สงครามโลกครั้งที่สาม
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง เนื้อหน้าบทความนี้ อาจกล่าวถึง สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ! แต่เราก็ยังพยายามให้ทุกท่านเชื่อเรื่องพวกนี้ให้ได้อยู่ดี !
|
สงครามโลกครั้งที่สาม เป็นสงครามที่เกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่ คือ ความละโมบโลภมากของจักรวรรดิยูริ ที่ไล่จิ๊กดินแดนเขาไปทั่ว (นำโดยยูริ พลังจิต) กับความขัดแย้งจากการล้างสมองของสหรัฐอมาริเกย์ กับสหภาพโซเวียตซึ่งโดยทั่วไปแล้วถือว่าแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสัมพันธแม้วนำโดยสหรัฐอมาริเกย์ กับฝ่ายโซเวียตนำโดยสหภาพโซเวียต ต่อมาจักรวรรดิยูริซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญในสงครามจึงตั้งตัวเองเป็นอิสระหลังจากสะกดจิตฝ่ายโซเวียตได้ทั้งหมด โดยที่สหภาพโซเวียตต้องหนีขึ้นขั้วโลกเหนือไป
เนื่องจากในสงครามโลกสองครั้งก่อน ฝ่านสัมพันธแม้วมักจะได้ชัยชนะอย่างชอบธรรม จักรวรรดิยูริจึงเรียกตัวเองว่าฝ่ายสัมพันธแม้วได้อย่างหน้าด้านสุดๆ
อนึ่ง สงครามนี้ทำให้ประชากรของโลกลดลงถึง 40% ถือว่าเยอะมาก แถมยังเป็นการนำพาไปสู่การครอบครองโลกอย่างถาวรของจักรวรรดิยูริอีกด้วย
เนื้อหา |
[แก้ไข] แผนการเบื้องต้น
หลังจากที่ซาอุดิอาระเมียอยากที่จะเป็นมหาอำนาจแทนสหรัฐอมาริเกย์ ทางซาอุดิอาระเมียก็ได้แต่งตั้งโอซาหมัก บีทาเก้น ให้เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ xxx โดยที่บีทาเก้นจะนำกกองทัพเหล่านี้ไปออกรบ ในประเทศสหรัฐอมาริเกย์
ผลงานของบีทาเก้นมีมากมายสาธยายไม่หมด เช่น ไปวางคาร์บอมบ์ที่รถดูดสวม ทำให้รถดูดส้วมแตกกระจายเละตุ้มเป๊ะ การเผาโรงแรมม่านรูดทุกโรงแรมที่พบเห็น แต่เหตุการณ์ใดเล่าจะเท่ากับการให้ภริเมียของตนไปขับเครื่องบินชนตึกเด็กเปรด ทำให้จอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ดของขึ้น ประกาศสงครามอย่างแตกหักกับซาอุดีอาระเมีย ทำให้สถานการณ์ของโลกเลวร้ายยิ่งขึ้น และมีวี่แววว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม
ในขณะนั้นซาอุดีอาระเมียกำลังประสบภัยอย่างหนัก ทางทิศตะวันตกถูกสหรัฐอมาริเกย์โจมตี และทางทิศตะวันออกก็โดนสหภาพโซเวียต รุกล้ำซะอีก ทำให้นายงกรัฐมนตรีของซาอุฯ ไปเจรจากับสหภาพโซเวียต ในขณะนั้น อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ กำลังผลักดันให้โซเวียตเป็นมหาอำนาจแทนสหรัฐฯ อยู่พอดี ทำให้โซเวียตเลือกที่จะโจมตีสหรัฐดีกว่าที่จะไปโจมตีซาอุดีอาระเมีย จึงมีการเซ็นสัญญา ปฏิสนธิสัญญาไม่ปลุกปล้ำกันระหว่าง ซาอุ-โซเวียต ทำให้ซาอุฯ ต้องเข้าร่วมฝ่ายโซเวียต ในเวลาต่อมา
