มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
เนื้อหา |
[แก้ไข] ข้อมูลทั่วไป
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีชื่อย่อว่า ม.อ. และม.อ. เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ใช้คำว่า"วิทยาเขต"
- วิชา Audio-Visual Education เป็นวิชาเดียวในมหาลัยที่มีคนลงมากที่สุด สถิติการแข่งขันลงวิชานี้ ได้รับการบันทึกไว้ว่า ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนวิชานี้ต้องเข้าคิวลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม เพื่อลงทะเบียนในวันรุ่งขึ้นเวลา 9 นาฬิกา
- วิชา Foundation English ป็นวิชาเดียวที่มีคนดรอปมากที่สุด
- งานรับปริญญา จะผลัดกันจัดที่ ปัตตานีกับหาดใหญ่ (แต่ตอนนี้จัดที่หาดใหญ่ที่เดียวแล้วเพราะปัญหาทางด้านชายแดนภาคใต้)
- เพลงประจำมหาวิทยาลัยแต่งทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งวงสุนทราภรณ์
- เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยคือ www.psu.ac.th แต่เว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดคือ www.rak-mor-or.com
[แก้ไข] ข้อมูลแบ่งตามวิทยาเขต
[แก้ไข] หาดใหญ่
- โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Hospital Accreditation (HA)
- มอ.มีโรงพยาบาลทันตกรรมเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
- คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร เป็นคนมอบที่ดินให้ ม.อ.
- ตึกฟักทอง เป็นสัญลักษณ์คณะวิดยา มีทั้งหมด 25 กลีบ บันไดทางเดินไปยังตึกฟัก(ทอง)ก็มี 25 ขั้น
- ป้ายคณะวิดยาใหม่ มีไดโนเสาร์ถึง 3 ตัว เป็นเพื่อน อยู่ตรงข้างๆทันตะ (ตอนนี้ทาสีใหม่แล้วนะ)
- ใต้ตึกฟักทองจะมีตู้ปลามีปลาอยู่ 2 ตัว คือพะยูน กะ ปลาวาฬ
- ตึกฟักทองมีทั้งหมด อยู่ 5 ห้อง ทุกห้องจะขึ้นต้นด้วยด้วย L ห้อง L 3 เป็นห้องเดียวที่มีผ้าม่านเป็นสีดำ และห้อง L 1 เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด
- มีคนบอกว่าห้ามนับบันไดหน้าตึกฟักทอง จะเรียนไม่จบ
- ถ้าใครโดนดอกศรีตรังหล่นใส่หัวจะเรียนไม่จบ
- ถ้าใครวิ่งรอบอ่างติดต่อกัน 5 รอบโดยไม่หยุดจะขอพรอะไรก็ได้ (บ้ารึเปล่า)
- ถ้าใครไปวิ่งรอบอ่างแล้วมองอ่างเป็นรูปหัวใจแสดงว่าคนนั้นกำลังมีความรัก
- ผู้ชายที่วิ่งรอบอ่างส่วนใหญ่จะมีเจตนาแอบแฝง คือ เหล่สาว
- ถ้าใครอยากได้เกียรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวิศวะซึ่งจะได้ตอนรับน้องจบของ์ทุกรุ่น แนะนำให้ไปงมเอาที่อ่าง(ใครงมก้อบ้าแล้วน้ำมันลึก)
- หลัง ม.อ.จะมีภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศดีมักๆๆ
- ที่โรงยิมตอนเย็นทุกวันจะมีการเต้นแอโรบิค แต่ที่คณะวิศวะจะมีคนเต้นเยอะกว่า เรียงตามอายุ และเพศ คนอายุเยอะจะอยู่ด้านหน้า อายุน้อยและกระเทยจะอยู่ด้านหลัง
- โรงช้างคือโรงอาหารที่เด็กม.อ.จะไปทานข้าวกัน แต่ก่อนเป็นเพิงบรรยากาศอบอุ่นเหมือนร้านอาโกในเรื่อง "มหาลัยเหมืองแร่" มีร้านขอายของชำหลายร้านเหมือนในกิมหยง แต่เดี๋ยวนี้ทุบแล้วสร้างใหม่กลายเป็นโรงอาหารประถม
- เค้าว่ากันว่าโรงช้างคือโรงอาหาร วจก.
