มหาวิทยาลัยแม่โจ้
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
เนื้อหา |
[แก้ไข] เรื่องทั่วไป
- ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2477 ในชื่อ โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม แม่โจ้
- ตรามหาวิทยาลัย รูปพระพิรุณทรงนาค
- สีประจำมหาวิทยาลัย เขียว ขาว เหลือง
- ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ต้นอินทนิล
- อาจารย์ใหญ่ท่านแรก อำมาตโทคุณพระช่วงเกษตรศิลปการ (ช่วง โลจายะ)
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- แม่โจ้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2539 (อดีตคือ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ตั้งแต่ปี 2518-2539)
- ลูกแม่โจ้รับน้องรวมทั้งมหาวิทยาลัยเด็กเอ็นฯและต่อเนื่อง(สองปี)ไม่รับน้องแยกคณะ
- แม่โจ้รับน้องเจ็ดวันแรก คือ 1-7มิ.ย. ส่วน ป.โท และ ป.เอก รับน้อง 5-7 มิ.ย.ร่วมกับน้อง ป.ตรี
- แม่โจ้เคยเป็นร.ร.เตรียมม.เกษตรฯ (ตั้งแต่ปี 2477-2518)
- แม่โจ้มีประตูหนึ่งเรียกว่า "ประตูบางเขน" เนื่องจากสมัยก่อนแม่โจ้สอนเฉพาะระดับฝึกหัดครู เมื่อรับประกาศนียบัตรจากหอประชุม(โดม)แล้วจะเดินแถวออกทางประตูนี้ ซึ่งมากกว่า 90% จะไปเรียนต่อที่ ม.เกษตร บางเขน จึงเรียกประตูนี้ว่า "ประตูบางเขน" นั่นเอง
- ถ้าเรียนแม่โจ้ เวลาไปต่างจังหวัด ให้ใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์แม่โจ้เข้าไว้ คุณอาจได้กินข้าวหรือเหล้าฟรี เพราะจะมีศิษย์เก่ามาเลี้ยง
- ถ้าคุณกินเหล้าแล้วมีเรื่องกับโต๊ะข้างๆ ให้ร้องคำว่า"โจ้ครับ"หรือ"โจ้ค่ะ" เดี๋ยวจะมีคนมาช่วย แต่แม่โจ้ไม่หาเรื่องคนอื่นก่อนเสมอ
- น.ศ.ปี1 มักนอนละเมอว่า "โจ้ครับ" "โจ้ค่ะ"
- ใกล้หอ 5 มีเครื่องบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ จะเปิดประมาณ 7 โมงเช้า เสียงเครื่องจักรตีน้ำ จะปลุกให้ทุกคนตื่นไปเรียน (บางทีเปิดตอนตี 3 ก็มี)
- เพลงชาติแม่โจ้คำร้องและทำนองคล้ายกับเพลงร.ร.อำนวยศิลป์ เพราะคนแต่งเป็นศิษย์เก่าอำนวยศิลป์ แล้วมาเรียนที่แม่โจ้ ประมาณปี 2478-79 เหงาๆนึกถึงพระนครเลยฮัมเพลงร.ร.เก่า พอดีรุ่นพี่ได้ยินเลยเอาแต่งเป็นเพลงประจำแม่โจ้
- น.ศ.ปีแรกต้องอยู่หอในทุกคน จะได้"ดูแล"ง่ายๆและทั่วถึง
- น.ศ.ที่อยู่หอ ห้ามรีดผ้าในห้อง ต้องออกมายืนต่อคิวกันรีดที่บันได (เป็นมาตรการป้องกันไฟไหม้)
- น.ศ.ที่อยู่หอ จะถูกตรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น มีการกำหนดกระทั่งวัตต์ที่ใช้ และเดซิเบลของวิทยุ เพื่อการประหยัดไฟและป้องกันการรบกวนห้องอื่น
- มองแว๊บเดียว สามารถรู้ได้ว่าผู้หญิงคนไหนเรียน ด้านบริหาร หรือ ด้านเกษตร (เป็นที่มาของนิยาม สวย ถึก และบึกบึน)
- ละครสถาปัตย์ เป็นคณะแรกที่ทำละคร และขึ้นชื่อเรื่องความฮา ขนาดแสดงที่มหาลัย ห่างจากเมืองสิบสามกิโล ยังมีคนแห่มาดู
