สงครามจักรวาล
![]() |
เนื้อหา 49% ในบทความนี้อาจกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ! |
สงครามจักรวาล | ||||||||
---|---|---|---|---|---|---|---|---|
![]() ประมวลภาพเหตุการณ์และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสงครามจักรวาล(รายละเอียดคลิกดูเอาที่ภาพ) | ||||||||
| ||||||||
คู่ขัดแย้ง | ||||||||
กองทัพบลูมูน
|
กองกำลังโลก
|
กองทัพอาณาจักรอารยันอันศักดิ์สิทธิ์
| ||||||
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ | ||||||||
![]()
|
![]()
|
![]()
| ||||||
กำลังพลสูญเสีย | ||||||||
10.99บิลเลี่ยน | ตายเกือบหมด(รอดมาได้250,000คน) | 10.56บิลเลี่ยน | ||||||
ในช่วงหลัง เกรียนแล็กติกเป็นพันธมิตรกับบลูมูนและสเคยในเวลาเดียวกัน อารยันถูกจัดให้พ่ายแพ้เพราะมีเงินคงคลังน้อยที่สุด และมีสภาพไม่ต่างจากการล้มละลายมากนัก กองกำลังโลกเป็นพันธมิตรกับเอริเชี่ยน แต่ยังไม่ไว้วางใจบลูมูนเพราะมาจากต่างดาว พวกการ์ตูนดูในสงครามการ์ตูนครั้งที่สอง |
สงครามจักรวาลเป็นสงครามอันใหญ่โตที่สุดและสร้างความเสียหายให้มากที่สุดเป็นประวัติกาลรอิงจากสงครามติ่งหูครั้งที่หนึ่ง เกิดจากการปะทะกันระหว่างมหาอำนาจในอวกาศสองขั้วและอาณาจักรบนโลก ซึ่งนำโดยอูรุกไฮ เหตุสืบเนื่องมาจากการสถาปนาจักรวรรดิบลูมูนและอารยันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทั้งคู่สร้างกองทัพอันยิ่งใหญ่ ทรงพลานุภาพพอที่จะทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้างได้ คนบนโลกเลิกตีกันเองแล้วมาร่วมกันรับมือผู้รุกรานจากอวกาศ อารยันต้องการจกวาดล้างคนให้หมดไปจากปฐพี เพราะเชื่อว่ามีคนยิวมาปกครองโลก แนวคิดนี้ทำให้เกิดมหาสงครามโลกครั้งสุดท้าย และเป็นให้เกิดการล้างโลกขึ้น อันทำให้ได้รับการต่อต้านเป็นอย่างมากจากหลายฝ่าย อย่างไรก็ตาม สงครามนี้ก็เกิดจากการเอาเทคโนโลยีสมัยสงครามโลกครั้งที่สามมาปรับใช้ และการแข่งขันกันสำรวจและยึดครองดวงดาวต่างๆมากมาย
ในสงครามนี้ อดีตผู้ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สิบ ถูกอารยันบังคับให้ส่งทเห่อมาช่วย เป็นการบีบให้ทมิฬแบล็กสแควร์ สเคย และชิวาวาพากันล่มสลาย ทว่าการล่มสลายของสามอาณาจักรนี้ทำให้อารยันมีอำนาจมากขึ้นอย่างน่ากลัว จนทำให้สงครามถึงจุดแตกหัก
สงครามนี้ไม่ได้มีผู้ใดที่ชนะเด็ดขาด แต่จากเหตุการณ์โดยรวมแล้วถือว่าอารยันแพ้สงครามแต่พวกการ์ตูนอ้างว่าเป็นฝ่ายชนะ
มูลเหตุของสงคราม[แก้ไข]
มติสภาเจได๋กับการแปรพักตร์ของเกรียนแล็กติก[แก้ไข]
ตอนที่ยกทัพบุกโลกในฐานะพันธมิตรของสเคยนั้น ความจริงสมาชิกสภาเจได๋จำนวนมากไม่อยากให้เอาเกรียนแล็กติกไปเป็นพวกสเคยแต่ทุจศิลที่ถูกคืนชีพนั้นยัดเงินให้ประธานสภา เมื่อสงครามโลกครั้งที่สิบสิ้นสุด มีการเรียกประชุมสภาเจได๋เพื่อที่จะกำหนดนโยบายบริหารบ้านเมืองใหม่อีกครั้ง ก็ได้ปรากฏว่าลอร์ดพันธุ์ปลาตีนได้ตั้งกระทู้ถามสดว่า
