ยุทธการมอสโค (สงครามเวิลด์เทรด)
จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
| ยุทธการมอสโค | |
|---|---|
| ส่วนหนึ่งของ สงครามเวิลด์เทรด | |
![]() โครโนสเฟียร์ อาวุธที่เป็นตัวแปรสำคัญในสงครามนี้ | |
| |
| |
| |
| ผู้ร่วมรบ | |
| ผู้บัญชาเกรียน | |
| | |
| กำลัง | |
| 5,760 คน | 250,700 คน |
| ความสูญเสีย | |
| 2,800 คน | 96,100 คน
|
เวิลด์เทรด - มอสโค1 - นิวหอร์ก1 - การปะทะกันของชินคอร์ป-โซเวียต - แคลิฟอเนียร์ - เคียฟ - อ่าวเพ้อเซี่ย - การฟื้นฟูสหภาพโซเวียตครั้งที่หนึ่ง - อุรุมฌี - มอสโค2 - การบุกแมนจูเรียของยูริ - การบุกเกาเหลาของยูริ - ต้าเหลียน - การบุกจงหยวนของยูริ - ลกเอี๋ยง - เจียงตง - การบุกจักรวรรดิยูริของฝ่ายคอมมิวนิสต์ - เทียนสิน - การบุกศาสนจักรไอดอลนาลีสท์ของยูริ - เกาะกวม - ฮาวาย - ซานฟรานซิสโก - ลอสแองเจลิส - ซีแอตเทิล - โอรีกอน - ลาสเวกัส - มิสซิซิปปี - นิวฟันด์แลนด์ - นิวหอร์ก2 - การล่มสลายของสหรัฐอมาริเกย์ - ยูริเข้ายึดครองอเมริกร๊วกเหนือ - เตโอติอัวกัน - ปาเลงเก - การฟื้นฟูสหภาพโซเวียตครั้งที่สอง - โรมังงะเข้ายึดครองแอฟริกวนเหนือ - โรมังงะเข้ายึดครองตะวันออกกลาง - การล่มสลายของสหภาพโซเวียต - การล่มสลายของจักรวรรดิโรมังงะ - ดานัง
ยุทธการมอสโคเกิดจกการโจมตีด้วยโครโนสเฟียร์ของสหรัฐอมาริเกย์ ทำให้สหภาพโซเวียตเสียเปรียบสหรัฐอมาริเกย์ แต่สุดท้ายก็กู้หน้าคืนได้ในสงครามครั้งต่อไป อนึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จนโซเวียตต้องยอมแพ้ แต่ว่าก็สามารถรบแก้หน้าได้ใหม่ในที่สุด
สารบัญ |
[แก้ไข] การเริ่มต้นของสงคราม
หลังจากที่โอซาหมัก บีทาเก้นได้ให้ลิ่วล้อของตัวเองขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด ไฟสงครามโลกครั้งที่สามจึงถูกจุดขึ้น สหภาพโซเวียตนำโดยอเล็กซานเดอร์ โรมานอฟก็ได้เริ่มท้าทายสหรัฐอมาริเกย์ด้วยการจัดทัพใหม่ พร้อมกับอาวุธสมัยใหม่ หลังจากนั้นอีกกว่า20ปี อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟจึงสั่งเคลื่อนทัพ หลังจากนั้นก็ได้ยิงนิวเกรียนใส่ทำเนีบขาว จนทำให้ต้องเดือดร้อนประชาชนไปสร้างทำเนียบใหม่อีก อนึ่ง สหรัฐอมาริเกย์มีศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอยู่ที่นิวหอร์ก นั่นหมายความว่าการโจมตีครั้งนี้ยังไม่ทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐอมาริเกย์พังพินาศ แต่ก็ทำให้หุ้นตกไปถึงร้อยกว่าจุด นับว่ามากจนผิดปกติ
เมื่อโซเวียตเริ่มได้เปรียบอมาริเกย์แล้ว โรมานอฟจึงไปเซ็นสัญญาเป็นพันธหมักกับซาอุ โดยเห็นว่ามีทหารบ้าบิ่นฝีมือดีอย่างบีทาเก้น ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
[แก้ไข] เรือบินคิรอฟ กับการโจมตีสหรัฐอมาริเกย์ในช่วงแรก
หลังจากนั้น โซเวียตเริ่มจะถล่มอมาริเกย์ในทุกๆ ทาง และก็เผยโฉมเรือบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ เรือบินคิรอฟ เรือบินชนิดนี้สามารถทิ้งระเบิดได้อย่างหนักหน่วงมาก แถมยังมีระเบิดไฟฟ้าอีก ถ้าไม่เก่งก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
