สงครามเอกราชโลลิคอนสามสิบสี่วัน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
หน้าต้นทาง: โลลิคอน
ดูเพิ่มเติม: สงครามกลางเมืองอากิฮาบาระ

นี่มึงยอมขุดคุ้ยบทความ 11 ปีเพื่อจัดเรียงหน้าเฉพาะแบบนี้เนี่ยนะ?!
                 — ผู้สมรู้ร่วมคิดในการทำหน้าสงครามแยก

สงครามเอกราชโลลิคอนสามสิบสี่วัน(ปะกิด:Thirty-four days Independent Lolicon-war) หรือชื่อทางการในปี 2550 คือสงครามโลลิคอน เป็นทฤษฎีการจำลองสถานเกรียนที่เป็นไปได้ของการเกิดสงครามโลกครั้งที่สามที่ถูกบันทึกไว้เมื่อปีเบจิศักราช 2550 โดยจอมพลไปป์ พิบูลโลลิ เพื่อคาดคะเนถึงความเป็นไปได้ของการเถลิงอำนาจในสาหัสประชาเชิดและการเกิดสงครามทำลายล้าง แม้ทฤษฎีดังกล่าวจะถูกลบล้างออกไปในปี 2553 แต่ในปี 2562 ได้มีการปัดฝุ่นแฟ้มบทความที่ทำในสมัยยุคแอนดร๋อยยังไม่ถือกำเนิดเพื่อนำมาชำระและตีความใหม่อีกครั้ง เนื่องจากพันโทบ๊อบ "จูนิเบียว" บลิทซ์เทนเบิร์กได้ทำการประเมินสถานการณ์ของการถือครองอำนาจทางแส่มวลเกรียนของยูเอ็นแล้วพบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดสงครามกลางเมืองอากิฮาบาระ และได้พบว่าจอมพลไปป์ก็เคยคิดแบบเดียวกัน จึงทำให้มีการชำระและตีความสงครามโลลิคอนใหม่ในส่วนที่คลุมเครือ

สาเหตุของการชำระตีความ[แก้ไข]

บทความสงครามโลลิคอนเดิมมีเนื้อหาเอกสารเป็นเล่มเดียวกับวิทยานิพนธ์โลลิคอนซึ่งทำให้มีความคลุมเครือของเนื้อหาเพราะความสนใจส่วนมากจะถูกโยงไปยังงานบันทึกเกี่ยวกับโลลิและพฤติเกรียนเกี่ยวข้อง อีกทั้งการแก้ไขเนื้อความในบทความที่มีตราประทับจากสำนักงานรัฐบวมไร้สาระนุกรมยังทำได้ลำบากยิ่งเพราะเสี่ยงต่อการติดข้อหาก่อเกรียนร้าย จึงต้องอาศัยการชำระข้อมูลอย่างมีเหตุมีผลและเชื่อมโยงกับสารบบที่ทันสมัยของอาณาจักร จึงได้มีการชำระบทความอายุ 11 ปีขึ้นเพื่อป้องกันมิให้พงศาวดารอันมีค่าถูกลืมเลือนไป

จุดเริ่มต้น[แก้ไข]

ในสมัยนั้น บางครั้งบางคราโลลิก็อาจตอบโต้โลลิคอนได้

วันที่ 29 มีนาคม ปี 20077777 ที่ประเทศยุ่นปี่ มีการรายงานพบเห็นผู้ต่อต้านโลลิคอนซึ่งเปิดเผยตัวเองอย่างเป็นทางเกิน นักการเมียที่ชื่อ เสยโก โนด่า (Seiko Noda) สมาชิกสภาผู้แทนราดหน้าสะด๊วบยุ่นปี่ได้นำประเด็นเรื่องของการประชุมสัมมนายุ่นปี่-สเวนดีเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันการผลิตสื่อลามกเกี่ยวกับเด็ก และได้แสดงจุดยืนที่ว่าสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก รวมไปถึงมังงะและอนิเมะ ต้องห้ามผลิตและทำลายให้หมด ทำให้นางถูกโอตาคุทั่วโลก, บุคคลจากศาสนามาโดกะ, แส่มวลเกรียน, พลเมืองอากิฮาบาระและสำนักงานศาสนจักรจูนิเบียวหมายหัวทันที และได้มีการใส่ร้ายป้ายสีกันอย่างรุนแรงทางการเมียโดยเฉพาะบนกระดานสนทนา 2ch ซึ่งเป็นกระดานสนทนาที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่ยุ่นปี่ ขณะเดียวกันฝ่ายผู้ต่อต้านเองก็เริ่มสวนกลับบ้าง ทางเว็บไซต์ผู้จัดกวนออนไลน์ที่เป็นพันธแม้วกับกลุ่มตะวันตกนิยมได้เริ่มทำการปลุกระดมครูและผู้ปกครองให้ลุกฮือขึ้นมาต้านทานพวกโลลิคอน

