีตเคยมีผู้ถูกขับจากจักรวาลของนางอยู่เรื่อยๆ และเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทว่าเหยื่อผู้ถูกขับจากจักรวาลมักไม่แคร์สื่อและไม่สนใจจะถือสาคนบ้า เรื่องจึงไม่ค่อยได้รับการเปิดเผยในวงกว้างอย่างที่ควรจะเป็น มีแต่ผู้ที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งเท่านั้นที่จะรู้เรื่องนี้ ไม่พบว่ามีปัจจัยเชื่อมโยงใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับการศึกษา รสนิยม ผลไม้ที่ชอบ มือข้างที่ถนัดหรือทัศนคติทางการเมืองระหว่างเหยื่อผู้ถูกขับแต่ละคน จึงสรุปว่าการถูกขับไล่ไม่มีความสัมพันธ์กับลักษณะนิสัยหรือกรุ๊ปเลือดตามความเชื่อดั้งเดิมแต่อย่างใด[6] ปัจจัยร่วมเพียงอย่างเดียวของเหยื่อทุกคนคือเป็นผู้ที่กล้าพูดในสิ่งที่ขัดใจนางเท่านั้น
ยังคงมีการถกเถียงในหมู่นักวิชากวนว่าการที่นางเรียกร้องให้มนุษย์ผู้ต้อยต่ำเลิกตอแหลกับนางนั้นชอบด้วยสามัญสำนึกหรือไม่ในเมื่อพูดความจริงด้วยแล้วนางก็รับไม่ได้อยู่ดี

คำสรรเสริญจากประชาชี[แก้ไข]

  • “มึงเป็นเหี้ยอะไรของมึง!!” —จอห์น เวิร์ตธิงตัน
  • “นี่มันการกระทำของเด็กชัดๆ มันไม่ค่อยเข้าท่า และคอมมอนเซนส์ก็ประหลาดๆ ด้วย” —จอห์น แฮริส เฟอร์โรว์
  • “เกรียนเมพชัดๆ มองสังคมจริงเป็นเกมออนไลน์รึไง คิดว่ากดรีเซ็ตแล้วทุกอย่างจะหายหมดสิ้นทุกอย่างหรือไงวะ นู้บว่ะ”—จอห์น ซีวิล เจอร์เนียม
  • “เรารู้ทันทีว่าเราไม่ควรคุยกับคุณอีกต่อไป มันก็เท่านั้นแหละเราไม่ขอคำอธิบาย เราไม่ขอเคลียร์ และขอให้จบ ขาดกันไป” —จอห์น ลาฟอร์แตเรีย
  • “สังเวชสัตว์โลก” —จอห์น ซีดาน กล่าวและยืนไว้อาลัย 3 นาทีพร้อมรอยยิ้มจางๆ
  • “เห็นความทุเรศเกินกว่าที่จะให้ไปเจ๊าะแจ๊ะจี๋จ๋าชวนกินข้าวเหมือนเดิม” —จอห์น สตีเฟนสัน กล่าวพร้อมกับจิบชาดาร์จีลิ่ง
  • “น่าเศร้าที่คนเรียน fact กับ logic มามากขนาดนั้น บกพร่องในการรับรู้ fact และมี logic ที่เพี้ยนขนาดนี้” —จอห์น ซี. ซุทเทอร์แลนด์
  • “ตราบใดที่ทำเป็นวางเฉย ทำเป็นไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าก็ยอมรับได้งั้นเหรอ? แปลว่าเค้าจะสามารถยอมรับได้ ต่อให้มีคนไปหน้าอย่างหลังอีกอย่างกับเค้าน่ะเหรอ?
” —จอห์น ฮูเธอร์สมิท
  • “กูจบ กูพอแล้ว” —จอห์น อินดิโคเซ่
  • “เราไม่น่ารู้จักกันเลย” —จอห์น เอส. คาลามิตุส กล่าวพร้อมกับซับน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าไหมจีนปักลายหงส์เหิร
  • “คบกันมาดีอยู่ ก้อแล้วทำมัยยย~ นัยวันนี้เทอดูเปี๊ยนปั๋ยยยย~ เหมือนมั่ยชั่ยคนเก่าที่เข้าจัย~ ก้อม่ายรุว่าเทอเปนอาัรัยยยย~...” —จอห์น แวนซ์ โอเวอริ่ง ครวญเพลงพร้อมเคาะอุคุเลเล่ตัวโปรดเป็นจังหวะ
  • “คนเรามันเป็นไปได้ขนาดนั้นเลย?” —จอห์น พอล เดอโรว์ กล่าวอย่างฉงนสนเท่ห์
  • “คัพซีจริงๆ เรอะ?” —จอห์น บาลิงก้า ผู้เดินผ่านมา
  • “กูว่าB14 เชื่อกู กูจับมาแล้ว” —จอห์น บาไลไลก้า พ่อทุกสถาบัน
  • “ประเมินจากสายตาแล้วคัพเอลบมากกว่าว่ะ” —จอห์น เมย์นาร์ด สมิธ ผู้เดินผ่านมาอีกที
  • “เค้าว่ากินปลาแล้วจะฉลาด แต่คงไม่มีผลในด้านสามัญสำนึกเท่าไร” —จอห์น นอนเล่น กล่าวพร้อมสับหัวปลาเทร้าท์อย่างเงียบงัน
  • “เขาว่าเขาชอบศึาษาจิตวิดยาย่า เพราะคนที่บ้านเขาไม่แสดงออกตรงๆ เขาต้องไปเก็บไปขบมาคิดเอง ขบไปขบมาแม่งบ้าคิดเองเออเองแม่งหมดสิ้น” —จอห์น โรเบิร์ด ซูเปอร์ พาว์เวอร์
  • “เราให้อภัยเธอเสมอนะ แต่เวลาเห็นเธอตกต่ำแล้วมันคันฝ่าเท้า” —จอห์น ออน เดอะ บีช
  • “ชอบเนยมั้ย?” —จอห์น พีนัตบัตเตอร์แซนวิช
  • “ป้าๆ... ลืมกินยา(ระงับประสาท)เหรอ?” —จอห์น โรเบิร์ต ฟิชเชอร์ หนึ่งในเหยื่อ


