มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (วิทยาเขตศาลายา)
เนื้อหา |
[แก้ไข] ความรู้ทั่วไป
- เป็นมหาวิทยาลัยราชมงคลที่เล็กที่สุด เมื่อเทียบกับราชมงคลที่อื่นๆ และเป็นราชมงคลที่อายุน้อยที่สุด คือ 12 ปี (2551) แต่ก่อนที่จะเป็นราชมงคลศาลายานั้น เพราะที่นี่ทีแรกตั้งใจจะสร้างให้เป็นวิทยาเขตใหม่ของอุเทนถวาย แต่เด็กศาลายาไม่ยอมให้อุเทนถวายรับน้อง และกลายเป็นว่าในอดีตนั้น เด็กศาลายากับอุเทนถวายไม่ถูกกันเสียด้วย (ปัจจุบันคงไม่เป็นแล้วมั้ง)
- ปัจจุบันความขัดแย้งรุนแรงของเด็กระหว่าง 2 สถาบันไม่มี แต่ความรู้สึก(ไม่ชอบ)ไม่เคยเปลี่ยน เนื่องจากสถาบันเราโดนดูถูกจากเด็กรุ่นใหม่ ๆ ของสถาบันเค้าเยอะ ซึ่งความเป็นจริงแล้วเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ไม่เคยเลียนแบบใคร แต่ราชมงคลเหมือนกันให้ทำไงวะ -*-
ผมไม่รู้ว่าคุณได้ข้อมูลเหล่านั้นมาได้ไงแต่ส่วนมากไม่ชัดเจนไม่มีการอ้างถึงแหล่งที่มาของข้อมูลไม่สมควรเชื่อ ศาลายา 01
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- นักศึกษาที่นี่มากกว่า 60% เป็นเด็กใต้ แปลกดีเหมือนกัน เด็กพื้นที่ไม่ค่อยมีเท่าไหร่
- เนื่องจากความเป็นจริงแล้วคือ เด็กพื่นที่ของทุกพื้นที่ไม่ค่อยอยากเรียนใกล้บ้านหรือละแวกบ้าน มาเรียนที่นี่ อย่าหวังว่าจะได้เห็นความศิวิไลซ์ เพราะว่าบรรยากาศรอบๆ มีแต่ท้องนา นักศึกษาที่นี่เลยหนีไปเที่ยวไหนไม่ได้ แต่ว่าอย่างน้อยที่นี่ก็เป็นต้นทางของรถเมล์ปรับอากาศทั้งสองสาย แม้แต่เด็กมหิดลต้องแย่งกันนั่ง เหอะๆ
- หากลองมองโลกในแง่ดี ถ้าสังสรรค์แถว ๆ ใกล้ ๆ มหาลัย ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
- กองทุนเงินกู้ที่นี่ทำเรื่องยากและลำบากวุ่นวายมากที่สุด และผ่านยากด้วย เพราะนอกจากต้องกรอกเอกสารมากมายบานตะไทแล้ว ต้องมีการให้ผู้ค้ำประกันเซ็นรับรอง และต้องมีลายเซ็นของผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการที่เชื่อถือได้ ฯลฯ ที่เด็ดกว่านั้น ต้องถ่ายรูปสภาพบ้านและครอบครัวแปะติดในเอกสารด้วย (เพื่อให้ทราบว่าลำบากจริงๆ)และยังต้องโดนกรรมการสัมภาษณ์อีกต่างหาก ยุ่งยากพอๆ กับเตรียมเอกสารสมัครเรียนใหม่เลยทีเดียว ฉะนั้นใครที่คิดกู้เอาไปทำอย่างอื่นที่ไม่จำเป็น คิดหนักหน่อยงานนี้
[แก้ไข] เชื่อหรือไม่?
