จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
[แก้ไข] เรื่องน่ารู้ประจำมหาวิทยาลัย
- ชื่อเรียกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- เคยมีความพยายามหลายๆ ครั้งที่จะให้คนเลิกเรียกชื่อแบบสั้นๆ ไม่เป็นทางการ ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากคำว่า "เทคโน" หรือ "บางมด" แล้วให้เรียกเป็นคำอื่น เช่น "ม.พระจอมเกล้าธนบุรี" หรือ "ม.พระจอมเกล้า" แต่ผู้คนส่วนใหญ่ในย่านบางมด ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ ก็ยังติดกับคำสั้นๆ จำง่ายๆ ว่า "เทคโน" และคนอีกจำนวนมากนอกเขตพื้นที่ก็จะรู้จักในคำว่า "มหาวิทยาลัยบางมด" "มหา'ลัยบางมด" "ม.บางมด" หรือแค่คำสั้นๆ ว่า "บางมด" (ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีวิทยาเขต "บางขุนเทียน" และ "ราชบุรี" มี e-School "โรงเรียนดรุณสิกขาลัย" และมี "Bangkok Code" ตั้งอยู่บนถนนสาทรใต้) .. ความพยายามในปัจจุบันก็คงยังอยู่
- หลายๆ คนใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เรียกชื่อมหาวิทยาลัยว่า ม จ ธ (มอ-จอ-ทอ) ตามอักษรย่อของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมักจะเขียนชื่อ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แบบสั้นๆ ว่า มจธ มากกว่าที่จะเขียนด้วยอักษรย่อของมหาวิทยาลัยจากภาษาอังกฤษว่า KMUTT (เข้าใจว่า อาจจะเป็นเพราะ KMUTT มีอักขระมากกว่า มจธ)
- หลายๆ คนนอก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มักจะเรียกชื่อมหาวิทยาลัยว่า บางมด และเขียนชื่อแบบสั้นๆ ว่า บางมด
- ถ้าบอกแท็กซี่ว่าไปพระจอมเกล้าธนบุรี อาจจะไม่ได้ไป ต้องบอกว่าไปเทคโนฯ บางมด
- คนต่างชาติมักรู้จัก King Mongkut's University of Technology Thonburi (KMUTT) ในชื่อของ "King Mongkut University" และ "King Mongkut University in Bangkok" และมักจะสับสนกับชื่อในภาษาอังกฤษของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล) และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ) เพราะมีพระนาม "King Mongkut" เหมือนกัน และมีที่ตั้งในกรุงเทพฯ (สับสนกับ สจล) หรือมีชื่อ Bangkok (สับสนกับ สจพ) เหมือนกัน และเพื่อ"ลด"ความสับสน คนต่างชาติมักใช้ตัวย่อ KMUTT ในการเรียกและเขียนชื่อของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- คนต่างชาติมักจะจำชื่อ King Mongkut's University of Technology Thonburi ได้จากคำว่า "King Mongkut"
- คนต่างชาติเมื่อได้ยินชื่อ King Mongkut's University of Technology Thonburi อาจจะเข้าใจผิดว่า เป็นมหาวิทยาลัยที่ถูกก่อในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นส่วนหนึ่งหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับละครเรื่อง The King and I
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีวิสัยทัศน์ (5 ข้อ) และมีเป้าหมาย (6+1 ข้อ --> ไม่ประกาศว่าเป็น 7 แต่คงตัวเลขเป็น 6+1)
[แก้ไข] ความรู้ทั่วไป
- ข้อมูลปกปิด
- พระจอมเกล้า เป็นพระบิดา (พ่อ) ของพระจุลจอมเกล้า
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- ก่อนหน้าที่จะเป็นมหาวิทยาลัยเคยเป็นสถาบันมาก่อน (ป้ายสถาบันฯ อยู่หน้าตึกส่วนอาคารและสถานที่ ข้างตึกศิลปศาสตร์ )
- ก่อนจะเป็นสถาบันเทคโนฯ เคยเป็นวิทยาลัยเทคนิคธนบุรีมาก่อน
- ก่อนหน้านี้เคยเป็นรร.ช่างก่อสร้างมาก่อน
- ก่อนหน้านี้เป็นสุสานของชาวมุสลิมหรือเรียกว่ากุโบร์มาก่อน
- ก่อนหน้านี้เคยเป็นทุ่งหญ้าสะวันน่ามาก่อน
- ก่อนหน้านี้เคยเป็นเวิ้งมหาสมุทรมาก่อน
- ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่อยู่นอกระบบแล้วนะ
- เป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ในประเทศไทย ที่ออกนอกระบบ
- ไม่มีการประท้วงใดๆ จากนักศึกษา เพราะรู้ตัวกันอีกทีก็ออกไปแล้ว
- อนาคตจะไม่มีภาคปกติ จะมีแต่ภาคอินเตอร์ต่อไปเรื่อยๆ
- ค่าบำรุงการศึกษาและค่าหน่วยกิตจะขึ้นไปเรื่อยๆ ตามราคาน้ำมัน
- ภาคอินเตอร์กับปกติ การเรียนทั่วไปแทบไม่ต่างกัน ข้อสอบก็ชุดเดียวกัน สิ่งที่ต่างกันอย่างเด่่นชัดที่สุดคือ ค่าบำรุงการศึกษาและหน่วยกิต
- เคยมีชื่อย่อว่า สจธ. ม.จ.ธ.
- ม.จ.ธ. มีอยู่ 3 วิทยาเขต สองวิทยาเขตอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนอีกที่อยู่ราชบุรี
- ราชบุรีเป็นวิทยาเขตที่อบอุ่นมาก และระบบรุ่นสุดยอด
- บางขุนเทียน มีพื้นที่ใหญ่กว่าที่บางมด2เท่า
- เชื่อว่าหากภาวะโลกร้อนยังไม่ทุเลาลง วิทยาเขตบางขุนเทียนอาจกลายเป็นมหาวิทยาลัยกลางทะเลแห่งแรกของโลก
- ราชบุรีมีพื้นที่ใหญ่กว่าบางมด 10 เท่า
- ม.จ.ธ. มีชื่อเล่นว่าบางมด แต่คนนิยมเรียกว่า เทคโน มากกว่า
- คนรู้จักบางมดมากกว่าชื่อเต็มของ ม.จ.ธ
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(ม.จ.ธ)เป็นคนละที่กับวิทยาลัยเทคโนโลยีธนบุรี
- ที่แขนขวาของเสื้อชอปของทุกภาคจะเป็นรูปมด ยกเว้นภาควิศวกรรมโยธาและจุลชีววิทยา
- ภาคไอทีเป็นภาคเดียวที่ไม่มีเสื้อชอปที่วิทยาเขตบางมด
- ที่จริงก็มีอยู่ แต่ห้ามใส่ให้อาจารย์+ยามเห็น!
- ถ้าคิดว่าไอทีเป็นภาคเดียวที่ไม่มีเสื้อช็อป ให้ไปอ่านที่ วิสวะกำ เครื่องกรน
- เด็กมัลติมีเดีย ไม่มีตึกเรียนของตัวเอง ต้องเรียนที่ตึก CB
- เด็กมัลติ มี เครื่อง แมค
- เด็กมัลติ กับ ปริ๊นติง เขาเป็นพี่น้องกัน
- มดที่เสื้อชอปมีหลายสายพันธุ์ มดเอ็กซ์ มดแดง มดเซ็กซี่ มดธรรมดา โฟร์มด มดตัวเมีย มดยืนสองขา มดทับกัน แล้วแต่จะคิด (ยกเว้นวิดวะโย)
- ที่สวนหน้าม.จะมีรางรถไฟเล็ก ๆ อยู่ เพราะเคยได้รับหัวจักรรถไฟตกรุ่นจากมหา'ลัยที่ร่วมมือกันจากต่างประเทศ
- รถไฟเคยวิ่งครั้งเดียวคือวันมอบ จากนั้นไม่เคยเอาออกมาใช้อีกเลย (รางก็เริ่มผุๆ พังๆ แล้วด้วย)
- รถเมล์สาย 75 หน้า ม. ขับได้ตีนผี นรกสุด ๆ
- สาย 21 ชาตินึงกว่าจะมา
- ดึก ๆ จะมีพวกรถร่วมอกตัญญู และพวกชะนีที่ยังไม่ได้แปลงเพศ รออยู่หน้ามอ (สงสัยมีธุรกิจร่วมกัน)
- ที่ตึกอธิการด้านบนมีรูปทรงปิรามิดสีทอง ๆ เรียนกว่ามงกุฎ( ใช้ google earth ส่องดูได้)
- ตึกอธิการเดิม ปัจจุบันคือตึก FIBO (ตึกเล็กๆ นั่นอะนะ)
- ข้างตึกอธิการมีรถบริการไปกลับ บางมด-บางขุนนนท์
- ตึกที่กำลังจะสร้างเสร็จมีชื่อว่าตึกดีใจ???
- ตอนนี้มีตึกที่กำลังสร้างอยู่ 3 ตึก ติดๆกัน และกำลังจะสร้างอาคารจอดรถ 14 ชั้น ด้วย
- ปัจจุบัน(ปี 2551) ยังไม่มีวี่แววว่าจะเริ่มก่อสร้าง
- ตึกที่กำลังสร้างมีคนงานตายด้วย!!!
- คณะศิลปศาสตร์เป็นคณะที่ไม่มีนักศึกษาป.ตรีของตนเอง
- ขณะก่อสร้างตึกคณะศิลปศาสตร์ มี นศ. แอบดีใจ คิดว่าจะมีสาวๆ เพิ่มเข้ามาในมหา'ลัย
- ห้องภาคของวิดวะอุตฯคือศาลาวีรชน!
