สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สอง
จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
| สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สอง | |
|---|---|
| ส่วนหนึ่งของ สงครามโลกครั้งที่สาม | |
การเดินทัพของสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน ในยุทธการอุรุมฌี | |
| |
| |
| |
| ผู้ร่วมรบ | |
| | (ช่วงท้ายสงคราม) |
| ผู้บัญชาเกรียน | |
| | |
| กำลัง | |
| รถถังแมงโม้ 1,000 คัน เรือรบ 15,000 ลำ | UFO 1 ลำ เกรียนดั้ม 500 เครื่อง |
| ความสูญเสีย | |
| รถถังแมงโม้พัง 200 คัน เรือรบพัง 4,600 ลำ | UFOพัง เกรียนดั้มพังหมด(ต่อมาได้ถูกนำไปขายเป็นเศษเหล็ก) |
| ในช่วงท้าย ประเทศลากย่าแปรพักตร์ไปอยู่กับจักรวรรดิยูริ | |
- สงครามเวิลด์เทรด(สงครามอเมริกร๊วกครั้งที่หนึ่ง)
- สงครามทะเลทับขี้
- สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สอง
- สงครามล้มยูหลบ
- สงครามอเมริกร๊วกครั้งที่สอง
- Nirvana Force(สงครามไอดอลนาลีสท์ครั้งที่สาม)
- กรณีเด็กเดน
- สงครามกลางเมืองเทย
- สงครามไอดอลนาลีสท์ครั้งที่หนึ่ง
- สงครามไอดอลนาลีสท์ครั้งที่สอง
สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สอง เป็นสงครามที่เกิดจากการขยายอำนาจของจักรวรรดิเรดซัน และการล้างแค้นของประเทศคอมมิวนิสต์หลายๆประเทศ จีนที่เป็นกลางอยู่ก็เข้าร่วมสงครามด้วยการชักชวนของสหภาพโซเวียตที่ปกครองจากกรุงเคียฟ ซึ่งบอบช้ำจากการยอมรับสนธิสัญญาโง่ดักดาน ซึ่งทำให้โซเวียตตัดขาดจากดินแดนรอบๆ แต่ต่อมาก็มีการติดต่อกันอีกครั้งโดยพวกเร่ร่อนนำโดยทัวป๋ากุ้ย ซึ่งมากล่าวกับอเล็กซานเดอร์ โรมานอฟว่าจะติดต่อกับจีนให้ แล้วรวมตัวกับสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนเพื่อร่วมกันพัฒนาการทหาร สหภาพโซเวียตจึงค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
สงครามครั้งนี้นำความเดือนแค้นมาให้ยูริ พลังจิต (หรือที่ชาวเรดซันเรียกอย่างทะนงตัวว่า "ยูริคนถ่อย") จนยูริต้องเรียกจักรพรรดิแห่งเรดซันว่า "เกรียนแห่งเรดซัน" แทน
อนึ่ง สงครามที่เอเชยตะวันออกเคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้วอันเป็นสงครามที่เกิดจากการขยายอำนาจของยุ่นปี่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เรียกสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่หนึ่งหรือสงครามมหาเอเชยบูรพา สงครามนี้จึงถูกเรียกว่าสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สอง