- เด็กถาปัตย์ /ภูมิทัศน์ แทบทุกคน ขี่เวสป้า หรือรถโบราณ (เป็น stereotype ของเด็กคณะนี้ทุกมหาลัยก็เป็น)
- แม่โจ้ไม่มีห้องเชียร์ทุกรูปแบบ มีแต่ โดม เข้ากันไปทั้งปีเข้าพร้อมกันทุกคณะ
- แม่โจ้กว้างใหญ่ไพศาล แต่ส่วนมากเป็นฟาร์ม และมีป่าเป็นของตัวเอง ชื่อว่า ป่าบ้านโปง
- ผักผลไม้ฟรีตามฤดูกาล แต่ระวังยามล่ะ
- คติของเด็กโจ้คือ "งานหนักไม่เคยฆ่าคน" และทุกคนก็ยังจำขึ้นใจ
- เคยเจอเด็กคณะเกษตรฯ นั่งคุยกันสี่คน ทุกคนคุยกันด้วยภาษาถิ่นของตัวเอง ทั้งเหนือ อีสาน กลาง ใต้
- นักศึกษาชายชอบใส่กางเกงยีนส์ เอาชายเสื้อไว้นอกกางเกง ไปเรียน อ้างว่าต้องลงฟาร์ม แต่อย่าให้เจอ อ.สอนภาษาไทย ตัวเล็กๆ ผมยาวๆ ล่ะ จะโดนหยิกพุง (ดุมาก)
- มีกฎของแม่โจ้อยู่ข้อนึงว่า "ห้ามใส่ชุดแม่โจ้เข้าเมือง" เป็นกฎที่สืบทอดกันมามากกว่า 70 ปี แต่น้อยคนนักที่จะรู้เหตุผล (มันเป็นกุศโลบายของรุ่นพี่สมัยก่อน เพื่อป้องกันการตีกันกับโรงเรียน วิทยาลัย อื่นๆนั่นเอง แต่ปัจจุบันไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นแล้ว)
- มีเอกลักษณ์ซึ่งเป็นของลูกแม่โจ้มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่ม คือ "คาวบอย" เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการเกษตรและสัตวศาสตร์ ทุกปีจะมีงานคาวบอยไนท์ ลูกแม่โจ้ทุกคนจะแต่งชุดคาวบอยเข้าร่วมงาน ไม่เว้นแม้แต่อธิการบดี
- บางสาขาสามารถใส่ชุดคาวบอยเข้าเรียนได้ (แต่ต้องสุภาพและดูเรียบร้อย)
- น่าแปลกที่บางคนใส่เสื้อลายสก๊อตแล้วเหมือนคาวบอยจริงๆ แต่บางคนใส่แล้วกลับเหมือนคนงานตัดอ้อย !?
- ช่วงรับน้อง 7 วัน ทุกคนคิดว่ามัน โหด หิน เขี้ยว ไม่ไหวแล้ว ฯลฯ แต่เมื่อผ่านมันมาได้ จะมีเรื่องคุยยันชั่วลูกชั่วหลาน ศิษย์เก่าเจอกันครั้งใด ก็จะคุยกันแต่เรื่องรับน้องนี่แหละ
- การรับน้องไม่มีอะไรน่ากลัวและอันตรายจนเกินขอบเขต มีคณะอาจารย์ดูแลทุกกิจกรรม (แต่อาจารย์มากกว่า 90% จบจากแม่โจ้เองแหละ) โดยเฉพาะ อธิการบดีแทบทุกคนของแม่โจ้ เป็นศิษย์เก่าแม่โจ้ นั่นเอง
- มีคนชอบถามกันเยอะว่า รับน้องที่นี่โหดมั้ย เป็นยังไงบ้าง เขาให้ทำอะไร มีใครตายไหม (ถ้าตายคงไม่มานั่งพิมพ์ อยู่นี่หรอก)อยากรู้จัง..ถ้าอยากรู้ ก็ต้องเข้ามาเรียนที่นี่เอง
- ติดต่องาน หรือขอรับข้อมูล ที่กระทรวงเกษตรฯ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ แหล่งอุทยาน ฯลฯ โดยใส่ชุดที่มีสัญลักษณ์แม่โจ้เข้าไป จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ! (รุ่นพี่เยอะมาก เดินไปทางไหนก็เจอ) และอาจโดนให้ร้องเพลงแม่โจ้ หรือทำกิจกรรมใดๆ (เช็ครุ่น) ก่อนที่จะได้ข้อมูล และตบท้ายด้วยการพาไปเลี้ยงข้าวอย่างดี
- เชียร์ลีดเดอร์สวยๆ ส่วนใหญ่เป็นกระเทย
- สีที่ขายดีในมหาวิทยาลัยแม่โจ้คือ สีดำกะสีกรมท่า ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า ถุงเท้า เสื้อ กางเกง หรือแม้กระทั่ง กางเกงใน!!!
