ไข้หวัดแม้ว

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Hi talim.jpg
บทความนี้มีเนื้อหาเข้าข้างโจรโพกผ้าเหลือง ศาสนาสลิ่ม และพรรคในตำนานของเทย

ผู้ติดเชื้อไวรัสแม้วซิตี้ฯ พลพรรคกองทัพแดง ผู้สนับสนุนพรรคเผาเทย ผู้สนับสนุนพรรคส้มเฉา ผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายแดงต่างๆ ผู้บ้าคลั่งป่าช้าดริฟผ้าไตร กดตัว X ที่มุมขวาบนโลด อนึ่งบทความที่มีแม่แบบนี้จะถูกถือว่าไม่เป็นกลางทันที


วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “โรคไข้หวัดแม้ว” ที่น่าห่วงกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ"ไข้หวัดแม้ว"ซึ่งจากการศึกษาวิจัย เราได้พบว่า ขณะนี้ เชื้อร้าย ไข้หวัดแม้วกำลังแพร่ระบาดเข้าไทย โดยเฉพาะแถบภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อาการของผู้ติดเชื้อไข้หวัดแม้ว(โรคเรื้อนแดง)[แก้ไข]

ลักษณะอาการของผู้ติดเชื้อไข้หวัดแม้ว หรือ โรคเรื้อนแดง(ข้อมูลเกือบตกรอบ)