- ที่ราชมงคล ศาลายา จะมีตึกที่ทันสมัยที่สุดสูสีกะตึกบริหาร (ตึก 6) มองเผินๆ จะคล้ายกับตึกบัญชาการในหนังการ์ตูนญี่ปุ่น และเด็กที่นั่นจะเรียกติดปากว่า "ตึกออเร้นจ์" เพราะว่าเป็นตัวตึกโทนสีส้ม (ถึงแม้ว่าออเร้นจ์จะเปลี่ยนเป็นทรูมูฟแล้ว เค้าก็เรียกกันตึกออเร้นจ์อยู่ดี)เด็กใหม่หรือเด็กที่มาสอบเข้ามันจะไม่ค่อยเข้าใจความหมาย ซึ่งตึกนี้เป็นตึกสำหรับเรียนรวม ห้องประชุมใหญ่ๆ แต่ปัจจุบันนี้เป็นส่วนหนึ่งของคณะวิศวกรรมไปแล้ว แต่ถ้าต้องการใช้ห้องประชุมก็ใช้ที่นี่ได้
- ว่าด้วยตึกออเร้นจ์ ด้วยความที่ตึกนี้เป็นหน้าเป็นตาของมหาลัย (รึเปล่า)ตึกนี้มักจะใช้เป็นสนามสอบเข้าของเด็กมาใหม่เสมอ ทั้งๆ ที่จริงๆ จากปากทางเข้ามหาลัยแล้ว ตึกอยู่อยู่ไกลที่สุด ลึกที่สุดของมหาลัยด้วยเอ้า ไม่เห็นใจเด็กใหม่เลย ทั้งๆที่ตึก8 (ตึกบริหาร)ก็ทันสมัยเหมือนกัน ทำให้ยากลำบากกับเด็กใหม่เป็นอย่างมาก ถ้าเด็กคนไหนรู้ทันว่าตึกออเร้นจ์อยู่ตรงไหน ก็จะบอกให้มอไซต์วินขี่รถเข้ามา แต่ถ้าไม่รู้ทันล่ะก็...เดินขาลากงานนี้ และยิ่งถ้าเด็กใหม่ไปถามทางรุ่นพี่ว่า ตึก6 ไปทางไหน รุ่นพี่ไม่รู้จักหรอกค่ะ ต้องบอกว่าตึกออเร้นจ์
- หอพระสีขาวเล็กๆ ทางด้านหน้าทางเข้าของมหาลัย ใช้เวลาสร้างมากกว่า 2 ปี และหมดงบไปล้านกว่าๆ (แค่เนี๊ยนี่นะ!!) ตอนแรกว่าจะสร้างกลางน้ำ แต่กลายเป็นบนบกซะงั้น
- เค้าว่าเด็กวิศวะโยธา กับเด็กสถาปัตย์นั้นไม่ถูกกัน ทั้งๆ ที่คณะชื่อ คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรม ซึ่งน่าจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากกว่า เพราะขนาดตึกเรียนของทั้ง 2 กลุ่มนี้ยังต้องแยกกันเลย
- ก่อสร้าง - ถาปัด ขอปฏิเสธเรื่องขัดแย้งกัน เรียนศาลายามาตั้งแต่ปี 40 รุ่น 3 อ่ะนะ เพื่อนผมถาปัดเยอะแยะ งานวันเกิดสถาบันที่จัดในรั้วทุกปี ถาปัดเป็นคนออกแบบบัตรให้ทุกปีนะ
- อาจารย์ของสาขาวิชาระบบสารสนเทศ คณะบริหาร จบจากบางมดทุกคน ลองไปถามดูสิว่าจริงมั้ย?