![]() |
ในสงครามที่ผ่านมา เราได้สูญเสียเป็นจำนวนมาก และพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ข้าพเจ้าได้ตั้งข้อสังเกตุว่า สเคยที่เราคบเป็นพันธมิตรในฐานะชาติเข้มแข็งนั้น ความจริงกองทัพสู้กองทัพโลกไม่ได้ จึงผลักภาระให้เรารบแทน จึงขอถามสมาชิกสภาว่า ถ้าเกิดสงครามระหว่างดวงดาวครั้งใหญ่ขึ้นอีก ถ้าเราไม่เป็นพันธมิตรกับสเคยจะดีหรือไม่ | ![]() |
ก็ได้ปรากฏว่าสมาชิกสภาให้ความเห็นชอบกับเรื่องนี้มากถึง 520 คนต่องดออกเสียง 79 คนต่อผู้ไม่เห็นด้วยเพียงคนเดียวคือทุจศิล ทุจศิลที่โกรธแค้นจึงหนีไปอยู่สเคย เมื่อเลือกตั้งซ่อมก็ได้ผู้แทนคนใหม่ที่ชื่อเนลูส ผู้ถูกนำดวงวิญญาณมาเกิดใหม่ที่เกรียนแล็กติก เนลูสเห็นด้วยกับเรื่องที่ลอร์ดพันธุ์ปลาตีนเสนอด้วย เพียงแต่ไม่ได้มาร่วมประชุมในครานั้น มติสภานี้ทำให้เกรียนแล็กติกตัดความสัมพันธ์กับสเคยทันที ทว่าไปร่วมมือกับบลูมูนและเทพเจ้าแห่งเอริเชี่ยนแทน
รัฐลากตั้งเกรียนแลกติกสะสมกำลัง[แก้ไข]
หลังเกรียนแล็คติกไปอยู่ฝ่ายเอริเชี่ยน อาณาจักรชิวาวาจึงตั้งตัวเป็นกลาง ส่วนทมิฬแบล็กสแควร์ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเกรียนแล็กติก และผันไปเป็นศัตรูกับเกรียนแล็กติกด้วยเพื่อที่จะได้รับใช้สเคยต่อไป อาณาจักรที่กล่าวมานั้น ต่อมาได้ประกาศสงครามกับเกรียนแล็กติกในปี 3057 และในขณะสงครามใหญ่กำลังตามมา สาธารณรัฐเกรียนแล็กติคจึงเร่งสั่งสมกองทัพอย่างเร่งด่วน อิทธิพลของกองทัพลากตั้งสูงขึ้นเมื่อกองทัพลากตั้งสามารถยึดดาวลิงทะโมน ได้สำเร็จ จึงได้โคลนกองทัพตัดต่อพันธุกรรมออกมาเป็นจำนวนมากจนพร้อมบุกแล้ว
การก่อตั้งบลูมูนและอารยันอันศักดิ์สิทธิ์[แก้ไข]
เขาก่อตั้งไปนานเป็นชาติแล้ว รายละเอียดดูได้ที่จักรวรรดิบลูมูนและอาณาจักรอารยันอันศักดิ์สิทธิ์
แต่ถ้าเป็นเรื่องของการเรืองอำนาจละก็ ทางด้านอาณาจักรบลูมูนพอมีคนเทิดทูนบูชามากขึ้นก็เกิดอาการเหลิง แถมพระจักรพรรดิยังมีความคิดจะขจัดสงครามด้วยการยึดหมดทั้งจักรวาล เพราะเชื่อว่าระบบดีๆของตัวเองจะสร้างความสมานฉันท์ได้
![]() |
เออ ไปยึดให้หมดมิตินัลก่อนเถอะ | ![]() |
พระจักรพรรดิของอูรุกไฮ (หลังพูดเสร็จก็เปิดประตูมิติทันที) |
การขยายแนวรบอวกาศของอูรุกไฮ[แก้ไข]
ด้วยทันสมัยของจักรวรรดิอูรุกไฮที่ต่างกว่าเพื่อน เพราะได้คิดค้นอาวุธจำนวนมากมาใช้ ทำให้จักรพรรดิโอบีวันที่เพิ่งสถาปนาขึ้นใหม่บ้ากำลังขยายแนวรบอวกาศออกไป ไกลถึงดาวเนปจวย(นิสัยเหมือนทวดจริงๆ) ส่งผลให้อารยันและพวกพ้อง ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่อาณาจักรบนโลกและบลูมูนต่างเห็นด้วย เพราะขี้เกียจขยายแนวรบเองเห็นว่าจะเป็นกำลังหนุนที่ สำคัญเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใกล้จะแพ้ ซึ่งก็ต่างเห็นด้วยกันหมด เป็นผลให้ซิสเลอร์ เอาข้ออ้างนี้มาใช้ในการกวาดล้างชาวยิว และประชาธิปไตยให้หมดไปจากโลกนั่นเอง