  1. ผู้ได้รับเชื้อจะมีอาการเพ้อ ละเมอหาแต่พ่อแม้ว
  2. จะมีอาการคลั่งแม้วอย่างหนัก เห็นนช.แม้วเป็นศูนย์กลางของทุกๆสรรพสิ่ง แม้วทำอะไรก็ไม่ผิด(กฎหมายต่างหากที่เขียนผิด) แม้วคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต บางรายมีอาการคล้ายๆเกรียนในร้านเกมที่ไม่ได้เสพโดจินมาหลายวัน
  3. ผู้ติดเชื้อไข้หวัดแม้วที่มีอาการกำเริบอย่างรุนแรง จะมีอาการ “เกรียน” ในชีวิตจริง(ไม่ใช่แค่ในโลกไซเบอร์) เนื่องจากระบบการทำงานด้าน EQ สติสัมปชัญญะ และระบบควบคุมอารมณ์ล้มเหลวชนิดเฉียบพลันทำให้เกิดสัญชาติญาณสัตว์ป่าเข้ามาแทนที่ และจะแสดงอาการดังต่อไปนี้
  • คิดว่าชีวิตจริงเป็นแบบในเกมส์ GTA ที่สามารถไปยึดรถแก๊ส แล้วขับไประเบิดชุมชนได้
  • สามารถถือมีดถือไม้ ไปไล่ฆ่าคนกลางถนนสาธารณะ หรือเผารถเมล์ ทุบทำลายรถยนต์ได้เหมือนในเกมส์ออนไลน์บางประเภท ..รวมทั้งชอบขว้างปาสิ่งของ (อาจเพราะกำลังคิดว่าว่าตัวเองอยู่ในเกมส์อย่าง SF หรือ เคาน์เตอร์สไตรค์ ที่กำลังเขวี้ยงน้อยหน่าใส่ฝ่ายตรงข้าม)
  1. เห็นแม้วเป็นศูนย์กลางของทุกๆสิ่ง
  2. เพ้อ หลงคิดว่ากลุ่มคนที่มีอาการเดียวกันตนนั้น เป็นศูนย์กลางของระบอบประชาธิปตาย และศูนย์กลางของประชาชนทั้งประเทศด้วย ...(ประมาณว่าพวกกูจะไล่ตื้บใครก็ไม่ผิด)
  3. มีอาการแพ้ความจริง/ความดี/หลักฐานข้อเท็จจริง ไม่กล้าตอบโต้ด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง พอเถียงสู้ไม่ได้ก็จะแถ ด่า หรือไม่ก็เบี่ยงออกไปเรื่องอื่นได้อย่างน้ำขุ่นๆ และยังชอบพูดแต่ความเท็จกลับไปกลับมา
  4. มีระดับ IQ ต่ำกว่ามาตรฐาน สังเกตได้จากกรณีตัวอย่างต่อไปนี้
  • มีคนไปหลอกว่าเป็นเจ้าเมืองนั้น เจ้าเมืองนี้กลับชาติมาเกิด ก็เชื่ออย่างเป็นตุเป็นตะ
  • โดนหลอกว่ามีคนตายเป็น100ในวันสงเกรียน ก็เชื่ออย่างเป็นตุเป็นตะเช่นกัน
  1. ปกป้องแม้วยิ่งกว่าชีวิต ใครไปด่าแม้วให้ได้ยินก็จะเกิดอาการ “บ้า” ขึ้นมาทันที
  2. ต่อมคุณธรรม-จริยธรรมหรือต่อมสามัญสำนึกชำรุดเสียหาย หรือทำงานล้มเหลว หรือทั้งสองอย่าง ทำให้เห็นผิดเป็นชอบ .....เช่น .....เห็นการโกงกิน และยัดห่าเป็นเรื่องน่าบูชา ยกย่อง ...เห็นการถือมีดถือไม้ไปไล่ฆ่าคนที่คิดต่างทางการเมือง ตลอดจนการเผาบ้านเผาเมือง ขว้างปาสิ่งของ คือการแสดงออกทางประชาธิปตาย
  3. มีอาการแปรปรวนทางด้านอุดมการณ์ ความคิด ทัศนะคติอย่างเฉียบพลันรุนแรง ............เช่น .......บางคนเกลียดตะหาร เกลียดรัฐประจานเข้ากระดูกดำ .......แต่ถ้า ผู้นำการรัฐประจานเป็นแม้ว ตะหารผู้ก่อการเป็นตะหารลูกกะเป๋งแม้ว ....พวกนี้ก็จะกลายเป็นพวกที่รักรัฐประจานขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน จนคนรอบข้างต้องพากันตะลึงอึ้งกิมกี่ เพราะความคิด ทัศนะคติสามารถพลิกจากหน้ามือเป็นหลังตรีนได้ภายในชั่วพริบตา
  4. เวลาเห็นสีเหลืองเยอะๆ จะมีอาการคลุ้มคลั่ง ควบคุมสติอารมณ์ไม่อยู่ ทุรนทุราย บางรายอาจมีน้ำลายฟูมปาก แต่ถ้าเห็นสีแดงเข้าเมื่อไหร่จะมีอาการฮึกเหิม ยิ่งถ้ามีกันมากๆ ต่อมคุณธรรมจริยธรรมจะหยุดทำงาน ขาดสติ สามารถปลุกระดมชักชวนกันไปเผาบ้านเผาเมือง ก่อจลาจล และทำร้ายประเทศชาติส่วนรวมได้โดยไม่ยั้งคิด

พาหะของโรคไข้หวัดแม้ว[แก้ไข]