- แต่ก่อนสาขาการการตลาด ขึ้นชื่อว่าเป็นสาขาที่เรียกว่าเป็นเจ้าแม่โปรเจ็กต์ เพราะหลายๆ โครงการสร้างสรรค์โดยเด็กแผนกนี้ และกิจกรรมต่างๆ การตลาดมักได้รางวัลเสมอๆ (ปัจจุบันเสียตำแหน่งให้สาขาบัญชีเรียบร้อยแล้ว)
- ตึกสถาปัตเป็นตึกแรกที่เข้ามาทางประตูหน้ามหาลัยแล้วเจอก่อน เฟรชชี่หน้าใสๆทุกคนที่เดินผ่าน มันจะโดนเด็กคณะนี้ป้อก่อน จีบก่อนเป็นด่านแรกๆ ขอเบอร์ก่อนเป็นเรื่องปกติ อย่าไปคิดไรมาก และมันจะโดนเด็กคณะนี้แกล้งหรือเซอร์ไพร์สอะไรเล็กน้อยเสมอๆ ถือว่าเป็นสีสันของชีวิต
- อย่าคาดหวังอะไรกับห้องสมุดที่นี่มาก ก็คิดดูขนาดหนังสือหมวดคอมพิวเตอร์ที่ใหม่ล่าสุดยังเป็น Window 98 อยู่เลย เก๋ามากๆ บางเล่มยังเป็น Dos อีกตะหาก
- จุดสุมหัว เอ๊ย ชุมนุมกันของเด็กวิศวะคือ ซุ้มโค้กของลุงโอ ซึ่งซุ้มของลุงแกนี่ มีตั้งแต่สากกระบือยันเรือรบจริงๆ ตั้งแต่ของกินของใช้ สมุด เครื่องเขียน ถ่านอัลคาไลน์ แผ่นซีดีและฟล็อบบี้เอก็ยังมีเลยเอ้า ครบวงจรจริงๆ ถ้าใครขาดอะไรมาที่ซุ้มแกได้
- เจ้าหน้าที่ของที่นี่น่ารักมากๆ ทำงานกันดีมากๆด้วย ทุกแผนก(ยกเว้นฝ่ายเงินกู้) โดยเฉพาะฝ่ายทะเบียนนี่สุดยอด ต่างจากมหาลัยอื่นมากๆ ที่มักจะเจอเจ้าหน้าที่หน้ายักษ์ พูดจากสุนัขไม่รับประทาน แถมเรื่องมาก แต่ที่นี่ตรงข้ามเลย นอกจากจะพูดเพราะแล้ว บริการดี ไม่เรื่องมากโยกโย้ และไม่วีนแตกใส่นักศึกษาแล้ว แถมติดตามเรื่อง ทำงานเร็วอีกต่างหาก ได้ใจนักศึกษาไปเต็มๆ
*ข้อมูลข้อนี้ไม่จริงเลย เพระจะมีคนนึงที่อวบ ๆ ในงานทะเบียน ปากจัดมาก ไปติดต่อทีไรก็ต้องโดนด่าโดยที่ยังไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย เลยไม่มีคัยอยากจะเค้าไปติดต่องาน เป็นที่ร่ำลือกันไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย
- เด็กที่นี่ ไม่ว่าคณะไหนๆ มักไม่ค่อยสนใจกิจกรรมเท่าที่ควร (ยกเว้นตลาดและบัญชี) ขนาดกีฬาสีทุกปี ถ้ารุ่นพี่ไม่บังคับหรือขู่เช็คชื่อ ก็จะไม่มีใครขึ้นสแตนท์กัน และถ้าพอกล่าวประกาศพิธีเปิดงานจบ เด็กจะลุกลงออกจากสแตนท์ราวกับถูกสั่งทันที แล้วหลังจากนั้นแสตนท์จะโหลงเหลง คนทั้งสแตนท์รวมกันทั้งหมดยังไม่ถึง 30 คนเลย ไม่นับลีดนะ
- หลังสามโมงเย็น มหาลัยจะเงียบสงัดมากๆ เหมือนกับมหาลัยร้างไม่มีคนมาเรียน (ความจริงเด็กกลับบ้านกลับหอหมดแล้ว) ยกเว้นเด็กถาปัตย์ ที่ไม่กลับ จนกว่า พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า
