สภาวะไร้ตัวตน
![]() |
บทความนี้มีลักษณะไม่เป็นไร้สาระนุกรม ซึ่งอาจจะต้องเขียนใหม่ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด หรืออาจทำการแจ้งลบแทน
เนื่องด้วยการใช้ถ้อยคำ รูปแบบการเขียน เนื้อหา หรือมีลักษณะอื่นๆ ซึ่งไม่ตรงตามนโยบายของไร้สาระนุกรม คุณสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการกดที่ปุ่ม แก้ไข ที่เหมาะสม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อะไรที่ไม่ใช่ไร้สาระนุกรมและ นโยบายไร้สาระนุกรม |
สภาวะไร้ตัวตน คือพลังขั้นสุดยอดในการเเข่งกีฬาเทนนิสเทียบเท่าพลังคลื่นเต่าและไซย่าตูดดำ แต่ไม่มีใครรู้จักเพราะคนที่ใช้มักจะถูกลืม ปรากฏครั้งแรกในการ์ตูนเรื่องปริ้นซ์ ออฟ เพนนิส
การปรากฎใน ปริ้นซ์ ออฟ เพนนิส[แก้ไข]
กระทู้: อย่าหาว่าผมบ้าปริ้นซ์ ออฟ เพนนิสนะครับ ภาวะไร้ตัวตน มันทำยังไงครับพี่ ๆ!!!!!
ผู้เขียน: เทนนิสฝึกหัด (แต่แข่งแล้ว)
รายละเอียด: ผมอยากจะใช้ภาวะไร้ตัวตน (จะฝึกน่ะครับ) ทำยังไงถึงจะฝึกได้ครับ หาว่าผมบ้าปริ้นซ์ ออฟ เพนนิสก้อได้ ถ้าผมไม่ได้ดูมันผมก็ไม่ได้บ้าอยากเล่นเทนนิสจนปัจจุบันนี้หรอก (55+) แล้วมันฝึกยังไงครับ
“ขั้นแรกต้องรู้จักชื่อของไม้เราก่อนครับ ให้เริ่มต้นด้วยการคุยกับไม้ก่อน เมื่อไม้ยอมรับในตัวเรา เราจะรู้ชื่อของไม้ และต่อจากนั้นก็เราจะหลอมรวมเป็นหนึ่งกับไม้ ไม่แบ่งแยกว่านี่คือไม้ นี่คือตัวเรา นั่นแหละคือสภาวะไร้ตัวตน”
“ก่อนคุยกับไม้ อย่าลืมกินสารสูโดเอฟรีดีนไปมาก ๆ ล่ะ จะได้เข้าถึงไม้ได้”
“555อารัยหว่า...”
“ต้องโดฟยาก่อนแข่งครับเก่งโคตร”
“อย่าทำจริง ๆ สะล่ะคุกนะ”
“ผมว่า เทสึกะโซน นี่เจ๋งกว่านะ”
“ผมว่า เทสึกะโซน นี่เจ๋งกว่านะ”
“เมลล์ไปถามคนเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ดีกว่า ลองค้นใน google ดูสิ ภาษาอังกฤษคงพอจะสื่อสารได้ เห็นว่าคนเขียนเคยเป็นครูสอนเทนนิสด้วยนะ ส่วนตัวผมดูสนุก ๆ แต่ไม่เข้าใจหลักการที่มีในการ์ตูนเรื่องนี้เท่าไหร่เลย”
“ผมว่าโลกน้ำแข็งของ อาโตเบะ ก็ดี นะคือเล็งหาจุดตายของคู่ต่อสู้ แล้วเราก็ตีไปตรงนั้นแหล่ะ !!!!(เข้ามาการ์ตูนเลย555+)”
“ตื่นเถิดน้อง”
“ลองจินตนาการเอามาใช้ก็ดี
1. ขณะจะตีไม่มีความหวังอะไร
2. คนดูคนเชียร์ไม่สนใจเหมือนไม่มีคนอยู่ จะโห่ฮาป่าข้าไม่รับรู้
3. คู่ต่อสู้เป็นใครข้าไม่เอามาคิด
4. ตัวข้าคือใครช่างหัว...ป้า...ข้าไปก่อน
5. ข้ามีหน้าที่รับลูกของเอ็งแล้วตีมันไปยังเป้าหมายที่ข้าต้องการ
6. ตีแล้วได้หรือเสียแต้มข้าไม่กังวลข้ารอลูกโต้กลับอย่างเดียว
7. อย่าสงสัยว่าตัวเองบ้าไปแล้วหรือยังเพราะไปก่อนหน้าตั้งแต่ข้อแรกแล้ว
.......อย่าซีเครียดครับ จริง ๆ ก็คือปล่อยวางใจก่อนเล่นนั่นเอง คนญี่ปุ่นจึงชอบนั่งสมาธิก่อนจะไปทำงานใหญ่ ๆ ทุกครั้ง...เอามาใช้มั่งก็ดี”“คือสภาวะที่เราไม่รู้ว่าตัวเราคือใคร เล่นเทนนิสไปเพื่ออะไร จะเล่นไปทำไม ไม่รู้จะเปลี่ยนไม้เป็นรุ่นอะไร ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เป็นร่างที่ไร้วิญญาณ สรุป คือสภาวะอกหัก จบ”
“อืม.... ไม่ต้องแล้วล่ะ พวกพี่ ๆ ทั้งหลาย ผมรู้แล้วครับเพิ่งอ่านมาและสรุปได้เองแล้ว มันคือ นำท่าที่คนที่เก่งต่าง ๆ มาเล่น เช่นเอาท่าเสริฟของคนที่ตีแรงมาใช้ เอาโฟรแฮนด์ หรือแบ็คแฮนด์ หรือ วอลเลย์ ท๊อปสปินหรือท่าที่ไม่เคยใช้มาใช้ และมาผสมให้อยู่ด้วย (คือเอาท่าที่ต้องใช้มาใช้) แล้วเราก็เล่นอย่างไม่รู้ตัวครับ คือเป็นภาวะที่เรามีใจอย่างจะเล่นจนถึงที่สุดของตัวเรา (เหมือนปล่อยพลังแฝงออกมาน่ะ) นะครับ แล้วเราก็ใช้ท่าที่เราคู่ต่อสู้เราใช้มาน่ะครับ ส่วนพวกบ้านนอกที่หาว่าผมฝันมั่ง ไปกินยามั่งพวกนี้ไม่รู้เรื่องอย่าตอบกวน.....TEEN เลยนะครับ และพี่หลายคนก็ตอบดีนะครับ
ปล.ขอทิ้งท้ายพวกที่อวดเก่งตอบนะ คุณมองดูตัวเองก่อนว่าเก่งหรือป่าวก่อนที่จะมาวิจารณ์คนเค้า หึ...”“จขกท เอ๋ย กลับสู่โลกความเป็นจริงเถอะนะ ชักจะเพี้ยนใหญ่แล้ว นายบอกว่าเอาท่าของคนอื่นมา แล้วจะตีดีเหมือนเขารึ เป็นท่าที่เราไม่เคยใช้อีกต่างหาก แล้วจะชนะเขายังไง นักเทนนิสที่เก่งนั้นล้วนมาจากการฝึกฝนทางร่างกายและจิตใจ พัฒนาหลอมลวมเป็นตัวของตัวเองมากกว่า ต่อให้ พีท แซมพราส มาสอนให้เสริฟเหมือนเขาแบบเป๊ะ ๆ ยืนประกบแบบตัวต่อตัว ก็ใช่ว่าจะเสริฟได้เหมือนเขานะ มันมีปัจจัยเฉพาะตัวที่เป็นส่วนประกอบมากมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณเรียนรู้และพัฒนาจากต้นแบบ (ท่าเสริฟของคนที่ตี โฟรแฮนด์ หรือแบ็คแฮนด์ วอลเลย์ ท๊อปสปิน) มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับเรา มากกว่านะ ถ้ามันหยิบมาใช้กันง่าย ๆ ป่านนี้ผมก็เสริฟได้เหมือนร้อดดิกสิ”
“ตื่นเถิดชาวโลก ลองคิดดู มีคนญี่ปุ่นกี่คนเล่นเทนนิสระดับโลก แล้วอีกอย่าง ถ้าเล่นแบบในกาตูนได้อย่างที่คุณว่า เฟ็ด X หรือ พีท แซมพราส หรือแม้แต่โ รนันดินโย่ ก็สู้คุณไม่ได้หรอก ...”