การรบในสงคราม[แก้ไข]
การบีบบังคับผู้ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สิบเข้าเป็นพวกของอารยันอันศักดิ์สิทธิ์[แก้ไข]
พวกอารยันหลังจากได้กองทัพจักรกลที่ยึดมาจากสมาพันธ์พาน่วมแล้ว จึงพัฒนากองทัพจักรกลด้วยตัวเอง โดนเสริมความฉลาดและความเท่ห์ขึ้นไปอีก เรียกว่าเกธ{Geth}กับควอเรี่ยน(Quarian) พวกนี้ฉลาดกว่าหุ่นยนต์ของสมาพันธ์พาน่วมมาก อารยันนำหุ่นนี้ไปข่มขู่สเคย ทมิฬแบล็กสแควร์ และชิวาวาให้เข้าร่วมกับตน แต่อารยันยังไม่เข้าสู่สงคราม แต่ให้สามชาตินั้นเอากองทัพไปรบก่อน
บลูมูนเคลื่อนทัพ[แก้ไข]
บลูมูนสะสมกองทัพจนยิ่งใหญ่เหนือใครในแผ่นดินแล้ว จึง อยากจะได้เอริเชี่ยนมาเป็นพวก ต้องการจะมีอาณาจักรบนโลกเป็นมิตร จึงอาสาที่จะส่งกองทัพหกล้านคนไปรบในยมโลกให้เอริเชี่ยน การที่ทำเช่นนี้ทำให้ชาวเอริเชี่ยนซาบซึ้งมาก ในยมโลก บลูมูนพยายามใช้ศาสตร์ทั้งบุ๋นบู๊ ทั้งไม้อ่อนแข็งค่อยๆจัดการพวกยมโลกที่แหกคุกมา จนสุดท้ายสามารถเอาชนะใจพวกนั้นได้ ไฟสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สองจึงค่อยๆมอดลง อัศมิฐาที่กลับมาทำงานนั้นก็มาร่วมจัดการด้วย ในที่สุด กองทัพยมโลกต้องยอมแพ้ แต่บลูมูนก็สูญเสียทเห่อไปไม่น้อยเลย ส่วนที่โลกนั้น บลูมูนต้องการเจริญสัมพันธไมตรีกับ 21 อาณาจักร จักรพรรดิหลี่เฉาเหวินจึงเสด็จเยือนหางโจว เมืองหลวงของอาณาจักรอู๋เย่ว์ ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ทรงอำนาจที่สุดใน 21 อาณาจักร โดยบลูมูนต้องการเอาอู๋เย่ว์กับอาณาจักรทั้ง 21 แห่งมาเป็นพวก ส่วนอู๋เย่ว์นั้นต้องการอาวุธล้ำสมัยจากบลูมูน จึงตกลงกันได้ และมีการประชุมผู้นำ 21 อาณาจักรในปี 2062 ซึ่งบลูมูนเข้าร่วมด้วยที่เหงะอาน สาธารณรัฐเวียดกามอันนัม โดยตกลงกันว่า
- ถ้า 21 อาณาจักรตีกันเอง บลูมูนจะเป็นกลาง
- ถ้าบลูมูนถูกสเคย ทมิฬแบล็กสแควร์ หรือชิวาวารุกราน 21 อาณาจักรจะเข้าช่วยหรือเป็นกลางก็ได้
- ถ้า 21 อาณาจักร หรืออาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งใน 21 อาณาจักรถูกสเคย ทมิฬแบล็กสแควร์ หรือชิวาวารุกราน บลูมูนจะเข้าช่วย
- ถ้า 21 อาณาจักรถูกอาณาจักรนอกเครือ(เช่นอูรุกไฮ
ซาบาท)รุกราน บลูมูนจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ย - บลูมูนขอเช่าฐานทัพบนเกาะห้องกรง
ไม่นานนัก สเคยเริ่มเข้ามารุกรานบลูมูนด้วยกองทัพ 500 ลำ บลูมูนจึงส่งกองทัพอวกาศ 370 ลำไปปราบ โดยใช้อาวุธหลายๆอย่างที่รุนแรง ไดคาซัส คาลันตกใจกลัวจึงให้ถอนทัพกลับทันที บลูมูนเห็นว่าสงครามจักรวาลกำลังจะเริ่มขึ้น จักรพรรดิจึงให้ขยายกำลังรบอย่างรวดเร็ว ฝึกทเห่อครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมรับสงคราม และเพื่อที่จะตีโต้อาณาจักรที่เข้ามารุกราน ต่อ มาจึงเคลื่อนทัพมาตั้งฐานทัพดาวอังคารและบริวาร และมาตั้งฐานที่แถบดาวเคราะห์น้อยเกือบทั้งหมด(เพราะบางส่วนอูรุกไฮเปิดซิ งไปก่อนแล้ว) และส่งกองทัพไปที่ดาวเสาร์ ยูเรนัส เนปจูน วัตถุในแถบไคเปอร์ทั้งหมด ไม่นานนักก็นำกองทัพมาประจำที่ดาวศุกร์ พร้อมนำนักวิทยาศาสตร์จากโลกและจากบลูมูนมาทำเทอร์ราฟอร์มมั่วที่ดาวศุกร์และดาวอังคาร แล้วเชิญเทพเจ้าแห่งเอริเชี่ยนเป็นเทพเจ้าผู้สอดส่องดูแลทั่วจักรวาล นับแต่นั้นบลูมูนก็มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ว่ากันว่าไม่มีดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ และดาวเคราะห์น้อยดวงใดที่ไม่มีฐานทัพบลูมูน นอกจากดาวหาง ดวงจันทร์ และดาวพุธเท่านั้น(อูรุกไฮมีฐานอยู่บนพื้นที่บางส่วนบนดาวพุธและดวงจันทร์อยู่แล้ว)(ส่วนดาวหาง มันใช้เป็นแค่ฐานทัพชั่วคราวแค่นั้นแหละ) ซึ่ง พื้นที่แถบนี้ กลายเป็นช่องว่างให้ศัตรูเข้ามาสู่ระบบสุริยะได้ แต่ก็นั่นแหละ ชาติที่มาตั้งฐานทัพนั้นก็คือเกรียนแล็กติกที่เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับบลู มูนแล้ว จักรพรรดิแห่งบลูมูนจึงไม่เป็นห่วง
สงครามดาวคันชั่ง[แก้ไข]
ดูที่ สงครามดาวคันชั่ง
จักรวรรดิเอริเชี่ยนเข้าสู่สงคราม[แก้ไข]
ในระยะแรกทางสภาเทพประกาศจะไม่เสือกยุ่งกับสงครามครั้งนี้ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว สงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สองกำลังระอุอยู่
![]() |
สงครามครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับเรา ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้อง |
![]() |
ประธานสภาเทพ |
หลังจากการประกาศดังกล่าวก็เกิดเสียงด่าทอวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาทั้งจักรวรรดิ จนความวุ่นวายนี้เกือบจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง ร้อนถึงอัศมิฐาต้องมาห้ามปรามเอง
![]() |
พอตูลาออกแล้วก็ตีกันไม่หยุดไม่หย่อนเลยนะพวกเอ็ง ว่าแต่มหาเทพไปมุดหัวอยู่ไหนฟะเนี่ย | ![]() |
อัศมิฐา อดีตเจ้าสำนักวัดสิ้นศรัทธาธรรม |
และแล้วก็ได้ขุดนำเรื่องนี้มาถกเถียงกันในสภาเทพอีกครั้งจนได้
สุดท้ายทางสภาเทพมีมติให้เข้าร่วมสงครามครั้งนี้ เนื่องจากเทพเจ้ามีหน้าที่ปกป้องดูแลมนุษย์
![]() |
ในเมื่อสภาเทพเห็นชอบ งั้นเอริเชี่ยนจะเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ เพื่อเผ่าพันธุ์ของมวลมนุษยชาติ | ![]() |
มหาเทพ |
เอริเชี่ยนจัดกำลังพลทั้งหมด 10000 กองพันเข้าร่วมสงคราม โดยมีเจ้าสำนักวัดสิ้นศรัทธาธรรม(โรชิ)เป็นแม่ทัพใหญ่ เอรีสและโปเซดอนเป็นรองแม่ทัพ เข้าสู่สงครามกับฝ่ายบลูมูน
สงครามดาวคนแบกหม้อน้ำ[แก้ไข]
ดูที่ สงครามดาวคนแบกหม้อน้ำ
ข้อพิพาทแคสสิโอเปีย[แก้ไข]
หลังสงครามโลกครั้งที่สิบ ผ่านพ้นไป ทุกๆอาณาจักรและประเทศบนโลกต่างวางแผนการสร้างสถานีอาวกาศ และเตรียมตัวออกสำรวจอวกาศครั้งใหม่ เนื่องจากทรัพยากรบนโลกร่อยหรอและใกล้หมดแล้ว มนุษย์จึงออกไปหาแหล่งทำเหมืองแร่แห่งใหม่ การค้นหาดำเนินจนไปถึงเขตกลุ่มดาวแคสสิโอเปีย กลุ่มผู้บุกเบิกก็ไปเจอกับซากโบราณสถานโบราณ จึงเกิดข่าวครึกโครมทั่วโลกเกี่ยวกับเอเลี่ยนสายพันธุ์ใหม่
แต่แล้ว ก็เกิดข้อพิพาทแคสสิโอเปียขึ้น เมื่อผู้บุกเบิกอวกาศเกิดไปจ๊ะเอ๋กับยานรบลำหนึ่ง จนกลายเป็นกรณีพิพาทตามมาในภายหลังทันที โดยผู้ฟ้องร้องก็คืออาณาจักรอารยันฯ โดยอ้างว่าแคสสิโอเปียเป็นอาณาเขตของตน ส่วนสาเหตุที่ชาวโลกจะไม่รู้ก็ไม่น่าแปลกเพราะซิสเลอร์ตายไปเป็นพันปีได้แล้ว
![]() |
เหมือนข้อพิพาทปราสาทเขาบร๊ะวิหารเลย แต่ไม่ได้ขึ้นศาลจักรวาล(มีด้วยเรอะ) | ![]() |
กะเสียบ พิโรย |
การเจรจาอารยัน-อูรุกไฮ[แก้ไข]

จักรวรรดิอูรุกไฮได้อนุญาติให้ทูตของจักรวรรดิอารยันฯ มาเยือนโลกเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อพิพาทแคสสิโอเปีย ทำให้โลกได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของมหาอาณาจักรอารยันฯ อย่างไรก็ตาม ทูตไม่ได้บอกเอาไว้เลยว่า ซิสเลอร์ได้เป็นผู้นำของอาณาจักรอารยันฯแล้ว มิหนำซ้ำ ทหารอารยันบนโลกยังพบว่า ชาวยิวปกครองโลกและทำให้โลกเป็นหนึ่งเดียวแล้ว พอเรื่องนี้เข้าหูซิสเลอร์ ซิสเลอร์เลยโกรธเป็นฟืนป็นไฟ
![]() |
ชาวอารยันสร้างโลกให้คนยิวปกครองหรือไง | ![]() |
อเด้า ซิสเลอร์กล่าวหลังจากได้รับรายงาน |
และแล้ว ซิสเลอร์จึงสั่งให้กองทัพอารยันบุกโลกทันที หวังโชว์พาวให้โลกหวาดกลัว จึงเริ่มต้นจัดกองทัพมากกว่า3ล้านคนบุกทุกๆอาณาจักรทั่วโลก แบ่งกองกำลังออกเป็น3กอง
- กองแรกโจมตีอาณาจักรอูรุกไฮ ลงจอดที่อมาริเกย์ใต้
- กองที่สองโจมตีชนเผ่าเร่ร่อน ลงจอดที่อุรุมฌี
- กองที่สามโจมตีเอเชยตะวันออกและเอเชยใต้ ลงจอดที่คุนหมิง
อันเป็นจุดเริ่มต้นของมหาสงครามโลกครั้งสุดท้าย
อารยันยกทัพเข้าโจมตีโลก[แก้ไข]
กองทัพอารยันภายใต้ดาร์ธ ทรินิตี้ และดาร์ธ อมฮอลล์ จำนวน 3 แสนได้โชว์พาวโจมตีเมืองฮุ่ยจี แคว้นนัมยองเซ ของ 21 อาณาจักร เป็นเมืองแรก แม่ ทัพฮันยองจิน และ นาเซอร์ ฮูลันดิน ได้ทำทัพเข้าต่อต้าน สามารถจับตัวดาร์ธ ทรินิตี้ ได้ ฝ่ายอารยันที่เหลือตายได้หนีไปที่เกาะโซโลมอน ไม่ช้านานอารยันส่งกำลังเสริมเข้าตบ เตะ ชก ถีบ และราดหน้าศัตรูทันที สุมาหลุนเหวินเห็นว่านาเซอร์กำลังรับศึกหนัก จึงส่งทูตไปหาบลูมูนและเอริเชี่ยน แต่ทว่าทั้งสองอาณาจักรติดสงครามระบบสุริยะอยู่ ทำให้แคว้นนัมยองเซแตก ต่อมา 21 อาณาจักรจึงสรุปขึ้นเหนือยึดนัมยองเซคืน ฝ่ายอารยันเมื่อรู้ว่าแม่ทัพที่ยกมาคือฮันยองจินจึงถอยกลับ สงครามครั้งนี้ 21 อาณาจักรเป็นผู้ชนะ
การต่อต้านจากอาณาจักรบนโลก[แก้ไข]
หลังจากการแตกทัพที่นัมยองเซ อารยันที่ฟลอเร้นของดาร์ธโหดและซาฮาราของดาร์ธ โหวงเหงก้แตกทัพเช่นกัน