  1. ตัวแพร่กระจายเชื้อ เช่น แกนนำเรื้อนแดง ผู้ทำมาหากินกับการรับจ้างป่วนบ้านป่วนเมืองไปวันๆ
  2. เงินตราในรูปแบบต่างๆ
  3. เสียงโฟนอินของท่านผู้นั้น
  4. สัตว์ที่เป็นพาหะของโรคไข้หวัดแม้ว เช่น หมา,ควาย และ เหี้ย รวมทั้งนอปอเกรียนที่รับจ้างเห่าหอนร้องเชียร์พ่อแม้วตามเว็บบอร์ดและสื่อต่างๆ รวมไปถึงเกรียนบางจำพวกที่เพ่นพ่านอยู่ตามเว็บบอร์ดในสังคมออนไลน์และตามร้านเน็ท
  5. ผู้ที่เป็นกลางบางรายที่แสดงกิริยาเฉยๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวในสถานการณ์ที่มิควร อาจเป็นพาหะของโรคหวัดแม้วโดยไม่ทราบมาก่อนได้ เพราะพาหะประเภทนี้จะไม่แสดงอาการคลั่งแม้วแบบผู้ติดเชื้อ
  6. สื่อต่างๆ ที่มีเชื้อไข้หวัดแม้วสอดไส้ปลอมปนเข้ามา (เช่นหนังสือพิมพ์ที่ชอบพาดหน้าหนึ่งด้วยข่าวฆ่ากันตาย ข่าวชาวบ้านแห่ขอหวย ฯลฯ )
  7. สถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นแหล่งแพร่เชื้อไข้หวัดแม้ว เช่น ในรถโดยสารสาธารณะ(อย่าง แท็กซี่ ฯลฯ) ในวงกาแฟ ในงานเสวนาทางวิชาการ(ที่เกี่ยวกับการเมือง)ทั้งหลายแหล่ ที่ไปเชิญเอาวิทยาการที่เป็นโรคไข้หวัดแม้วเข้ามา

กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเฝ้าระวังการติดเชื้อ[แก้ไข]

  1. ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ไม่เปิดหูเปิดตารับข้อมูลข่าวสารหลายๆด้าน
  2. ผู้มีสติปัญญาต่ำ ความสามารถในการใช้วิจารณญาณไม่แข็งแรง
  3. ผู้มีต่อมคุณธรรม จริยธรรมบกพร่อง เห็นการทุจริตคอรัปชั่นเป็นความเก่ง เป็นความน่ายกย่อง
  4. ผู้ที่มีอาการตาโต หรือตาวาวผิดปกติ เมื่อเห็นสิ่งเร้าบางชนิด(เช่น เห็นเงิน)
  5. ผู้ที่ฝึกวิทยายุทธ์จำพวก “คัมภีร์ดาวแดง” อย่างหักโหม หรือฝึกผิดกระบวนท่าจนธาตุไฟแตก จึงโดนไข้หวัดแม้วเข้าแทรกและลุกลามขึ้นสมอง
  6. ผู้มีอาการที่เรียกว่า “สันหลังหวะ”
  7. ผู้ที่วันๆ เอาแต่ “เกรียน” อยู่ในโลกไซเบอร์ (โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ด) บริโภคข้อมูลข่าวสารน้อย เป็นโรคขาดสารอาหารทางปัญญา และมีภูมิต้านทางทางสติปัญญาต่ำ จึงเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไข้หวัดแม้วจากตัวพาหะนำโรค
  8. ผู้ที่บริโภคหญ้าเป็นประจำ จนคอโรฟิลด์อุดตันในสมอง

การรักษา[แก้ไข]

การปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อไข้หวัดแม้ว การรักษา และการเฝ้าระวังอาการ มีวิธีปฏิบัติดังนี้


ในรายที่อาการไม่รุนแรง อาจเฝ้าระวัง อย่าให้พัฒนาไปเป็นอาการระดับรุนแรง โดยการให้งดบริโภคสื่อที่เป็นพาหะของโรคไข้หวัดแม้วทุกชนิด (เช่น เลวทีวี วิทยุชุมชน ฯลฯ) งดคลุกคลีกับผู้ที่ติดเชื้อด้วยกัน และห้ามไปในที่ที่มีสีแดงเยอะๆ เป็นอันขาด พร้อมทั้งให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริง ประกอบด้วยเหตุและผล ถ้าผู้ติดเชื้อมีปัญญา กับ ต่อมคุณธรรม จริยธรรมไม่อ่อนแอเกินไป ก็สามารถที่จะหายขาดได้เลย