“ลองคิดดูนะครับ คนที่ serve แรงที่สุดในโลกคือ A rod แล้วทำไม fed x ถึงไม่ได้เอาการเสริฟของ roddick มาใช้ละคับ ที่ไม่ใช้เพราะ เค้ามีการเล่นในแบบของเค้านะคับ อย่างในการ์ตูนนั้มันเกินความเป็นจริงนะครับ น่าจะแยกแยะกันได้ออกนะครับ งั้นผมถามว่าอย่างในที่มันที่เก่งลูกvollนะy ทำให้ลูกไปโดนหัวเสาแล้วทำให้ลูกตกไปอีกทาง ที่ชื่อ มารูอิ บุนตะ นะ ผมถามว่าในความเป็นจริง มันทำได้ไหม มันทำได้นะครับ ถ้าน้ำหนักทิศทางมันไปพอดีทุกอย่างจิง ๆ แต่ในทางเป็นจริงคุณสามารถตีมันได้ทุกลูกหรือป้าว แค่ยิงbackhand ให้โดนกระป๋อง หรือเป้าที่ตั้งไว้ฝั่งตรงข้ามยังยากเลยนะครับ ลองคิดดูตามหลักความเป็นจริงนะครับ”
“เสริมอีกนิดนะ มารูอิ บุนตะ ตัวของสาธิตริคไคนะครับ ผมก็อ่านนะเรื่องนี้ มันสนุกดี การ์ตูนมันเป็นสิ่งที่มนุษย์จินตนาการขึ้นครับ อย่าคิดมาก บ้างอันมันก้อใช้ได้ ไม่ได้ก้อควรเลือกครับ”
“..........สรุป การ์ตูน ก็ การ์ตูน ความเป็นจริงก็คือความเป็นจริง ส่วนผมคิดว่า ในการ์ตูนมีเรื่องจริงอยู่สิ่งหนึ่งคือ ความพยายาม ความมีใจ มุ่งมั่น กล้าตัดสินใจ กล้าที่จะเล่น กล้าที่ที่จะเสี่ยง กล้าที่จะลองทำ และการซ้อม ๆ ทุก ๆ วันมันจะทำให้เราเก่งขึ้น ผมว่าเนี่ยแหละคือการ์ตูน เรื่องนี้สอน ขอบคุณนะครับพี่ ๆ ทุกคนที่ช่วยตอบคำถาม ขอบคุณจริง ๆ
ปล.ส่วนไอ้ท่าภาวะไร้ตัวตนคือผมก็บอกแล้วมันคือ เราเล่นขณะที่เราไม่มีสติและเล่นไปโยไม่รู้ตัวน่ะครับ และจำมาจากท่าคู่ต่อสู้มาใช้ ภายใต้จิตสำนึกนั่นเอง ย้ำนะครับเราไม่มีสติและใช้ท่านั้นนั่นเอง เออใช้ครับถ้าเรามีสติและใช้ท่าของคนอื่นมันก็อเป็นไปไม่ได้ผมก็รู้ครับ”“ถูกต้องครับ”
“อ่านกระทู้นี้แล้ว ก็พอเข้าใจทั้งสองฝ่ายนะครับ แตกต่างในหลักการ ผมว่าภาวะการเล่นแบบไม่รู้ตัว คงเกิดจากประสพการณ์ภายในมากกว่า (สัญชาติญาณ) บางครั้งบางลูกที่ทำลงไปมันก็เกิดไปเอง อย่างไม่น่าเชื่อ (ซึ่งเกิดจากการฝึกฝนและประสพการ์การอ่านเกมส์) ส่วนเรื่องสติ อันนี้เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้เลยครับ ถ้าขาดสติ จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ หรือแก้ไขภาวะถูกกดดันจากคู่ต่อสู้ได้ มีสติ จะเกิดสมาธิ และเกิดปัญญาครับ (อ้างอิงตามหลักพุทธศาสนา) เราจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดได้
ปล.ผมไม่ได้เล่นเก่งมากนะครับ เพียงแค่ความเข้าใจของผมเอง”“ถ้าประสบความสำเร็จ.. แล้วติดระดับโลกเมื่อไหร่ ช่วยกลับมาโพสต์บอกด้วยนะครับ (ถ้าฝีมือได้ครึ่งนึงของซามูไร.. ก็คงไม่ยาก) ..ขอแสดงความยินดีล่วงหน้า..”