- นักศึกษาคณะภูมิทัศน์หรือสถาปัตย์ ต้องเคยผ่านการนอนค้างคณะทุกคน บางคนใช้เป็นที่หลับที่นอนทั้งเทอม (ส่วนอาบน้ำอาจกลับไปอาบที่หอในหรืออาบในห้องน้ำเอง หรือถ้าหน้าด้านพออาจอาบที่ก๊อกน้ำสนามหญ้าได้โดยเฉพาะนักศึกษาชาย)ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์ในการทำงาน จะเปิดเพลงดูหนังสนั่นคณะก็ไม่มีใครว่า (แต่ที่หอในว่าแน่)
- เคยมีนักศึกษาภูมิทัศน์หญิงคนนึง นอนค้างที่คณะทั้งเทอมเพียงคนเดียว (ขยันจัด) ไม่กลับบ้านเหมือนคนอื่นเค้า(ทั้งๆที่บ้านกับมหาลัยอยุ่ห่างกันแค่ 30 นาที) โดยมีน้องหมาของคณะ ที่ชื่อว่าเจ้าแดงอยู่เป็นเพื่อน ขนาดว่าเธอเรียกเจ้าแดงให้ไปส่งเข้าห้องน้ำคณะ มันก็เข้าใจและเดินไปส่งเป็นเพื่อน(น่ารักมาก) ปัจจุบันความซื่อสัตย์สนองตอบเจ้าแดง นักศึกษาคนนั้นได้พามันไปเลี้ยงที่บ้านของเธอเอง ไม่ต้องเป็นหมาคณะร่อนเร่ต่อไป
- คอมพิวเตอร์ในห้องสมุดตัวนอกจะมีรหัสที่ล็อกอินเข้าใช้ แต่ถ้าท่านอยากต้องการความเป็นส่วนตัว และคิดว่าตัวเองหน้าแก่พอ ให้ทำเนียนไปใช้คอมพิวเตอร์ในส่วนฝ่ายอาจารย์หรือนักศึกษาปริญญาโท/เอก บริเวณชั้นล่างของอาคารหอสมุด
- นักศึกษาแม่โจ้ จะคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าหมาเตี้ยตัวผู้สีขาวแต้มจุดดำ นักศึกษาภูมิทัศน์ตั้งชื่อว่า "โคไข่" เพราะลักษณะขนแต้มเหมือนโคไทย-เดนมาร์ก มักจะชอบเดินตามแถวน้องใหม่ตอนรับน้องราวกับรุ่นพี่กำลังคุม โดยเฉพาะรุ่นน้องคณะบัญชีและท่องเที่ยว (อ้าว! ขี้หลีนี่หวา!)แม้ในปัจจุบันก็ยังเดินตามนักศึกษาสาวๆ สวยๆ เป็นว่าเล่น เพื่อตามไปส่งที่คณะ
- กีฬาแม่โจ้ นอกจากกีฬาที่ใช้แข่งกันทั่วไปแล้ว ยังมีกีฬาแนวเกษตรกรรมเช่น จับลูกวัว-ลูกหมูมัดเท้า ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด เหวี่ยงแหจับปลา หรือแข่งกินสลัดผักจากแปลงเกษตร