- และถ้าเลิกเรียนหลังสามโมงเย็นไปแล้ว ถ้าอยากนั่งรถเมล์กลับบ้านสบายๆ ให้เปลี่ยนมาขึ้นรถเมล์ต้นทางที่หลังมหาลัยเลย อย่าไปขึ้นหน้ามอเด็ดขาด เพราะว่าช่วงเวลานั้น เด็กโรงเรียนมัธยมจะเลิกเรียนกันแล้ว และมาเดินเท้ามาที่มอเพื่อจะได้แย่งที่นั่งเรา ซึ่งระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เลย เผลอๆ เด็กพวกนี้ยอมเดินไปหลังมอเพื่อขึ้นที่จุดต้นทางจริงๆ (ทรหดจังไอ้เด็กพวกนี้)มากันไม่ใช้น้อยๆ ด้วย ถึงแม้เราจะอยู่ต้นทางก็อย่าประมาทเด็ดขาด ไม่งั้นเจ้าถิ่นจะอดนั่งไม่รู้ตัว
- รถ ปอ.547 นักเรียน นักศึกษาจะได้ลดค่าโดยสาร 2 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องอยู่ในเครื่องแบบ และต้องแสดงบัตรนักศึกษาด้วย (อะไรกันวะ)ถึงแม้คุณจะใส่ชุดนักศึกษา และขึ้นที่ต้นทาง แต่ทว่าคุณไม่โชว์บัตรให้เค้าดู เค้าก็จะเก็บราคาเต็มโดยไม่มีการปราณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณขี้เกียจต้องมาแสดงบัตรให้กระเป๋าดู คุณก็ยอมเสียค่ารถไปเต็มๆ ก็แล้วแต่คุณ เพราะลดแต่ 2 บาทเอง อาจเป็นเพราะว่า หน้าตานักศึกษาบางคน ไม่บ่งบอกว่าเป็นนักศึกษา
- นักศึกษาที่เป็นตัวแทนนักกีฬาของมหาวิทยาลัย มีเงินสนับสนุนน้อยมาก เบี้ยซ้อมได้ 20 บาท หรืออาจไม่ได้เลย น้ำก็ไม่มีให้กิน ไม่รู้ว่างบประมาณไปไหนหมดนะ นักศึกษาทำเพื่อมหาวิทยาลัยแต่กลับไม่ได้รับความสนใจ เห็นมีอยู่ครั้งเดียวตอนที่ผ่านรอบคัดเลือก(ด้วยตัวเอง)แล้วก็มีคนมาสวมลอยเดินยืดซะ(ประมาณว่าเพราะข้าประมาณนี้) ถ้าจะเล่นก็เรียกว่าใจรักจริง ๆ เพราะทุกอย่างต้องออกเองหมด มิฉะนั้นจะต้องเจ็บตัวฟรีก็ได้
- เงินกูที่นี้ได้ช้ามาก กว่าจะได้ก็ประมาณเทอมสองแล้ว ก่อนหน้านี้นักศึกษาจะกินอะไรเนี่ยะ
- ตึกที่มหาลัยนี้เกือบทุกตึกต้องมีรูตรงกลาง ไม่รู้ทำไม หรืออาจจะหมายถึงอะไรบางอย่างก็ได้ แล้วก็ต้องมาซ่อมทำหลังคาปิดทีหลัง เปลืองงบประมาณไปอีกเป็นล้าน ไม่รู้คนออกแบบคิดนานหรือเปล่านะ
[แก้ไข] ธรรมเนียมประเพณี
- ก่อนจะเข้าเรียน ต้องไปไหว้ที่ศาลหรือตราบัวหลวงประจำมหาลัยก่อน ถือเป็นการฝากเนื้อฝากตัว และช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเรียนจบ (อยู่ตรงไหน)
[แก้ไข] ความเชื่อ