ในรายที่มีอาการติดเชื้อไข้หวัดแม้วชนิดรุนแรง ให้ปฏิบัติตามนี้

  1. ระวังอย่าให้อาการกำเริบ งดของแสลงโดยเด็ดขาด อย่าให้เห็นวัตถุที่มีสีเหลือง,ฟ้า หรือเขียวเยอะๆ เพราะผู้ป่วยอาจเกิดอาการชักดิ้นชักงอ น้ำลายฟูมปาก หรือคลุ้มคลั่งได้ รวมทั้งอย่าเพิ่งด่าหรือวิจารณ์พ่อแม้วให้ผู้ป่วยได้ยิน .........และ อย่าให้เห็นวัตถุสีแดง หรือวัตถุทรงสี่เหลี่ยม (รวมทั้งคนที่มีหน้าเป็นรูปสีเหลี่ยม) เพราะอาจเกิดอาการเพ้อ หรือไม่ก็ “บ้า” อยากเผาทำลายทรัพย์สิน หรือเกิดภาวะ “เกรียน” แทรกซ้อน ซึ่งจะเป็นอันตรายกับคนรอบข้าง
  2. ถ้ามีอาการทุรนทุราย อยากเสพย์หญ้า อยากไปกินหญ้าที่สนามหลวง(หรือที่ไหนก็ตาม) อยากบริโภคข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่เลียไข่แม้ว .....พยายามหาสื่อที่เป็นกลางๆมาให้เสพย์เพื่อบรรเทาอาการ ....ถ้าไม่ได้ผล ให้ “หักดิบ” ด้วยการ “ตบเกรียน” หรือไม่ก็ “กระทืบ” .......... หรือใช้กฏหมายอาญาลักษณะเกรียน ลงโทษ
  3. ในรายที่อาการกำเริบรุนแรงถึงขั้นออกมาอาละวาดไล่ทุบทำลาย เผาทรัพย์สิน (เช่นรถเมล์ ฯลฯ) ขว้างปาสิ่งของในที่สาธารณะ ให้ระงับอาการด้วย ท็อปบู๊ท กระบอง แก๊สน้ำตา ฯลฯ .........จากนั้นก็ให้รีบส่งตัวเข้ารักษาในคุกโดยด่วน ..........
  4. สำหรับรายที่อาการไม่กำเริบ หรือหยุดกำเริบแล้ว ให้รักษาด้วยการใช้ปัญญาบำบัด หรืออาจจะทำควบคู่กับการ ฉายรังสีจาก “จอเหลือง” เข้าทางประสาทตา ประสาทหู จนกว่าจะหาย
  5. จับส่งตัวไปยังสถานบำบัดผู้ติดเชื้อไข้หวัดแม้ว ที่บ้านริมน้ำเจ้าพระยา
  6. สำหรับสิ่งมีชีวิตในโลกไซเบอร์ที่ทำตัวเป็นสัตว์พาหะแพร่เชื้อไข้หวัดแม้ว อย่างเช่น พวกเควี่ย พวกเกรียนบางจำพวก ในเบื้องต้นให้ทำการรักษาโดยพยายามให้อาหารทางปัญญา ให้ข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงก่อน หากไม่ได้ผล เพราะมีอาการคลั่งแม้วขึ้นสมอง และเริ่มมีอาการ “ดื้อยา” (เช่น เริ่มแถ หรือ ด่า ) ก็ให้ทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะขนาดแรงดังต่อไปนี้
  • ตบเกรียนแตกคาเว็บบอร์ด
  • กระทืบคาเว็บบอร์ด
  • เรียกพวกจากเว็บในฝ่ายสีเหลืองด้วยกัน(เช่นเว็บ manager) มารุมกระทืบ ..
  1. การบำบัดต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่เริ่มหายแล้ว ให้รับประทานอาหารสมอง อาหารทางสติปัญญา พร้อมกับใช้มโนธรรมบำบัดปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะให้เห็นโทษภัยของการคอรัปชั่น เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน บางรายอาจต้องจับฉีดยาป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีก
  2. กรณีที่รักษาด้วยวิธีไหนก็ไม่หาย หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ ก็ให้วางอุเบกขา แล้วถือว่าสัสโลกล้วนมีกรรมเป็นของมัน เพียงแต่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้อาการกำเริบจนถึงขั้นออกไปทุบทำลาย ขว้างปาสิ่งของหรือไล่กัดใครได้อีก