ต่อมาจอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ด ทราบว่าสหภาพโซเวียตยกเลิกการโจมตีซาอุดีอาระเบีย แต่จะมาโจมตีสหรัฐอมาริเกย์แทน ทำให้จอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ด เกรงว่าถ้ารบแพ้โซเวียตอาจจะสูญเสียความเป็นมหาอำนาจได้ จึงให้บ้ารัก โอซาม่าเพื่อนคนสนิทเป็นผู้บัญชาการทเห่อสูงสุด และเมื่อถึงคราวรบแตกหักกับโซเวียต ทางโซเวียตได้ส่งยวคสคริปต์ ไปรบ พร้อมกับสหรัฐที่ได้ส่ง จีไอ ออกไปรบด้วย
การรบที่แสนยาวนานครั้งนี่ปรากฏผลว่าโซเวียตเป็นฝ่ายชนะ จึงยึดอเมริกาได้สำเร็จ
[แก้ไข] การปฏิวัติในสหภาพโซเวียต
หลังจากอเล็กซี โรมานอฟนำสหภาพโซเวียตดิ่งลงสู่ความอัปยศ ประกอบกับแผนการสถาปณาจักรวรรดิรัสเซียขึ้นมาอีกครั้ง ตามความต้องการของบร๊ะเจ้าซาสี่นิโคลัสที่สาม(Tsasy Nicolas III) อเล็กซีก็ถูกพวกเคเอฟซีจับไปยิงเป้า โทษฐานทรยศชาติ และผู้นำคนใหม่นามว่าวลาดิผัวร์ ปลาตีน(บิดาของปูตรีน) ก็ได้ขึ้นมานำสหภาพโซเวียต และฝึกทหารโซเวียตขึ้นมาใหม่ให้ทนหนาวได้ดีขึ้น รวมไปถึงเกณฑ์พวกตุ๊ดตู่และใช้เวทย์มนตร์สร้างสยิวแพ๊ค เพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้นคือ แก้แค้น
และแล้ว เวลาล้างแค้นก็มาถึงกองทัพสหภาพจนเครียดด้ลุยข้ามทุ่งหิมะ โดยมีหมีขาวและพวกตุ๊ดตู่ลุยนำก่อน ตามด้วยรถถังแมงโม้ที่ปลุกเสกให้ทนพลังสะกดจิตได้ อุแหม่ ขึ้นชื่อว่ารถถังแม่งโม้ซะอย่าง พวกยูริก็ต้านรับไม่ไหว แล้วก็โดนถล่มราบไปตามระเบียบ(พัก)
[แก้ไข] การล้างสมอง
หลังจากที่สหรัฐอมาริเกย์พ่ายย่อยยับแล้ว โซเวียตจึงหาแนวร่วมมากขึ้น โดยที่ในขณะนั้นโซเวียตก็ยังเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนเดิมสินะ โชคร้ายที่โซเวียตหาแนวร่วมได้ไม่มากนัก เนื่องจากหลายประเทศเกลียดคอมมิวนิสต์ขึ้นสมอง จึงไม่คบค้าสมาคมกับโซเวียตด้วย
สหรัฐอมาริเกย์ยังพอฟื้นตัวเองได้บ้าง จึงเริ่มหาแนวร่วมอย่างเขาบ้าง ปรากฏว่ามีหลายประเทศยอมเข้าร่วมฝ่ายอมาริเกย์ด้วย เมื่อหาแนวร่วมได้มากแล้ว สหรัฐก็ไปเอาชื่อเชยๆ มาจากสงครามโลกครั้งที่สอง คือ "สัมพันธแม้ว" นั่นเอง
[แก้ไข] สงครามทะเลทับขี้
ในส่วนนี้เป็นเพียงแค่การเกริ่นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่สอง ดูบทความหลักที่ สงครามทะเลทับขี้
ในขณะนั้นดินแดนทะเลทับขี้ ได้รบกับพวกกล้วยเหม็นจอมซวย โดยมีพรรคนาฮีสนับสนุนทะเลทับขี้อยู่เบื้องหลัง ในขณะนั้นพรรคนาฮีรุ่งเรืองอยู่กับการผลิตขี้ปนาวุธ ให้พวกทะเลทับขี้ ไปออกรบ