การเปลี่ยนข้างของเกรียนแล็กติกครั้งที่สอง[แก้ไข]
เกิดขึ้นในมหาสงครามโลกครั้งสุดท้าย มีเหตุมาจากพวกอารยันต้องการที่จะกวาดล้างโลก แต่เกรียนแล็คติคไม่เห็นด้วย เพราะอยากทำเองมนุษย์นั้นเป็นบรรพบุรุษของชาวดาวเกรียนแล็คติคนั่นเอง แต่อารยันทำเป็นนิ่งเฉย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนข้างของเกรียนแล็กติกนั่นเอง
การเข้าแทรกแซงของบลูมูนและเอริเชี่ยน[แก้ไข]
กองทัพอารยันถอยร่นจากโลกเพราะถูกตีแตกแทบทุกกอง ซิลเลอร์กำลังประสาทแดกกับเรื่องนี้แต่เมตเตอร์นิชแนะนำว่าให้ใช้อาวุธมหาปะลัยที่ทรงอำนาจที่สุดของจักรวรรดิมาเผด็จศึกทุกอาณาจักรที่ต่อต้าน จึงยิงเดธสะตอไปที่โลก ไปยึดอาณาเขตของบลูมูนจำนวนหนึ่งมาตั้งฐานบังคับการยิงทำลายโลก แต่เนื่องจากการยิงครั้งแรกล้มเหลว และคนในจักรวรรดิบลูมูนรู้หมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หลี่เอินรุ่ยเดินทางไปหาเจ้าสำนักวัดสิ้นศรัทธาธรรม เพื่อให้ร่วมกับกองทัพมหาเทพแผลงฤทธิ์ทำลายดาวเทียมมรณะทิ้งเสีย ด้วยพลังอำนาจของมหาเทพ ทำให้ดาวเทียมมรณะทั้งสองใช้การไม่ได้ บลูมูนจึงส่งยานอวกาศขนาดเล็กไปบุกดาวเทียมมรณะพร้อมทเห่อห้าพัน ทำให้ทเห่ออารยันอยู่ในภาวะโกลาหล และถูกสังหารเกลี้ยง ที่รอดก็หนีไป จึงยิงจรวดไปที่ดาวเทียมมรณะนั้น ถูกทำลายในพริบตา มียานไลฟ์โอนเนอร์ของอูรุกไฮมาช่วยจัดการอีกแรงหนึ่ง ผลการรบก็คือ กองทัพอารยันถูกสังหารไปเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถไปรุกรานใครได้อีก แต่ซิสเลอร์ไม่ยอมแพ้สั่งเกณฑ์ทเห่อมาเกือบหมดประเทศ ทั้งเด็ก คนแก่ ผู้หญิง คนป่วย คนพิการก็ถูกเกณฑ์มาหมดตราบเท่าที่ยังจับอาวุธต่อสู้ได้ และสร้างระบบยิงขึ้นมาใหม่ และทำการยิงโดยไม่เกิดความผิดพลาดใดๆ ทำให้บลูมูนจัดการไม่ทัน
การล้างโลก[แก้ไข]
หลังจากที่อารยันได้พ่ายแพ้ต่อบลูมูนในยุทธการเดธสะตอนั้น อาณาจักรอารยันอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ยอมแพ้ได้เกณฑ์ทเห่อระลอกใหม่และได้สร้างระบบยิงขึ้นมาใหม่ หลังจะเผด็จศึกคู่แข่งให้ได้ในตอนนี้ ครั้งแล้วแล้วจึงยิงไปที่ดาวโลกอีกครั้ง
![]() |
ฤาโลกจะถึงคราวพินาศเสียแล้ว | ![]() |
มหาเทพกล่าวก่อนที่โลกจะแตกเพียง 5 นาที |
![]() |
โอ้ว์ สวยงามมาก --" | ![]() |
จักรพรรดิสินธุวานาส เดอ บอนลาโด้ |
![]() |
ถ้าคุณไม่อยาก Died ก็รีบมารับชุดทนความร้อนติดถังออกซิเจนที่แจกอยู่เร็วเข้า ช้าหมดอดจอง | ![]() |
ลอร์ดแยค เกย์แมน |
จากการระเบิดครั้งนั้น ส่งผลให้ธรรมชาติและระบบนิเวศถูกทำลายไม่มีเหลือ คนตายเป็นจำนวนมาก(ตายเกือบหมด) แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จักรพรรดิองค์ก่อนของอูรุกไฮจะสิ้นพระชนม์ลงนั้นได้ตรัสไว้ว่า
![]() |
จงจำไว้ พวกเจ้าต้องใส่ชุดออกซิเจนเหล่านี้ไว้ทุกคน ทุกเวลาไม่ว่าจะทำอะไร แม้แต่ตอนย้ายบนต้นเม็ดก็ต้องใส่ | ![]() |
จักรพรรดิซินยอวิว |