กองทัพสหภาพโซเวียตได้บุกตะลุยเมืองสำคัญๆของสหรัฐอมาริเกย์ จนกระทั่งชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอมาริเกย์นั้น ดูแล้วไม่เหลือความเป็นมหาอำนาจเลย สหรัฐอมาริเกย์จึงพยายามหาวิธีต่างๆ จนสุดท้ายก็งัดเอารถถังปริซึม โครโนสเฟียร์ และเครื่องควบคุมสภาพดินฟ้าอากาศเป็นอาวุธที่จะใช้ตบเกรียนสหภาพโซเวียต
[แก้ไข] โครโนสเฟียร์
อมาริเกย์ที่ตอนนั้นกำลังเสียเปรียบและไม่สามารถป้องกันตนเองจากโซเวียตได้จึงไปขุดศพเอาระเบิด ไอจนตาย มาให้บอกสูตรอีกครั้ง แต่นี่ไม่ใช่สูตรนิวเกรียนนะ แต่เป็นสูตรโครโนเสฟียร์(Chronosphere) ต่างหากเล่า ด้วยความเก่งกาจสามานย์ของไอจนตายก็ได้บอกสูตรครบถ้วน ทำให้มีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ขึ้นมา คือโครโนสเฟียร์ เป็นเครื่องที่สามารถวาร์ปไปทุกที่บนโลก จอร์จบูด ดีใจมาก และคิดว่าถ้ามีเจ้านี่ก็ได้เปรียบโซเวียตไปอีกต่อหนึ่ง
[แก้ไข] การรบในยุทธการนี้
จากนั้น กองทัพอมาริเกย์จึงใช้เจ้านี่วาร์ปไปที่กรุงมอสโค พอไปถึงแล้วจึงถล่มทุกอย่างที่ขวางหน้า อาวุธและกำลังทเห่อที่มอสโคยังไม่พร้อม ทำให้ไม่สามารถรับมือการโจมตีแบบสายฟ้าแลบของสหรัฐอมาริเกย์ได้ เป็นเหตุให้มีอาคารบ้านเรือน บริษัทห้างร้าน สถานที่ราชการ เสียหายเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่ทเห่อและตำกวดไม่พร้อมรับมือสถานการณ์เช่นนี้นี่เอง ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน รวมถึงข้าราชการพลเรือนและทเห่อเสียชีวิตรวมกันมากกว่า500,000คน นับเป็นการสูญเสียครังใหญ่ที่สุดของสหภาพโซเวียตตั้งแต่การปฏิวัติบอลเซวิคเป็นต้นมา ทำให้โซเวียตยอมยกธงขางแบบฉับพลันทันที
| | ในที่สุดเราก็เผด็จศึกโซเวียตได้สำเร็จ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ | |
[แก้ไข] หลังสงคราม
โซเวียตทั้งเจ็บทั้งอาย ที่ไปตายน้ำตื้นแบบนี้ ทำให้โซเวียตสงบศึกกับอมาริเกย์เพียงชั่วครู่เท่านั้น แล้วฟื้นฟูสิ่งที่เสียหายไป บทเรียนของการแพ้อมาริเกย์ครั้งนี้ทำให้โซเวียตเซ็นสัญญาเป็นพันธหมักกับเกาะปังย่าที่มีเรือรบอันน่าเกรงขาม และให้ซาอุฯ ออกรบอย่างเต็มที่โดยมีนายพลโอซาหมัก บีทาเก้น เป็นผู้นำ
แต่ว่ากองทัพของโอซาหมัก บีทาเก้นนั้นอาศัยแต่ความกล้าและบ้าบิ่นเพียงอย่างเดียว ทำให้กองทัพอัลกออิดะของบีทาเก้นรบชนะกองทัพสหรัฐอมาริเกย์ได้เฉพาะเมื่อมีทเห่ออมาริเกย์ไม่เกิน70,000คนเท่านั้น เพราะมีกองกำลังน้อย อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟจึงมาลุยเองและให้โอซาหมัก บีทาเก้นเป็นแค่ผู้บัญชาการกองพลๆหนึ่งเท่านั้น โดยจะต้องออกรบร่วมกับโรมานอฟ เพราะเห็นที่ผ่านมาสร้างพลงานได้ไม่ค่อยดี การลงลุยเองของโรมานอฟนี้ก่อให้เกิดยุทธการนิวหอร์กและการทัพแคลิฟอเนียร์ในเวลาต่อมา
| ยุทธการมอสโค (สงครามเวิลด์เทรด) เป็นบทความที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหา หรือจัดเข้าหมวดหมู่ คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับ ยุทธการมอสโค (สงครามเวิลด์เทรด) ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ |
