สมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

สมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน
Federation of the Nomadic People

สหพันธรัฐแห่งชาวเร่ร่อน

ธงชาติ ตราประจำชาติสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน
ธงชาติสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน ตราประจำชาติสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน
คำขวัญ: ไม่มี
เพลงชาติ: สรรเสริญบารมีท่านข่าน
แผนที่สมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน
แผนที่สมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน
เมืองหลวง อูรุมฌี
เมืองใหญ่สุด ซามาร์คานด์
ภาษาราชการ ภาษามองโกล
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ ก่อนสงครามโลกครั้งที่สาม5ปี
รัฐบาล ระบอบเกรียนโดยทัวป๋ากุ้ย
ศาสนา นับถือสวรรค์
ประเภท สินค้าสำคัญ ม้า
ชื่อสินค้า สำคัญ ม้า , เหล้านมม้า , อาวุธที่ใช้บนหลังม้า
สินค้า ส่งออกหลัก ม้าและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับม้า
สินค้า นำเข้าหลัก เงิน , ทอง , ผ้าไหม , วิทยาการ
เข้าร่วม กลุ่มอียู ไม่ได้เข้า
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 - พื้นน้ำ (%)
 
9.6ล้าน กม.² (อันดับที่ ไม่ทราบ)
6ล้าน ไมล์² 
20
ประชากร
 •(ช่วงสงครามโลกครั้งที่สาม) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
100ล้าน (อันดับที่ ไม่ทราบ)
8/กม² (อันดับที่ 5 จากโหล่)
5/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี ช่วงสงครามโลกครั้งที่สาม - ค่าประมาณ)
350,000ล้านเหรียญสหรัฐฯ (อันดับที่ ไม่รู้)
15,000เหรียญสหรัฐฯ (อันดับที่ ไม่รู้)
HDI (ช่วงสงครามโลกครั้งที่สาม) 1.0 (อันดับที่ 1) –
สกุลเงิน ขนม้า (ไม่มีตัวย่อ)
เขตเวลา (UTC+6)
รหัส อินเทอร์เน็ต .np
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +967

สมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน(หรือ สหภาพชนเผ่าเร่ร่อน) เป็นประเทศที่เกิดจากการรวมตัวของชนเผ่าต่างๆในเอเชยกลาง ภายใต้การนำของทัวป๋ากุ้ยในฐานะข่านของชนเผ่าเร่ร่อนทั้งหมด อาณาจักรนี้เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญในสงครามโลกครั้งที่สาม,สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สองและสงครามล้มยูหลบ เพราะในความที่เป็นชนเร่ร่อน จึงสามารถส่งสาส์นไปยังที่ต่างๆได้โดยไม่ต้องกลัวถูกโจมตีตลบหลัง เพราะสามารถย้ายที่อยู่ไปได้เรื่อยๆ ยูริ พลังจิตจึงทั้งเกลียดทั้งกลัวอาณาจักรนี้ยิ่งนัก

สารบัญ

[แก้ไข] ประวัติศาสตร์

หลังจากที่จักรวรรดิมองโกลล่มสลาย ชนเผ่าเร่ร่อนก็ไม่สามารถตั้งอาณาจักรขึ้นมาได้อีกเลย เพราะอาวุธที่มีอยู่ไม่สามารถสู้อาวุธที่ทันสมัยขึ้นของประเทศต่างๆได้ จนกระทั่งถึงสมัยของทัวป๋ากุ้ย เพราะเผ่าของทัวป๋ากุ้ยรับอาวุธสมัยใหม่มาใช้ ความปราดเปรียวในการขี่ม้าจึงมีประโยชน์อีกครั้ง ทัวป๋ากุ้ยจึงสามารถรวมชนเผ่าต่างๆให้เป็นหนึ่งเดียวและเริ่มตีดินแดน และทำสัญญากับประเทศต่างๆ ให้ยอมรับการปกครองของตน แล้วอำนาจของอาณาจักรนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆอย่างน่ากลัว

ทัวป๋ากุ้ย

[แก้ไข] การปกครอง

ปกครองแบบชนเผ่า ส่วนที่ชิงมาจากประเทศต่างๆข่านจะปกครองแบบเสรี เพราะคนเมืองปกครองง่ายกว่า ในสมัยนี้ประชาชนมีสามัญสำนึกอยู่ในระดับที่ดี ส่วนที่บางที่เช่น แอสตานา อัลมาตี ซามาร์คานด์จะปกครองแบบเขตปกครองพิเศษ

[แก้ไข] ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ภูมิประเทศเป็นทุ่งโล่งกว้างใหญ่สลับกับทะเลทราย

ภูมิอากาศอากาศเย็นเกือบติดลบ แห้งแล้งมาก ยกเว้นบริเวณใกล้แหล่งน้ำ

[แก้ไข] ประเทศเพื่อนบ้าน

มีดังนี้

1.ประเทศจีน

2.อัฟกานิสถาน

3.อีห่าน

4.สหภาพโซเวียต

5.จักรวรรดิยูริ

ด้วยความที่ติดกับมหาอำนาจและยูริเช่นนี้ ทำให้โจมตียูริได้ง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ

[แก้ไข] เศรษฐกิจ

ค่อนข้างดี ไม่ขัดสน แต่ไม่ค่อยมีการนำเข้าสินค้านอกสักเท่าไร เทคโนโลยีก็พัฒนาไม่มากนัก ประชาชนอยู่อย่างพอเพียง นูเป็นสินค้าหลัก ใช้สัตว์เป็นพาหนะ ใช้การสื่อสารของต่างชาติ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นเช่นนี้ แต่ประชาชนกลับกินดีอยู่ดี ประเทศนี้มีธนาคารเพียงแห่งเดียว อันเป็นธนาคารของชาวเร่ร่อนโดยเฉพาะ

[แก้ไข] การคมนาคม

มีทางบกทางเดียวเท่านั้น แต่แบ่งเป็น2แบบคือทางม้า กับทางรถ(รถอะไรคิดเอาเอง)

Cita3.pngรถมึง ว่างั้น :)Cita4.png
                 — ไอ้ปาก่อน

ความจริงแล้วไม่ได้มีแค่สองทาง ชาวเร่ร่อนสามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์มีกีบหลายชนิดในทุ่งกว้างมาใช้ในการคมนาคมขนส่งได้ ที่นิยมก็มีม้า อูฐ จามรี ฯลฯ ส่วนรถที่ว่านั้นก็หมายถึงรถยนต์ รถตู้ รถเมล์ รถกระบะ รถบรรทุก รถไฟหรือรถอะไรก็ได้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ รถมักใช้ในเขตเมืองเท่านั้น บริเวณส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายนั้นไม่ค่อยเห็นรถ เพราะจะใช้ไปทำไมในเมื่อต้องเร่ร่อน ใช้ม้าไม่ขนย้ายง่ายกว่าหรือ จึงทำให้รถไม่เป็นที่นิยมในสมาพันธ์ยกเว้นบริเวณที่เส้นทางสายทรานสัดไซบีเรียตัดผ่านเท่านั้นที่จะเห็นรถถ้าไม่ใช่ในเขตเมือง

การคมนาคมอีกทางหนึ่งของชาวเร่ร่อน

[แก้ไข] รายได้หลัก

มาจากการขายม้าให้กับประเทศรอบข้าง ขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับม้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากม้าเป็นหลัก แต่ชาวเร่ร่อนและผู้ใต้ปกครองมักนำเข้าผลิตภัณฑ์สมัยใหม่และอาวุธปืนจากต่างประเทศ ในเมื่อซื้ออาวุธปืนจากเมืองนอกแล้วก็ต้องส่งขายอาวุธธนูด้วย ว่ากันว่าธนูของที่นี่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก นักยิงธนูมืออาชีพจากทั่วโลกซื้อธนูที่นี่ไปใช้แล้วเป็นแชมป์โอลิมปิคและอื่นๆมามากแล้ว

พลธนูของสมาพันธ์ฯ

[แก้ไข] ธนาคาร

มีธนาคารเพียงเจ้าเดียวในประเทศนี้คือธนาคารคนเร่ร่อนซึ่งเป็นธนาคารของรัฐที่ให้กู้ยืมเงินโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และให้กู้ยืมม้า(แต่ต้องเสียดอกเบี้ยเป็นลูกม้าเมื่อยืมเป็นเวลา5ปี) พร้อมกับรับฝากเงินที่ให้ดอกเบี้ยประมาณ1.5%อีกด้วย

[แก้ไข] การสื่อสาร

ใช้โทรศัพท์(ไร้สาย) โทรสาร โทรเลข และ'โทรธนู'ในการสื่อสาร และมีการส่งจดหมายโดยใช้ม้าเร็วด้วย แต่โทรศัพท์มือถือเป็นของใช้สำหรับคนรวย โทรสารและโทรเลขก็ไม่ค่อยแพร่หลายในเขตทุ่งกว้าง เพียงแต่แพร่หลายในเขตเมืองเท่านั้น ไม่เหมือนโทรธนูกับม้าเร็วที่เป็นที่นิยมอย่างมากในดินแดนนี้ เรียกว่าเป็นระบบการสื่อสารยอดนิยมเลยทีเดียว

ส่วนสถานีโทรทัศน์จะฉายภาพผ่านดาวเทียมของสหภาพโซเวียตและจีน ซึ่งสถานีโทรทัศน์ที่ว่านั่นก็มีอยู่น้อยแห่งเหลือเกินในสมาพันธ์ฯ ไม่ค่อยมีผู้นิยมฟังวิทยุและโทรทัศน์มากเท่าที่ควรเพราะผู้ดูทีวีและฟังวิทยุมักอยู่ในเขตเมืองซึ่งมีประชากรเพียงแค่ครึ่งเดียวของประเทศเท่านั้น ส่วนคนที่ยังเร่ร่อนอยู่มักจะใช้การสื่อสารแบบแบบโทรธนูและม้าเร็วมากกว่า

[แก้ไข] สังคม

มีความเป็นอยู่ที่ดีมาก เป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม แม้จะมีเพียงชนชาติเดียวก็ตาม แต่ประชาชนของประเทศนี้ก็ไม่ใช่ว่าล้าสมัย มีการพัฒนาด้านอารยธรรมในระดับสูง แต่มีการพัฒนาทางวัตถุค่อนข้างน้อย มีการศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับชนเผ่าเร่ร่อน และเป็นแดนสวรรค์สำหรับชาวเร่ร่อนทั้งปวง ดังนี้

[แก้ไข] ชนชาติ

มีชนชาติเดียวคือชนชาติเร่ร่อน(บางส่วนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ก็สืบเชื้อสายมาจากชาวเร่ร่อนเช่นกัน)แต่แบ่งเป็นหลายเผ่าดังนี้

  • ซยงหนู
  • เซียนเปย
  • เชียง
  • ตี
  • อุยกูร์
  • มองโกล
  • เติร์ก
ชาวเร่ร่อน

[แก้ไข] ศาสนา

ศาสนาที่นับถือก็มีซลาตัน บริสต์ สารขันฑ์ ขงจู๋ และนับถือสวรรค์หรือบรรพบุรุษ

[แก้ไข] การศึกษา

อยู่ในระดับที่ดี ซึ่งพวกเร่ร่อนจะมีการศึกษาตามธรรมชาติ แล้วก็มีการจัดกองคารวานสอนหนังสือ โดยใช้ตำราของจีน อินเดือยและตะวันออกกลางและอาจรวมถึงของโซเวียต แต่บางครั้งก็รับวิทยาการในการทำสงครามแบบเกรียนๆ มาจากจักรวรรดิยูริด้วย

