ไร้ชีวประวัติ:โรคกล้วยชัก

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง

(เปลี่ยนทางมาจาก โรคกล้วยชัก)


UNBIOGRAPHY

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ชีวประวัติ
แหล่งรวมชีวประวัติลวงของคนข้างบ้านที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2553 เวลา 08:56 น. ตามเวลาท้องถิ่น

โรคกล้วยชัก (ภาษาอังกฤษ : Bananepilepsy (อ่านว่า บานาเนพพิลเล็บซี่) = Banana + Epilepsy) เป็นโรคชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายโรคลมชัก

ปรากฏโรคนี้ครั้งแรกกับ อัครชัก สืบพันธุ์

สารบัญ

[แก้ไข] การเกิดโรคนี้

โรคนี้เกิดจากวันหนึ่ง อัครชัก สืบพันธุ์ หรือนายจิ้งเหลนญี่ปุ่น ได้ไปห้องทดลองเคมีเกี่ยวกับปฏิกิริยาของการเป็นเลิศ

แต่อัครชักซึ่งตอนนั้นสมองดีมาก ได้แอบทดลองการดัดแปลงเซลล์ของโรคลมชักเล่นเล่น แก้เซ็ง

และแล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ระหว่างที่อัครชักกำลังจะทำลายเซลล์โรคนั้นทิ้ง เซลล์กลับเกิดการกลายพันธุ์

Cita3.pngเซลล์มันกลายพันธุ์เพราะอะไรรู้มั๊ย? มันกลายเพราะมันได้กลิ่นกล้วยที่นายกล้วยแอบเอาไปกินในห้องแล็บCita4.png
                 — คำพูดของผู้เห็นเหตุการณ์

เมื่อเซลล์กลายพันธุ์ เซลล์นี้คือเซลล์โรคกล้วยชักนั่นเอง ซึ่งมันได้เข้าไปในร่างกายของอัครชัก สืบพันธุ์เรียบร้อยแล้ว

ระหว่างที่อัครชักยังไม่รู้ตัวนั้นว่าตนได้ติดโรค เขาเริ่มมีอาการปวดแขนปวดหัวปวดตัวปวดไหล่ปวดไข่ปวดนิ้วปวดคิ้วปวดเอว ขึ้นอย่างรุนแรง

แต่เรื่องไม่แย่ไปกว่านั้น เซลล์โรคเหล่านี้ จะมีชีวิตรอดเมื่ออยู่ใกล้กล้วยเท่านั้น เมื่อนายกล้วยกินกล้วยหมด เซลล์เหล่านี้ก็ตายทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่เซลล์เดียว

อย่างไรก็ตามถึงอัครชัก สืบพันธุ์จะหายจากโรคนี้แล้ว เซลล์สมองของเขาก็ได้ถูกทำลายไปมาก จนทำให้ยังคงมีอาการโรคกล้วยชักอยู่บ้าง จนปัจจุบัน

ดังนั้นอัครชัก จึงเป็นคนเดียวที่เป็นโรคกล้วยชัก.

[แก้ไข] อาการของผู้ป่วย

ถ้าจ้องรูปนี้แล้วคุณน้ำลายไหลไม่หยุด แสดงว่าติดโรคแล้วละ

ผู้ป่วยจะเป็นเหมือนคนปกติ(หรือจิ้งเหลนปกติ)ทั่วไป แต่เมื่อใดก็ตามที่เห็นกล้วยที่ปอกเปลือกแล้วนั้น ผู้ป่วยจะขาดสติ ไม่สามารถโต้ตอบได้

เนื่องจากเซลล์สมองจะถูกเปลี่ยนแปลงยีนไปหลายส่วน ทำให้ระบบการควบคุมพฤติกรรมนั้นเปลี่ยนไป

Cita3.pngมันเป็นเกย์...Cita4.png
                 — เอกกะเสียบ นอนที่วัดพูดหลังจากโดนอัครชักขณะที่อาการกำเริบกระทำชำเรา

นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะมีน้ำลายไหลตลอดเวลาจนกว่ากลิ่นกล้วยนั้นจะหายไป

เมื่อกลิ่นกล้วยหายไปแล้ว ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

[แก้ไข] ทำอย่างไรเมื่ออาการกำเริบ

ต้องหาต้นตอของกล้วยนั้นให้เจอ โดยอาจจะใช้เครื่องวัดรังสีกล้วย หาไปทั่วๆจนกว่าจะเจอ แล้วทำข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ให้ผู้ป่วยกินกล้วยนั้น
  • ขว้างกล้วยออกไปไกลไกล
  • เอานิวเคลียร์มาลงซะ

[แก้ไข] โรคนี้ติดต่อหรือเปล่า?

โรคนี้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงมาก เมื่อผู้ใดเข้าใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1mm ก็มีโอกาสติดถึง 95%แล้ว แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเชื้อโรคได้หมดไปแล้ว มีแต่ผู้ป่วยที่มีอาการเมาค้างอยู่เท่านั้นเอง

[แก้ไข] การรักษา

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ได้ ผู้ป่วยโรคนี้จะต้องกินกล้วยไปตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตามมีกลุ่มคนที่ต้องการจะช่วยอัครชัก สืบพันธุ์ ให้พ้นจากโลกโรค นี้

จึงมีการศึกษาเกี่ยวกับเซลล์ชนิดนี้มานาน แต่เนื่องจากเซลล์ที่ทำให้เกิดโรคนี้ตายหมดแล้ว การศึกษาจึงดำเนินต่อไปไม่ได้

นักวิทยาศาสตร์ ที่ศึกษาเรื่องยี้แบ่งออกเป็นหลายแขนง

[แก้ไข] ศึกษาการสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่

การศึกษานี้เป็นที่นิยมมาก เพราะครั้งแรกที่อัครชักสร้างเซลล์นี้ขึ้นมาง่ายๆในห้องแล็บ แต่นักวิทยาศาสตร์กลับไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้

จึงมีการตั้งสมมติฐานว่า เซลล์โรคกล้วยชักนี้ เกิดจากการผสมกันของนิวเคลียสของเซลล์สามชนิดอันได้แก่

1. เซลล์บริเวณอวัยวะเพศชายของจิ้งเหลนยี่ปุ่น

2. เซลล์ของโรคลมชักทั่วไป

3. เซลล์เนื้อกล้วย

ซึ่งผสมผสานกัน และกระตุ้นการผสมด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มาจากการเป็นเลิศ แล้วจึงเป็นโรคบานาเนพพิลเล็บซี่ นี้

Cita3.pngคุณจะสังเกตได้ว่า นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ ชอบไปวิ่งไล่หาอวัยวะเพศจิ้งเหลนจีนัสTan เพื่อเอามาทดลอง แต่พวกเขาก็ไม่เคยสำเร็จซะทีCita4.png
                 — ชีวัน อันลี่ยูกล่าว

[แก้ไข] ศึกษาเนื้อสมองของผู้ป่วย

การศึกษาในด้านนี้ มีผู้ศึกษาคือ เอกกะเสียบ นอนที่วัด เพียงคนเดียว

โดยเอกกะเสียบ จะไปเฉือนเนื้อสมองของอัครชัก มาศึกษาว่าการอะไรขึ้นกับเซลล์ แล้วพยายามหาทางแก้

Cita3.pngจนปัจจุบัน อัครชักมันโดนเฉือนจนกลายเป็นจิ้งเหลนแอ๊บแบ๊วไปแล้ว โดยที่ไอเอกก็ยังหายาไม่ได้Cita4.png
                 — ชีวัน อันลี่ยูกล่าว



เครื่องมือส่วนตัว