ในวันที่ 31 กันยายน ในปีเดียวกัน นางเสยโก โนด่า ได้ถูกลอบสังหารด้วยปืนสไนเปอร์ AWP ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของโอตาคุที่ชื่อว่า โอซามะ บินลาเดน และในวันถัดมา ก็ได้เกิดระเบิดพลีชีพขึ้นที่ย่านร้านค้าแห่งหนึ่งในอากิบะ สถานที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่โอตาคุทั่วโลกจะต้องมาเคารพสักการะทุกปี และรวมไปถึงการชาร์จบันไซใส่สมาชิกสภาผู้แทนฯท่านหนึ่งของพลเมียอากิฮาบาระขณะที่ส.ส.กำลังหาเสียง ด้วยเหตุการณ์ก่อความไม่สงบซ้ำซ้อน ในที่สุดสงครามโลลิคอนก็ได้เริ่มต้นขึ้นโดยการเิดฉากยิงใส่พลเมียในอากิบะของเจ้าหน้าที่ทเห่อ

การจลาจลระหว่างกลุ่มโลลิคอน และกลุ่มผู้ต่อต้าน

เหตุการณ์สังหารโหดที่อากิบะกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันของรัฐสภายุ่นปี่จนสมาชิกสภาได้แตกเป็น 2 ฝ่ายหลัก คือฝ่ายนักการเมืองหญิงที่ยังจะสืบทอดเจตนารมณ์ของเสยโก โนด่า กับอีกฝ่ายคือ นักการเมียสุดหื่นที่เริ่มเปิดเผยตัว ต่างฝ่ายต่างก็ปลุกระดมประชาชนให้แบ่งพรรคแบ่งพวกและแตกฝ่ายกันเอง จนเกิดการจลาจลครั้งใหญ่ลุกลามไปทั่ว แต่ในขณะเดียวกันยังมีฝ่ายกลางที่ไม่วางตัวเข้ากับฝ่ายใด แต่ก็ไม่วางมือจากสถานเกรียนและส่งกองกำลังไปปราบปรามทั้งสองฝ่าย

เหตุจลาจลในยุ่นปี่ได้ทำให้ UN เปิดการประชุมครั้งใหญ่ขึ้น และสหรัฐอมาริเกย์ได้ลงความเห็นว่า ควรจะส่งทหารไปกินตับกลุ่มผู้ต่อต้านโลลิคอนให้หมดสิ้น เพราะเชื่อว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะต้องมีกลุ่ม RKK อยู่เบื้องหลังแน่ๆ แต่ทางประเทศในกลุ่มยุโรปอย่างเช่นประเทศยันละเมอและเศษฝรั่งกลับไม่เห็นด้วย และได้บอกว่า อมาริเกย์เปิดเผยตัณหาของตนมากไปแล้ว และคาดว่าอมาริเกย์คงคิดจะบุกยุ่นปี่เพื่อครอบครองกิจการโลลิคอนมาเป็นของตนเองแน่ เพราะอมาริเกย์เคยมีประวัติการค้าโลลิผิดกฎหมู่มาก่อนในสมัยก่อตั้งประเทศใหม่ๆ

แต่กระนั้น อมาริเกย์ก็ไม่สนใจ และได้ส่งกองทัพเรือไปยังแผ่นดินยุ่นปี่อย่างลับๆ...

จุดแตกหักระหว่างอมาริเกย์และยูหลบ[แก้ไข]

นายพลไบสัน

กองทัพอมาริเกย์ซึ่งนำโดยนายพลไบสัน ผู้นำทางความคิดด้านการสนับสนุนโลลิคอน ได้บุกน่านน้ำของประเทศยุ่นปี่เป็นผลสำเร็จและยกพลขึ้นบกในทันที พร้อมทั้งทำการโจมตีสถานที่สำคัญอย่างรุนแรง รวมถึงการไล่ยิงผู้ไม่เห็นด้วยกับโลลิคอนอีกด้วย ขณะที่จะยอมรับโอตาคุที่ยอมศิโรราบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ซึ่งนายพลไบสันได้เรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า เรด อเลิร์ท 3 ส่งผลให้ยุ่นปี่ตกเป็นเมืองขึ้นของอมาริเกย์ภายใน 1 สัปดาห์เท่านั้น