- ช่วงงานเกษตรแม่โจ้ เป็นช่วงนาทีทองบริเวณแปลงเกษตรแม่โจ้มาก เพราะก่อนวันงานหนึ่งเดือน นักศึกษาคณะพืชผักจะช่วยกันเร่งดอกออกผลผลิต เพื่อรอเหล่าแม่บ้านลงไปจับจ่ายผลผลิต
- พวกศิลปินจากกรุงเทพฯ ทั้งแนว ร๊อค ป๊อป อินดี้ เพื่อชีวิต หรือ ลูกทุ่ง ชอบมาเล่นคอนเสิร์ตที่แม่โจ้ เพราะผู้คนที่สนุกสนานกับการแสดง และ สาวๆแม่โจ้ที่น่ารัก
- ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2550 ตรงลานบาสเกตบอล ข้างหอหญิง เคยมีศิลปินแนวอินดี้มาเปิดการแสดงถึง สิบกว่าราย เช่น Lemon Soup, Tattoo Colour, กิ-วงนีซ, Morning Surfers, Red Twenty, ภูมิจิต ฯลฯ บางคนเรียกเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า "งานแฟตขนาดย่อม ที่แม่โจ้"
- บิว -กัลยาณี เจียมสกุล (แม่โจ้รุ่น 68) นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เคยเป็นนักร้องนำวงดนตรีลูกทุ่งของมหาวิทยาลัย วง"แม่โจ้แบนด์" และคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทาน การประกวดร้องเพลงระดับอุดมศึกษาชิงแชมป์ประเทศไทยปี 2546
- ว่าน-ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง (แม่โจ้รุ่น 60 คณะบริหารธุรกิจฯ) นักแสดง/พิธีกร ก็เป็นศิษย์เก่าของแม่โจ้
- พี่อู๊ด (พิทักษ์ ราชจันทร์-แม่โจ้รุ่น 60) หัวหน้างานวินัยและพัฒนานักศึกษา กองกิจการนศ. และผู้ประพันธ์เพลงให้กับแม่โจ้ในวาระพิเศษต่างๆ หน้าตาละม้ายคล้าย Christian Bale!!!(ดาราชาวอังกฤษชื่อดัง)
- พี่ปุ้ย (ว่าที่ร้อยตรี จิระชัย ยมเกิด-แม่โจ้รุ่น 65) อดีตนายกองค์กรนักศึกษาแม่โจ้ (ปัจจุบันเป็น เจ้าหน้าที่งานเลขานุการผู้บริหาร หน่วยกองกลาง ที่ สนอ. ม.แม่โจ้ ) หน้าตาเหมือน Jude Law!!! (ใครอยากรู้ว่าเหมือนจริงรึเปล่า ไปพบพี่เค้าได้ ที่ตึก สนอ.)