ข้อมูลเก็บตก เกี่ยวกับมาตรการ ควบคุม สกัดกั้น ทำลายเชี้อไข้หวัดแม้ว[แก้ไข]

อาจะต้องกำจัดเกรียนที่เป็นตัวหัวหน้าในการแพร่กระจายเชื้อ เช่น 3 เกลอหัวเกรียน หรือไม่ก็ฆ่าหน้าเหลี่ยมตัวเดียว ก็จะทำให้ผู้ติดเชื้อรวมทั้งตัวพาหะต่างๆหมดฤทธิ์ไปด้วย

ทริคการกำจัด 3 เกลอหัวเกรียน(บอส) .....แนะนำให้ใช้อาวุธ “มือตบทอง” ที่ผ่านการตีบวกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 7 ขั้น หรือมือตบหลอมขั้นเทพ (ยิ่งใส่หินอ๊อฟชั่น ประเภทหินกาย หรือหินแม่นเกรดสูงๆด้วยยิ่งดี)
วิธีใช้
ย่องเข้าไปข้างหลัง 3 เกลอหัวเกรียน แล้ว เปิดด้วยกระบวนท่า “ตบเกรียน” โดยการตบในลักษณะ “เสยขึ้น” (หรือ “ท่าเช็ดเหม่ง”) .(ซึ่งจะทำให้ติดสถานะหลับได้) จากนั้นก็ต่อด้วย สกิลคอมโบ ตามใจชอบ
#ระดมเกรียนระดับเทพที่มีเลเวลสูงๆ จากทุกๆฝ่ายที่ต่อต้านระบอบทุจศีล มารวมตัวกันเป็น “กิลด์” (Guild) ....แล้วจึงแบ่งเป็นกลุ่ม จัดปาร์ตี้ (จัดตี้) ออกไปไล่ตั๊นพวกเกรียนทาสแม้ว ที่กำลังแพร่เชื้ออยู่ตามเว็บบอร์ดต่างๆ 



ทริคการ“จัดตี้” เพื่อออกไปไล่กระทืบพวกเกรียนทาสแม้วที่แพร่เชื้อไข้หวัดแม้ว
ตามเว็บบอร์ดต่างๆนั้น แนะนำว่า ควรเอา “สายเมจ”(สายInt) ที่มีข้อมูลแน่นๆ สติปัญญาความรู้แก่กล้าเป็นตัวหลัก นอกจากมานา(MP)สูงแล้วควรอัพสเตตัส ค่าความแม่นยำ(ในข้อมูลข่าวสาร) ให้สูงไว้ด้วย เพราะ พวกเกรียนทาสแม้วจะแถเก่ง หลบเลี่ยงเบี่ยงประเด็นเก่ง แต่ถ้าค่าความแม่นยำสูง โอกาสติด คริติคอล ก็จะสูงด้วย (คือยิงข้อมูลข่าวสารออกไปแล้วทำให้มันหน้าหงายถึงกับ เถียงไม่ออก) อีกตัวที่สำคัญไม่แพ้กัน ในการจัดตี้ ก็คือ “สายวอ”(สาย str) ....กรณีที่ทาสแม้วเริ่มตะแบง เริ่มโพสต์ด่าหยาบๆ (เพราะเถียงไม่ออก) ...สายเมจที่มีพลังป้องกันต่ำ(หน้าบาง) จะเสียเปรียบ .........จึงต้องให้สายวอที่มี “ค่าความเกรียน” สูงๆ มาเป็นตัวชน ส่วนสายพระ หรือ สายบัฟ – สายฮิล ที่มีข้อมูลข่าวสารไม่มาก และค่าความเกรียนไม่สูงเท่า 2 สายแรก ก็จะคอย comment สนับสนุนวอกับเมจ