- ในโรงช้างจะมีทีวีอยู่ 3 เครื่อง
- เกือบครึ่งนึงของจำนวนคนในโรงช้างเป็นเด็กวิดวะ
- ในเวลาตอนเที่ยงโรงช้างคนจะเยอะมากๆๆๆ แต่สถานที่ที่น่าไปทานข้าวเที่ยงมากที่สุดคือ โรงอาหารคณะทันตะ
- ตึกฟักทองเป็นที่อ่านหนังสือของเด็ก ม.อ.ใกล้ช่วงสอบ
- ช่วงสอบเซเว่นจะขายดีมากที่สุด
- เมื่อก่อนร้านสะดวกซื้อจะมี่โรงช้างที่เดียว คนยืนเข้าแถววนจนจะรอบร้าน แต่ตอนนี้มีกระจายตามหอแล้ว
- ม่าม่า ฯลฯ จะขายดีในช่วงสอบ
- ก่อนเข้าห้องสมุดทุกครั้งต้องแสดงบัตรนักศึกษา (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นยิงบาร์โค้ดแล้ว)
- หลังเวลาเที่ยงคืนก่อนเข้าหอพักต้องแสดงบัตร
- หอพักหญิงจะปิดเวลาตี1 (ปิดช้าที่สุดในสยามประเทศ) ส่วนหอชายเหมือนเซเว่น
- ช่วงเสาร์-อาทิตย์หลายคนมักจะดูบอลที่โรงช้างและใต้หอ โดยเฉพาะวันแดงเดือด ทั้งแฟนผีแฟนหงส์จะเยอะสุดๆ
- เมื่อน้องปี 1 เข้ามาเรียนจะมีชมรมและกิจกรรมต่างๆให้เข้าร่วมกัน
- เซเว่นใน ม.อ. มีอยู่ 4 ที่(ที่จริงมี5แห่งอีกที่หนึ่งเป็นเซเวนลับจะรู้กันไม่มากเพราะอยู่ที่หลังวิดวะเค้าจะนิยมเรียกกันว่าเซเวนวิดวะจะเจอสิงอมควันมากในที่นั้น)
- คาเฟตเปลี่ยนเป็นคณะแพทย์แผนไทยกับเนิร์สเซอร์รี่แล้วจ้า
- ทุกๆ วันใต้ตึก วจก.จะมีคนไปเล่นเน็ตกัน
- เวลา 7.50 นาทีเป็นเวลาที่พลุกพล่านมากที่สุด
- เด็ก ม.อ. บางคนเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ แม้จะตื่น 7.50 น. ก็ยังไปเรียนคาบ 8.00 น.ทัน
- รถตุ๊กๆและรถสวัสดิการเป็นรถที่จะพาเด็กม.อ.ไปเรียนกัน
- เด็กปี 1 ห้ามใช้รถแต่ก็มีคนแอบเอามาใช้อยู่ดี
- ไปรษณีย์ ม.อ.จะอยู่หลังตึกอธิการบดี
- ทุกเย็นวันศุกร์มหาลัยจะเงียบเพราะเด็กจะกลับบ้านกัน
- ป้ายทะเบียนรถใน ม.อ. สข เป็นป้ายทะเบียนพบมากที่สุด
- วันแรกของการเรียนเด็กส่วนมากจะหาห้องไม่เจอ
- เมื่อเข้ามาปี 1ใหม่ๆ เด็กแพดจะใส่ไทค์สีเขียวพยาบาล สีส้ม วจก สีชมพู วิดวะ สีเลือดหมู วิดยาสีประจำคณะคือสีเหลือง แต่ใช้ไทด์สีกรมท่า
- วจก. เป็นชื่อย่อของคณะวิทยาการจัดการ
- เมื่อขึ้นปี 2 เด็กพยาบาล แพทย์ จะย้ายไปอยู่หอเฉพาะ
- ตอนเย็นใต้ตึกพยาบาลจะมีคนมารำไทเก็ก
- ใต้ตึกหุ่นยนตร์มีการติดป้ายชัดเจน "ห้ามรำมวยจีน" (ซึ่งแฝงความนัยบางอย่าง)
- คณะทันตะมีโรงพยาบาลทันตกรรมเป็นแห่งแรกของประเทศ
- ช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไปหลังสอบจะมีคนวิ่งแก้บน แล้วก็เช็ดลานพระบิดา
- สนามฟุตบอลม.อ.มีอยู่ 2 สนาม คือ
- สนามบน เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ต่างระดับกันอยู่ข้างบน ชื่ออย่างเป็นทางการคือ บนแทรฟฟอร์ด
- สนามล่าง เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ระดับต่ำกว่า ชื่ออย่างเป็นทางการคือ เซนต์เจมส์ล่าง
- วงเวียนในม.อ.มีอยู 6 ที่
- คณะ อก.เป็นคณะที่อยู่ไกลที่สุด ถัดมาก็เป็นคณะทรัพย์
- หลายคนมากที่ไม่เคยไปคณะ อก.
- หลังสอบที่ทะเบียนกลางเป็นที่นักศึกษาฮิตที่จะไปมาก โดยเฉพาะช่อง 5
- สมัยที่ยังไม่มีระบบลงทะเบียนออนไลน์ มีคนไปรอลงทะเบียนตั้งแต่เที่ยงคืน
- วันสุดท้ายของการดรอปรายวิชาหน้าทะเบียนกลางจะมีคนต่อแถวยาวมากๆๆ
- ครั้งแรกที่ดรอปคนส่วนมากอายที่จะไปดรอปไม่กล้าไปทะเบียนกลางไม่กล้าบอกเพื่อนว่าดรอปพออยู่นานๆไป การดรอปเป็นเรื่องปกติ
- คนขับจักรยานยนต์ส่วนมากมีหมวกกันน็อคไว้กันยาม
- รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องเปิดเบาะให้ยามดูก่อนเข้ามหาลัยฯ
- วิดวะเป็นคณะที่มีผู้ชายมากที่สุด
- คณะวิศวะเข้าง่ายแต่จบก่อนหลักสูตรง่ายกว่า
- พยาบาลเป็นคณะมีผู้หญิงมากที่สุด น่ารักด้วย (ความคิดส่วนตัว) ผู้ชายน้อยสุด ซึ่งเท่าทีมีก็ไม่ใช่ชายแท้
- พยาบาลส่วนใหญ่เป็นแฟนเด็กวิดวะ
- หอ3-4 เป็นหอเดียวที่อยู่ด้วยกัน และเป็นหอที่มีเรื่องเล่ามากที่สุด
- ในห้อง NML จะมีเก้าอี้เป็นสีส้ม
- NML ย่อมาจาก New Multiple Lab
- ตรงทางเข้าตึก NMLจะมีป้ายสีแดงเขียนไว้ว่า โปรดระวังศีรษะ
- ถ้าจะจีบสาวพยาบาลให้จีบตั้งแต่ปี 1 พอปี 2 จะไม่เจอหน้าแล้ว
- ตอนเปิดเทอมใหม่จะมีของขายที่ใต้ตึกกิจ เรียกว่าขายของน้องใหม่ และจะเป็นของที่แพงที่สุดเพราะเด็กใหม่จะยังงงงง และไม่รู้ว่ามันแพง คนขายเป็นบรรดารุ่นพี่ ที่รับของมาจากร้านในตลาด และเอาเฉพาะของถูกๆ มาเพิ่มกำไรขาย
- พอสิ้นเทอมแรกจะมีเพื่อนที่ต้องจากเราไปก่อนเวลาอันสมควร
- ม.อ. จะมีโลตัสอยู่หน้ามหาลัย
- รถ 2 แถวหน้าม.อ.ราคา 15 บาท
- ประตู 108 และประตู 109 เป็นประตูอยู่ทางทิศตะวันออก
- ประตูทางทิศตะวันออกชื่อประตูศรีทรัพย์
- ประตูหลักๆ มีทางออกอยู่ 4 ที่ เปิดใช้แค่ 3 ที่
- ตลาดนัดเกษตร เปิดขายของทางคณะทรัพย์
- ในมหาลัยมีปั้มน้ำมันอยู่ 2 ที่ อยู่ใกล้ประตูหน้า ม.อ. และก็คณะวิดวะ (ไบโอดีเซล)
- ช่วงเดือนสิงหาคม จะมีงานเกษตรภาคใต้ มีของขายเยอะมากๆๆ
- ยามชอบแอบหลับช่วงตี 3 กว่าๆๆ
- เปิดเรียนวันแรกๆๆทุกคนจะตื่นเช้า หลังจากนั้นจะขี้เกียจตื่นไปเรียน
- หน้าตึกฟักจะมีช้างอยู่ 2 ตัวสังเกตดีๆ และเยื้องๆมี อีก 2 ตัวคือแม่กะลูก และด้านข้าง 1 ตัว
- ตึกไดโนเสาร์เป็นชื่อเรียกของตึก วท.ที่มีไดโนเสาร์อยู่หน้าตึก
- คณะ วจก. เป็นคณะที่อยู่ใกล้หอมากที่สุด
- ส่วนมากสาว วจก. จะเป็นสาวมั่นมากๆๆๆๆน่ารักด้วย
- บางคนบอกว่า มอ. ย่อมาจาก มาอ้วน แต่ก็อ้วนจริงๆๆอิอิอิ
- ว่ากันว่า ใครเดินผ่าน love path ระหว่างวจก. กับศูนย์คอมฯ จะมีคู่
- กระผมก็เดินผ่านทุกวัน ทำไมยังไม่มีคู่อ่ะ (หรือเดินมากไป?)