- แม่โจ้เคยเป็นเจ้าภาพงานกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 23 หรือ "แม่โจ้เกมส์" เมื่อปี 2539
- ละครโทรทัศน์ เรื่อง "เมื่อดอกรักบาน" ได้มีการถ่ายทำหลายๆฉากในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เช่น ป่าบ้านโปง, อาคารพระช่วง (คณะการท่องเที่ยว), แปลงเกษตร ฯลฯ เพราะตามบทประพันธ์ พระเอกและพระรองในเรื่อง (กานต์กับตะวัน) เรียนที่แม่โจ้นั่นเอง
- วรรณกรรมเรื่อง "ร้อยป่า" จากบทประพันธ์ของ อรชร และพันธุ์ บางกอก เรื่องราวของ เสือ กลิ่นสัก พระเอกของเรื่องที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมเพื่อความถูกต้อง เนื้อเรื่องมีฉากและพูดถึง เสือ กลิ่นสัก เมื่อครั้งไปเรียนที่แม่โจ้ด้วย และที่นี่เองที่ทำให้เสือ กลิ่นสัก ได้เจอเพื่อน มิตรแท้ น้ำใจ และความหมายของลูกผู้ชาย (จนทำให้ใครหลายคนในยุคนั้น อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วติดใจ อยากไปเรียนแม่โจ้กัน) เพราะ พันธุ์ บางกอก ก็เป็นศิษย์เก่าแม่โจ้ด้วยนั่นเอง
- เวอร์ชั่นภาพยนตร์ ของเรื่อง "ร้อยป่า" ก็มีฉากการถ่ายทำใน แม่โจ้ ด้วยเช่นกัน โดยเวอร์ชั่นแรกนั้นปี 2507 นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา และ เพชรา เชาวราษฏร์ และอีกเวอร์ชั่นในปี 2529 นำแสดงโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ ใหม่ เจริญปุระ
- ปี2543นักศึกษา ไบโอเทค โดนมหาลัยห้ามทำเสื้อสาขา(เสื้อเขียว)เพราะสโมสรคณะวิทย์กลัวการแตกแยกซึ่งปัจจุบันคณะวิทย์มีเสื้อสาขาแล้ว 8สี
- เด็กสาขาการตลาด จะเป็นที่รู้กันในนาม "14" และ "ละอ่อนกาด"
- ในปัจจุบัน http://mk14.board.ob.tc คือแหล่งรวมพลของเด็กการตลาดแม่โจ้ทุกรุ่น
[แก้ไข] ความเชื่อ
- ลูกแม่โจ้ทุกคน ยึดถือคำกล่าวที่ว่า "เลิศนำ้ใจ วินัยดี เชิดชูประเพณ๊ สามัคคี อาวุโส"
- นักศึกษาปีสุดท้ายแทบทุกคนต้องเคยมาบน "ศาลเจ้าแม่โจ้" เพื่อขอให้จบการศึกษาทันเพื่อน
- มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ประจำมหาวิทยาลัย 3 แห่ง คือ "ศาลเจ้าแม่โจ้" "ศาลเจ้าพ่อโจ้" และ "องค์พ่อพิรุณ" นอกนั้นจะเป็นอนุเสาวรีย์บุคคลสำคัญของแม่โจ้ในอดีต
- ลูกแม่โจ้ ไม่ข้ามรั้วมหาวิทยาลัย เดี๋ยวจะเรียนไม่จบกัน
- เวลาเข้าโดมห้ามเหงยหน้า ไม่งั้นจะเห็นอะไรๆที่ไม่ควรเห็น
- เชื่อว่า...ใครเข้าแม่โจ้ ถ้าไม่มีแฟนก็จะได้แฟน ถ้ามีแฟนก็จะเปลี่ยนแฟน
[แก้ไข] เรื่องลึกลับ
- ว่ากันว่า มีนักศึกษาเคยเห็นอนุสาวรีย์ "งานหนักไม่เคยฆ่าคน" ที่เป็นรูปคนลากเกวียน ออกมาเดินผ่านหน้าหอในเวลากลางคืน แล้วหายไปต่อหน้าต่อตา
- พิธีกรรมรับน้องในวันสุดท้าย ทำให้ทุกคนต้องขนลุก แม้แต่คนไม่เชื่อเรื่องลี้ลับยังต้องเชื่อ