[แก้ไข] การทหาร

ใช้กำลังชาวเร่ร่อนไม่เกิน200,000คนในการพิชิตข้าศึก ส่วนการฝึกทหารจะฝึกตั้งแต่เด็ก ทั้งชายและหญิง ฉะนั้นชาวเร่ร่อนจึงมีเลือดนักสู้ที่ค่อนข้างแรง มีความเข้มแข็งสูง ผู้คนในสมาพันธ์ฯเมื่อได้ข่าวว่าท่านผู้นำต้องการความช่วยเหลือจากประชาชนเพื่อขจัดอริราชศัตรู ประชาชนย่อมพลีกายถวายชีวิตให้กับผู้นำ เป็นสาเหตูหนึ่งของความเจริญรุ่งเรืองของสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน

การรบของกองทัพสมาพันธ์
ลักษณะทเห่อของสมาพันธ์ฯโดยทั่วไป

[แก้ไข] ศิลปะและวัฒนธรรม

เข็มขัดทอง หนึ่งในงานศิลปะของชาวเร่ร่อน

ศิลปะมักมีรูปแบบที่เรียบง่ายไม่หวือหวานัก แต่ที่งดงามมากคือเข็มขัดทองคำ ดังรูป ส่วนวัฒนธรรมก็เป็นแบบคนเร่ร่อน มีการย้ายกระโจมที่อยู่ไปเรื่อยๆตามแหล่งอาหาร มีการปรุงอาหารอย่างเรียบง่ายไม่หวือหวา ส่วนวัฒนธรรมทางด้านวัตถุรับมาจากทวีปยูหลบ ส่วนวัฒนธรรมทางด้านสังคมก็รับมาจากเปอร์เซียและจีนเป็นบางส่วน การผสมผสานวัฒนธรรมจากหลายที่นี่เองที่ทำให้ดินแดนนี้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมค่อนข้างสูง แต่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติค่อนข้างน้อย จึงเห็นได้ชัดว่าวัฒนธรรมที่แตกต่างมักจะผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกันกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเร่ร่อน

[แก้ไข] ภาษา

ใช้ภาษามองโกลเป็นภาษาหลัก แต่ก็ใช้ภาษาอื่นๆอีกเช่น

  • คาซัค
  • เติร์ก
  • แมนจู
  • และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน

[แก้ไข] อาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม

เนื้อม้าเป็นอาหารยอดนิยม เหล้านมม้าก็เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม เห็นได้ชัดว่าเป็นอาหารที่ได้มาจากม้าทั้งนั้น ที่นิยมรองลงมาคือเนื้อแกะ ชาวเร่ร่อนมักเลี้ยงแขกผู้มาเยือนด้วยเนื้อแกะ อีกอย่างก็เป็นพวกสัตว์ที่ล่าได้ ล่าได้อะไรก็กินอย่างนั้น และการล่าสัตว์ก็เป็นกีฬาของชนชั้นสูงอีกด้วย

[แก้ไข] กีฬา

การแข่งม้าของชาวเร่ร่อน

ที่นิยมมากก็คือการแข่งม้า ซึ่งเป็นการแข่งม้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่อันตรายเพราะม้าไม่มีอานและโกลน ทำให้คุมม้ายาก นอกจากนี้ชาวเร่ร่อนยังชอบเล่นกีฬาสงครามกันอีกด้วย แต่แล้วเมื่อทัวป๋ากุ้ยเริ่มทำการปฏิรูปการปกครองกีฬาชนิดนี้ก็เลิกเล่น แต่จะใช้เวลาสงครามกับจักรวรรดิยูริเท่านั้น กีฬาอีกอย่างที่เป็นที่นิยมก็คือกีฬาล่าสัตว์ ซึ่งเป็นกีฬาที่สงวนไว้สำหรับคนชั้นสูงเท่านั้น คนชั้นล่างถ้าไม่จำเป็นพวกเขาก็จะไม่ล่าสัตว์หรอก เพราะมีสัตว์เลี้ยงที่มากพอแล้ว