- คณะวิทย์มอ. มีสนามฟุตบอลอยู่กลางคณะ ที่สำคัญมีต้นไม้ตั้งตระหง่านกลางสนาม (สนามวิดยาดินแดง)
- มอ. หาดใหญ่ อยู่หน้าเขา ส่วนมอ. ปัตตานีติดทะเล(โคลน)
- ทุกปีในช่วงวันรับปริญญาใครที่รูมเมทหรือเป็นเด็กวจก.ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
- ร้านน้ำชาสุดฮิตที่ "ม.สงขลานครินทร์" ชื่อ "สวนลุงเจิม" แต่บางตำราบอกว่าผิดครับ ต้องเป็นร้านชาโต้งและโกอ้วน ฮิตกว่าเยอะ และที่สำคัญ........... ร้านลุงเจิมไม่ได้อยู่ที่ "ม.สงขลานครินทร์"!!!
- เมื่อก่อนรับปริญญาที่ห้องทองจันทร์ ตอนนี้ไปที่ศูนย์ประชุมแล้ว (ตั้งแต่ปี 51)
- ใต้ตึกวิศวคอมมีป้ายสีน้ำเงินแปะที่เสาเขียนว่า "ห้ามรำมวยจีน"
- เรียนวิศวะฯจบสี่ปี ที่นี่เรียก lnw
- ที่หอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร (ชื่อห้องสมุดที่นี่)มีคนมาหางานทำวิจัยโคตรเยอะ!
- ถ้ามามอ.แล้วไม่เข้าโรงช้างถือว่ามาไม่ถึง
- ที่นี่ สุขภาพเกรดของนักศึกษาเป็นสิ่งที่น่าห่วงกว่าสุขภาพกาย
- หากมีลูกหลานที่ท่านรัก โปรดอย่าส่งมาเรียนวิทยาฯ เพราะแค่ปีหนึ่งก็ปางตายกันเกือบทุกคน แต่หากผ่านปี 1 ไปได้ ก็แทบจะจบ 4 ปีได้ทุกคน (เหลือจบ 4 ปี ประมาณครึ่งต่อครึ่ง) และวิดยามีเปอร์เซนต์การซิ่ว เปอร์ น้อยกว่าวิดวะอีกนะ
- ถึงยังไงตอนนี้ก้อยังมีคนเรียน ป.ตรีวิดยาเป็นปีที่แปด ซึ่งหาได้ยากมากๆ
- ช่วงสองอาทิตย์ก่อนสอบ หอสมุดจะปิดเที่ยงคืนและมีบริการเสริมที่นั่ง ซึ่งถ้าไปช้า ท่านจะอด
- หอสามสี่ผีเยอะสุด
- ดึกๆเลยเที่ยงคืน ใต้ตึกกิจจะมีแต่คนแปลกๆ (ลองสังเกตดู)
- เด็ก มอ ชอบเล่น DotA โดนเฉพาะใต้หอ 11 (Want ไหม สาดดดดดดดดดด)
- คาเฟตไม่มีแล้ว ปรับปรุงเป็นอาคารพยาบาลและแพทย์แผนไทยไปแล้ว
- ร้านหน่อนั้ง เป็นร้านการ์ตูนที่เด็กมอ อ่านเยอะที่สุด
- ตึกคณะวิศวะกรรมศาสตร์เป็นตึก 2 แห่งในประเทศไทย