- ในวันหยุดช่วงเข้าพรรษา น้องๆกลับบ้านกันเกือบหมด หอ 2 ชั้น 3 เคยได้ยินเสียงคนลากโต๊ะในห้อง 327 ทั้งๆที่หออยู่กันแค่พี่ชั้น 2-3 คน กับน้องๆที่วิ่งลงมาใต้หออีก 5-6 คน เสียงก็ยังไม่หยุด จนต้องเรียกประชุมพี่ชั้นทุกหอ
- ในวันหยุดช่วงเข้าพรรษา(อีกเหมือนกัน) หอ 2 ชั้น 3(อีกแล้ว) เคยมีรุ่นพี่อยู่ห้องคนเดียว แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงดนตรีไทยบรรเลงสด ดังขึ้นในห้อง
- ในวันหยุดช่วงเข้าพรรษา(อีกแล้ว) หอ 2 ชั้น 2 เคยมีรุ่นพี่อยู่ห้องคนเดียวแล้วมีคนมาเคาะประตู แต่เปิดออกไปดูไม่มีใคร มีแต่เงาดำๆ วูบผ่านหน้าทะลุไปทางหน้าต่างฝั่งบ่อบำบัดน้ำเสีย
- เวลาอาบน้ำในหอใน(ชาย)อย่าปืนขึ้นไปมองห้องข้างๆที่อาบน้ำอยู่(เพราะคิดว่าเป็นเพื่อน ซึ่งชวนกันไปอาบน้ำแล้วมันบอกว่าเดี๋ยวตามไป)เพราะท่านจะเจอสิ่งลี้ลับ(กระเทยอาบน้ำอยู่)
- อย่าลวกมาม่าทิ้งไว้แล้วไปทำอย่างอื่นโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะเจอกับผีที่นีกศึกษาหอในรู้จักกันดี นั่นคือ "ผีมาม่า"
- หัวหน้าภาควิชาภูมิทัศน์และสถาปัตย์เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่ท่านยังเป็น นศ. แม่โจ้ มีรุ่นน้องสติไม่สมประกอบคนนึง ชอบเอาเชือกมาผปูกคอตัวเองเล่น...จนกระทั่งวันหนึ่ง อาจารย์เดินผ่าน อนม.(องค์กรนักศึกษาแม่โจ้ ตรงข้ามสนามเทนนิส)
ในช่วงเวลาตี 3 ก็ได้เห็น...ร่างของรุ่นน้องห้อยโต่งเต่งใต้ต้นไม้ใกล้ อนม. เขาผูกคอตายตัวเอง! สันนิษฐานว่าคงสติไม่ดีเผลอเอาเชือกผูกคอ จนเผลอตกลงมาตาย...หลังจากนั้นไม่นาน หากใครทะเล่อทะร้าเดินผ่านบริเวณนั้นตอนดึกดื่น จะเห็น
ร่างทะมึนลอยอยู่ใต้ต้นไม้ คอยหลอกหลอนเด็กที่ชอบเดินเปลี่ยวจนปัจจุบัน!!!
- เคยมีรุ่นพี่ไม่สบายที่หอหญิง 8 ชั้น 4 เพื่อนๆ ในห้องเลยลากที่นอนลงมานอนรวมเป็นเพื่อนกัน(เตียง 2 ชั้น 2 เตียง, อยู่กัน 4 คน) พี่คนที่ป่วยอยู่ตื่นมากลางดึก เห็นมีคนนอนถัดจากตัวเองไปอีก 4 คน (รวมตัวเองก็เป็น 5...มาจากไหนอีก 1)
[แก้ไข] ของกิน
- ผลไม้ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยห้ามกินเพราะจะโดนหักคะแนน กินได้แต่ขอให้เนียนพอ
- ร้าน นม ข้างๆ โรงอาหาร จะฮอตช่วงเปิดเรียนใหม่ๆ สั่งนมครั้งนึงต้องรอถึง 30-40 นาที และจะเงียบเหงามากในช่วงท้ายๆ เทอมสอง(ไม่มีคนเลย)
- ที่ทานอาหารที่ฮิตที่สุดของแม่โจ้ คือ ศูนย์อาหารใต้สะพานลอยและโซนเหลือง หน้ามหา'ลัยนั่นเอง
- มาม่าถือเป็นอาหารหลักในหอพัก
- นักศึกษาภูมิทัศน์เคยทำมาม่าต้มยำปลาหางนกยูง! (ไปช้อนเอาในสระคณะผลิตกรรมเกษตร)