บูมปริ๊ดซบึ้ม[แก้ไข]

นี่แน่ะเก๊าก็สู้คนนะ
บูมปริ๊ดซบึ้มคือชื่อของเพลงบทหนึ่งซึ่งเชื่อกันว่าเป็นคาถาที่เมพบระทานใช้สำหรับประกอบพิธีบึ้มศัตรูและผู้ขัดใจนางให้สิ้นไปจากจักรวาล ตำนานเล่าว่าบูมปริ๊ดซบึ้มถูกสลักไว้เป็นอักษรคูนิฟอร์มบนหลักศิลาอาถรรพ์และถูกเก็บไว้ในห้องแห่งความลับภายในโรงเรียนเวทย์มนต์แห่งหนึ่งบนเกาะอังกฤษโดยมีผู้คุมวิญญาณคอยเฝ้า แต่ถูกนักเล่นแร่แปรธาตุถั่วหมั่นหลีหม่งตราเจดีย์คู่บุกเข้าไปชิงมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 จากนั้นก็หายสาบสูญไป คงเหลือแต่เอกสารบันทึกเกี่ยวกับเนื้อความของบูมปริ๊ดซบึ้มเท่านั้น
จอห์น สตราโตสเฟียร์ (1963-1997) เป็นผู้บันทึกและเผยแพร่การมีอยู่ของบทเพลงบูมปริ๊ดซบึ้มเป็นครั้งแรกในข้อเขียนอันอื้อฉาวของเขาซึ่งตีพิมพ์ลงใน Ruenglaochaonee ฉบับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ปีฉลู[7] เขากล่าวอ้างว่าได้ข้อมูลมาจากการสัมภาษณ์แหล่งข่าวผู้หนึ่งซึ่งเป็นอดีตสาวกใกล้ชิดที่เคยเป็นสักขีพยานในพิธีปริ๊ดซบึ้ม เชื่อว่าถ้อยคำในเพลงนี้มีเนื้อหาอัญเชิญพลังจักรวาลอันศักดิ์สิทธฺ์ให้มาสถิตร่างเพื่อใช้กำจัดศัตรูของเมพบระทาน แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์นั้นจึงเชื่อกันว่ามีแต่เมพบระทานเท่านั้นที่จะสามารถใช้เพลงนี้เพื่ออัญเชิญพลังได้ หากคนธรรมดานำบทเพลงนี้มาขับร้องจะประสบแต่โชคร้าย ไปไหนก็ถูกนกพิราบอึใส่หัว พนักงานเซเว่นเมิน รถเมล์คันที่จะขึ้นวิ่งผ่านหน้า เพื่อนลืมโทรบอกว่าเลื่อนสอบ และถูกพลังบดขยี้จนเสียสติในที่สุด จอห์น สตราโตสเฟียร์ได้ระบุไว้ในตอนท้ายของข้อเขียนของเขา[8]ว่าเขาได้ทดลองร้องเพลงนี้ด้วยตัวเองในห้องน้ำแล้วเมื่อเช้าขณะอาบน้ำ ปรากฏว่าทันทีที่ร้องจบน้ำประปาก็ไม่ไหล พอก้มลงจะเก็บสบู่ก็รู้สึกหน้ามืดเกือบล้มหัวฟาดก๊อกน้ำตาย แถมยังถูกเพื่อนบ้านปากระถางดอกเบญจมาศใส่หน้าต่างห้องน้ำอีกด้วย ชะรอยจะเป็นเพราะเพลงบูมปริ๊ดซบึ้มนี้เป็นแม่นมั่น ขอให้ผู้อ่านจงระวังอย่านำเนื้อเพลงที่ตีพิมพ์นี้ไปร้องเล่นเด็ดขาด
เนื้อเพลงที่ถอดเป็นอักษรโรมันแล้วมีดังนี้


PRITZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZ BOOM
HURRAH HURRAH HA HA HA FUS RO DAH HA HA HEY HEI
SURE SURE SURE I SURE
CHEER CHEER CHEER I CHEER
HEAR HEAR HEAR I HEAR
PRITZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZ BOOM



อ้างอิง[แก้ไข]


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง[แก้ไข]