สารบัญ |
[แก้ไข] ภูมิหลัง
[แก้ไข] การแก้เผ็ดของยูริ : Yuri's Revenge
ดูบทความหลักที่การระดมยิงที่กรุงเคียฟ
ในช่วงหลังจากสงครามเวิลด์เทรด ยูริ พลังจิต เห็นสหภาพโซเวียตถูกอมาริเกย์ตีโต้จึงลี้ภัยไปที่ประเทศเทยชั่วคราว เพื่อป้องกันอันตรายที่จักรวรรดิยูริและผองเพื่อนจะได้รับ
หลังจากที่ยูริ พลังจิต ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ หลายล้านล้านเหรียญ รัฐบุรุษคนหนึ่งของจักรวรรดิยูริ มิคาอิล แอนโดรปอบถึงกับทนไม่ได้ จึงเกณฑ์ทหารอย่างเร่งด่วนเพื่อนำกำลังทหารบีบให้สหภาพโซเวียตยอมปล่อยตัวยูริพลังจิต พลเรือนก็ทนกับเหตุการณ์นี้ไม่ได้เช่นกันจึงไปสมัครทหารด้วย เหล่าขุนนางเกรียนของยูริก็ได้ประณามการกระทำของสหภาพโซเวียต
ในช่วงอีกหลายเดือนต่อมา จักรวรรดิยูริก็ได้ทำการเกณฑ์ทหารพร้อมกับเตรียมสรรพกำลังไว้เสร็จสรรพ จากนั้นจึงเข้าโจมตีกรุงเคียฟ โดยเน้นอาวุธปืนใหญ่เป็นหลัก จากการโจมตีครั้งนี้ทำให้สิ่งก่อสร้างในเคียฟพังเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะศาสนสถาน(โบสถ์) หลายแห่งที่ทัพยูริยิงถล่มไม่เลือกหน้า แต่นั่นก็ได้ผล สหภาพโซเวียตยอมปล่อยตัวยูริ พลังจิต ไปนั่งบนบัลลังก์ของตนได้อีกครั้ง
ด้วยความเคือง ยูริ พลังจิต จึงตั้งโต๊ะเสวนาที่อาคารศรีเทนย่า กรุงเคียฟ(คนละเรื่องกับศรีธัญญา) เกี่ยวกับการจะจัดการกับสหภาพจนเครียดอย่างไรดี แต่ก็ไม่ค่อยมีชาติอื่นๆ มาเข้าร่วมเท่าใดนักเนื่องจากเห็นเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตน ยูริ พลังจิต ก็ได้เจรจาเชิงประณามโรมานอฟ แต่โรมานอฟก็ไม่ได้ถือสาอะไรมากนอกจากคิดว่าเป็นคำพูดของผีเปรด
| | เอ็งคิดว่าข้าเป็นผีเปรตเลยเหรอวะ เอ็งไม่ตายดีแน่ ไอ้อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ | |
| ยูริ พลังจิต | ||
ทำให้การเจรจานี้เต็มไปด้วยความเงียบเหงาและไม่ได้สัมฤทธิ์ผลอะไร อีก 2 วันต่อมา ยูริ พลังจิต จึงนัดเจรจาอีกรอบ
แต่ทว่าอเล็กซานเดอร์ โรมานอฟไม่ยอมเจรจาด้วย จักรวรรดิยูริจึงส่งกองทัพบุกสหภาพโซเวียต มีการยิงกันอย่างรุนแรงจนกระทั่งมีชาวยูริขอให้เจรจาสงบศึก สนธิสัญญาโง่ดักดานที่เขียนเขาข้างตัวเองจึงเริ่มขึ้น
[แก้ไข] สนธิสัญญาโง่ดักดาน
ดูบทความหลักที่ สนธิสัญญาโง่ดักดาน และ การเจรจาที่กรุงเคียฟ