- ที่โต๊ะเซียน มีมดปีศาจ ตัวยาวๆ สีดำแดง
- ลานแดงดึกๆ โคตรหนาว หนาวเห้ๆ จะเปิดแอร์แรงทำไมฟ่ะ คุณยาม
- ลานแดงเปิด 24 ชั่วโมง
- ใช้ใต้ดินของห้องลานแดงได้มีหุ่นรบไว้ในเวลาสงคราม
- ลานแดงคือชื่อของห้องคอมพิวเตอร์
- เน็ตที่ห้องลานแดงแรงกว่าเน็ตห้องคลีนิคในหอสมุด
- เสื้อชอปหนึ่งภาคหนึ่งสี สีม่วง น้ำตาล ฟ้า ขาว เขียว เทา น้ำเงินเข้ม ฟ้าอมเทา ฯลฯ
- พิธีประดับไทด์ ติดตุ้งติ้ง ตอนปีหนึ่งเว่อร์สุด ๆ
- ผู้ที่ได้นั่งแถวหน้าของงาน จะมีโอกาสได้มองหาสาวๆ น่ารักๆ จากทั้งมหาวิทยาลัย
- เวลาไปไหว้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ห้ามไปบนท่าน แต่ให้ขอท่านแทน เนื่องจากท่านเป็นกษัตริย์
- มาสคอตของที่นี่คือมด สีประจำคือคือแสดเหลือง
- ว่ากันว่าเคยมีสายลับสัญชาติรัสเซียเข้าใจผิดและหลงเข้ามาบริเวณลานสุขภาพ
- FIBO คือชื่อของศูนย์วิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ของมหาวิทยาลัย
- ด้านหลังตึก FIBO จะมีสระมรกตสีเขียวสมชื่ออยู่
- และใต้สระมรกตนี้เอง ที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพลับ FIBO ไว้กอบกู้โลกในยามวิกฤต
- ปลาในสระมรกตตัวใหญ่ เต็มไปด้วยแร่ธาตุๆ (เหล็ก สังกะสี ตะกั่ว ฯลฯ)
- ว่ากันว่าถ้าเห็นเต่าในสระมรกตจะติด F
- ว่ากันว่าเคยมีคนเห็นผู้หญิงมีปีกลอยอยู่เหนือสระมรกตในเวลากลางคืนเพื่อรอใครสักคนอยู่
- สนามบอลเวลาฝนตก คือทุ่งนา และ สนามไทยญี่ปุ่น-ดินแดงจะตั้งอยู่ติดๆกะสนามบอลเช่นกัน
- สนามบอลได้เคยมีการต่อสู้ระหว่างสำนักทั้ง 2 สำนัก
- กีฬาFreshy ทีไรมีกองเชียร์ปีศาจทุกปี
- ในบางครั้งอาจจะพบผู้หญิงผมสีแดงห้อยสร้อยพูดได้และถือดาบเดินอยู่บริเวณ ม. (เฮ้ยๆ)
- เวลาลงทะเบียน จะต้องทำผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยใช้บัญชีของธนาคาร กรุงไทย ซึ่งสาขาที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไป 25 กิโลเมตร(2548) ในขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาอยู่ห่างแค่ถนน 4 เลนเท่านั้น ปัจจุบันนี้ได้รับการปรับปรุงแล้ว โดยมีทั้งธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ มาตั้งบริเวณประตูหน้าทั้งสองธนาคาร
- ทั้งที่มีสาขา ธ.กรุงไทยอยู่หน้า ม. แต่บัตร ATM ของ นศ. กลับเป็นของสาขาสุขสวัสดิ์ ซึ่งต้องออกไปจาก ม. ไกลมาก
- ช่วงสิ้นเดือน-ต้นเดือน ธ.กรุงไทยจะมีคนแน่นมาก (ทั้งในและหน้าธนาคาร)
- ในรัศมี 100 เมตร จากมหา'ลัย มีธนาคารไม่ต่ำกว่า 4 แห่ง
- มีนักศึกษาคนหนึ่งมีรอยแผลเป็นรูปสายฟ้า อย่าไปยุ่งกับเคา เค้าเป็นพ่อมด (เฮ้ยๆ)
- ม. เรามีโรงอาหารเพียงแห่งเดียวคือ KFC
- KFC ย่อมาจาก KMUTT Food Center
- ชั้น 2 KFC ตอนนี้โดนทุบเหลือแต่ซาก แล้วทำเป็นโรงอาหารชั้น 2 แทน (ดูท่าทางจะเจ๊ง เพราะขนาดขึ้นไปกินชั้นแรก มันยังขี้เกียจเดินขึ้นบันไดเลย)
- จะมีคนขึ้นไปกินต่อเมื่อชั้นหนึ่งเต็ม
- ห้องชมรมต่าง ๆ สภานักศึกษาและองค์การนักศึกษา ถูกย้ายลงมาใต้ถุน (อดีตลานจอดรถ) ทั้งหมด
- ชั้น 3 คือโรงยิมฯ เวลาปิดแอร์จะร้อนมาก แต่เวลาเปิดแอร์จะเครียดมาก(ค่าไฟจากการเปิดแอร์ครั้งนึงแพงมาก)
- หากจัดกิจกรรมที่นั้น ค่าเปิดแอร์ คิดชั่วโมงละ 2,000 บาท
- ชั้นดาดฟ้าเป็นคอร์ดเทนนิส
- ชั้นใต้ถุนเป็นศูนย์หนังสือ (แว่ว ๆ ว่าศูนย์หนังสือจะถูกย้ายไปหน้าม. บริเวณตึกที่กำลังสร้างเสร็จ)
- ร้านครัวสิริมาที่ติดว่าขายราดหน้า แต่ดันไม่ได้ขาย ไปขายเป็นข้าว(กูละงง) คิวยาวที่สุด
- สนามเทนนิสไม่เคยปิดซ่อมแซม แต่เน่ามาก
- ถ้าใครที่บ้าพลังอย่าได้เล่นสนามเทนนิสที่นี่เป็นอันขาด เพราะเวลาที่ลูกมันตกลงไปข้างล่างจะรู้ว่านรกมีจริง (เพราะสนามเทนนิสอยู่ดาดฟ้า ก็คิดดูเอาว่าต้องเดินลงมาเก็บลูก)
- พลเมืองดีหลายคน(ปีแล้วปีเล่า) พยายามที่จะส่งลูกเทนนิสที่ตกจากดาดฟ้าให้กับผู้เล่นด้านบน ไม่ว่าจะเตะหรือขว้าง ผลสุดท้ายลูกเทนนิสก็ไปอยู่ที่โรงอาหารแทน
- ถ้าสามารถส่งได้ จะเป็นที่น่าภูมิใจแก่วงศาคณาญาติและวงศ์ตระกูล และคำขอบคุณเล็กน้อยๆ
- ส่งไม่ได้ก็จะได้รับเสียงเชียร์ว่า "อีกนิดเดียว,แรงมีแค่นี้เหรอ" หลายคนที่เกิดความท้อใจ แต่พวกเค้าก็ไม่คิดฆ่าตัวตาย
- สรุปว่าเดินลงมาเก็บง่ายกว่า
- ชื่อเต็มๆของตึกนั้นชื่อไรนะ -*- เรียกกันแต่ยิม เคเอฟซี ห้องชมรม
- ถ้ามีการซ่อม ตกแต่ง ปรับปรุง สถานที่ เค้าจะทำกันช่วงที่มีการเรียนการสอน และช่วงเปิดเทอม คาดว่าคนงานที่ทำคือนักศึกษาเพราะปิดเทอมเค้าคงอยู่บ้านกัน
- ร้านสนุกเกอร์ ครูซิเบิ้ล ในซอยหน้ามหา'ลัย เป็นหนึ่งร้านสนุกเกอร์ที่ได้มาตราฐานในฝั่งธน
- งานเกษตรแฟร์ เป็นหนึ่งในงานที่หนุ่มๆบางมดรอคอย
- สยาม และจุฬาฯ เป็นที่ๆเด็กบางมดจะไป ถ้าไม่มีอะไรทำจริงๆ (ไปทำอะไร ไม่ต้องบอกมั้ง ก็มันขาดแคลนสาวๆสวยๆนี่หว่า)
- เด็กวิดยาจะมีสนามบอลเป็นของตัวเองทุกภาค
- เด็กฟิสิกส์เรียกห้องภาคว่า ห้องคอมมอน
- เด็ก IT เรียกห้องที่ตึกคณะว่าห้องภาค เรียกห้องที่ CB2(ที่ยึดเอาไว้) ว่าห้องคอมมอน
- ห้าม นศ.จอดรถใน ม. เพราะ อ.ไม่มีที่จอดรถ
- ลิฟต์ตึกฟิสิกส์ (เก่า) น่ากลัวที่สุด
- ประตูด้านหลังของตึกอธิการบดี ถูกสั่งปิด เพื่อทำตามหลักฮวงจุ้ย...(สาธุ มหาวิทยาลัย"เทคโนโลยี")
- ยามที่ลานแดง กวน...มากก
- ยามลานแดงเป็นสายลับของรัฐบาล
- ไม่แค่ยาม คนคุมเครื่องหลักก็กวน... ถามดีๆไม่ยอมตอบ ต้องใช้การหันหน้าพร้อมทำหน้าตาดูถูกชาวบ้านมาให้แทน
- ว่ากันว่ามีผู้เห็น มนุษย์ต่างดาว เอสเปอร์ และผู้มาจากอนาคต แถวๆตึก SCL
- ปัจจุบันข้างๆๆหอพัก มีศูนย์การเรียนรู้ถูกสร้างขึ้น
- ทุกต้นเดือน จะมี ตลาดละลายทรัพย์ ซึ่ง ผู้ที่หลงเขาไปต้องเป็นอันกระเป๋าแห้งเกือบทุกราย
- ตู้กดน้ำในมหาลัย แลกเหรียญได้ ไม่เชื่อ คุณลองใส่เหรียญบาทห้าเหรียญ คุณจะได้รับเหรียญห้าบาทหนึ่งเหรียญ
- ชั้น 1 ของห้องสมุดจะมีห้องคอมเรียกว่าห้องคลีนิค หรือลานชมพู (ที่เรียกลานชมพูเพราะว่าแต่ก่อนพื้นมันสีชมพูมั้ง)
- แล้วไอ้ลานชมพูเนี่ยเป็นแหล่งส่งออกไวรัสคอมอันดับต้นๆของมหาลัยด้วย รองจากลานแดง -*-
- นอกจากนั้นห้องนี้จะมีผู้มาใช้คอมเพื่อโหลดบิทเป็นจำนวนมากเพราะ B/W มันเยอะเท่าที่เคยโหลดมาได้สูงสุดถึง 8 MBytes/s เลยทีเดียว (Local)
- แต่อย่าหวังกับ B/W Inter เพราะมันน้อยกว่าเป็นสิบเท่า
- ปัจจุบันได้มีการพยายามบล็อกบิทแล้วแต่ยังไงพวกเราก็มีความสามารถในการหลบหลีกให้โหลดกันได้
- บางครั้งการที่มีการโหลดบิทพร้อมกันหลายๆเครื่องทำให้คนที่มาเล่นเน็ทธรรมดาเขาเข้าเว็บกันแทบไม่ได้ !!!