[แก้ไข] วันสำคัญ

  • วันรวมชาติ
  • วันฉลองชัยชนะ(ฉลองทุกครั้งที่แข่งหรือรบชนะ)

[แก้ไข] ลำดับที่สำคัญ

  • มีค่าHDIสูงที่สุดในโลก
  • มีความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุดเป็นอันดับ5ของโลก
  • มีประชาชนที่อยู่ในเมืองเพียงแค่50%ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในโลก

[แก้ไข] การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สาม

รบเกือบทุกสงครามในสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สอง เนื่องจากมีความสามารถในการขี่ม้าทำให้แบ่งกำลังไปรบที่ไหนๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญด้านการรบแบบซุ่มตุ๋ย(แบบกองโจร) ทำให้ชนเผ่าเร่ร่อนไม่ค่อยจะแพ้สงครามไหนๆ

[แก้ไข] การสลายตัวของสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน

หลังจากที่ทัวป๋ากุ้ยเสียชีวิต ทัวป๋าหงผู้เป็นลูกชายได้สืบตำแหน่งต่อ แต่ทัวป๋าหงไม่ค่อยมีจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในการเป็นชาวเร่ร่อน อยากจะให้คนทั้งชาติกลายเป็นคนเมืองจึงทำการปฏิรูปรับวัฒนธรรมตะวันตกจนกระทั่งมากเกินไป ข้าราชการหัวอนุรักษ์นิยมหลายท่านเห็นว่าการกระทำของทัวป๋าหงไม่ถูกต้อง จึงออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน แต่ว่าทัวป๋าหงกลับไม่สนใจ ยังคงทำต่อไป ส่วนทัวป๋าหงนั้นก็เริ่มกลายเป็นชาวเมืองเต็มตัวหลังจากครองตำแหน่งได้ไม่นาน และทัวป๋าหงก็เพิ่มความบ้าบวมยิ่งขึ้นโดยการเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่หยวน ต่อมาหยวนหง(ทัวป๋าหงเปลี่ยนแซ่แล้ว) ก็ทำให้บ้านเมืองแตกด้วยการประกาศแยกชนเผ่าต่างๆใต้ปกครองไปปกครองกันเองหลังจากที่พบว่าตัวเองเปลี่ยนชาวเร่ร่อนทั้งแผ่นดินให้มาเป็นชาวเมืองไม่ได้ วันรุ่งขึ้นหยวนหงก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งข่านของสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน สมาพันธ์ชนเผ่เร่ร่อนจึงล่มสลายอย่างสมบูรณ์ ดินแดนนี้บ้างก็ถูกฉีกให้เป็นของประเทศต่างๆรอบข้าง บ้างก็แยกเป็นประเทศไปปกครองตัวเอง ต่อมาจักรวรรดิยูริที่โกรธแค้นดินแดนนี้อยู่ เมื่อเห็นว่าดินแดนนี้สลายตัวไปแล้วก็บุกตะลุยประเทศรอบข้างจนทำให้ชาวเอเชยกลางต้องผวากันอีกครั้ง ต่อมาหยวนหงถูกยูริจับได้ และถูกเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่เหี้ยแทน ยูริจึงรีบถอนทัพกลับไปยังดินแดนของตนเพราะยังกลัวประเทศต่างในทวีปเอเชยอยู่ ยิ่งตอนนั้นสหภาพโซเวียตกลับมาผงาดอีกครั้ง ยูริ พลังจิตย่อมทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้แน่นอน

[แก้ไข] ข้อมูลเพิ่มเติม

เครื่องมือส่วนตัว