จากนั้น ท่านยูริได้ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ที่สหภาพโซเวียต ในแถบยูหลบตะวันออกเป็นการแก้เผ็ด ประชาชนต่างไม่พอใจจึงไปสมัครสุนทรเวชเป็นทหารอย่างล้มหลามเพื่อจะเข้ากองกำลังสมาพันธ์สายลับ ทหารเหล่านี้ได้ถูกนำไปรบในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บทรมานของรัสเซีย (อาจว่าได้ว่านี่อาจเป็นจุดชนวนของสงครามโลกครั้งที่สาม) แต่ทหารเหล่านั้นเคยชินกับความหนาวได้ดี แต่พวกอีแว่นอีวาน กลับต้องถอยทัพออกไปเพราะมันหนาว~ สงครามยืดเยื้อจนกระทั่งกองทัพจักรวรรดิยูริสามารถรุกคืบเข้าไปในกรุงมอสวัวมอสโค ได้ ยูริถูกนำกลับประเทศโดยที่ไม่ต้องเสียค่าไถ่ กองทัพอีแว่นต้องเสียคิรอฟไปเป็นจำนวนมาก โซเวียตน้ำตาตกเมื่อถูกบังคับให้เซ็นสนธิสัญญาโง่ดักดาน กองทัพสหรัฐอมาริเกย์จับมือเป็นพันธมวย ทางการทหารกับจักรวรรดิยูริ ได้สำเร็จ
เนื้อหาของสนธิสัญญานี้คือ
- สหภาพโซเวียตต้องยกดินแดนแถบบอลติค ทะเลแคสเปียน คอเคซัส และคาบสมุทรโคล่าให้กับจักรวรรดิยูริ
- จักรวรรดิยูริจะไปเป็นพันธมิตรกับสหรัฐมาริเกย์
- โซเวียตต้องส่งบรรณาการมาให้ยูริปีละ1ล้านเหรียญสหรัฐ(วินาทีละ 0.1413151 ดอลลาร์)
ซึ่งเนื้อความแบบนี้ ใครจะยอมรับล่ะครับ สนธิสัญญาเขียนเข้าข้างตัวเองอย่างนี้ โซเวียตยอมทำตามอยู่แค่สองปีก็เริ่มติดต่อกับสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนเพื่อละเมิดสนธิสัญญานี้ จึงเป็นผลให้เกิดการประกาศสงครามที่เอคาเตรินเบิร์กขึ้น
[แก้ไข] การจุดระเบิดสงครามในแนวรบด้านตะวันออกของเรดซัน
จักรพรรดิแห่งเรดซันมีพระราชโองการสั่งเคลื่อนทัพไปโจมตีจักรวรรดิยูริเพื่อแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของกองทัพเรดซัน โดยจัดกองทัพไป80,000คนขึ้นฝั่งที่คาบสมุทรคามชัตกา แต่ถูกยูริ พลังจิตใช้ยูริโคลนไปสะกดจิตทหารเรดซันประมาณ2,000คน ปรากฏว่ากองทัพเรดซันพ่ายแพ้ ยอมสวามิภักดิ์ต่อจักรวรรดิยูริหลายหมื่นคน จักรพรรดิแห่งเรดซันจึงสั่งให้ฝึกวิชาหูหนัก และศิลปะทางพิชัยสงครามอื่นๆให้แก่กองทัพ ให้สามารถรบได้ในทุกสนามรบ ทำให้จักรวรรดิยูริตั้งตัวเป็นศัตรูกับจักรวรรดิเรดซันนับแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากที่ยูริสามารถรบชนะสหภาพโซเวียตจนต้องหลบเข้าไปอยู่ในยูเครนได้แล้ว จึงยกทัพมาตีจีนเพื่อที่จะใช้เป็นสะพานในการยกกองทัพไปทำลายล้างจักรวรรดิเรดซัน แต่ถูกเรดซันสกัดเอาไว้ได้ก่อน
[แก้ไข] เหตุการณ์ที่ประเทศเทย
ดูบทความหลักที่ สงครามกลางเมืองเทย
กองทัพเหลืองประกาศขับไล่ทุจศีล ภายหลังจบลงโดยการปฎิวัติ