ด้วยพระราชดำรัสนั้นจึงทำให้มนุษย์(ชาวอูรุกไฮ)ยังสามารถสืบดำรงค์เผ่าพันธุ์ต่อไปได้ ในขณะที่สิ่งมีชีวิตอื่นสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว
หลังจากโลกต้องล้างจนสะอาดหมดแล้ว ก็มีเสียงโอดครวญจากเหล่าเทพเจ้าว่า
![]() |
หมดกัน สร้างมากับมือ | ![]() |
เหล่าเทพเจ้าแห่งเอริเชี่ยน |
นอกจากนี้ ว่ากันว่ามนุษย์อีกหลายพันคนได้อพยพไปที่ดาวกลีเซอ 581 d ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งที่สงบแล้วหลังสงครามจักรวาลแทน เทพเจ้าแห่งเอริเชี่ยนจึงช่วยปรับสภาพแวดล้อมของดาวดังกล่าว ให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปกติสุข และได้ขับไล่อารยันไปให้พ้นจากดาวในรัศมีสิบปีแสง ในไม่นานต่อมาสงครามจักรวาลก็สงบลง เอริเชี่ยนจึงเปิดให้อารยันเข้าค้าขายได้ปรกติ
สงครามของพวกการ์ตูน[แก้ไข]
ดูบทความหลักที่ สงครามการ์ตูนครั้งที่สอง
หลังจากสงครามการ์ตูนพวกการ์ตูนได้ประชุมสภาแต่นาหรูโต๊ะไม่เห็นด้วยจึงถูเตะออกมาทำให้นาหรูโต๊ะสิ้นหวังเพราะการ์ตูนฝ่ายนั้นเยอะมากทำให้พวกนาหรูโต๊ะไปขุดหลุมศพเบยเทยมาให้ช่วยแต่พอเบยลุกขึ้นมาก้ทำการฆ่าพวกนาหรูโต๊ะทิ้งจนหมดแล้วจึงเข้าร่วมสงครามจักรวาลเพื่อฆ่าสิ่งมีชิวิตทั้งหมดในจักรวาล
การเจรจาอารยัน-การ์ตูน[แก้ไข]
พวกอารยันรู้ดีว่าพวกการ์ตูนมีพลังมหาสารจึงคิดจะให้มาอยู่ฝ่ายตนเองแต่ฑูตที่ส่งไปถูกพวกการ์ตูนฆ่าหมดจึงเอาทหารเข้าไปบุกโลกการ์ตูนแต่อาวุธทั้งหมดถูกมหาเมพเบจิต้าทำลายไปหมดแล้วทำให้พวกนั้นส่งเกรียนดั้มมาแต่ถูกโงคุงใช้พลังคลื่นเต่าที่เหม็นโครตๆไล่ไปทำให้อเด้า ซิสเลอร์พูดในห้องประชุมว่า
![]() |
กูจะไปเจรจากับพวกการ์ตูนว้อย | ![]() |
อเด้า ซิสเลอร์ |
ซิสเลอร์จึงสั่งฑูตให้ว่ายน้ำไปเพราะมันคิดว่าไม่มีการ์ตูนเรื่องไหนโจมตีทางน้ำได้แต่ว่าพวกมันคิดผิดผ่านไปหนึ่งเดือนฑูตคนนั้นยังไม่กลับมาเพราะถูกโปเกมอนชนิดน้ำสอยไปแล้วทำให้ตอนนั้นพวกอารยันหนีตายไปที่อื่น
การ์ตูนเข้าร่วมสงครามเต็มตัว[แก้ไข]
หลังจากการ์ตูนเผด็จศึกอารยันในโลกการ์ตูนเสร็จพวกมันก้ทำการบุกโลกมนุษย์มันตีมั่วตั้งแต่ยุ่นปี่จนถึงดินแดนที่มีการสู้รบกันพวกมันไม่สนเจอฝ่ายไหนรบหมดทำให้ประเทศที่รบส่งฑูตไปเท่าไหร่ก็ถุกฆ่าตายหมดมีแต่เอริเชี่ยนกับบลูมูนเท่านั้นที่สามารถไปเชื่อมไมตรีได้ทำให้เอริเชี่ยนกับบลูมูนดึงพวกการ์ตูนมาอยู่ฝ่ายเดียวกันได้สำเร็จแต่อย่างไรก็ตามฑูตของพวกนั้นถูกการ์ตูนฆ่าตายไป1432567890876544444444444443221345678คน
สงครามจบ[แก้ไข]
สงครามอวกาศได้จบลงเมื่อเกิดความระส่ำระส่ายในอาณาจักรอารยันอันศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากสงครามได้ผลาญเงินไปเป็นจำนวนมาก ทรัพสินที่ไปปล้นระดม ใช้ทาสหาเงิน หรือค้าขายกับสเคย โปรตุ๊ส ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการประชุมกันในห้องกระชุม ซิสเลอร์ตวาดใส่หน้าผู้บัญชาการทันที