- ร้านบุษบา หมูกระทะ เป็นร้านที่ได้รับความนิยมของเด็กแม่โจ้ เพราะ เนื้อหมูที่เนื้อเน้นๆ น้ำจิ้มอร่อย และราคาย่อมเยา เหมาะ แก่การนั่งทานหมูกระทะ กับแฟน/เพื่อน/ครอบครัว จุดเด่นของร้านคือ วงดนตรีช่วงค่ำ ที่มักจะชอบเล่นแต่เพลงของ Eric Clapton กับ The Eagles แทบทุกคืน! (จนผู้มานั่งทานหลายๆท่านจะร้อง Wonderful tonight กับ Desperado ได้ขึ้นใจ) ปัจจุบัน ปีหน้าร้านนี้จะมีอายุครบ 10 ปีแล้ว เหตุที่ร้านชื่อบุษบา เพราะว่านำมาจากเพลงที่ชื่อ "บุษบา" ของ Modern Dog นั่นเอง
- ปัจจุบันในซอยข้างปั้มน้ำมันเอสโซ่ ก็มีร้านเปิดใหม่ชื่อร้าน ซอย 4 ถือว่าเป็น สโมสรนักศึกษานอกสถานที่ ของเด็กแม่โจ้อีกแห่งหนึ่ง ต่อจาก บุษบา หมูกระทะอีกที่.."คุยเพลิน"..อยู่ตรงประตูบางเขน
- ผักผลไม้โดยเฉพาะแปลงวิจัย หรือปัญหาพิเศษจะอร่อยที่สุด(รับประกันความเสี่ยงกันเอง)
[แก้ไข] บทความที่เกี่ยวข้อง
พระบรมราโชวาท
"...ถ้าเอาพลังสามัคคีนี้ไปใช้ในทางที่ดีอย่างที่เคยทำ เช่นไปช่วยชาวบ้าน เช่นไปพัฒนาในท้องที่ต่างๆ อันนี้ก็้เ็ป็้นพลังที่น่าเกรงขามจริงๆ เพราะว่าชาวบ้านต่างๆ เขาจะพากันมองนักศึกษาแม่โจ้ทั้งหมดว่า คนนี้เขาแข็งแรง และหมู่พวกนี้เขาแข็งแรง แต่ว่าจะเกิดความดี คือจะเกิดความรู้สึกว่า แม้จะเป็นนักศึกษาซึ่งอยู่ในวัยศึกษาก็นับว่าเป็นผู้ที่ยังอายุไม่มากนัก แต่ก็น่านับถือ เกรงขาม ในทางนับถือและรักใคร่ว่า นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนแข็งแรง เป็นคนที่น่านับถือ น่าดู ถ้าใช้พลังสามัคคีและพลังที่มีอยู่่ในใจ ในตัว ดังนี้ ก็คงเป็นสิ่งที่นับได้ว่าเป็นยอด แต่ถ้าหากใช้พลังสามัคคีในทางอื่น ทำให้เขาเกรงขาม เพราะว่าหมู่ใหญ่เข้าไปบุกที่โน่นที่นี่ ก็ทำให้คนเขาอาจจะนับถือว่า นักศึกษาแม่โจ้น่ากลัว แต่น่ากลัวและก็้เชื่อฟัง เพราะว่าเขากลัว
ความนับถือที่มาจากความกลัวนั้นก็คงไม่ใช่ของดี เพราะวันหลังเมื่อเห็นว่ามีพลังน้อย ก็อาจจะถูกบ้อมก็ได้ ฉะนั้นก็ฝากความคิดอันนี้ซึ่งเป้นปริศนาเล็กน้อยให้ท่านทั้งหลายผู้เป็นนักศึกษา เป็นผู้ที่จะหาความรู้ ได้วิจัยในใจของท่าน และสัมมนาเพื่อให้ทราบว่าพลังแห่งสามัคคีถ้าใช้ในทางที่ถูกต้อง ที่ดี ที่สร้างสรรค์ จะนำพาไปสู่ความเจริญ ไปสู่ความดี และผู้ปฎิบัติจะได้รับผลดีคือความยกย่องของชุมชน ความยกย่องของชาวบ้าน ความยกย่องของทั้งประชาชนทั้งประเทศ...."
คัดมาจากบางส่วนของพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแก่คณาจารย์ และนักศึกษาืในวโรกาสเสด็จทอดพระเนตร และทรงเยี่ยมกิจการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย หน่วยแม่โจ้ และวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ แม่โจ้ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ 2516 ณ หอประชุมวิทยาลัยฯ (อาคารโดมแผ่พืชน์ในปัจจุบัน) นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินไปแม่โจ้เ็ป็้นครั้งแรก