การปฏิวัติครั้งนี้ทำให้โจรโพกผ้าเหลืองต้องหนีมาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้แล้วยึดบ่อนคาสิโนของทุจศิล กินชะมัดมาเป็นแหล่งหากิน ทำให้ทุจศิลโกรธมากแล้วก็นำชาวลากย่าเข้าสงคราม ด้วยความช่วยเหลือจากจีนทำให้สามารถยึดบ่อนคาสิโนคืนจากโจรโพกผ้าเหลืองได้ โจรโพกผ้าเหลืองจึงสิ้นชาตินัแต่นั้นมา แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของจักรวรรดิเรดซัน
อนึ่ง หลังการปฏิวัติ พรรคพังประชาชินกับพรรคประชาพิบัติสลับกันขึ้นเป็นรัฐบวมเทย ก่อนถูกจักรวรรดิเรดซันยึดอำนาจในที่สุด
จักรวรรดิเรดซันได้เขียนสนธิสัญญาขึ้นมาฉบับหนึ่ง เพื่อให้พวกเสื้อเหลืองแดงหยุดทะเลาะกัน เพื่อร่วมกันต้านจักรวรรดิยูริ
[แก้ไข] จีนเข้าร่วมสงคราม
สมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนได้นำสารเชิญชวนให้จีนมาเป็นพันธมิตรมาจากสหภาพโซเวียต ทัวป๋ากุ้ยได้เขียนสนธิสัญญาขึ้นฉบับหนึ่ง ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรกันระหว่างโซเวียตกับจีน ต่อมาได้เรียกว่า สนธิสัญญาซินเจียง
[แก้ไข] การตีจักรวรรดิยูริครั้งแรก
ดูบทความหลักที่การฟื้นฟูสหภาพโซเวียตครั้งที่หนึ่ง
ไม่นานนักกองทัพสหภาพโซเวียต จีน และสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนก็มารวมตัวกันที่หน้าอนุสาวรีย์ของจักรพรรดิติมูร์ แล้วขอพรจากติมูร์ว่าให้ประสบชัยชนะ กองทัพแยกกันที่อัลมาตี โดยมีแผนว่า ให้ทัพโซเวียตเข้าโจมตีทางเหนือของทะเลสาบแคสเปียน ชาวเร่ร่อนโจมตีชายแดนทางด้านใต้ของจักรวรรดิยูริ ทัพจีนโจมตีพื้นที่เหนือทะเลทรายโกบี ชาวบ้านที่คอเคซัสเมื่อเห็นทัพโซเวียตก็ดีใจเข้ามาสมัครเป็นทเห่ออย่างล้นหลาม ทัพโซเวียตจึงบุกไปได้ถึงมอสโค ไม่ว่าจะถูกทัพยูริจัดการอย่างไรก็ไม่สามารถยุติปณิธานอันมุ่งมั่นที่ฟื้นสหภาพโซเวียตได้ โชคร้ายที่ยูริ พลังจิตอยู่ที่มอสโค เห็นทัพโซเวียตจึงให้ยูริโคลนไปสะกดจิต แต่ก็ไม่สามารถสะกดจิตได้ ต่อมาชาวเร่ร่อนเข้ามาสมทบ แล้วชาวจีนก็เข้ามาสมทบที่มอสโคนี่เอง ทัวป๋ากุ้ยได้นำทรายมาถมกำแพงเมือง แล้วทำให้ทั้งกองทัพบุกเข้าไปในเมืองได้ ชาวรัสเซียเห็นทัพโซเวียตก็เข้ามาสมทบอีก
และแล้ว ทัพใหญ่ของคอมมิวนิสต์ก็บุกไปถึงเคลมลิน ยูริจึงรีบหนีออกนอกเมือง ในขณะเดียวกันก็ได้ติดตั้งระบบลูกไฟไว้ที่กำแพงเมือง เมื่อเห็นทัพยูริจะปล่อยลูกไฟทันที
อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ,ทัวป๋ากุ้ย และแม่ทัพนายกองของจีน จึงประกาศชัยชนะที่เคลมลินว่า