สหรัฐอมาริเกย์เห็นว่าจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้จึงทอดไมตรีกับพรรคนาฮีหวังจะให้พรรคนาฮีมาอยู่ข้างเดียวกับตน พรรคนาฮีก็ไม่สู้เต็มใจนัก เนื่องจากอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าในสงครามโลกครั้งที่ 2.4 หอประชุมของพรรคนาฮีแห่งหนึ่งในยันละเมอ เคยโดนซีไอ้เอ๋ ของสหรัฐโค่นสัญลักษณ์สวัสติกะลงมาแล้ว แต่ตอนนี้สหรัฐกลับไม่ใช่มหาอำนาจอีกต่อไป(จากการรบกับสหภาพโซเวียต แล้วสหรัฐเป็นฝ่ายแพ้)
แต่ในเวลาต่อมาหลังจากที่สหรัฐอมาริเกย์ ได้เอาของมาล่ออเด้า ซิสเลอร์ ก็คือแคนนาดาทั้งประเทศนั้น อเด้า ซิสเลอร์ กลับตกลงปลงใจเป็นพวกสหรัฐด้วยซะงั้น(อาจเป็นเพราะว่าซิสเลอร์ตาลุกวาวจะได้แคนาดามาได้ในครอบครอง) และชวนให้ทะเลทับขี้ เข้าพวกสหรัฐ ทะเลทับขี้ก็ตกลงด้วย
แต่ความจริงแล้ว สหรัฐกลับไม่มายุ่งเกี่ยวกับสงครามทะเลทับขี้ เลย ถือว่าเป็นความเห็นแก่ตัวของสหรัฐมาก แต่อย่างไรก็ตาม ทะเลทับขี้ก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากสหรัฐมากนัก เพราะมีพรรคนาฮีมาสนับสนุนก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
[แก้ไข] จักรวรรดิยูริเข้าสู่สงคราม
ในช่วงก่อนที่จะเกิดสงคราม จักรวรรดิยูริได้เสียบริตีนใหญ่ ให้กับอังเกรียนไป โดยที่ยูริต้องเสียกองกำลังไปมาก ส่งผลให้จักรวรรดิยูริพยายามค้นพบดินแดนใหม่ที่มีผู้อาศัยอยู่น้อยมาก จนกระทั่งลูกน้องเกรียนๆ ของยูริ พลังจิต มาแจ้งว่าพบดินแดนใหม่ 2 ดินแดนเข้าให้แล้ว แห่งแรกอยู่ห่างออกไปไกลแสนไกล ไกลจนเห็นไม่ได้ เป็นเกาะของมนุษย์มีลักษณะเป็นกล้วยเน่า คือพวกกล้วยเหม็น ส่วนอีกแห่งเป็นดินแดนที่ราบลุ่มมีกองขี้ประปราย เป็นดินแดนของอมนุษย์พันธุ์หมาไม่กัด คือดินแดนทะเลทับขี้นั่นเอง
จาการค้นพบดินแดนสองดินแดนเข้าให้นี้ทำให้จักรวรรดิยูริเริ่มรุกรานกล้วยเหม็นจอมซวย ก่อนเป็นอันดับแรก แต่การรุกรานมีเพียงไม่กี่วันก็ถูกสนธิสัญญาอุดปากไว้ ทำให้จักรวรรดิต้องเป็นพันธมิตรกับกล้วยเหม็นจอมซวย ซะงั้น แล้วพวกกล้วยเหม็นจอมซวยก็ดันยุแยงตะแคงรั่วให้จักรวรรดิยูริ ไปบุกดินแดนทะเลทับขี้อีก
โชคดีที่พวกทะเลทับขี้ ทราบข่าวก่อน ทำให้ทะเลทับขี้เตรียมกองทัพไว้ต่อกรได้ทัน จักรวรรดิยูริจึงส่งเครื่องบินทิ้งระบูด มาระเบิดเรือดำน้ำแต่เรือดำน้ำก็ได้ยิงสกัดอย่างหนักจนทำให้เครื่องบินตกทุกลำ ไม่มีลำใหนหลุดรอดมาได้เลย
ยูริ พลังจิต ก็ได้วิตกว่ากองทัพทะเลทับขี้นั้นมีประสิทธิภาพมากเกินกว่าที่จักรวรรดิยูริจะต่อกรได้ จึงส่งเรือประจันบวมเข้าสู่อ่าวเพ้อเชี่ย หมายจะยิงเรือดำน้ำแบบไม่รู้ตัว และปล่อยปลาหมึกยักษ์ลงสู่ทะเล ในขณะนั้นพวกทะเลทับขี้กำลังหาปลาฉลามอยู่บนเรือ แต่พวกกล้วยเหม็นผ่านมาก่อนทำให้เกิดการยิงปืนใหญ่ระหว่างเรือ 2 ลำ จนกระทั่งเรือของพวกกล้วยเหม็นก็ได้จมลงโดยถูกปลาหมึกยักษ์รัดเอาๆ กล้วนเหม็นจึงสละเรือใหญ่หนีเข้าเกาะคัดเด๊า และปลาหมึกยักษ์ก็ได้กลับไปที่ฐานทัพแทน
จากการรบครั้งนี้ทำให้หลายประเทศเข้าร่วมฝ่ายสัมพันธแม้ว เพื่อปลดตัวเองออกจากการเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิยูริ สงครามครั้งนี้ทำให้ยูริต้องเสียกำลังพลไปมากจนต้องคืนประเทศให้กับเจ้าของเดิม
แต่จักรวรรดิยูริก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ยูริ พลังจิต ได้ส่งสาวกของตนเอง(Yuri Clone) ไปสะกดจิตธัญญา และทหารหน้าเถื่อนนามโบฤทธิ์(Boris) มาให้ได้ โชคร้ายที่สาวกของเขา กว่าจะสะกดจิตทั้งสองมาได้ก็ตายไปหลายพันคน ในที่สุด จักรวรรดิยูริก็ได้คนทั้งสองมาเสริมกองทัพสำเร็จ กองทัพจักรวรรดิยูริพร้อมที่จะแก้แค้นพวกทะเลทับขี้ แล้ว โฮ่ๆๆ
[แก้ไข] ศาสนจักรไอดอลนาลีสท์กับการเผยแพร่ศาสนาเหนือธรรมชาติ
ดูบทความหลักที่ สงครามไอดอลนาลีสท์ครั้งที่หนึ่ง, สงครามไอดอลนาลีสท์ครั้งที่สอง, Nirvana Force
ในช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สามนั้น ทางศาสนจักรได้ส่งนักบุญไปเผยแพร่ศาสนาเหนือธรรมชาติ ในหลายๆ ดินแดน หลายดินแดนได้ถือเอาศาสนานี้เป็นศาสนาหลัก แต่ก็มีบางดินแดนที่ไม่ยอมรับศาสนานี้ เช่น ประเทศลากย่า จักรวรรดิยูริ
ประเทศลากย่า นับถือศาสนาคนมีการศึกษาอย่างแน่นแฟ้นนัก ต่อมาเมื่อมีศาสนาเหนือธรรมชาติ เข้ามาเผยแพร่ยังดินแดนนี้ ทุจศิล กินชะมัด ซึ่งเป็นหัวหน้าของพวกลากย่า ก็ได้กำหนดว่าศาสนาเหนือธรรมชาติเป็นของพวกนอกรีต(ทำเหมือนยุคกลางเลยวุ้ย) ดังนั้น ศาสนาเหนือธรรมชาติก็กลายเป็นของนอกรีตไปซะงั้น ผู้ที่นับถือศาสนาดังกล่าวจะถูกเสียบหัวประจานข้างๆ ส้วมสาธารณะ นักบุญที่มาเผยแพร่ก็ถูกประหารชีวิตทุกคน ทำให้ศาสนจักรไอดอลนาลีสท์ได้ประกาศสงครามกับลากย่า ด้วยทุจศิลที่สามารถผลิตเงินได้อย่างไม่จำกัดได้เอาเงินไปอุดปากพวกนักรบของศาสนจักรทำให้พวกนักรบมาอยู่ข้างเดียวกับพวกลากย่า
ศาสนาจักรโกรธหนักยิ่งขึ้น และยอมเซ็นสัญญาเป้นพันธมิตรกับจักรวรรดิยูริ ผู้มีอาวุธทันสมัยหลายอย่าง(แต่ความเป็นพันธมิตรมีอยู่ได้เพียง 2 สัปดาห์ จักรวรรดิก็หักหลังโดยยิงนิวเกรียนใส่รูปปั้นแร็ปโซดี้ จนโค่นลงมา) และให้จักรวรรดิช่วยรบให้
ในช่วงนี้เองประเทศลากย่าได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุด จนเอาเงินไปอุดปากใครๆ ก็ได้
แต่มาอุดปากคนอย่างข้าไม่ได้หรอกเว้ย![]()
~ ยูริ พลังจิต
ในช่วงต่อมาจักรวรรดิยูริ เห็นว่าศาสนจักรไอดอลนาลีสท์อ่อนแอมากเนื่องจากไปติดสินบนลากย่าไว้เยอะ จักรวรรดิยูริก็เห็นว่ารูปปั้นแร็ปโซดี้เป็นเทวรูปที่น่าเลื่อมใสมาก คิดจะเอาไปประดิษฐานไว้ที่จักรวรรดิแทน ต่อมาด้วยความอ่อนแอของศาสนจักรนี่เอง จักรวรรดิยูริก็ได้ตีตนออกห่างศาสนจักรและไปสมคบคิดกับพวกลากย่าแทน เนกิมะเห็นเช่นนั้นจึงสาปยูริให้เป็นโรคทรัพย์จาง ทำให้ยูริปวดหัว ตัวร้อนจี๋ไปรษณีย์จ๋า แต่อาการไม่หนักมากนักและหายไปเองภายใน 3 วัน(สงสัยคำสาปเนกิมะไม่ค่อยแรง) เมื่อยูริ พลังจิต รู้ว่าเนกิมะแห่งศาสนจักรไอดอลนาลีสท์สาปเขา เขาจึงประกาศยับยั้งการเป็นพันธมิตรกับศาสนจักรแบบเต็มตัว และเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับลากย่า แต่ยูริก็ยังมิได้โจมตีศาสนจักรอย่างจริงๆ จังๆ จนกระทั่งแร็ปโซดี้กลับไปยังศาสนจักร ยูริจึงลอบฆ่าแร็ปโซดี้ด้วยนิวเกรียน โชคร้ายที่นิวเกรียนไประเบิดกลางอากาศจนทำให้รูปปั้นแร็ปโซดี้โค่นลงมา โดยที่แรปโซดี้ตัวจริงไม่เป็นอะไร
ในที่สุด คำสาปเนกิมะก็เกิดผล ยูริป่วยหนักด้วยอาการไอ้นั่นวาย จนทำให้ยูริสงบศึกกับศาสนจักรอย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม ยูริได้ส่งผู้ก่อการร้ายเข้าไปยังศาสนจักรเพื่อสร้างสถานการณ์ ให้ผู้คนในศาสนจักรอยู่ไม่เป็นสุข จนกระทั่งสงครามจบลง ศาสนจักรเป็นดินแดนเพียงดินแดนเดียวที่ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิยูริ
แต่ มันยังไม่จบเท่านี้!!!
เพราะความมักใหญ่ใฝ่สูงของจักรวรรดิยูริทำให้เกิดสงครามศาสนาอันยิ่งใหญ่อีก ยาวนานถึง 398 ปี ซึ่งหลังจากสงครามของจักรวรรดิยูริ ทางศาสนาการ์ดจอในเครือจักรวรรดิยูริได้เผยแพร่มายังเมืองคนบ้าเอ็ดจวยทางตอนใต้ของศาสนจักร ซึ่งช่วงแรกๆ เผยแผ่โดยเอาคอมพิวเตอร์มาล่อใจเยาวชน แล้วก็ให้เยาวชนติดเกมงอมแงม จน 20 ปีต่อมา เยาวชนติดเกมจนเป็นวิกฤติ จนกระทั่งบร๊ะศาสดาเนกิมะทนไม่ไหว ประกาศสงครามล้างคอมพิวเตอร์ แต่ว่าฝ่ายเยาวชนเกินการต่อต้านกันเอง ทำให้เกิดสงครามขึ้น เป็นสงครามศาสนาที่ต้องฆ่ากันเอง ระหว่างเยาวชนที่หนีมานับถือศาสนาการ์ดจอกับกลุ่มโอตาคุและพวกบ้าแฟนคลับท่นับถือศาสนาเหนือธรรมชาติ สงครามนี้ดำเนินมา 80 กว่าปี ซึ่งผลจากสงครามทำให้ศาสนจักรอ่อนแอลงมาก
แล้วจักรวรรดิยูริก็จัดการยึดครองศาสนจักรแห่งนี้ ซึ่งทางสหประชาชาติหลายประเทศด้วยกันพร้อมใจโค่นล้มจักรวรรดิยูริเป็นเวลา 300 กว่าปี จนกระทั่ง แนวรบในศาสนจักรของจักรวรรดิยูริยอมยกธงขาว ยุติสงครามที่ตัวเองก่อเมล็ดพันธุ์ขึ้นมา(จักรวรรดิยูรินี่อึดและถึกจริงๆ) แล้วบอกทิ้งท้ายว่า