สงครามโลลิคอนทำให้พี่น้องต้องต่อสู้กันเอง

แล้วจากนั้น อมาริเกย์ก็ได้ทำการยึดครองประเทศรอบๆยุ่นปี่ ทำให้ประเทศจีน เกาเหลา พม่า ล๊าว รวมถึงประเทศเทยด้วย กลายเป็นฝ่ายอมาริเกย์ในที่สุด และตกลงทำสนธิสัญญาโลลิคอนกันซึ่งว่าด้วยการห้ามเผยแพร่สื่อโลลิคอนน้อยๆ แต่จงเผยแพร่ให้มากๆ ขณะที่กรุงโตเกียว ที่ในขณะนี้ได้กลายเป็นศูนย์บัญชาการของนายพลไบสัน ได้ดำเนินแผนการ เอาชวิทซ์ 2 ซึ่งได้ทำการจับกุมผู้ไม่เห็นด้วยกับโลลิคอน ครู และผู้ปกครอง ไปเข้าห้องรมแก๊ส ทำการสังหารเป็นหมู่คณะอย่างโหดเหี้ยมเหมือนอย่างที่อะเด้า ซิสเลอร์ ผู้นำที่นายพลไบสันโปรดปราน เคยทำมาแล้ว

จนกระทั่งประเทศต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในกลุ่ม EU ทนไม่ไหว และทำการประกาศสงครามกับสหรัฐอมาริเกย์ทันที ในวันที่ 30 กุมภาพันธ์ 200888 และได้เตรียมกองกำลังทางน้ำ บุกเข้าแผ่นดินอมาริเกย์ ขณะที่ประเทศรัสเสียว ได้เริ่มเคลื่อนทัพบุกประเทศจีนเพื่อชิงคืนมาจากอมาริเกย์ และสามารถตีทัพโลลิคอนแตกได้เป็นผลสำเร็จ

และในขณะนั้นเอง ทางฝั่งตะวันออกของอมาริเกย์ก็ถูกกองทัพเรือของ EU เข้าโจมตี จนการเคลื่อนไหวในการล่าอาณานิคมของอมาริเกย์ต้องหยุดชะงักลง และโฟกัสอำนาจทางทหารไปตั้งรับที่ประเทศตนเองแทน กระนั้นก็ตาม สงครามในทางฝั่งเอเชียก็แย่สุดๆ ประเทศหลายประเทศแทบจะล่มสลาย แต่ประเทศเทยก็ยังรอดมาได้เพราะดำเนินนโยบาย "โลลิคอนเงียบ" ซึ่งทำให้ประเทศปลอดสงครามขณะที่ไม่ละเมิดสนธิสัญญาโลลิคอน อันเนื่องมาจากประเทศเทยเดิมทีพวกโลลิคอนก็เยอะอยู่แล้ว จึงไม่เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น

แต่ข่าวดีคือ อมาริเกย์เริ่มถอนทัพจากประเทศยุ่นปี่ไปบ้างแล้ว ทำให้ประเทศต่างๆเริ่มต่อต้านเพื่อแย่งชิงเอกราชกลับคืนมา...

ปลายสงคราม[แก้ไข]

สิ่งที่ทำให้คนนับล้านต้องมาทำสงครามเข่นฆ่ากัน
Ion cannon ตอนยิงลำแสง


มหาสงครามเอเชียบูรพา II เริ่มจะเห็นผลลัพธ์ ทัพอมาริเกย์ทั้งในประเทศยุ่นปี่และตามอาณานิคมต่างๆ เริ่มถูกกลุ่มผู้ต่อต้านเข้าตีขนาบ แต่ละประเทศเริ่มทยอยกันประกาศตนเป็นเอกราช รัสเซียได้ตั้งฐานทัพที่แผ่นดินจีนสำเร็จและได้ร่วมมือกับกองทัพจีนเข้าบุกน่านน้ำยุ่นปี่

ขณะที่บนแผ่นดินอมาริเกย์เองก็เสียหายไม่ใช่น้อย ทางฝั่งตะวันออกของประเทศถูก EU เข้ายึดครองเป็นผลสำเร็จ และกำลังเริ่มทำการโจมตีทางบกขึ้น แต่อมาริเกย์เริ่มคิดจะงัดไม้ตายออกมาใช้ นั่นก็คือ ระเบิดนิวเคลียร์ จำนวน 50 ลูก และจะเตรียมยิงไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ผ่านดาวเทียมทางทหารที่ใช้สำหรับติดตั้ง SEICMB (Space-to-Earth InterContinental Ballistic Missile ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป อวกาศ-สู่-โลก) โดยเฉพาะ แต่การจะยิงได้นั้น จำเป็นจะต้องส่งขีปนาวุธทางเครื่องบินอวกาศเสียก่อน

ดังนั้น EU จึงใช้โอกาสนี้ ยิงอาวุธสุดยอด ดาวเทียม Ion Cannon ขึ้นไปบนฟ้าก่อน แลวทำการยิงลำแสงใส่เครื่องบินที่บรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ทันที เหนือพื้นดิน 160 กิโลเมตร ทำให้ปฏิบัติการของอมาริเกย์ต้องล้มเหลว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ฝุ่นนิวเคลียร์ที่กระจายไปทั่วท้องฟ้า...