| | พวกเราชาวคอมมิวนิสต์ได้ล้างแค้นไอ้ยูริ พลังจิตสำเร็จแล้ว ขอให้ทุกท่านจงโชคดีมีชัยไปตลอด ไม่ว่าชัยชนะครั้งนี้จะอยู่นานเท่าใด ขอให้ท่านเตรียมรับการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์จากพวกเราตามเดิมด้วยเถิด | |
ประชาชนต่างโห่ร้องด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง สหภาพโซเวียตของพวกเขาฟื้นแล้ว
ชาวเร่ร่อนได้ตีเมืองที่อยู่ระหว่างเคียฟกับมอสโคให้กับโซเวียต สหภาพโซเวียตกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้ง ส่วนจักรวรรดิยูริก็เหลือดินแดนแค่ไซบีเรียตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น สมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนเรืองอำนาจสูงสุด จีนสามารถครองเมืองวลาดิวอลสตอคได้
แต่หลังจากนั้นเพียง45วัน อูรุมฌีก็ถูกจักรวรรดิยูริตีแตก ยูริขยายอำนาจอย่างรวดเร็วจนกระทั่งไซบีเรียตกเป็นของจักรวรรดิยูริ 30วันหลังจากนั้น ผลงานที่งดงามของคอมมิวนิสต์ทั้งหมดก็ถูกทำลายเมื่อมอสโคแตก ทัวป๋ากุ้ยจึงรีบนำทัพมาสู้ศึกที่อูรุมฌีจนตีคืนได้ จีนจึงมอบอูรุมฌีเป็นเมืองหลวงของสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน ส่วนโซเวียตก็กลับสู่สภาพเดิม
[แก้ไข] การขยายอำนาจของเรดซัน
ถ่ายรูปคู่กับ สมองแช่อิ่ม ซึ่งเป็นอาหารที่ยูริชื่นชอบ
จักรวรรดิเรดซันที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นเมื่อสามารถสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งกับอาวุธที่แข็งแกร่งได้แล้วก็อยากแสดงแสนยานุภาพให้โลกได้ประจักษ์จึงก่อกบฏต่อประเทศเทยอย่างเงียบๆพร้อมกับยกกำลังเข้าเมืองหลวงเกรียนเทพมหานครอย่างแนบเนียนโดยการนั่งรถ บขส.เข้ามาเมื่อถึงเวลาที่นัดหมายไว้ทหารเรดซันก็สามารถปราบกองทัพเทยอย่างรวดเร็วจนหมด แล้วรวบอำนาจการปกครองไปยังเตโอเรดซันทั้งหมด
ในช่วงต้นสงคราม เรดซันได้ขยายอาณาเขตอย่างน่ากลัวมาก เรดซันพิชิตประเทศเพื่อนบ้านทีละประเทศจนกระทั่งสุดท้ายสามารถพิชิตลุ่มแม่น้ำจูเจียงได้ แต่การขยายอาณาเขตขึ้นเหนือของเรดซันอาจส่งผลให้เรดซันเผชิญหน้าโดยตรงกับจักรวรรดิยูริได้ เรดซันจึงชิงตัดหน้าประกาศสงครามกับยูริก่อน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งนี้
อำนาจของเรดซันจึงเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวเพราะมีการกระจายอิทธิพลไปยังเตโอติอัวกันด้วย ราวกับว่าหายนภัยมาเคาะประตูบ้านสหรัฐอมาริเกย์แล้ว บ้ารัก โอซาม่าจึงคิดจะสร้างฐานทัพในเรดซันเพื่อควบคุมอิทธิพลของเรดซัน หลังจากนั้นทางจักรวรรดิเรดซันจึงประกาศให้ตัวเองไม่ยอมรับอิทธพลของอมาริเกย์ นั่นเท่ากับว่าประกาศสงครามกับอมาริเกย์เลยทีเดียว โอซาม่าจึงมีคำสั่งให้ยกทัพไปยังเรดซัน จักรพรรดิแห่งเรดซันจึงมีพระราชโองการให้ยกทัพไปต้านทันที กองทัพเรดซันสามารถทำลายกองกำลังสหรัฐฯทางแปซิฟิคได้ทั้งหมด
โอซาม่าจึงคิดว่าในขณะนี้ยังไม่มีใครต่อต้านเรดซันได้ยกเว้นจักรวรรดิยูริที่ไม่เป็นมิตรกับใครทั้งนั้น แต่ก็ยังให้คงกองกำลังไว้รอบๆเรดซัน เรดซันจึงยกทัพไปขับไล่กองทัพอมาริเกย์ให้กลับประเทศทั้งหมด เหตุการณ์นี้ทำให้สหประชาชาติประนามจักรวรรดิเรดซันอย่างหนักจนถึงขั้นคว่ำบาท แต่ก็มีประเทศที่ไม่ทำตามนี้เช่น จีน(เจ็บแล้วไม่จำ),สหภาพโซเวียต,อีห่าน,ซาอุดิอาระเมียและจักรวรรดิยูริ เพราะประเทศเหล่านี้มีความคิดที่จะก่อสงครามต่อต้านอเมริกาอยู่แล้ว ส่วนจักรวรรดิเรดซันนั้นก็ยังก่อสงครามต่อไปโดยนำทัพไปยังคามชัตกา ซึ่งเป็นเขตแดนของจักรวรรดิยูริ ทำให้ชาวยูริถอยเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ ทำให้ยูริ พลังจิตโกรธมากจึงยกทัพไปยังเรดซัน โดยส่งเกรียนดั้มจำนวนมากมายังเรดซัน เรดซันสามารถทำลายเกรียนดั้มเกือบทั้งหมดได้ ยูริจึงยกทัพมาตีซ้ำ แล้วก็สะกดจิตทเห่อเรดซันได้ เรดซันจึงพ่ายแพ้เพราะมีทหารหนีทัพไปเข้าด้วยฝ่ายยูริเป็นอันมาก(ถูกสะกดจิตไง) จักรพรรดิแห่งเรดซันจึงเรียกกองทัพที่คามชัตกากลับ เพื่อให้ทหารได้ฝึกวิชาหูหนัก จะได้ถูกสะกดจิตได้ยาก
ขณะเดียวกันจีนก็เริ่มให้เรดซันมาเป็นพันธมิตรแล้วสร้างกองทัพร่วมกันเพื่อต้านจักรวรรดิยูริ แต่ก็เกือบสายเกินไป ยูริได้ส่งกองทัพลงใต้มายังจีนเพื่อผลักดันให้ทัพเรดซันลงใต้ไป ซึ่งยูริก็ได้ตีฮาร์บิน ฉางชุน เสินหยาง ต้าเหลียน และไท่หยวนแตก ที่ต้าเหลียนนี้ได้มีคนบรรยายเหตุการณ์เอาไว้ว่า
| | นครต้าเหลียนเป็นเมืองอุตสาหกรรมอันงดงามและลังการ นำรายได้เข้ารัฐบาลจีนเป็นอย่างมาก แต่ในเวลาเพียงไม่กี่วันที่ยูริ พลังจิตยกทัพมา นครแห่งนี้ก็ถูกทำลายล้างจนแทบจะลบเลือนไปจากแผ่นดิน | |
ในเวลาเดียวกันนั้น จักรวรรดิยูริก็ยกทัพประชิดแม่น้ำเหลียว แล้วยกทัพเข้าตีเกาเหลา ซึ่งเกาเหลาเหนือใต้ก็รวมพลังกันต่อต้านจักรวรรดิยูริอย่างสุดชีวิตชนิดที่ไม่มีใครสามารถสะกดจิตพวกเขาได้ ในที่สุดจักรวรรดิยูริจึงต้องถอนกำลังออกไปจากคาบสมุทรเกาเหลาเพราะตั้งหอสะกดจิตไม่ได้
