ไร้ชีวประวัติ:โรคกล้วยชัก
จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
|
ยินดีต้อนรับสู่ไร้ชีวประวัติ |
|
บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ ไร้ชีวประวัติ, แหล่งรวมชีวประวัติเพื่อนบ้านแห่งไร้สาระนุกรม |
โรคกล้วยชัก (ภาษาอังกฤษ : Bananepilepsy (อ่านว่า บานาเนพพิลเล็บซี่) = Banana + Epilepsy) เป็นโรคชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายโรคลมชัก
ปรากฏโรคนี้ครั้งแรกกับ อัครชัก สืบพันธุ์
สารบัญ |
[แก้ไข] การเกิดโรคนี้
โรคนี้เกิดจากวันหนึ่ง อัครชัก สืบพันธุ์ หรือนายจิ้งเหลนญี่ปุ่น ได้ไปห้องทดลองเคมีเกี่ยวกับปฏิกิริยาของการเป็นเลิศ
แต่อัครชักซึ่งตอนนั้นสมองดีมาก ได้แอบทดลองการดัดแปลงเซลล์ของโรคลมชักเล่นเล่น แก้เซ็ง
และแล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ระหว่างที่อัครชักกำลังจะทำลายเซลล์โรคนั้นทิ้ง เซลล์กลับเกิดการกลายพันธุ์
เซลล์มันกลายพันธุ์เพราะอะไรรู้มั๊ย? มันกลายเพราะมันได้กลิ่นกล้วยที่นายกล้วยแอบเอาไปกินในห้องแล็บ![]()
— คำพูดของผู้เห็นเหตุการณ์
เมื่อเซลล์กลายพันธุ์ เซลล์นี้คือเซลล์โรคกล้วยชักนั่นเอง ซึ่งมันได้เข้าไปในร่างกายของอัครชัก สืบพันธุ์เรียบร้อยแล้ว
ระหว่างที่อัครชักยังไม่รู้ตัวนั้นว่าตนได้ติดโรค เขาเริ่มมีอาการปวดแขนปวดหัวปวดตัวปวดไหล่ปวดไข่ปวดนิ้วปวดคิ้วปวดเอว ขึ้นอย่างรุนแรง
แต่เรื่องไม่แย่ไปกว่านั้น เซลล์โรคเหล่านี้ จะมีชีวิตรอดเมื่ออยู่ใกล้กล้วยเท่านั้น เมื่อนายกล้วยกินกล้วยหมด เซลล์เหล่านี้ก็ตายทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่เซลล์เดียว
อย่างไรก็ตามถึงอัครชัก สืบพันธุ์จะหายจากโรคนี้แล้ว เซลล์สมองของเขาก็ได้ถูกทำลายไปมาก จนทำให้ยังคงมีอาการโรคกล้วยชักอยู่บ้าง จนปัจจุบัน
ดังนั้นอัครชัก จึงเป็นคนเดียวที่เป็นโรคกล้วยชัก.
[แก้ไข] อาการของผู้ป่วย
ผู้ป่วยจะเป็นเหมือนคนปกติ(หรือจิ้งเหลนปกติ)ทั่วไป แต่เมื่อใดก็ตามที่เห็นกล้วยที่ปอกเปลือกแล้วนั้น ผู้ป่วยจะขาดสติ ไม่สามารถโต้ตอบได้
เนื่องจากเซลล์สมองจะถูกเปลี่ยนแปลงยีนไปหลายส่วน ทำให้ระบบการควบคุมพฤติกรรมนั้นเปลี่ยนไป
มันเป็นเกย์...![]()
— เอกกะเสียบ นอนที่วัดพูดหลังจากโดนอัครชักขณะที่อาการกำเริบกระทำชำเรา
นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะมีน้ำลายไหลตลอดเวลาจนกว่ากลิ่นกล้วยนั้นจะหายไป
เมื่อกลิ่นกล้วยหายไปแล้ว ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
[แก้ไข] ทำอย่างไรเมื่ออาการกำเริบ
ต้องหาต้นตอของกล้วยนั้นให้เจอ โดยอาจจะใช้เครื่องวัดรังสีกล้วย หาไปทั่วๆจนกว่าจะเจอ แล้วทำข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ให้ผู้ป่วยกินกล้วยนั้น
- ขว้างกล้วยออกไปไกลไกล
- เอานิวเคลียร์มาลงซะ
[แก้ไข] โรคนี้ติดต่อหรือเปล่า?
โรคนี้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงมาก เมื่อผู้ใดเข้าใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1mm ก็มีโอกาสติดถึง 95%แล้ว แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเชื้อโรคได้หมดไปแล้ว มีแต่ผู้ป่วยที่มีอาการเมาค้างอยู่เท่านั้นเอง
[แก้ไข] การรักษา
ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ได้ ผู้ป่วยโรคนี้จะต้องกินกล้วยไปตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตามมีกลุ่มคนที่ต้องการจะช่วยอัครชัก สืบพันธุ์ ให้พ้นจากโลกโรค นี้
จึงมีการศึกษาเกี่ยวกับเซลล์ชนิดนี้มานาน แต่เนื่องจากเซลล์ที่ทำให้เกิดโรคนี้ตายหมดแล้ว การศึกษาจึงดำเนินต่อไปไม่ได้
นักวิทยาศาสตร์ ที่ศึกษาเรื่องยี้แบ่งออกเป็นหลายแขนง
[แก้ไข] ศึกษาการสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่
การศึกษานี้เป็นที่นิยมมาก เพราะครั้งแรกที่อัครชักสร้างเซลล์นี้ขึ้นมาง่ายๆในห้องแล็บ แต่นักวิทยาศาสตร์กลับไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้
จึงมีการตั้งสมมติฐานว่า เซลล์โรคกล้วยชักนี้ เกิดจากการผสมกันของนิวเคลียสของเซลล์สามชนิดอันได้แก่
1. เซลล์บริเวณอวัยวะเพศชายของจิ้งเหลนยี่ปุ่น
2. เซลล์ของโรคลมชักทั่วไป
3. เซลล์เนื้อกล้วย
ซึ่งผสมผสานกัน และกระตุ้นการผสมด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มาจากการเป็นเลิศ แล้วจึงเป็นโรคบานาเนพพิลเล็บซี่ นี้
คุณจะสังเกตได้ว่า นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ ชอบไปวิ่งไล่หาอวัยวะเพศจิ้งเหลนจีนัสTan เพื่อเอามาทดลอง แต่พวกเขาก็ไม่เคยสำเร็จซะที![]()
— ชีวัน อันลี่ยูกล่าว
[แก้ไข] ศึกษาเนื้อสมองของผู้ป่วย
การศึกษาในด้านนี้ มีผู้ศึกษาคือ เอกกะเสียบ นอนที่วัด เพียงคนเดียว
โดยเอกกะเสียบ จะไปเฉือนเนื้อสมองของอัครชัก มาศึกษาว่าการอะไรขึ้นกับเซลล์ แล้วพยายามหาทางแก้
จนปัจจุบัน อัครชักมันโดนเฉือนจนกลายเป็นจิ้งเหลนแอ๊บแบ๊วไปแล้ว โดยที่ไอเอกก็ยังหายาไม่ได้![]()
— ชีวัน อันลี่ยูกล่าว