- ไม่ว่าราชมงคล วิทยาเขตไหนๆ หรือแม้แต่ที่นี่ เค้าบอกกันว่าถ้ายังเรียนไม่จบ ห้ามไปถ่ายรูปกับตราบัวหลวงเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นไม่จบ (รุ่นพี่บอกมา) บัวหลวงอยู่ตรงไหนง่ะ มีแต่บ่อบัวหน้าตึกถาปัตย์
[แก้ไข] เรื่องลึกลับ
- ทุกๆ ปี เด็กปีหนึ่งของที่นี่ ต้องมีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพด้วยอุบัติเหตุ และมักเป็นเด็กของสาขาระบบสารสนเทศ เค้าว่ากันว่าเป็นเพราะไว้ศาลผิดที่(แต่ปัจจุบันแก้ไข และได้ทำบุญสาขาแล้วทุกปี)
- ที่ตึกออเร้นจ์ เค้าว่าผีดุมาก เด็กวิศวะเจอบ่อยมาก เพราะเค้าบอกว่าช่วงสร้างมีคนงานตาย ขนาดกลางวันแสกๆ ลิฟต์ค้างบ่อยมากๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว (โชคดีที่ไม่เคยเจอ) แต่ที่จริงแล้วตึกถาปัตย์ ตะหาก คอนเฟิร์มจากรุ่นหนึ่ง เพราะเป็นตึกแรกที่สร้างขึ้นมาในวิทยาเขตนี้
[แก้ไข] ของกิน
- ที่นี่มีโรงอาหารเพียงแห่งเดียว (จริงๆ)และมีแต่เด็กบริหาร และเด็กวิศวะเท่านั้นที่มากินที่นี่ ยกเว้นเด็กสถาปัตจะไม่เข้ามากินเลย ส่วนมากนั้นจะกินที่ซุ้มโค้ก ซึ่งมีข้าวกล่อง ลูกชิ้น และของกินอื่นๆ (ยังว่ากันว่าตอนนั้น ข้าวกล่องซุ้มโค้กสถาปัตอร่อยกว่าข้าวโรงอาหารหลายร้อยเท่า แถมได้เยอะกว่าด้วยทั้งๆ ที่ราคาเท่ากัน) แต่ก่อนโรงอาหารนั้น อาหารแพงมากๆ ไม่อร่อย แถมแม่ค้าขายข้าวก็สุดๆ ปากจัด เรื่องมาก แถมงกข้าว งกกับ อีกต่างหาก โรงอาหารไม่ค่อยสะอาด แต่ภายหลังได้ให้นักศึกษากรอกแบบประเมินคุณภาพของโรงอาหาร ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหนาวๆ ร้อนๆ เป็นแถบๆ แล้วก็ไม่ต้องถามว่าผลหลังประเมินเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่าหลังจากนั้นมา โรงอาหารก็สะอาด อาหารก็ลดราคา อาหารก็ถูกปากขึ้น แถมแม่ค้าก็ใจดีมากขึ้น มีการเอาใจถามเอาข้าวเพิ่ม กับเพิ่มมั้ย อีกต่างหาก
[แก้ไข] หมายเหตุ
- บทความที่เขียนตั้งแต่ปี38-40ไม่เป็นความจริง
- ขอฝากอีกเรื่อง -- เนื่องจากทางสถาบัน(มหาลัย)ได้เปิดตัวมาครบ 13 ปี ณ.วันที่เขียนนี้ ทางศิษย์เก่าก่อสร้าง ได้จัดงานคืนสู้เหย้าขึ้นทุกปี ในวันเกิดของโรงเรียน จึงฝากพี่-น้อง ที่เป็นศิษย์เก่าทุกท่าน มาร่วมงานกันได้ทุกปี (ห้ามคนที่คิดจะมาก่อเรื่องเข้ารบกวนงานเด็ดขาด งานนี้ห้ามกร่างขอบอก)ขอบคุณจากรุ่น 03 ปี 40 (ของแท้)