ไม่นานนัก กรุงปักกิ่งก็แตก พร้อมกับเทียนสิน ทัพยูริตีทุกเมืองแตกหมดจนกระทั่งประชิดแม่น้ำฮวงโห จีนจึงย้ายศูนย์กลางการปกครองมายังนานกิงแล้วขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิเรดซัน จักรพรรดิแห่งเรดซันก็ตกลงในทันที
ในวันรุ่งขึ้น กองทัพจักรวรรดิเรดซันพร้อมด้วยอาวุธอันทันสมัยและกองทัพที่เป็นพวกมีวิชาหูหนักซึ่งถูกสะกดจิตได้ยากจึงมาถึงลกเอี๋ยงแล้ววันต่อมาจึงยกทัพกวาดล้างทัพยูริในทันทีทันใด กองทัพยูริตกใจที่ถูกโจมตีฉับพลัน สงครามครั้งนี้เรียกว่ายุทธการลกเอี๋ยง
ดูเพิ่มที่ ยุทธการลกเอี๋ยงและยุทธการต้าเหลียน
[แก้ไข] ศึกเจียงตง
ดูบทความหลักที่ การทัพผาแดง
จักรวรรดิยูริต้องการเขตยุทธศาสตร์บริเวณทะเลจีนตะวันออกจึงยกกำลังเข้าเซี่ยงไฮ้ ต่อมาก็ประชิดนานกิง หางโจว และซูโจวตามลำดับ จีนต้องการปกป้องเขตยุทธศาสตร์ของตัวเองจึงพยายามต่อสู้แต่พ่ายแพ้ทุกกองทัพจักรวรรดิยูริจึงครอบครองเมืองดังกล่าวทั้งหมด จีนจึงขอความช่วยเหลือจากเรดซัน ที่ประชุมขุนนางของเรดซันเห็นว่ายูริครอบครองจุดยุทธศาสตร์อยู่ขืนยกทัพปอาจพ่ายแพ้ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิวิเกรียนนคร ซึ่งเป็นอาณาจักรของชาวทมิฬ ให้ช่วยตีปากแม่น้ำแยงซีเกียงให้ด้วย เมื่อทั้งสองจักรวรรดิยกทัพไป กองทัพชาวทมิฬรบกับกองทัพยูริอย่างดุเดือดเลือดพล่าน โดยยึดได้เมืองหางโจวและซูโจว ส่วนเรดซันได้นำกองเรือหลายร้อยลำพร้อมขีปนาวุธที่ขอยืมมาจากจีนมาปิดทะเลโอคอสต์และแบริ่ง พร้อมยึดคามชัตกา แล้วยื่นคำขาดให้ยูริปล่อยพื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีคืนให้จีน ยูริจึงยอมปล่อยพื้นที่ปากแม่น้ำแยงซีเกียงทั้งหมดคืนให้กับจีน ฝ่ายทหารทมิฬเมื่อได้ข่าวว่าฝ่ายตนชนะจึงยกทัพกลับกรุงวิเกรียนนคร
[แก้ไข] การตีจักรวรรดิยูริครั้งที่สอง
ดูบทความหลักที่การบุกจักรวรรดิยูริของฝ่ายคอมมิวนิสต์
จีน เกาเหลา จักรวรรดิเรดซัน และสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อน รวมพลังกันบุกจักรวรรดิยูริทั้งทางบกและทางน้ำ โดยทางน้ำ ทัพเรือจีนและจักรวรรดิเรดซันก็ยกพลขึ้นบกที่คามชัตกาแล้วบุกไปทางตะวันตก เกาเหลาก็ยกทัพทางบกไปทางแมนจูเรีย ขับไล่ทัพยูริขึ้นเหนือ ทางน้ำก็ร่วมกับยุ่นปี่นำทัพเรือบุกเข้าไปที่อ่าวโอคอสต์ ส่วนชาวเร่ร่อนก็ยกทัพไปทางด้านเหนือของเขาเทียนซานและเขาอัลไต ทัพพันธมิตรได้ยึดครงไซบีเรียภาคตะวันออกแล้วไม่ถอนทัพ จักรวรรดิยูริจึงเสียดินแดน แต่ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะถูกประเทศอื่นมีกำลังเข้มแข็งล้อมไว้หมดทุกด้านแล้ว