| | ข้าขอยอมแพ้ต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แล้วข้าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเลย นายมันแน่มาก | |
| จักรวรรดิยูริ | ||
สงครามครั้งนี้ทำให้จักรวรรดิยูริเสียกองทัพไปมากจนไม่อาจฟื้นฟูกลับมาได้อีกเลย
สิ่งที่เหลือจากสงครามของศาสนจักรแห่งนี้ คือ กองเลือดอันหอมฉุยของบรรดาลัทธิมืดนั่นเอง
[แก้ไข] จักรวรรดิปังย่าเข้าสู่สงคราม
นานมาแล้ว ได้มีครูสอนกอล์ฟบนเกาะปังย่า แก่ๆ คนหนึ่ง ชื่อเซมีเมีย เธอคิดว่าตนเองนี้ยิ่งใหญ่นัก ทำให้เกิดการประกาศศักดาโดยการไปลากกองเรือสัปปะรังเคกองหนึ่ง ชื่อว่า "เรือซิลเวีย" มาจอดข้างๆ เกาะซิลเวีย พร้อมกับขนยาบ้า เอ๊ย อาวุธสงครามแปลกๆ กว่าร้อยชนิดลงมาบนเกาะ
ในขณะนั้นมีนักสำรวจชาวโซเวียต คนหนึ่ง ชื่อว่า โป๊ะหน้า รูโบ๋วีหน้า ใครมันจะกล้า มาสู้กับข้า บิดาชื่อ.... เขาถึงกับตะลึงเมื่อล่องเรือมาแถวๆ เกาะ ได้เห็นเรือซิลเมียจอดทอดสมอเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบรัด เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว เขาถึงกับอุทานออกมาว่า
| | โอ๊ โอ๊ โอ๊ อ๊า อ๊า อ๊า อุ๊ อุ๊ อุ๊ อิ๊ อิ๊ อิ๊ แอ๊ะ แอ๊ะ แอ๊ะ เอ๊า เอ๊า เอ๊า อ๊ำ อ๊ำ อ๊ำ ผัวๆๆๆๆ เจียก คร่อกๆๆๆ... ดินแดนแห่งนี้ ทันสมัยแถมมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นเหลือเกิน | |
เขาได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับอเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ โรมานอฟก็ได้ส่งทูตไปสานสัมพันธแม้วตรี เมื่อทูตไปถึง กลับโชคร้ายเนื่องจากดินแดนแห่งนี้ไม่มีผู้ปกครองเลย การปกครองของดินแดนแห่งนี้เป็นการปกครองตนเองแบบหลวมๆ คราวนี้ทูตก็ไม่รู้จะไปขอใครล่ะสิ เลยโดดน้ำให้ฉลามงับซะ เมื่อโรมานอฟทราบข่าวนี้ก็ส่งทูตไปอีกๆ แม่มก็ทำแบบเดียวกันนี่ล่ะ ทำให้โรมานอฟต้องไปเอง แต่แล้วโรมานอฟก็เจอโชคร้ายแบบที่ทูตที่เคยถูกส่งไปได้ประสพมา แต่ต่อมาโรมานอฟก็รู้ว่าผู้บัญชาการกองเรือคือเจ๊เซมีเมียนี่เอง
ด้วยความสวยไปหมดของเจ๊ ทำให้พอมาถึงโรมานอฟก็ขอแต่งงานซะเลย แต่เจ๊แกก็ยังเล่นตัว โรมานอฟคะยั้นคะยอแต่ก็ไม่เป็นผล โรมานอฟผิดหวัง แต่อยู่ๆ เจ๊ก็ได้ตกลงเข้าร่วมฝ่ายโซเวียต แต่ก็ยังไม่ยอมแต่งงานดอกเฟ้ย
| | ไอ้คนเขียนแม่มมั่ว เจ๊แกแก่หงำเหงือกขนาดแล้ว ตูจะไปขอแต่งงานทำไมเล่า | |
| อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ | ||
[แก้ไข] โจรโพกผ้าเหลือง หาเรื่องอังเกรียน
ว่าด้วยการให้ที่พักพิงแก่ทุจศิลกินฃมัด
[แก้ไข] การล้างสมองของแต่ละฝ่าย
ในสงครามโลกครั้งที่สาม ทั้งสองฝายต่างพยายามหาแนวร่วมมาเข้าสงครามด้วย ด้วยความที่ฝ่ายสัมพันธแม้วเป็นฝ่ายที่เคยชนะในสงครามโลกครั้งที่สาม ทำให้มีประเทศหลวมตัวมาอยู่ข้างสัมพันธแม้วอยู่หลายประเทศมากโดยเชื่อว่าสงครามโลกครั้งนี้ ฝ่ายสัมพันธแม้วจะชนะอีกรอบ จนทำให้ฝ่ายสัมพันธแม้วมีแนวร่วมมากกว่าโซเสียตหลายเท่าตัว
แต่ความจริงหลังจากจบสงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตรหาได้ชนะไม่ ชัยชนะเป็นของฝ่ายโซเวียตโดยสมบูรณ์
[แก้ไข] เริ่มสงคราม
[แก้ไข] แนวรบด้านตะวันหก
บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง...
| | ตู๊มมมมม.... โครมมม ก๊องแก๊งๆๆๆ | |
ทุกคนต่างตกตะลึง เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็เห็นตึงเวิลด์เทรดแหลกอย่างหนัก ตึกเวิลด์เทรดแถวๆ ชั้นบนนั้นไม่เหลือชิ้นดีเลย พร้อมกับเครื่องบินที่ปักหัวอยู่บนตึกนั่นเอง
จอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ด ถึงกับตกใจ ใครหนอ มันบังอาจมาทำมหาอำนาจอย่างเราได้ บิลพยายามครุ่นคิด แต่คิดไปคิดมาก็คิดไม่ออก แต่แล้ว ก็มีชายคนหนึ่ง ผอมแห้งแรงน้อย แก่หงำเหงือก เครายาวชิบ เขาออกมาบอกทันใดว่า
และชายคนนั้นก็หายไปในความมืด
บิล กินลิปตั้นรู้แล้วว่าชายคนนั้นเป็นใคร ก็คือ โอซาหมัก บีทาเก้น นั่นเอง
ข่าวนี้แพร่กระจายไปเข้าหูพวกโซเวียตเข้า ทำให้โรมานอฟมีแผนการอันใหญ่หลวงเกิดขึ้น คือจะไปโจมตีอมาริเกย์ตอนที่ยังมีปัญหาในเรื่องนี้อยู่ โรมานอฟได้ใช้เวลาเตรียมทัพยักษ์อยู่นานหลายเดือน หลังจากนั้นจึงยิงนิวเกรียนใส่เกาะเกรียนแลนด์ให้จมลงไปทั้งหมด จากนั้นจึงยิงนิวเกรียนอีกลูกใส่ทำเนียบดำ ทำให้อมาริเกย์เกือบจะหมดความเป็นมหาอำนาจไปเลย
เมื่อโซเวียตเริ่มได้เปรียบอมาริเกย์แล้ว โรมานอฟจึงไปเซ็นสัญญาเป็นพันธหมักกับซาอุ โดยเห็นว่ามีทหารบ้าบิ่นฝีมือดีอย่างบีทาเก้น ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
หลังจากนั้น โซเวียตเริ่มจะถล่มอมาริเกย์ในทุกๆ ทาง และก็เผยโฉมเรือบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ เรือบินคิรอฟ เรือบินชนิดนี้สามารถทิ้งระเบิดได้อย่างหนักหน่วงมาก แถมยังมีระเบิดไฟฟ้าอีก ถ้าไม่เก่งก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