[แก้ไข] วิศวะ คอมฯ (Copy and Paste Engineering)
- ภาคคอมฯแยกตัวออกจากภาคไฟฟ้า
- สาเหตุหลักที่แยกตัวออกมาเพราะอาจารย์คุยกันไม่รู้เรื่อง
- หลักจากแยกภาคออกมาแล้ว ยังมีปัญหาอยู่อีก เพราะอาจารย์ภาคไฟฟ้า มีตำแหน่งในคณะวิศวะเยอะ
- สรุปแล้ว อาจารย์บางส่วนเลยแยกไปตั้งคณะไอทีซะเลย
- คณะไอที กับวิศวะคอมฯ จัดว่าเป็นพี่น้องกัน เพราะตั้งมาได้เพราะ อ. กลุ่มเดียวกัน
- ภาคคอมฯ กับภาคไฟทั้งหลาย(ไฟฟ้ากำลัง อิเล็ก คอนโทรล) จะไม่ค่อยถูกกัน โดยเฉพาะอาจารย์
- ภาคคอม อินเตอร์ ก่อตั้งโดยคนะผู้บริหาร ผู้บูชาเงิน และเลือดเนื้อของนักศึกษา
- โดยคัดเลือกคะแนนความมั่นคงทางการเงินและความหลงผิดของนักศึกษาเป็นอันดับต้นๆ เจตนาเพื่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตที่ดีของภาควิชา
- ปัจจุบันภาคอินเตอร์มีอาจารย์ชาวต่างชาติแล้วถึง3คน(มหิดลภาคอินเตอร์เป็นอาจารย์ชาวต่างชาติทั้งหมด) ซึ่งเป็นที่น่าภูมิใจแก่ชาวอินเตอร์อย่างยิ่ง
- ภาคคอมฯ เคยมีปัญหากับ FiBo เนื่องจากโปรเจคนักศึกษา
- FiBO แทบจะไม่เคยมีนักศึกษาภาคคอมฯเข้าไปเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ให้เลย ทั้งๆที่น่าจะเป็นงานของเด็กภาคคอม
- เนื่องจากภาคคอมฯไม่ค่อยถูกกับ FiBO ดังนั้นถ้าอยากเล่นหุ่นยนต์ก็ต้องไปที่ lab lego
- อาจารย์ บร. เป็นอาจารย์ที่เก่ง Ele. ที่สุดในมหาลัย(หรือในประเทศไทยเลยมั้ง) แต่ไม่ชอบอยู่ภาคอิเล็คเพราะปัญหาทางการเมือง เลยขอมาอยู่ภาคคอมด้วยคนตอนที่ตั้งภาคฯ
- แต่ตอนนี้ (ปี 2/2007) Lecture กับ Lab วิชา Circuit and Electronic ก็ได้เรียนกับ อ.บร. ที่เก่งที่สุดแล้ว กลับมาเจออ.สน. ที่เหมือนจะเก่งกว่า เค้าตกลงกันไม่ได้ว่าใครเก่งกว่ากัน จังหวะนี้เลยจำเป็นต้องไปฟ้องศาลกันอยู่แล้ว
- หากท่านต้องการเก็บ A , B+ , B วิชา Circuit ท่านต้องเรียนกับ อ. สน. แต่บางทีท่านอาจจะงงว่าได้ A มาได้ไง เพราะข้อสอบนั้นถามชื่ออาจารย์ พอดีตอบถูกข้อนี้ ได้ A เลย
- หากท่านต้องการเก็บ F , D , D+ มาเจอกันกับอ.บร. ดีกว่า ท่านอาจได้ขึ้น F18 ในปีหน้า (หรือ F22 ดีกว่า ทันสมัยกว่า)
- สถิติ F วิชาภาครวดเดียวสูงสุดอยู่ที่ 47 คน (ไม่รู้โดนทำลายไปรึยัง) (ตอบ: ยัง) (ตอบตอบ: น้องๆช่วยทำลายสถิติให้หน่อยสิ)
- รู้สึกปีล่าสุด (2008) เครื่องบิน F16 บินผ่านภาค เลยทำให้วิชาเลือกปี 3 ของอาจารย์มีคนเรียนแค่ 6 คนเอง !!!
- อาจารย์ บร. เป็นอาจารย์คนเดียวในมหาวิทยาลัยที่ใช้ข้อสอบแบบเขียนด้วยลายมือทั้งหมด
- เท่าที่รู้ยังไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหน ทำข้อสอบของอ. บร. ได้คะแนนเต็ม
- สมัยก่อน เวลา Ent จะต้องเลือกเข้ากลุ่มภาคไฟ ก่อน แล้วค่อยสัมภาษณ์เพื่อให้ได้เข้าภาคคอมฯ ซึ่งดำเนินการสัมภาษณ์โดย อ. พพ
- ถ้าต้องการสัมภาษณ์ผ่านเข้าภาคคอมฯ แบบชัวร์ๆ มีกฏอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกคือต้องเป็นผู้หญิง และข้อสองต้องหน้าตาพอดูได้จนถึงหน้าตาดีมาก
- นักศึกษาชายจะมีสิทธิผ่านสัมภาษณ์เข้าภาคคอมฯได้ ก็ต่อเมื่อคัดนศ.หญิงเข้าภาคได้ครบแล้วเท่านั้น
- เดี๋ยวนี้ Ent เข้าภาคคอมได้โดยตรง เพราะภาคไฟโวยวายว่าได้แต่นักศึกษาอกหักจากภาคคอมฯ
- อ.ท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า ภาคคอมฯโชคดีที่ได้ นศ.เก่งๆเข้าภาคเยอะตอน admission ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย เพราะที่นี่เปิดรับโควต้าเร็วมาก ทำให้หลายคนรีบมาสมัครเพราะกลัวว่าพึ่งพา admission แล้วจะไม่มีที่เรียนซะงั้น (ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้น)
- หลายคนเชื่อว่าตัวเองตัดสินใจถูกเมื่อเห็นว่า admission มีปัญหาร้อยแปดประการ แต่เมื่อเรียนไปสักพักก็เริ่มตระหนักว่าตัวเองตัดสินใจผิด!
- เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ ทำให้ภาคฯคอมต้องเปิดห้องอินเตอร์ (ตามอย่างภาคฯอื่นๆเค้า)
- เมื่อเปิดห้องอินเตอร์แล้ว ติดใจเพราะเงินเยอะดี ดังนั้นตอนหลังเลยเปิดใหญ่เลย
- ห้องสมุดเกือบจะเป็นของภาคคอมฯ เพราะอ.เป็นผู้บริหารที่นั่น
- อินเทอร์เน็ตที่แรงที่สุดในมหาลัยฯอยู่ที่ห้องสมุด เพราะเป็น Gateway ของสถาบันการศึกษาในภาคใต้
- อินเทอร์เน็ตของห้องสมุดมีสายต่อตรงมายังภาคฯคอม (อิอิ)
- อ. ธรร ถ้าดูจากตำแหน่งและประวัติการศึกษาแล้วท่านเจ๋งมาก แต่ท่าน อ. ชอบปล่อยไก่อยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลาอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และตอนทำโจทย์ยากๆ(ที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน)
- อ. ธรร เป็นอาจารย์ที่สอนให้ นศ. เข้าใจคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง เพราะเรียนแล้วต้องจำข้อความในหนังสือ text ให้ได้ทุกตัวอักษร โดยเฉพาะข้อความที่ Hi Light เอาไว้ (คำว่า "เก้าอี้ กับ "ที่นั่ง" มันไม่เหมือนกันนะครับ)
- ข้อสอบของ อ. ธรร เป็นข้อสอบที่ให้เอาข้อความในหนังสือ Text มาตอบได้เท่านั้น ห้ามคิดเอง และต้องเขียนให้เหมือนในหนังสือด้วย ไม่งั้นจะโดนหักคะแนน
- นักศึกษา ญ.(หน้าตาดี) มักจะได้เกรด A ในวิชาของอ. พพ เสมอ
- และก็เช่นเดียวกับ อ. ธรร นักศึกษา ญ.(หน้าตาดี) มักจะไม่ติด F
- อ.พพ มีท่าจับปากกาที่ไม่เหมือนใคร
- อ. ธรร ชอบจิบน้ำเวลาสอนหนังสือ หากวันไหนลืมหยิบแก้วน้ำเข้าสอนด้วย ถือเป็นโชคดีของนศ. เพราะอ.จะสอนแค่ครึ่งคาบเท่านั้น
- อ. บร ไม่เคยเป็นหัวหน้าภาคฯ แต่ทุกคนในภาคฯต้องเกรงใจ ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าภาค
- คนที่ทำโปรเจคกับ อ. บร ถือได้ว่าสอบโปรเจคผ่านชัวร์ 100% แต่อ.ไม่ค่อยรับนศ.ทำโปรเจค
- อาจารย์ ต เป็นอาจารย์ที่ชอบทำตัวเหมือนรู้ทุกเรื่อง แต่จริงๆแล้วท่านรู้แค่บางเรื่อง
- อ. ต กำลังเรียน ป.โท+ป.เอก ในภาคคอมด้วย เรียนมานานแล้วแต่ไม่จบสักที (จบโทแล้วนะ !!)
- ถ้าหากไม่ติดว่า ภาคคอมฯ ต้องได้วุฒิ วศ.บ. ภาคคอมฯ อาจจะย้ายไปขึ้นกับคณะไอทีนานแล้ว
- ภาคฯคอม ไม่ต้องลง Shop แต่ดันมีเสื้อ Shop
- ตอนประชุมเชียร์เค้าสั่งไม่ให้ใส่ แต่ก็ดันมีคนแอบใส่มาเรียน ไอ้พวกที่ใส่นักศึกษามาก็เลยกลายเป็นปี 1 ซะงั้น (เป็นกันทุกภาคไม่รู้ทำไม)
- Shop ของภาคคอมเค้าใส่แค่กันหนาวเวลาเรียนเท่านั้น
- เสื้อ Shop ของภาคคอมถ้าเลือกสีผ้าผิด(เลือกสีเพื้ยนจากรุ่นพี่) จะกลายเป็นเสื้อของช่างแอร์ นอกจากนี้ยังเคยมีนักศึกษาบางคน แหวกแนวโดยการใส่ shop สีดำมาแล้ว หน้าอกปักชื่อ TONY JAA เป็นรุ่นพี่ในตำนาน หาตัวลำบาก ปัจจุบันพบได้แถวสวนธนและสมาคมนักดื่มประจำภาค
- เชื่อหรือไม่ นศ.ภาคคอมฯ ตลอด 4 ปี เรียนเขียนโปรแกรมแค่วิชาเดียวเท่านั้น แต่พอจบมาแล้วกลายเป็น Programer กว่า 70%(เรียนในวิชา ภาษาเด่ว แต่เรียนเอง (โดนบังคับ) อีกเยอะ ฮา)
- วิชาภาคฯ โดยเฉพาะด้าน Hardward มีวิชาเรียนเยอะมาก แต่จบมาแล้วไม่มีใครทำงานเกี่ยวกับ Computer Hardware สักคน (เริ่มมีแล้ว แต่น้อยอยู่เนื่องจาก Lab Hardware ไม่ดีพอ?)
- วิชา Network/Admin ไม่มีในหลักสูตร แต่นศ.จบมาเอาดีทางด้านนี้ได้หลายคน
- อ. สท มีเชื้อแขก นศ. จึงนิยมเรียกว่า "อาบัง"
- ระวัง!!!หากใครทำการบ้านของอ. สท สั่งงานอย่างหนึ่งเวลาส่งจะเอาอีกอย่าง หากผิด(ซึ่งแน่นอนว่าผิดอยู่แล้ว)จะโดนบ่นทั้งคาบ
- ใครที่ได้เข้าเรียนกับ อ. ยย จงจำเอาไว้ว่า "เรามีกติกากันนะครับ"
- กติกาที่ว่าก็คือ "ห้องมันเล็กนะครับ คุณพูดนิดนึงเสียงก็ดังแล้ว อย่าลืมนะครับ ว่าผมไม่มีคะแนนเข้าเรียนให้ คุณไม่จำเป็นต้องเข้าก็ได้"
- อ. ยย จะทวนกติกาให้ฟังทุกครั้งที่มีเสียงดัง (โดยแกจะพูดอย่างไอ้ข้อความข้างบนนั่นแหละ แถมตรงตามสคริปเป๊ะทุกคำพูด)
- สันนิษฐานว่าแกคงซ้อมทุกครั้งก่อนเข้าสอน
- วิชาของภาคฯ ส่วนใหญ่ห้ามขาดเรียน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเช็คชื่อ เพราะวิชาภาคฯมีสอบทุกคาบ
- นศ.ภาคคอม จะไม่ค่อยสุงสิงกับภาคอื่น
- หลังจากจบการศึกษา นศ.ทุกคนจะมีระดับสารตะกั่วละลายในเลือดสูงขึ้น เพราะต้องทำ lab elec กันทุกคน
- แต่ถ้าได้เข้า lab elec เพราะต้องทำเป็น project พอจบเทอมนั้นจะเรียกได้ว่ามีระดับเลือดละลายในสารตะกั่วลดลง
- หากปีใดวิชาแข่งรถ สอนโดยอ.ต ถือว่าปีนั้นนศ.จะโชคร้ายเป็นพิเศษ
- ภาคอื่นมักจะอิจฉา ภาคคอมฯที่มีนศ. ญ เยอะ แต่หารู้ไม่ว่าน้อยคนนักที่จะเป็นแฟนกันในภาค ส่วนมากจะส่งออกหมด
- เวลาเลือกทำโปรเจคจบ อย่าเลือกโปรเจคที่ต้องใช้อ.ที่ปรึกษาร่วมเป็นอ.นอกภาค เพราะคุณอาจจะไม่จบเอาง่ายๆ
- คุณรู้หรือไม่ว่าเว็บของภาคคอมฯ เปลี่ยนทุก 2 ปี และทุกครั้งที่เปลี่ยน ก็มีการ reset ข้อมูลใหม่หมด (ไม่รู้จะทำไปทำไม)
- สมาคมนักดื่มประจำภาค ถูกก่อตั้งโดยนักศึกษา อินเตอร์รุ่น 1 นาย ช.(ฉายา สุภาพบุรุษนัก.... เจ้าของคำกล่าว "กรูไม่เอา ลูกเค้ามีพ่อมีแม่") และรุ่น2 นาย ป.(เจ้าของคำกล่าว กูจะเก็บ(มอมเหล้า)ทุกคนเอง แล้วมันก็เมาขี้เยี่ยวเรี่ยราดทุกที) รุ่น3 นาย บ.(เจ้าของคติพจน์ เพื่อนแฟนเราย่อมสวยกว่าแฟนเราเสมอ ผู้มีพลังดังช้างสาร เมาทีไร เหล้าแตก โต๊ะโดนล้มทุกที)รุ่น4 นายช. (ฉายากูเป็นคนดี นับถือรุ่นพี่ แต่แฟนรุ่นพี่กูเจี้ยมาล่ะ) รุ่น5 นายอ. (คติกูเป็นตุ๊ด ปัจจุบันโดนมนต์ดำครอบงำ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้) มีที่ปรึกษาใหญ่คือนาย ต.รุ่น1 นายม.รุ่น1(ผู้มีศีลธรรมเป็นล้นพ้น) หลังจากนั้นรุ่นน้องอินเตอร์จะโดนดูดเข้าไปเข้าสมาคมนี้ทุกปี จนถึงปัจจุบัน (ปล. ตอนรับน้องสายทุกปี จะมีปี 1 บางคนที่มีสายมากกว่า 1 สาย โดยจะถูกดึงตัวเข้า "สายเหล้า" ประมาณการได้ว่าจัดเป็นสายที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบัน เพราะรับน้องใหม่ทีไร รุ่นพี่ รุ่นน้องจะเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ ปัจจุบันกำลังการรวบรวมรายชื่อสมาขิก เพื่อตั้งพรรดการเมีย)
- ล่าสุดสมาคมนักดื่ม ได้ถึงยุคเสื่อม โดยนายช.รุ่น1 มักจะก่อความไม่สงบในบริเวณหมู่บ้านสวนธนและบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลาบ่อยครั้ง ทำให้พื้นที่บริเวณโดยรอบได้รับความเสียหาย ปัจจุบันนายช.รุ่น1 จึงมักจะไปทำมาหากินกับนายช.รุ่น4 แถวบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย นายป. รุ่น2 ปัจจุบันเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง จึงต้องเก็บเงินไปรักษาท่อปัสสาวะ ที่รั่วมานาน นายบ. รุ่น3 ไปตามความฝันของตัวเองที่บราซิล เพราะเขาพึ่งรู้ว่าเขารักโรดัลดิลโย่ นายช.รุ่น4 ปัจจุบันเป็นคู่ขากับนายจ.รุ่นเดียวกัน ซึ่งมีน้อยโพงามเป็นแฟนอยู่แล้ว จึงเกิดคดีรักสามเศร้าอยู่บ่อยครั้ง นายอ.รุ่น5 โดนมนต์ดำครอบงำจนหายตัวไปอย่างลึกลับ เนื่องจากไร้ซึ่งรุ่นน้องสานต่อเจตนารมย์ นายม. ทำใจไม่ได้จึงหนีไปบวช เป็นเวลานาน ก่อนจะกลับมาอยู่สวนธน ปัจจุบันยังคงตามหารุ่นน้องไปกินเหล้าเหมือนเดิม นายต.ได้ค้นพบสัจธรรมในชีวิต จึงหันมาตั้งใจทำงาน ปัจจุบันเก็บเงินซื้อรถราคาแพงได้คันนึง
- แต่ยุคเสื่อมแห่งสมาคมนักดื่มประจำภาค สักวันจะกลับมารุ่งโรจน์เช่นเดิม ตราบใดที่ยังมีคนพอใจในรสสุรา สมาคมนี้ก็จะไม่มีวันดับ และจะเป็นสมาคมในตำนานที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งภาค
- ส่วนใหญ่ของรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว จะต่อ ป.โท คณะ IT เพราะว่าคนที่เรียน IT 100% จะจบไม่ต่ำกว่า 80% แต่คนที่เรียนคอม 80% จะไม่จบกว่า 100% แต่ถ้าใครจบ ป.โทภาคคอม ได้จะถูกเรียกว่า "ซุปเปอร์แมน" หรือไม่ก็ "ปู่โสมเฝ้าภาค"(เนื่องจากว่าใช้เวลามาก จนถึงมากที่สุด กว่าจะลากจนจบได้)
- ปัจจุบัน ตลอดหลักสูตรนศ ภาคคอมจะเรียนประมาณ 120-130 หน่วยกิต(หลักสูตรใหม่) แต่สถิติสูงสุดในการเรียนตลอดหลักสูตรของ นศ.ภาคคอมเป็นของ น.ศ.อินเตอร์ รุ่น1 ชื่อ ต. อยู่ที่ 210-220 หน่วยกิต ซึ่งเป็นสถิตอันดับต้นๆ ของมหาลัยเลยทีเดียว ยากที่จะหานศ.ในภาคผู้ใดทำลายสถิติได้ (ความจริงที่ว่า คือ เรียนโยธามา 3 ปี กับ 1 เทอม แล้วบอกว่าเบื่อ เลยเปลี่ยน ฮา) ปัจจุบันนาย ต. เป็นศิษย์รักของอ. ธ เพราะความผูกพันกันนี้ จึงทำให้นายต. ลงเรียนวิชาของอ. ธ เป็นเวลา 4 ปี ( พี่เค้าจบแล้วน้า ปี2008)
- หากทำข้อสอบ อ. สน ข้อใดไม่ได้ ให้เขียนลงไปในพื้นที่ว่างว่า "ผมเลือกสมัคร" เพื่อคะแนนพิเศษ (ตอบว่า ผมเลือก เหลี่ยม ก็ได้)
- นักศึกษาบางคนเทพมากๆ ใช้ Notepad ในการเขียน Assignment ส่งอาจารย์ แถมยังทำภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที แถมใช้เพียง Function Replace-All เท่านั้น
- อ. สน นิยม ดิ๊ก๊ะช่า จึงทำให้นักเรียนรู้สึกไม่ชอบ ดิ๊ก๊ะช่า อย่างแรง เพราะไม่รู้จะเอาอะไรไป ดิ๊ก๊ะ
- เวลาสอนหนังสือ อ สน เป็นคนที่สามารถหาเรื่องบ่นมาได้ตลอดเวลา แม้เต่เวลาให้เด็กทำ โจทย์ ก็ยังไม่วายหาเรื่องมาบ่นอีก(บ่นอะไรของเขานักหนาก็ไม่รู้สงสัยเก็บกด)ฉนั้นทุกคนที่เรียนกับ อ สน หลังจากเรียนเสร็จแล้วจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะ หูชา กันหมด
- นศ.ภาคคอมรวมกันมีจำนวนเกือบ 40% ของนักศึกษา วศ.กลุ่มไฟฟ้า แต่ภาคคอมมีเนื้อที่ 1 ชั้น แต่วศ.กลุ่มไฟฟ้ามี 6 ชั้น
- สาเหตุหลักที่ภาคคอมฯ ไม่สามารถขยายเนื้อที่ได้ เพราะอธิการขู่ว่า อยากจะขยายก็ไป "บางขุนเทียน" ซะ
- จากการที่อาจารย์ภาคคอมฯได้ไปดูงานที่มหาลัยชื่อดังในต่างประเทศ เลยได้แรงบันดาลใจมา จัดการเปลี่ยนวิธีการสอนเป็น PBL
- PBL ย่อมาจาก problem-based learning แต่ นศ.เห็นพ้องต้องกันว่า มันน่าจะย่อมาจาก problematic learning มากกว่า
- อ. สน เป็น อ.ที่กระตือรือร้นที่สุดที่จะนำ PBL มาใช้
- อยู่มาวันหนึ่ง อ. สน เริ่มด้วยการเขียนอะไรซักอย่างที่ นศ.ไม่รู้เรื่องบนกระดาน แล้วปล่อยให้ นศ.ดิ๊ก๊ะกัน แต่ไม่มีซักคนที่ดิก๊ะได้ (ที่อยู่บนกระดานคืออะไรฟระ) อ.ก็เลยโมโหมาก บ่นจน นศ.หูชาและปล่อย นศ. ออกจากคาบนั้นช้าจนไปเรียนวิชา อ.บด สายยกห้อง
- เชื่อว่าวันนั้น อ. สน อดนอนมา เลยไม่มีแรงจะสอน หรือไม่ก็เซ็งที่ New York Giants แพ้ในศึก Super Bowl
- แต่นั่นดูจะไม่ใช่ปัญหา เพราะยังไงถึงเวลาสอบ ก็แค่ตอบชื่ออาจารย์ให้ถูกหรือไม่ก็เขียนว่า ผมเลือกสมัคร แค่นี้ก็ได้ A แล้ว
- อ.สน เคยเอาลูกชายที่เรียนอยู่ชั้นประถม มาเป็นคนสอบ project นศ.ด้วย โดยไม่ทราบว่ามีนัยซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า
- กลุ่มไหนที่ลูกชายแกให้ A ก็จะบอกว่า น้อง อล น่ารักจัง ถ้ากลุ่มไหนได้ต่ำกว่านั้นก็...
- วิชา Java Programming Language เป็นวิชาเลือกที่นักศึกษาปีล่าุสุด ลงเรียนกันเยอะสุด คงได้เกรดง่าย (หรือเปล่า) อาจจะไม่มีที่จะไป หรือว่า... อาจารย์ที่สอนน่ารักมั้ง ^^
- แต่น่าเสียดายโดยตัด Language ไป เหลือแค่ Java Programming ทำไมก็ไม่รู้ครับ
- เ้อ้อ อีกอย่าง Java นี่ย่อมาจาก JAV Analysis อันนี้เป็นที่รู้กัน
- ปัจจุบัน อ.ต ได้ใช้เวลาเกือบ 20 ปีในการขึ้นเป็น รองคณบดี
- รู้สึกว่า CPE รุ่นล่าสุด (2008) จะถูกเรียกว่า CPE ช้าง เพราะดันมี staff นามเล่นๆว่า 'น' สั่งร้องเพลงช้างตอนประชุมเชียร์
- ปี 2008 เป็นปีแรกที่มี ค่าย CPE สัมพันธ์ (ความจริงเมื่อปี 2006 ก็เคยมีมาก่อนแล้ว ไปปลูกป่าที่บางขุนเทียน ไปกันทั้งภาค ทั้งอาจารย์และนศ.)
- ปี 2008 เป็นปีแรกที่มี Comcamp the meeting
- หลังจากที่อ.ต.เริ่มมีอำนาจขึ้นมาบ้างแล้ว(2008) ก็ได้พยายามที่จะใช้อำนาจที่(เพิ่งจะ)มีอยู่ บีบบังคับให้Meeting กลายเป็น ค่ายพัฒนาชนบท (ปี 2007 ก็เกือบไปแล้ว)
- และบายเนียร์อาจจะได้จัดในม. เนื่องจากอำนาจข้างต้น เช่นกัน
- คาดว่าด้วยอำนาจดังกล่าวนี้ อาจจะทำให้ Meeting และ บายเนียร์ หายไปได้
- วิชา Lab Interface(2008) น่าจะสลับตำแหน่งระหว่าง "อาจารย์" กับ "TA"
- อ.ต อดีตเป็นนักศึกษาภาคไฟผู้ทำกิจกรรม และเป็นstaff ประชุมเชียร์ แห่งภาคไฟ ปัจจุบัน อ.ต พยายาม หยุดธรรมเนียมที่ปะติบัดกันมา รวมไปถึงประถึงปะชุมเชีย meeting และบายเนีย เอาใจผู้ใหญ่ เพื่อการเก้าสู่ตำแหน่ง คณบดี อย่างถาวร หลังจากได้แลกตำแหน่งนี้มาด้วย ตูด
- อ.ต ไม่เพียงมีการศึกษาสูงสุด ถึงระดับปริญญาตรี เกียจนิยมอันดับ 2.00(เกรด) แต่ยังมีผลการเรียนในบางวิชาอยู่ในระดับ FANTASTIC (F) ข้อเท็จจิงถาม อ. สน ได้
- อ.ต ได้เขียนโปรแกรมเพื่อคำนวณเกรดให้ น.ศ. ได้อย่างยุติธรรม โดยยึดหลัก RANDOM (ปาเป้า)
- ตำแหน่ง ผศ. ที่ อ.ตได้รับ ยังมีข้อสังสัยมาจนถึงทุกวันนี้ ( พี่ป.โท บอก แม่งโปรเจคกูทั้งนั้น เอาไปเสนอเข้าตัวเอง ไอ้สาด)
- อ.ต ถือว่าเป็นผู้มีความรู้มาก และมากที่สุด ยังทำงานเก่งที่สุดด้วย โดยเฉพาะ การทำงานบนหลังคน
- ขอเตือนน้องๆที่คิดจะทำโปรเจคกับ อ.ต ว่าอย่าเลย เพราะปัจจุบันเค้ายังใช้นิสัยเดิมๆ (หน้าบานงานตัวเองก็ไม่ใช่)
- ตั้งแต่ อ.ต ขี้นเป็นรองคณะบดีก็เป็นที่รักของนักศึกษาทั้ง CB4 และรวมไปถึงเด็กวิดวะทุกภาคเป็นที่สุด ไม่เชื่อถามใครดูก็ได้ (เค้าประชดอะนะ)
- JAVA Computer ก่อตั้งมาได้ 2 ปีเสดๆ มีลูกค้าจำนวนมากร้องเรียนเข้ามาว่า "สายแลนด์ของที่นี่คุณภาพดีเกินไป"
- สงสัย คนสอน Java Programing Language จะน่ารัก คนถึงได้เรียนกันเต็มห้อง ห้อง 80 ไม่พอ ต้องไปเปิด Slope 200 เรียนเลย
- ไม่ทราบว่าทำไมภาคคอมจะต้องมี Project ทุกชั้นปี - -
- เหมือนกับว่าในทุกชั้นปีจะมีผู้ไขกุญแจห้อง International Service ได้
- และมีนักศึกษาบางกลุ่มสามารถ Hack รหัสเข้าห้องธุรการภาคคอมได้แล้ว!! แต่ไม่กล้าเปิด เพราะวงจรปิด!
- พวกเค้ากำลังพยายามเจาะระบบวงจรปิดของมหาลัย!
- CyberAnt นิตยสารของภาคคอม ฉบับล่าสุด แต่เชื่อไหมพรีเซนเตอร์ กลับเป็น "เด็กภาคอื่น" กูไม่เข้าไจ๊ !... เด็กภาคคอมมันไม่หล่อหรือไงว้าาาา ไอ้สาดด
- หากสังเกตประตูหลัง มอ เรา ให้ดีๆ จะมียามท่านนึงใส่เสื้อช็อปภาคเราอยู่!!! มีมดที่แขนขวาด้วย+! เค้ายังคงเป็นปริศนา....
- เนื่องจากภาคคอมฯมีห้องอินเตอร์และบุคลากรที่ active มากๆ ภาคคอมฯจึงได้ริเริ่มกิจกรรมที่เกี่ยวกับภาคคอมฯแบบสุดๆไปเลยเช่น หลักสูตร ESL และกิจกรรมdebate
- ทั้งที่กิจกรรมเหล่านี้คณะศิลปศาสตร์ (SOLA) ควรจะเป็นคนเริ่ม
- ESL ย่อมาจาก English as a Second Language ส่วน debate ก็แปลว่าโต้สาระวาที
- ท่ามกลางความงุนงงของนศ.หลายคนว่า มันเกี่ยวกับภาคคอมฯยังไง(วะ)?
- active ขนาดไหน? เอาเป็นว่าทีมที่เพิ่งชนะเลิศ debate ระดับประเทศมา (rookie level 4th EU-Thailand) เป็นเด็กภาคคอมฯล้วนละกัน ตอนชนะเลิศได้ลงหน้า 1 นสพ.ของมหาลัยด้วย
- เนื่องจาก SOLA ควรจะเป็นคนเริ่มแต่ไม่ได้เริ่ม ก็เลยใช้วิธีฮุบเพื่อหวังเอาผลงานซะเลย
- SOLA ฮุบESL ไปแล้วมีความพยายามจะฮุบกิจกรรม debate ไปด้วย แต่นศ.debate รุ่นก่อตั้ง (ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นภาคคอมฯ) ไหวตัวทัน ก็เลยไปตั้งชมรม debate ซะ
- นศ.ภาคคอมกับ SOLA เคยทำสงครามกันมาแล้ว ฝั่งภาคคอมฯนำทัพโดยนาย ป และนาย อ
- เรื่องมีอยู่ว่า นศ.ภาคคอมฯเรียนวิชาของ SOLA แล้วเกรดออกมาไม่สมเหตุสมผล พอไปขอดูใบคะแนนก็ไม่ยอมให้ดูแต่โดยดี ต้องให้ขืนใจจนได้ดูแล้วก็พบว่า อาจารย์ให้คะแนนนศ.แบบปาเป้า (อาจได้แรงบันดาลใจจาก อ.ต ) และมีการหักคะแนนของ นศ.ออกไปเฉยๆโดยให้เหตุผลว่า คะแนนของนศ.กลุ่มนี้ "ดีเกินไป"
- จากสงคราม นศ. VS SOLA ไปๆมาๆกลายเป็นสงคราม อ.VS SOLA ไปด้วย
- ปัจจุบันเชื่อว่าสงครามยังไม่จบ (อย่าเพิ่งนับศพทหาร)
- เป็นเรื่องบังเอิญมากที่ นาย ป และนาย อ ดันเป็น นศ.debate ด้วย และอยู่ในทีมที่ชนะเลิศที่ว่าซะงั้น สงครามการฮุบกิจกรรม debate ที่เกิดหลังคดีข้างบนก็เลยร้อนแรงขึ้นไปอีก
- อ. บด เป็นอะไรกับอ. บร ไม่ทราบ แต่ใครที่ทำโปรเจคกับอ.บร แล้วได้ อ. บด เป็นคนตรวจ นักศึกษาในกลุ่มนั้นจะซวยเป็นพิเศษ
- เมื่อไปสอบถามอ. บร ว่าเหตุใดจึงโดน อ. บด ทำspecail เวลาสอบโปรเจค ก้อได้คำตอบว่า เค้าคือบระเจ้าแห่งศาสนา Signal พวกคุณไม่ได้บูชาในตัวบระเจ้า จึงโดนspecail
- แท้จริงแล้ว อ.บร เคยเป็นผู้มีบารมีในวิชา Signal มาก่อน แต่ต่อมา อ.บด ทำการยึดอำนาจและตั้งตนเป็นศาสดา ผู้ใดไม่นับถือหรือไปนับถือ อ.บร ผู้นั้นก้อจะถูกSpeciel
- อาการของผู้ถูก อ.บด ปล่อย speciel จะใจเต้น งงงัน โลกนี้มืดไปหมด ดิ้นยังไงก้อดิ้นรอด เหมือนโดนหาเรื่องแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะกลัวไม่จบ มันคือความมีเหตุผลบนความไม่มีเหตุผล สรุปไม่รู้ว่ากูโง่จริง หรือ ... บ้ากันแน่
- ผู้ที่อาการหนักสุดในประวัติศาสตร์ คือ นาย ต. รุ่น 18 ถึงขั้น ร้องให้ 3 วัน 2 คืนไปเลย
- ต้องยอมรับอ. บด ว่าเป็นบระเจ้าจริงๆ เพราะท่านใช้เวลาถึง 7 ปี ในการจบปริญญาSignal
- มีบุคคลบางกลุ่มกำลังจัดทำ ถ้วยรางวัลสุดยอด Signal ให้แก่อ. บด จุดประสงค์เพื่อไม่ต้องการให้รุ่นน้องโดน special
- คนมันจะหาเรื่อง เราทำอะไรก้อผิดหมดอยู่แล้วแหละ คติพจ์ของอ. บร
- เดี๋ยวนี้เขียน C# เป็นเรื่องเป็นราวเลย ต้องมา Design Interface เพื่อทำ Assignment วิชา CG ด้วยแหละ เป็นวิชาภาคบังครับ ไม่ได้เขียนแต่ C เหมือนแต่ก่อนแร้วน้า
- ในช่วงก่อน Deadline Project ห้องภาคจะเปรียบเสมือนครอบครัวที่อบอุ่น และ คึกคักตลอด 24ชม.
- ข้อสอบปลายภาควิชา Java Programming[ห้องภาษาอังกฤษ] ปีล่าสุด1/2008 มีถึง 6 ช้อย!!!ต่อหนึ่งข้อ[ตอบผิดหัก.... พระเจ้าซาร่า ไม่อยากให้มั่วบอกกันดีๆก็ได้ oO]
ดูเหมือนว่า เด็กภาคคอมฯ จะขยันปั๊มบทความนี้ที่สุดนะครับ
~ ศิษย์เก่าที่สิงในนี้
[แก้ไข] วิสวะกำ เครื่องกรน
- คติประจำใจของเด็กเครื่องกลคือ "The Trained Man Wins" ติดหราอยู่ใน Shop แต่จริงๆแล้ว มันเป็นคติของคณะวิศวะด้วยนะจ๊ะ
- วิชาเด็ดสุดของเด็กเครื่องกล คือ Statics ตอบถูกได้ 3 ตอบผิด -25 ไม่ตอบ -5 แล้วคุณจะเลือกอย่างไหนล่ะ ?
- อาจารย์ผู้สอนวิชา Machinery ของภาคเครื่องกล หน้าตาเหมือนกับอดีตนายกทุจศีล กินชะมัด ยังกับแกะ แต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว โดยอาจารย์ท่านนี้เป็นคนเถรตรงราวกับฟุตเหล็ก
- ที่เหนือไปกว่านั้น อาจารย์ผู้สอนวิชา Machine Design ของภาคเครื่องกลนั้น เป็นเชื้อสายของผู้พันแซนเดอร์ เจ้าของไก่ทอดชื่อดัง KFC ว่ากันว่า ใครกินไก่ยี่ห้อนี้ จะได้เกรดดีเป็นพิเศษ
- กล่าวกันว่า อาจารย์ภาคเครื่องกลนั้น ดุที่สุดในมหาวิทยาลัย แต่แท้จริงแล้ว เป็นกลุ่มอาจารย์ที่เกรงใจเมียที่สุดในมหาวิทยาลัยเช่นกัน
- อาจารย์ผู้สอนวิชา Statics ในข้อข้างต้น เป็นอาจารย์เครื่องกลเพียงท่านเดียวที่ไม่เป็นโรคเกรงใจเมีย แต่.... แถมมีหนวดงามที่สุดในมหา'ลัยด้วย อีกทั้งเป็นราชางานประดิษฐ์ มีผลงานการประดิษฐ์มากมาย แถมมีห้องแลปส่วนตัวอีกด้วย ของเล่นเยอะมาก แต่ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ
- ภาคเครื่องกล มีอาจารย์ที่นามสกุลเดียวกับคุณหญิงพจมาณ นายใหญ่แห่งบ้านจันทร์ส่องหมา แต่ อาจารย์ท่านนี้กลับเกลียดนายทุจศีลและครอบครัว เคยด่านายโอ๊กอ๊าก ลูกชายคนเดียวของอดีตนายกว่า "ไอ้งั่ง" ในลูกศิษย์ฟังในคาบเรียนนานกว่า ๑ ชั่วโมง จากการที่นายโอ๊กอ๊ากทุจริตสอบที่รามคำแหง นอกจากนี้ ท่านยังเป็นเจ้าของวาทะ "ถ้าเมืองไทยไม่มีการคอรัปชั่น เอาทองไปทำถนนยังได้เลย"
- อาจารย์ภาคเครื่องกลท่านหนึ่ง สอนเกี่ยวกับระบบปรับอากาศและระบบทำควาเย็น เคยเป็นหัวหน้าภาคเครื่องกลคนก่อนด้วย มีหน้าตาที่เหมือนกับ สตีเฟ่น ฮอกกิ้ง นักฟิสิกส์ และ นักดาราศาสตร์ชื่อก้องโลก เจ้าของหนังสือ "จักรวาฬในรูตูด" ยังกับแกะ แถมยังจบออกมาจากมหาวัทยาลัยเดียวกันอีกด้วย
- เกียรตินิยมขี้เมา เป็นเรื่องปกติของเด็กเครื่องกล ไม่ใช่เรื่องมหัสจรรย์แต่อย่างใด
- การตัด F ของเครื่องกลจะตัดจากคะแนนของผู้หญิงของที่ได้ต่ำสุดเป็นเกณฑ์ เพราะมีผู้หญิงประมาณ 5 คนเท่านั้นเอง
- โดยปกติ ผู้หญิงเครื่องกลมักจะเรียนเก่ง และถึก บึกบึน ส่วนผู้ชายมักจะโง่เง่าไม่เอาถ่าน แดกเหล้าเป็นอย่างเดียว
- เคยมีผู้หญิงเครื่องกลรุ่นนึง ตัดผมเกรียนตลอดจนจบ แท้จริงแล้ว เธอจบหลักสูตรจู่โจมใต้น้ำของกองทัพเรืออเมริกา (U.S. Navy SEAL) มาก่อน
- ผู้หญิงเครื่องกลจะถูกเรียกโดยรวมว่า "สมบัติภาค" และผู้ชายทุกคนในภาคจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของ "สมบัติภาค"ทุกอย่าง
- โดยทั่วไป ภาคเครื่องกลมักจะส่งผู้หญิง-ผู้ชายที่หน้าตาแปลกที่สุดเข้าร่วมประกวดเฟรชชี่ เนื่องจากรู้ตัวว่ายังไงก็แพ้
- ในกีฬาเฟรชชี่ ภาคเครื่องกลต้องจับคู่กับภาคไมโคร(จุลชีวะ)เท่านั้น เพราะ ไมโครขาดผู้ชาย เครื่องกลขาดผู้หญิง แต่เด็กเครื่องกลน้อยรายที่ได้เป็นแฟนกับเด็กไมโคร
- เครื่องกล โยธา และ อุตสาหการ เป็น 3 ภาควิชาที่ภาคอื่นไม่ค่อยอยากมีเรื่องด้วย โดยเฉพาะ เครื่องกล กับ โยธา เนื่องจากใครมีเรื่องกับภาคใดภาคหนึ่งในสองภาคนี่ จะกลายเป็นศัตรูกับอีกภาคหนึ่งที่เหลือทันที ตามสนธิสัญญา Leo beer
- ภาคเครื่องกล กับภาคโยธา เป็นมหามิตรที่ดีต่อกัน ถ้าหากออกไปเที่ยวแล้วเขม่นกัน จะถามกันว่าเป็นเด็กภาคไหน ถ้าพบว่าเป็นเด็กภาคเครื่องกล กับ โยธา การชกต่อยจะกลายเป็นการกอดคอกินเหล้าร่วมกัน
- ภาคเครื่องกลเป็นภาคที่มี อัตราส่วน ผู้หญิง:ผู้ชายต่ำที่สุด คือ 1:30 โดยประมาณ ส่วนโยธาเป็นที่สอง
- แนวทางการฟังเพลงของเด็กเครื่องกลทุกรุ่นจะมีวิวัฒนาการที่คล้ายๆกัน คือ ปี 1-2 ฟังเพลงตลาด ปี 2-3 ฟังเพลงสากล ปี 4+ จะหันมาฟังเพลงเพื่อชีวิต แต่ไม่ทุกคนนะจ๊ะ
- เคยมีเด็กเครื่องกล รุ่น 42 เจอผีลูกแบทหลอก โดยผีที่ว่าเป็นลูกแบทลอยได้ แล้วตกใส่หัวมันผู้นั้น
- ภาคเครื่องกลเป็นภาควิชาเดียวในมหาวิทยาลัยที่ไม่อนุญาตให้นักศึกษาแต่งชอป แต่ต้องปฏิบัติ เชื่อม กลึง ตะไบ ชีทเมททอล อีกทั้งเวลาทำโปรเจ็ค นักศึกษาต้องทำการกลึง เชื่อมชิ้นงานเอง ถ้างานไม่ยาก หากงานยากขอให้พี่เทคนิคเชี่ยนทำให้ได้ แต่ต้องรอคิวนะจ๊ะ (ขอบคุณครับพี่ๆ ผมจบได้ก็เพราะบุญคุณพวกพี่ๆที่ช่วย กลึง เชื่อม ให้)
- เพราะเครื่องกลไม่มีชุดชอป (จริงจริงก็มีแหละ แอบใส่กัน ใครใส่ไปแล้วจ๊ะเอ๋กับอาจารย์ภาค บางท่าน ก็ พูดคำเดียว ซวย)จึงมีเสื้อภาค ซึ่งเป็นเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมู ซึ่งระบุรุ่นของผู้ใส่เอาไว้ด้วย
- ด้วยความที่เสื้อภาคเครื่องกล เหมือนกับชุดสตาฟประชุมเลียร์มากเกินไป จึงถูกสั่งห้ามใส่ในช่วงประชุมเชียร์
- อีกชุดที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเครื่องกลคือ ชุดหมีสีน้ำเงิน ซึ่งจะใช้กันเฉพาะเด็กปี 2 ในวิชา Automotive ภาคอื่นไม่มี (จริงจริงแล้ว ภาคอุตสาหกรรม เคยพยายามจะมีมั่ง แต่สุดท้ายก็นึกได้ว่า มีแล้วไม่ได้ใช้อะไร จึงได้ยกเลิก)
- ในอดีต เด็กอุตสาหกรรมคือเด็กที่อกหักจากการติดภาคเครื่องกล แต่ปัจจุบัน เรื่องราวเป็นในทางตรงกันข้าม
- หนึ่งในแลปปฏิบัติการของภาคเครื่องกลชื่อ COCARE ซึ่งเป็นแลปเกี่ยวกับไฟไนท์อีลาเมนท์ แต่เด็กเครื่องกลชอบเรียกว่า โก๋แก่ และอาจารย์หัวหน้าแลปก็ถูกเรียกว่า เจ้าของโก๋แก่
- เจ้าของโก๋แก่คนข้างต้น เคยถูกรีไทร์มาก่อน ปัจจุบัน เป็น รศ.ดร. ถ้าน้องๆเครื่องกลคนไหนมีปัญหาเรื่องการเรียน พี่แนะนำ อ ท่านนี้ ไม่ผิดหวัง
- อาจารย์หัวหน้าภาคเครื่องกล ไม่ได้จบเครื่องกลจากบางมด แต่โดนรีไทร์จากบางมด และไปตั้งต้นใหม่ที่ฟิลิปินส์ แล้วไปต่อโท-เอกที่อเมริกา
- อาจารย์หัวหน้าแลป FUTURE ของเครื่องกล ว่ากันว่า เป็นศาสตราจารย์ด้านเครื่องกลที่หนุ่มที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา
- อาจารย์หัวหน้าแลป เซิน (CERL) จบรุ่นเดียวกับหัวหน้าแลป FUTURE และได้ศาสตราจารย์ในปีถัดจากอาจารย์หัวหน้าแลป FUTURE
- ว่ากันว่า FIBO มีหุ่นยนต์รบไว้ในครอบครอง
- ผอ. FIBO สามารถนั่งทางในได้ คุยกับผีได้ แต่ไม่อวดอุตริ (เท่าไร)
- เหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับเด็กเครื่องกลรุ่นประจำปี 2545 คือ การที่ อาจารย์ ช ซึ่งตอนนั้นกำลังดัง และชอบออกมาแผลงฤทธิ์ เอาเรื่องนักศึกษาที่แต่งกายไม่เรียบร้อย พยายามเข้าไปต่อว่า อาจารย์ ส ซึ่งเป็นเครื่องกล รุ่น 2 ว่า แต่งกายไม่เรียบร้อย แต่ถูกอาจารย์ ส พ่นบุหรี่ใส่หน้า พร้อมกับวาทะเด็ดว่า "เรื่องของกู" ตั้งแต่นั้นมา อาจารย์ ช ก็สิ้นฤทธิ์ไปเลย
- อาจารย์ ช ข้างบน ชื่อไม่สามารถสะกดเป็นภาษาอังกฤษตรงๆได้
- สระมรกต ฟากหน้าห้องภาคเครื่องกล มีกฎเหล็กอยู่ว่า ถ้าพลัดตกลงไป ห้ามยืน ให้ว่ายกลับเข้ามา เพราะอาจจะถูกซากขวดเหล้าแตกบาดเท้าเอาได้
- เคยมีรุ่นพี่ท่านหนึ่งของภาคเครื่องกล จบตรีออกมาจากบางมดด้วยคะแนน 2.00 แต่ไปจบโทที่ University of New Castle, NSW, Australia ด้วยคะแนน 100%
- 14 อรหันต์เครื่องกลรุ่น 42 คือกลุ่มเด็กเครื่องกลที่ถูกไล่ออกจากหอ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าถีบอาจารย์ ทั้งๆที่คนถีบไม่ใช่เด็กเครื่องกล
- ในปี 2546 มีรุ่นพี่อุตสาหการสร้างตำนานอันลือลั่นด้วยการ ฉี่จากชั้น 7 ของหอในลงมาถูกหัวป้าร้านขายข้าวที่ชั้น 1 ได้อย่างแม่นยำ กล่าวกันว่า รุ่นพี่ผู้นี้ แท้จริงแล้วคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ 14 อรหันต์เครื่องกลรุ่น42
- อาจารย์ท่านหนึ่งของภาคเครื่องกล เคยเป็นหัวหน้าห้องของ แดง ไบเลย์ อันธพาลคนดังในยุค 2499
- ในชอปอุโมงค์ลมของเครื่องกล มีเครื่องยนต์ F-16 ของอเมริกา ซึ่งได้มาในช่วงสงครามเวียดนาม โดยอาจารย์ท่านที่เคยเป็นหัวหน้าแดงไบเลย์ (แจ่มม่ะ)
- อาจารย์ภาคเครื่องกล รวยกันทุกคน แต่นักศึกษามักจะมีปัญหาด้านการเงินในช่วงปลายเดือนเนื่องจากเงินรั่วไหลลงขวดหมด
- จริงๆแล้ว ตัวภาคเครื่องกลก็รวยเหมือนกัน
- ภาคเครื่องกลมีอาคารเป็นของตัวเองเยอะที่สุดคือ 4 หลัง แต่ไม่มีสนามกีฬาเป็นของตัวเอง
- อาคารเครื่องกล 1 และ 2 ก่อสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของรุ่นพี่รุ่นดึกของเรา (รุ่นพี่จงเจริญ)
- หลังตึกใหม่ที่กำลังก่อสร้างเสร็จ ตึกเครื่องกล 1-3 จะถูกทุบทิ้ง
- หน่วยที่ใช้นับปริมาณเบียร์ที่กินของเด็กเครื่องกล คือ "ลัง" กับ "หลอด" การใช้หน่วย "ขวด" และ "แก้ว" ไม่เป็นที่ยอมรับ
- สำหรับหน่วยที่ใช้นับปริมาณเหล้านั้น หน่วย "กลม"เท่านั้นที่เป็นที่ยอมรับ
- แสลงของเด็กเครื่องกล รุ่น 42 บางกลุ่มในการเรียกเหล้าเบียร์คือ "ของเย็น" และ "ก็อง-แก็ง" (เสียงขวดเบียร์กะทบกัน
- เครื่องดื่มทีเด็กของเด็กเครื่องกลรุ่นที่ 42 คือ เหล้าขาวน้ำแดง ซึ่งค้นพบโดยประธานรุ่น มีรสหวานกลมกล่อม นุ่มนวล แต่เมาไม่รู้ตัว
- เพลงเกียร์ เลยต้องห้ามของเด็กวิศวะทุกมหาวิทยาลัย ไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรในบางมด เนื่องจาก เชื่อกันว่าผู้จดเพลงๆนี้จะต้องมีอัน รีไทร์
- การสอบโปรเจคของเด็กเครื่องกล แท้จริงแล้วเป็นช่วงเวลาสยองขวัญที่สุดที่เด็กๆภาคอื่นไม่เคยรู้
- มหาวิทยาลัยพยายามผลักดันให้มีการยกเลิกการใส่เสื้อชอป แต่เสื้อชอปสามารถหาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือของมหาวิทยาลัย
- อาจารย์ ว จากภาควิชาแมท (คณิตศาสตร์) เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันให้มีการยกเลิกการใส่เสื้อชอป โดยการกดดันนักศึกษาวิศวะให้เลิกแต่งชอป แต่เด็กภาคแมทใส่ชอปมาเข้าเรียน เกือบ๑๐๐%
- มหาวิทยาลัยมีนโยบายไม่ให้นักศึกษาดื่มเหล้าในมหาวิทยาลัย แต่มีสโมสรรังมดซึ่งเสิร์ฟเบียร์ในตอนเย็น-ดึกอยู่หน้าตึกอธิการ (แน่นอนว่าไม่ขายให้นักศึกษา)
- สาวที่มักจะได้รับการกล่าวถึงในหมู่เด็กๆบางมด คือสาวๆจากภาค คอม, เค็มเอ็น หรือ วิศวะ เคมี และไมโคร (ไม่รู้ว่า เค็มซาย หรือวิทยา เคมี ตกสำรวจไปอยู่ไหน หรือมีนโยบายพอเพียง ไม่นำเข้า-ส่งออกคู่รักก็ไม่รู้)
- แท้จริงแล้ว เด็กวิศวะภาคอื่นก็มีน่ารักๆนะ ยกเว้นเครื่องกล ที่ต้องอาศัยโชคชะตาฟ้าประทาน (ได้ข่าวมาว่าเดี๋ยวนี้เริ่มปรับปรุง)
- ถึงแม้ว่าในบางรุ่น สาวเครื่องกลหน้าตาดีๆจะปรากฏ แต่พวกหน้าตาประหลาดมักจะขายออกก่อนเสมอ (ไม่เข้าใจ)
- หน้า ม จะมีรางรถไฟเล็กๆอยู่ ส่วนตัวรถไฟ อยู่ในจังค์ของชอปเครื่องกล 2
- ในจังค์ของภาคเครื่องกล มีหุ่นยนต์งูของ FIBO แฝงตัวอยู่ ใครเดินเข้าไปโปรดระวัง ถ้าไม่อยากซวย ให้ทำการ บูมเพลงสีแดง เพลงของภาคก่อนเข้าไปในจังค์ทุกครั้ง เพื่อเป็นการแสดงตนว่าเป็นเด็กเครื่องกล แล้วงูจะไม่ฉก
- ตึกใหม่เครื่องกลเปิดแล้ว แต่ทำไมตึก สาธิตบางมด(ดรุณฯ)มันดันสูงกว่าฟ่ะ
- แถมดันเอาส้วมไปวางไว้หน้าภาคอีก แค้นอะไรภาคโผมมมม
- หน้าตึกภาค มีทางเข้าฐานทัพลับ FIBO อยู่ แต่มักจะเปิดให้เห็นโจ่งแจ้ง (แนใจว่าใช่ฐานทัพลับน่ะ)
- ช่วงนี้ รู้สึกว่า ภาคอื่นๆ มักมาเดินหน้าภาคบ่อยๆ (โดยเฉพาะู้ผู้หญิง)(ผู้เขียนมักจะนั่งสมาธิอยู่หน้าภาคบ่อยๆ)
- ได้ข่าวว่า รุ่น ..... เสื่อมขึ้นเรื่อยๆ จนสมบัติภาคเริ่มชินชาซะแล้ว (อนิจจา สังขารไม่เที่ยง)
- แต่ก็ได้ข่าว ว่า รังสีม่วงเริ่มแผ่กระจาย
[แก้ไข] วิศวกรรมเค(ย)มี
- ช็อบของภาคนี้มีสีน้ำตาล สามารถแยกแยะชั้นปีได้ด้วยความซีดของช็อบ
- ว่ากันว่ารุ่นที่ 34 ร้องเพลงวิญญาณได้ไม่ถูกทำนองตั้งแต่ต้นยันรับเป็นน้อง จนกระทั่งปิดประชุมเชียร์ส่วนกลาง
- ภาควิศวกรรมเค(ย)มี มีตึกเป็นของตัวเอง แต่นักศึกษาปี1 แทบไม่เคยได้เรียนในตึกภาคตัวเองเลย
- ทั้งตึกมีห้องเรียนทั้งหมด 2 ห้อง โอ้ว ไม่รู้เรียนกันไปได้ไงทั้ง4ชั้นปี ไม่นับรวม ป. โท
- เป็นภาควิชาที่ มีแอร์เก่าแก่ที่สุด และไม่เคยล้างคอมเพสเซอร์เลย สังเกตได้จากปริมาณ ฝุ่นที่เกาะ คาดว่าหากล้า้่งฝุ่นที่คอมเพสเซอร์จะทำให้ค่าไปของภาควิชาลดลง45%
- แต่หากละลายน้ำแข็งจากตู้เย็น และตู้แช่ต่างๆ จะทำให้สามารถประหยัดไฟได้รวมๆ90% เลยทีเดียว
- มีประตูลึกลับ3/4 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ทางเดินออกด้านหลัง ใกล้ห้องน้ำชั้น1 คาดว่าเป็นประตูที่นำลงไปสู่ห้องเรียนในคุกใต้ดิน ของ ศาสตราจารย์สเนป ได้
- ตึกของภาควิศวกรรมเคมี ตรงกลางจะเป็นลานกว้าง หลังคาเปิด (ไม่มีหลังคา) เนื่องจากว่า ตอกเสาเข็มตรงนั้นไม่ได้ ตอกลงไปทีไร ก็จะมีพลังลึกลับ ดันให้มันหลุดทุกที
- อาจารย์ที่นักศึกษารักที่สุดมีชื่อที่นักศึกษาเรียกเป็นโค้ดลับว่าอาจารย์โนบิตะซึ่งสอนอยู่ชั้นปี 2
- อาจารย์ที่นักศึกษารู้สึกหวาดกลัวที่สุดเมื่อเข้าคลาสกลับมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับอดีตนายกท่านหนึ่งซึ่งสอนอยู่ปี 2 เช่นกัน
- มีข่าวลือล่าสุดว่าอาจารย์ท่านนี้จะตามนักศึกษาไปสอนในชั้นปี 4 อีกด้วย
- ถนนหน้าภาควิชาเป็นถนนที่มีการทุบแล้วทำใหม่บ่อยที่สุดในมหาลัย
- ในภาควิชาแบ่งเป็นหลักสูตรปกติและหลักสูตรสองภาษา
- หลักสูตรปกติมีชื่อเรียกสั้นๆว่าภาคปก
- คนส่วนใหญ่จะเรียกหลักสูตรสองภาษาว่าภาคไบ(เซ็กส์ชวล)
- ซึ่งหลักสูตรทั้งสองนั้นมีเนื้อหาการเรียนที่เหมือนกันข้อสอบเดียวกันแต่ค่าเทอมไม่เท่าและตัดเกรดแยกกัน
- สตาฟเชียร์จะสั่งสอนน้องๆปีหนึ่งเสมอว่าภาคเราไม่แบ่งปกแบ่งไบโดยให้เรียกว่าห้อง A B C D แทน
- แต่ความพยายามดังกล่าวของสตาฟกลับไม่ค่อยมีใครให้ความใส่ใจ(แม้แต่สตาฟด้วยกันเอง)
- เพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของภาควิชาคือเพลงวิญญาณ
- ที่มาของเพลงวิญญาณนั้นยังไม่แน่ชัดน้อยคนนักที่จะรู้(รวมทั้งผู้โพสก็ไม่รู้)
- การรับรุ่นของปี 1 จะร้องเพลงวิญญาณจำนวนรอบเท่ากับอันดับของรุ่น(รึเปล่า)
[แก้ไข] ถาปัด(บางขุนเทียน)
- คณะบดีคนแรกของคณะ ปัจจุบันคือ อธิการบดี ของมหาวิทยาลัย
- เดิม คณะสถาปัตใช้ตึกเดียวกันกับคณะวิศวะ ต่อมาจึงได้ย้ายออกมาบางขุนเทียน
- ชื่อภาษาอังกฤษคือ School of Architecture and Design เขียนย่อว่า SoA+D
- ที่บางขุนเทียนมี ป.ตรี คณะเดียว คือ คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ (อินเตอร์ แต่อยู่ในที่กันดารมาหลายปี)
- คณะถาปัดแบ่งออกเป็น 4 ภาค คือ Architecture ,Interior Architecture ,Industrial Design และ Communication Design เรียกสั้นๆว่า เต็ก ,อินท์ ,ไอดี และ คอมเดส
- ซับไทย เต็ค-สาขาสถาปัต,อิน-ออกแบบภายใน,ไอดี-ศิลปะอุตสาหกรรม,คอมเดส-นิเทศน์ศิลป์
- กวาง เอบีนอร์มอล เรียนมาแล้วทุกภาค และจบออกไปด้วยภาค คอมเดส
- มีทุกอย่างครบอยู่ในตึกของตัวเอง --- ห้องเรียน, สตูดิโอ, ห้องคอม, ห้องพรีเซนท์, auditorium, jury hall, Gallery, ห้องสมุด, ช็อป, ห้องถ่ายรูป, ห้องอาบน้ำ, ห้องพักอาจารย์, ร้านอาหาร, ร้านขนม ,ร้านเครื่องเขียน, คอร์ดกลางตึก ฯลฯ
- ซึ่งมีน้อยคนที่รู้ว่า ถาปัดบางมดมีภาค ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว (ไม่มีภาคไทยน้อ)
- และมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่า บางมดมีคณะถาปัดด้วย!?!
- เป็นเพียงคณะเดียวที่ ไม่ได้มีส่วนร่วมกับคณะอื่นในมหาวิทยาลัยสักเท่าไหร่
- ร้านข้าวที่อร่อยที่สุดที่ร้านป้าเตี้ย แต่คนที่กินได้ต้องมีฐานะนิดนึง เนื่องจากไม่มีใครคิดจะเดินไปกินตอนกลางวัน (แถมร้านไม่ได้อยู่ในเขตของมหาลัยอีก)
- ร้านที่เลว ที่สุดคือร้านบังขาว กินข้าวแถม"สร้อย..."
- ร้านอาหารทะเลต่างๆระหว่างทางเข้าบางขุนเทียน นักศึกษาคณะนี้ไม่เคยกิน
- มีร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนและทุกอย่างในคณะ ชื่อร้าน เฮียสะกิต
- เฮียเจ้าของร้าน ไม่ได้ชื่อนี้ ชื่อ สะกิตนี้เป็นชื่อของน้องชายเฮียที่เรียนคณะนี้
- ที่บางมดก้อมีร้านนี้ตั้งอยู่เช่นกัน
- ปัจจุบัน การปริ้นขนาดA2-A1 อยู่ในการดูแลของร้านเฮีย
- หอใน มีร้านค้าขาย 24 ชั่วโมง เจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิง สวย และนมใหญ่มาก แถมแต่งตัวโป๊ๆด้วย
- เดิมร้านนั้นเป็นการลงทุนของ อ.ก กะ เฮีย สะกิต โดยให้ นศ เป็นแคชเชียร์ และแน่นอน...."แปะได้"
- ปัจจุบัน ก็ยังได้ตังคืนไม่ครบ
- มหาในรุ่นบุกเบิกบางขุนเทียนมีชื่อ ไอ้เม้ง และไข่เปียก เพียง 2 ตัว
*ไอ้เปียก คือ หมาตัวผู้ ที่มีสัญชาติญาณการเอาตัวรอด สูงมากก เป็นสุนัขที่ขนสวยเงางามเสมอ ไม่ใช้จากการอาบน้ำ แต่ จากการที่ทุกคน เอามือมาลูบมันทุกวันจนสะอาดเงานงาม
*ไอ้เปียก มีของกินตลอดวัน ในเวลากลางวัน โดยการ เฝ้าโต๊ะที่มีคนทานอาหาร แต่ถ้ายังไม่ได้ มันจะเอาขาหน้าของมันสะกิดที่ ขาของคนทานอาหารอยู่ แต่ถ้ายังไม่ได้อีก มันจะเอาหน้าของมัน มาเกย ที่ขา แล้วทำน้ำลายหกใส่ จนได้ของกิน จนได้
*ในเวลากลางคืน ไอ้เปียก สามารถหาที่นอนที่เย็นและดีที่สุดในตึกได้...เพราะมันสามารถขึ้น-ลงลิฟท์ตัวเดียวได้โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย และสามารถหาสตูดิโอที่เปิดแอร์ได้ แล้วหาวิธีเข้าไปนอนจนได้ โดยบางที