“เล่นต้องมีสติครับ อย่ายืนเหม่อ ขืนเหม่อ อาจโดนลูกอัดเบ้าตาได้
ปล. สร้างจากประสบการณ์จริง”“เอ้า ตอบมั่งดีก่า ภาวะไร้ตัวตน "น่าจะ" เป็นการนำเอาปรัชญาเซนของญี่ปุ่นมาประยุกต์ครับ เหมือน ๆ กับการปล่อยวาง การมีจิตที่ว่าง อะไรประมาณนั้น อะไรจะเกิด ก็ให้มันเป็นไปตามวิถีของมัน ไม่ต้องไป "กังวล" ให้ทำในสิ่งที่จะต้องทำ ณ เวลานั้น ตามวิถี (วิธี) ของการกระทำนั้น ๆ ก็เหมือน ๆ กับมีสมาธิครับ เพียงแต่เป็นสมาธิที่ก่อให้เกิด "ความว่างเปล่า" และ "ความสงบ" ของตัวตน ในการกระทำนั้น ๆ
จะเข้าใจมั๊ยเนี่ย ???”“....”
“เออะ คือ เป็นไรกันมากป่ะ นี่ผมเรื่มงงแล้วนะ ตอนแรก คิดว่า จขกท. จะเข้ามาป่วง แต่ ไปๆมาๆ เอ๊... มันคิดจริงเหรอวะเนี่ย ฮาาาาา พนันได้เรยนะ คนร้อยเกือบทั้งร้อย ใครเค้าจะไปคิดว่าจะจริงจังอ่ะ ที่ตอบไปนี่ก้อคงตอบไม่ให้ทำลายน้ำใจมากกว่า เอ๊ะ! นี่ผมพูดตรงไปป่ะ”
“เออ ผม ว่า จขกท เค้า ปัญญาอ่อน งะครับ นี่ผม พูดตรงไปรึเปล่าไม่รู้นะคับ เค้าอาจจะมีปัญหาทางจิตงะคับ ถึง เอาเรื่องไร้สาระมาโพส ให้ชาวบ้าน นั่งคิดไปด้วย ผมขอบอกนะคับ ว่า เลิก งี่เง่าได้แล้วครับ ไม่รู้หรอครับ ว่าคนที่ อ่านอยู่หน้าจอ คอมที่บ้านหรือที่ไหน เค้าหัวเราะ ในความซื่อบื้อของคุณ กันทั้งนั้นละครับ แม้กระทั่งตอนที่ผม กำลังพิมอยู่ผมยังอดหัวเราะไม่ได้เยยครับ เลิกเถอะนะครับ ความ ซื่อบื้อ มันไม่ช่วยให้ ภาวะ งี่เง่า ของคุณสำเร็จหรอกครับ”
“ไอ้ชั่ว!!!!”
“ที่ rep26 พูดผมก็ว่าไม่ผิดหรอกแต่คุณอาจจะเป็นใครผมไม่รู้นะแต่ ที่สำคัญคุณมาบอกว่า ความฝันหรือจินตนาการหรืออะไรก็ช่างของ เจ้าของกระทู้ เป็นเรื่อง ปันยาอ่อน คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอย่างงั้นนะ คุณอ่ะปันยาอ่อน โลกนี้มีคนหลายล้านรูปแบบถ้าคุนไม่ชอบเค้า ไม่เหนจะต้องมาพูดดูถูก ถ้ามันรกหูรกตาคุน จะไปไหนก็ไปเหอะ ไอฟาย”
บุคคลที่ใช้วิชาสภาวะไร้ตัวตน[แก้ไข]
- เอจิเซ็น เลี้ยงหมา พ่องมุงหรอ มันเลี้ยงแมว
- ครูมวย
- ท่านผู้นั้น
- อิชิมารุ
- มาเอดะ
- สิบจัตวาโดโรโระ
- ซาไก ยูจิ
- หยำฉา
- เจ็มส์ เรืองแสง ลอยสิสัด
- หยง
- มิซากิ เมย์
- โจ๊ก โซโล
- Mr.Bryan เจ็บจุงเบย จ๊ะจี๊น่อ
- ยูริ พลังจิต