อมาริเกย์ที่ตอนนั้นกำลังเสียเปรียบและไม่สามารถป้องกันตนเองจากโซเวียตได้จึงไปขุดศพเอาระเบิด ไอจนตาย มาให้บอกสูตรอีกครั้ง แต่นี่ไม่ใช่สูตรนิวเกรียนนะ แต่เป็นสูตรโครโนเสฟียร์(Chronosphere) ต่างหากเล่า ด้วยความเก่งกาจสามานย์ของไอจนตายก็ได้บอกสูตรครบถ้วน ทำให้มีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ขึ้นมา คือโครโนสเฟียร์ เป็นเครื่องที่สามารถวาร์ปไปทุกที่บนโลก บิล กินลิปตั้น ดีใจมาก และคิดว่าถ้ามีเจ้านี่ก็ได้เปรียบโซเวียตไปอีกต่อหนึ่ง
จากนั้น กองทัพอมาริเกย์จึงใช้เจ้านี่วาร์ปไปที่กรุงมอสโค พอไปถึงแล้วจึงถล่มทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้โซเวียตยอมยกธงขางแบบฉับพลันทันที
| | ในที่สุดเราก็เผด็จศึกโซเวียตได้สำเร็จ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ | |
โซเวียตทั้งเจ็บทั้งอาย ที่ไปตายน้ำตื้นแบบนี้ ทำให้โซเวียตสงบศึกกับอมาริเกย์เพียงชั่วครู่เท่านั้น แล้วฟื้นฟูสิ่งที่เสียหายไป บทเรียนของการแพ้อมาริเกย์ครั้งนี้ทำให้โซเวียตเซ็นสัญญาเป็นพันธหมักกับเกาะปังย่าที่มีเรือรบอันน่าเกรงขาม และให้ซาอุฯ ออกรบอย่างเต็มที่โดยมีนายพลโอซาหมัก บีทาเก้น เป็นผู้นำ
ด้วยความมีแนวร่วมเยอะนี่เองทำให้โซเวียตบ้าบิ่นยิ่งขึ้น จนเริ่มประกาศสงครามอีกรอบ ต่างฝ่ายต่างโชว์แสนยานุภาพอย่างเต็มที่ โซเวียตได้ส่งทหารราบยวคสคริปต์ไปรบในครั้งแรก พร้อมกับอมาริเกย์ส่งจีไอไปรบด้วย ต่างฝ่ายต่างเสียทหารราบไปมากจนกระทั่งโซเวียตเอาคิรอฟมาทิ้งเอาทิ้งเอา แต่ก็ถูกขี้ปนาวุธยิงสกัดอย่างหนัก จนตกไปเสีย 2-3 ลำ ในขณะนั้นอมาริเกย์ก็ได้ใช้ทันย่า มือระเบิดสาวมาวางระเบิดอยู่ตามจุดต่างๆ แต่ขอโทษ ระเบิดด้านทุกลูกเลยว่ะ มันเลยไม่ระเบิด ทำให้อมาริเกย์เสียเปรียบโซเวียตยิ่งขึ้น ตอนนี้อมาริเกย์เหลืออาวุธเพียงอย่างเดียวแล้ว คือรถถังปริซึม(Prism Tank) อมาริเกย์ได้นำปริซึมออกมายิงเอายิงเอา ทำให้รถถังโซเวียตหลายคันถูกยิงแหลกโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยความงี่เง่นหรืออะไรสักอย่างของปริซึม เมื่อมีกระสุนของฝ่ายโซเวียตลูกหนึ่งตกลงใจกลางรถถัง ปริซึมได้ระเบิดปลิวหายไปในอากาศทันที ตอนนี้อมาริเกย์ก็ไม่เหลืออาวุธใดๆ อีกแล้วนอกจากทหารราบจีไอ อมาริเกย์ขอยอมแพ้ทันที
แต่โซเวียตก็ยังไม่ลดละ ใช้แผนสองคือจะรุกคืบเข้าไปในกรุงนิวหอร์กอีก พร้อมกับถล่มเทพีสันติภาพที่กำลังชูแขนอย่างสง่างามโดย วีหนาม ร็อกเก็ต(V3 Rocket) โดยที่อมาริเกย์ไม่สามารถป้องกันได้เลย อย่างไรก็ตาม ได้มีทหารราบบ้าเลือด วิ่งเข้าไปแทงรถถังจนพรุนหลายต่อ เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของรถถังโซเวียต
| | หมดกัน เทพีสันติภาพ หมดแล้ววว | |
สรุปว่า คราวนี้ โซเวียตก็ชนะอมาริเกย์ไปต่อหนึ่งแล้วสิ