![]() |
ถ้าชาวอารยันยังไม่ตายหมดประเทศ กูไม่หยุดรบหรอกโว้ย | ![]() |
เมื่อความสับสนขึ้นถึงจุดสูงที่สุด จึงทำให้เกิดแผนรัฐประหารครั้งใหญ่ ที่นำโดยนายบูนบา พาร์กินสัน ได้วางแผนก่อวินาศกรรมด้วยการวางระเบิดอานุภาพร้ายแรงเมื่อซิสเลอร์เดินทางไปเยือนสถานีอวกาศโปลิศมันบ้าเพื่อวางแผนชักใยพวกสมาพันธ์กบฏ ได้มีการแอบติดระเบิดไว้ทั่วห้องเพื่อที่จะได้ระเบิดแล้วซากอาคารถล่มลงมา แต่ซิสเลอร์หนังเหนียวมาก เพราะหุ่นยนต์ส่วนตัวเห็นระเบิดเลยถอดออกได้
การลอบสังหารครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อซิสเลอร์ไปเยี่ยมเกนโซเคียว บรรดาลูกหมู่แห่งSSSจึงรอจนกว่าเขาออกมาจากเกนโซเคียว แล้วก็เป่าหัวทันที ซิสเลอร์ยังไม่ตาย แต่ก็โดนยิงเข้าไปตั้งหลายรอบ ท้ายที่สุดถูกถีบลงบ่อน้ำ ซิสเลอร์ตายสนิท กองกำลังSSSออกปฏิวัติบัลลังก์แล้วให้นายออสโก้ ชินแล้วเด้อขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ ชินแล้วเด้อได้เซ็นสนธิสัญญาสงบศึกกับทุกๆฝ่ายในสงครามจักรวาล และออกแถลงการณ์เด็ดว่า
“ข้าพเจ้าขอโทษในเรื่องของการทำลายดาวโลกมาด้วย ณ ที่นี่ สงครามนี้จะเป็นอุทธาหรณ์ให้กับชาวอารยันถึงการทำสงครามได้เป็นอย่างดี มีผู้คนล้มตายมากมาย บัดนี้ ถึงเวลาจบมันแล้ว
อาณาจักรอารยันอันศักดิ์สิทธิ์ขอประกาศต่อสัญญาการค้าครั้งใหม่กับจักรวรรดิบลูมูนและจักรวรรดิเอริเชี่ยนนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
และแล้ว สงครามอวกาศก็จบลง จักรวรรดิอารยันยอมเปิดการค้าอีกครั้งกับจักรวรรดิอื่นๆในจักรวาล ทำให้รอดจากการล้มละลายไปได้ ส่วนจักรวรรดิอื่นๆก็เริ่มต้นฟื้นฟูตัวเองและเริ่มต้นให้อภัยกันอีกครั้งหนึ่ง จะมีก็แต่จักรวรรดิเอริเชี่ยนเท่านั้นที่ดูจะไม่ให้อภัยอะไรทั้งสิ้น จึงยังปิดประเทศเหมือนเกาเหลาเหนืออยู่
![]() |
ก็พวกเอ็งเล่นระเบิดโลกที่พวกข้าสร้างมากับมือพังยับเยินหมด จะให้ข้าอภัยได้เยี่ยงไรกัน | ![]() |
มหาเทพ |
ภายหลังจากนั้นอีก 20 ปี เอริเชี่ยนได้ประกาศนิรโทษกรรมแด่จักรวรรดิอารยันและวางแผนก่อตั้งสมาพันธ์ความมั่นคงแห่งจักรวาลขึ้นมา แต่กว่าจะก่อตั้งได้นั้นต้องรอไปอีก 50 ปี แต่นำไปซึ่งความแค้นของพวกการ์ตูนเนื่องจากไอ้คนเขียนบทความนี้ไม่บอกอะไรถึงพวกมันเลยทำให้เกิดสงครามหลังมหาสงครามโลกครั้งสุดท้าย
![]() |
ทำไมไม่กล่าวถึงกู ตราบใดที่ไม่กล่าวถึงพวกกูไอ้พวกนี้มันเป็นตัวกาลกิณีต่อบ้านเมือง | ![]() |
เบย ผู้บัญชาเกรียนของการ์ตูน |
สงครามโลกทั้งหลายแหล่
|
I · II · II 4/10 · III · IV · V (1) · V (2) · VI · VI 4/35 · VII · VIII · IX · X · X 5/10 · XI |
![]() |
บทความนี้ยังไม่ได้เขียนเนื้อหาหรือวางพล็อตเรื่อง แต่ผู้เริ่มบทความกำลังจะสร้าง คุณสามารถช่วยเราได้ด้วยการใส่เนื้อหาเพิ่มเติมจากผู้เริ่มบทความ ดูเพิ่มที่โครงส่วน |