- ตึกคณะวิดวะ มี ตึก A ซึ่งเรียนแล้วไม่ค่อยได้ A
- ตึกโรบอท เป็นตึกที่สร้างเลียนแบบหุ่นยนต์(ต้องมองจาก Top View นะจ๊ะ)
- ตึกฟักทองมาจากตึกจานบินของมหิดล
- ตึกหุ่นยนต์คือตึกเรียนของภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยมีหัวหุ่นเป็นห้องประชุม
- ส่วนตึก A คือตึกแรกของคณะวิศวกรรมศาสตร์
- ผู้ชายวิศวะทุกคนรู้ว่าห้อง CH311 อยู่ตรงไหน และต้องจำใจเข้าไปเมื่อยามวิกฤต
- มันคือห้องแห่งความลับ ถ้าต้องเข้าไปแล้ว ไม่ควรไปเล่าให้คนอื่นฟัง
- พนักงานหอพัก 10 11 ร้ายเหลือ บริการไม่ดี
- หอใหม่ 8 9 10 11 เป็นหอพักที่สูงมากๆ เพราะมีถึง 15 ชั้น
- แต่คู่แข่งใหม่ นั่นคือ บินหลา 4 หอพักแพทย์ที่สูง 15 ชั้นเหมือนกัน
- มอ. ไม่มีหอพักสำหรับนักศึกษาทันตะ
- นิติกับเสดสาดกำลังจะมีที่ตั้งคณะเป็นของตัวเองแล้ว (ใกล้กับสินสาด)
- หอ 11 ใครที่อยู่ห้องมุมฝั่งเยื้องหอ 6 จะได้เห็นอ่างน้ำ และสนามซอฟท์บอลด้วย บรรยากาศส่วนตัวสุดๆ
- อีกไม่นานหอสมุดจะย้ายไปตึก LRC (ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้) แล้ว
- วิดยาเป็นคณะเดียวในมอ. หาดใหญ่ ที่มีพิพิธภัณฑ์ (เปิดวันพุธ-อาทิตย์) แต่จะครึกครื้นเฉพาะสัปดาห์วิทย์กับวันเด็ก
- วิดยาอีกเช่นกัน เป็นคณะที่มีภาควิชามากที่สุดในมอ.
- Big Four ของ มอ. หาดใหญ่ คือ วิศวะ วิดยา วจก. และทรัพย์
- รักบี้ Freshy ของวิดยา มีเด็กทุนมาเล่นด้วยทุกปี และก้อมีเจ็บทุกปีเช่นกัน
- CoE ร้ายกาจ มากมาย อิอิ
- ทุกปีในช่วงกลางเดือนสิงหา ช่วงกลางวันวิดยาจะคึกคัก (เพราะมีงานสัปดาห์วิทย์ฯ) แต่ช่วงกลางคืนทรัพย์ฯ จะคึกคักเช่นกัน(เพราะมีงานเกษตรฯ)
- มอ.หาดใหญ่ เป็นมหาลัยแรกในประเทศที่มีโลตัสอยู่หน้ามอ (มวล.กำลังจะเป็นแห่งที่สอง)
- วิดยาผู้หญิงมักเป็นแฟนกับเด็กวิดวะ ส่วนผู้ชายมักเป็นแฟนกับพยาบาล
- วิดวะส่วนใหญ่เป็นแฟนกับเด็กวจก.
- ทุกปี จะมีบัณฑิตวิทยาศาสตร์เกียรตินิยม ที่เคยเป็นว้าก อย่างน้อย 1 คน
- ถ้ามา มอ.หาดใหญ่แล้วได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ ไม่ต้องตกใจ เพราะมอ.เราอยู่ห่างจากค่ายทหารเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร
- ที่นี่เราเรียกคณะเกษตรว่า คณะทรัพยากรธรรมชาติ
- วิดยาเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยที่มีทีมรักบี้
- รักบี้คณะวจก. กับ ทรัพฯ เป็นคู่กัดกันทุกปี
- จบวิดยาที่นี่ทำงานได้หลายอย่าง แม้กระทั่งมือกีตาร์
- หอ 5 มอ. หาดใหญ่เป็นหอชายมาก่อน(เป็นหอหญิงที่มีโถเยี่ยว)
- หอ 12-13 มอ. หาดใหญ่เคยเป็นหอชาย
- วิศวะที่นี่ ได้ชื่อว่าเรียนโหดที่สุดในประเทศ (จริงๆ ขอเข้ามา confirm <------ ไอ้นี่เคยไปเรียนที่อื่นมาเหรอ)
- วิชา Electric Circuit เป็นวิชาที่เด็กติด E มากที่สุด (ภาคไฟฯไชโย)
- ที่มอ.ไม่มีใครติด F กัน เพราะให้กันแต่ A B+ B C+ C D+ D และ E
- และกลศาสตร์ควอนตัม (วิชาปี 4) ของวิดยาที่นี่ ก้อได้ชื่อว่ายากที่สุดในประเทศเช่นกัน
- วิดยามีนักกีฬาตัวแทนจังหวัดไปแข่งกีฬาแห่งชาติด้วย (แต่ไม่ค่อยมีใครรู้)
- ในงานรับปริญญาเมื่อก่อนจะตั้งแถวเดินจากตึกฟักทอง แต่ช่วงปีหลังๆ จะเดินจากตึกคณะพยาบาล เพราะใกล้กว่า
- ห้องทองจันทร์เคยเป็นห้องประชุมไฮโซสุด (ตอนนี้มีศูนย์ประชุมใหม่แล้วจ้ะ)
- ถ้าไปที่วิดยาแล้วฝันถึงอะไรเหลี่ยมๆ ไม่ต้องตกใจ เพราะวิดยามีแต่ "เหลี่ยม" ตึกคณะก้อมีหินขัดสี่เหลี่ยม ลานหินแตกก้อมีลายสามเหลี่ยม
- เกี่ยวกับบูม
- บูมวิดวะกับวิดยาเป็นบูมคู่ขนาน (ขึ้นต้นคล้ายกัน จังหวะคล้ายกัน อยากรู้เป็นยังไงต้องไปฟังเอาเอง)
- บูมทันตะจะเหมาะสำหรับฝึกกำลังขาเป็นอย่างมาก
- เนื่องด้วยเพลงประจำคณะวิดยาต้นฉบับร้องยากมากๆ จึงมีการปรับทำนอง เปลี่ยนคำร้อง จนแทบจำไม่ได้ เพิ่งมีการเผยแพร่เพลงต้นฉบับ เมื่องานเลี้ยงศิษย์เก่า ก.ค. 51 ที่ผ่านมานี้เอง
- การจัดอันดับล่าสุด อก. มอ. เป็นคณะที่ดีที่สุดในประเทศสำหรับสาขา FOOD SCI แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่มีเด็กภาคกลางอยากมาเรียนเพราะกลัวกัน
- คณะที่มีหนุ่ม(หล่อ)เยอะที่สุดได้แก่คณะวิศวะ รองลงมาเป็นคณะ วจก. ส่วนคณะที่หนุ่มหน้าตาสวยที่สุดได้แก่คณะพยาบาล
- คณะที่สาวๆน่ารักที่สุดได้แก่คณะวจก. รองลงมาได้แก่ ทันตะ และคณะเภสัช
- แต่ก่อนเคยมีคณะละครเวทีหลายชมรม แต่ปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว
- สมัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ต้องมีการประกาศให้นักศึกษาพร้อมอพยพออกจากหอตลอดเวลา เพราะต้องเร่งระบายน้ำออกจากอ่างที่มีปริมาณเกินมาตรฐาน
- สมัยเรียน น้ำประปาในหอเหม็น เนื่องจากมีคนตายอยู่ตรงท่อน้ำล้นที่อ่างแต่ไม่มีใครรู้เรื่อง (แมร่งเรื่องจริงป่าววะ? บรื๋อออ..!!)<---ไม่จริงหลอก