[แก้ไข] การเดินทัพของกองทัพประชาชน
ดูบทความหลักที่ยุทธการเทียนสิน
เพื่อช่วยเหลือจักรวรรดิเรดซัน พวกชาติม็อบทั้งสองพวกจึงเริ่มทำสงครามความคิดกับจักรวรรดิยูริ โดยการปล่อยข่าวว่ายูริ พลังจิตปกครองแผ่นดินอย่างทรราชย์ พวกประเทศต่างๆจึงพร้อมใจกันคว่ำบาตรจักรวรรดิยูริ แล้วพวกกองทัพประชาชนจึงนั่งเรือไปที่เทียนสิน แล้วใช้กำลังทำลายหอสะกดจิต จึงถูกทหารยูริส่วนหนึ่งเข้าตะลุมบอน เป็นเวลาสองชั่วโมงกองทัพประชาชนเริ่มบาดเจ็บล้มตาย แต่ก็สามารถทำลายหอสะกดจิตเทียนสินได้สำเร็จชาวจีนจึงลุกฮือขึ้นต่อต้านจักรวรรดิยูริ โดยไปรวมกำลังกับพวกที่อยู่ที่ไซบีเรีย
[แก้ไข] การแปรพักตร์ของลากย่า
เมื่อภารกิจกองทัพประชาชนเสร็จสิ้น ลากย่าก็เริ่มเอาเงินอุดปากพวกที่รบกับยูริ แต่ไม่สำเร็จ จักรพรรดิแห่งเรดซันจึงให้ลงโทษทุจศิล กินชะมัดด้วยการให้เกย์อัดถั่วดำร้อยที แล้วมีคำสั่งให้ยุบประเทศลากย่าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเรดซัน เพื่อป้องกันการก่อกบฏ
[แก้ไข] สงครามจบ
| | อะไรวะ อยู่ๆ ก็โดนรุมเฉย โดนรุมจนทำอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย ซิกๆ | |
| ยูริ พลังจิต กล่าวด้วยความเคียดแค้น | ||
ในช่วงท้ายยูริ พลังจิตนำทัพรบกับกองทัพรอบๆแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเหลือกำลังในเขตไซบีเรียเพียงหมื่นกว่าคนเท่านั้น
หลังจากนั้นสถานการณ์ในเอเชยจึงเริ่มสงบลง เมื่อสงครามจบทุกประเทศจึงถอนทเห่อออกจากไซบีเรีย จักรวรรดิยูริจึงฟื้นตัวอีกครั้ง แล้วยูริ พลังจิตก็ไม่กล้ารุกรานเอเชยตะวันออกอีกเลย แต่ยูริเริ่มยกทัพไปทางตะวันออก สงครามครั้งต่อไปก็จะเกิดขึ้นที่ทวีปอเมริกร๊วก
การถอนทหารของชาติพันธมิตรมีผลทำให้การทหารของยูริฟื้นตัวอีกครั้งด้วย(ดูสงครามโลกครั้งที่สาม) อย่างไรก็ตาม ผลของสงครามครั้งนี้มีผลกระทบกับ Nirvana Force ซึ่งส่งผลให้จักรวรรดิยูริเคลื่อนพลไปยังศาสนจักรไอดอลนาลีสท์ อย่างยากลำบาก จนทำให้ศาสนจักรชนะจักรวรรดิยูริอย่างเด็ดขาดในที่สุด(ดูที่ Nirvana Force)
สงครามครั้งนี้ถ้าดูตามสนธิสัญญาโง่ดักดานแล้ว สหรัฐอมาริเกย์ต้องส่งทเห่อออกมารบในสงครามนี้ด้วย แต่ในความจริงแล้ว ไม่ปรากฏว่าสหรัฐฯส่งกองทัพมาช่วยจักรวรรดิยูริเลย เป็นไปได้ว่าสงครามนี้ไม่กระทบต่อสหรัฐอมาริเกย์ แต่ถึงอย่างไรสหรัฐอมาริเกย์ก็ถูกประเทศอื่นทำลายลงในสงครามอเมริกร๊วกครั้งที่สอง