Nuclear.jpg
ตกลงนี่มันโลลิคอนตรงไหน?
                 — คนอ่านที่ทะลึ่งวิ่งมาถึงตรงนี้ได้

อีกฝั่งหนึ่งของโลก นายพลไบสันก็กำลังพ่ายแพ้ให้กับกองกำลังปลดปล่อย เนื่องด้วยกลัวโดนจะสหบาทา เขาจึงทำการฮาราขี้รี ใช้แผ่นดีวีดี AiR รุ่นลิมิตเต็ด อีดิทชั่น กรีดคอตนเองจนดับชีพลง ในที่สุด มหาสงครามเอเชยบูรพา II ก็จบลงที่ฝ่ายขบวนการเสรีชัยไม่เอาโลลิคอนในที่สุด แต่ทุกประเทศ (ยกเว้นไทย) ต่างก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะประเทศยุ่นปี่ที่แทบจะไม่เหลือเป็นประเทศเลยทีเดียว กลุ่มผู้รอดชีวิตจึงได้ก่อตั้งประเทศใหม่อีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า เขต 11 แทน ขณะที่ประเทศอมาริเกย์ก็แทบจะหายไปจากแผนที่โลก แผ่นดินกลายเป็น สารพิษสีเขียว ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่ได้

ในที่สุด ฝุ่นนิวเคลียร์ก็กระจายไปทั่วโลก ผู้คนจำนวนมากต่างก็ล้มตายกันมากมาย สงครามครั้งนี้ เหลือเพียงความโศกเศร้าเป็นอนุสรณ์สถานเท่านั้น หลายคนเพิ่งจะคิดขึ้นได้ เราจะทำสงครามเพื่ออะไรกันแน่ คำว่าโลลิคอนและโอตาคุ เริ่มค่อยๆเลือนหายไปจากโลกนี้ ไม่มีใครอยากนึกถึงมันอีก... ไม่มี 2 คำนี้ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของมหาสงคราม คงเหลือแต่เพียงชื่อ สงครามโลกครั้งที่ 3 แต่ประเทศไทย ในที่สุดก็ได้คิดค้น จตุคามฯ รุ่นมีกู มึงปลอดรังสี ได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศหมาอำนาจจนได้ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น จักรวรรดิสยาม แทน

ความแตกต่างระหว่างทฤษฎี[แก้ไข]

แม้ว่าจะเป็นการคาดคะเนแนวโน้มที่จะเกิดสงครามแบบเดียวกันคือยุ่นปี่ตีอมาริเกย์ ทว่าฐานข้อมูลบางส่วนจะแตกต่างกันออกไป

ทฤษฎีสงครามเอกราชโลลิคอนสามสิบสี่วันของจอมพลไปป์
  • ยุ่นปี่เกิดการแตกหักทางการเมียทำให้เกิดการจลาจล
  • ยุ่นปี่มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจ
  • ยูหลบเป็นปฏิปักษ์กับยุ่นปี่
  • อมาริเกย์มีนายพลโลลิคอนต้องการบุกยึดฮวบกิจการยุ่นปี่
  • FBI ยังทำงานให้กับรัฐบวมอมาริเกย์
  • ระเบิดนิวเกรียนจุดปะทุขึ้นจำนวนมากด้วยปืนใหญ่ดาวเทียมอานุภาพสูง
  • ยุ่นปี่ไม่มีอำนาจป้องกันตัวเอง
  • การเมียของอมาริเกย์มีเสถียรภาพ
  • สงครามจบลงเนื่องจากหายนะฝุ่นนิวเกรียน
ทฤษฎีสงครามกลางเมืองอากิฮาบาระของพันโทบลิทซ์
  • อมาริเกย์กดดันยุ่นปี่จนเกิดการจลาจล
  • อมาริเกย์มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจ
  • ยูหลบเป็นพันธแม้วกับยุ่นปี่
  • อมาริเกย์มีผู้นำหัวรุนแรงที่ต้องการจะทำให้ยุ่นปี่มีความเป็นตะวันตกแบบเบ็ดเสร็จ
  • FBI ไม่ฟฟังคำสั่งของรัฐบวมอมาริเกย์
  • ระเบิดนิวเกรียนถูกทำลายด้วยเทคโนโลยีต่อต้านอาวุธนิวเกรียนของยันละเมอ
  • ยุ่นปี่มีอำนาจป้องกันตัวเองระดับบร๊ะเจ้า
  • การเมียของอมาริเกย์มีปัญหาภายในทำให้ขาดสมดุลทางยุทธสาส
  • สงครามจบลงเนื่องจากอมาริเกย์ยอมแพ้

เพิ่มเติม[แก้ไข]