- คณะเภสัชเป็น1ในไม่กี่คณะที่มีสนามบอลส่วนตัว
- สนามบอลเภสัชเรียกว่าบ่อกุ้ง(เวลาฝนตกมันมีน้ำขัง)
- หอพยาบาลเป็นแหล่งที่อยู่ของเด็กเภสัชหญิง(ใกล้คณะมาาาาาก)
- และที่กินอาหารของเด็กเภสัชที่เรียนที่คณะ คือ โรงอาหารคณะทรัพฯ (ใกล้คณะเช่นกัน)
- มอ.เป็นเหมือนเมืองเมืองหนึ่ง(มีที่อยู่ สถานรับเลี้ยงเด็ก รร.มัธยม มหาลัย เซเว่น ตลาด โลตัส รพ. ที่ออกกำลังกาย สถานีวิทยุ ฯลฯ)
- คณะเภสัชเป็นคณะที่มีผู้สอบใบประกอบวิชาชีพผ่านรอบแรกสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
- ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลมีวิชา Automotive Control Systems เป็นวิชาที่เรียนจบยากสุดๆๆๆๆๆๆหนัด
- วิศวะ ภาคเครื่องจะแต่งกายถูกระเบียบที่สุด และมีความสามัคคีมากๆๆ
- เล่นตะกร้อได้ที่หลังหอ 2 โซน F
- หอ 2 โซน F มีต้นมะม่วง
- มีคนเคยตกตึกหอ 2 แต่ไม่ตาย กลับมานั่งก๊งได้ต่อ
- การโดนไล่ออกจากหอพักเป็นเรื่องทำมะดา
- วิชาควอนตัมเมคเคนิค เป็นวิชาีที่มีเทพ(หรือเมพหว่า?)อักษรเป็นคนสอน ซึ่งได้รับพลังมาจากซุปเปอร์ไซย่าระดับ 7 (ที่จริงแกก็ปล่อยพลังทุกวิชาที่สอนนั่นแหละ)
[แก้ไข] ปัตตานี
- น้องปี 1 ที่มอ. ปัตฯ นอกจากจะมีพี่รหัสแล้ว ยังมีพี่มาลัยจากการรับน้องมาลัยในวันแรกที่เข้าสู่รั้วสีบลู
- "ไข่ต้ม" เป็นสิ่งที่นักศึกษา "ม.สงขลานครินทร์" นำมาแก้บนกับอนุสาวรีย์พระบิดา
- เชื่อว่าถ้าเหยียบเส้นที่ถนนตรงซุ้มแดงหน้าตึกสิบเก้า "มอ.ปัตตานี" จะเหมง (ไม่มีแฟน)
- หอ 5 (หญิง) มีน.ศ.ร่ำลือเรื่องเห็นวิญญาณเดินอยู่บนดาดฟ้า
- โรงเก็บรถใต้ดินหอ 7 ผีดุ
- ช่วงรับน้อง จะมีรุ่นพี่ไปจับปลาในคลอง 200 ปีมาปรุงอาหารให้กินกัน
- คู่ใดออกไปอ่านหรือติวหนังสือตามลำพังแถวทะเลโคลน จะถูกฉุด ทำร้าย (ก็ที่มันเปลี่ยวอ่ะ สมัยนั้น)
- มีประเพณีปั่นจักรยานไปตะโล๊ะกะโปร์ (สมัยนี้คงไม่มีแล้ว)
- น.ศ.ปีหนึ่งจะมีสอบวิ่งมินิมาราธอนจากวัดช้างไห้ไปน้ำตกทรายขาว วิชาพีอีอะไรนี่แหล่ะ
- ร้านอาหารที่ลานอิฐสามารถหลับตาชี้นิ้วสั่งอาหารได้เลยเพราะมีเมนูเดิมๆ ถาดอาหารก็วางที่เดิม
- ปีเก่าส่งท้ายปีใหม่ จะมีโปรโมชั่นทำโรตีแจกฟรี (บังหน้ามอ.) ใครอยากกินโรตีใส่ไข่ ก็ซื้อไข่ไปให้บัง
- และในช่วงเดียวกันของปี 49 ร้านกาแฟที่โรงช้างก็เคยมีโปรโมชั่นแถมวิปปิ้งครีมเหมือนกัน
- หอวิไลเรียกว่าหอโหด
- แก้บนพระราชบิดาด้วยไข่ต้ม
- เมนูประจำเทศกาลรับน้องคือข้าวเกรียบปลาทอด ใครรับหน้าที่นี้ไปก็ยืนทอดกันเมื่อยเลย
- ลานแด๊นซ์หลังลานอิฐก็ดิสโก้เธคในสมัยก่อน ต้องคอยระวังเด๊าะแด๊ะมาลวนลาม
- น.ศ.หญิงที่ปั่นจย.เที่ยวข้างนอกให้ระวังกลุ่มเด๊าะแด๊ะ
- อย่าสวมกระโปรงยาวเกินความจำเป็น หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พกกรรไกรไว้กับตัวตลอดเวลา เพราะกระโปรงมักเข้าไปติดในโซ่รถ
- มุสลิมที่นี้ใจดีมาก ขนาดไม่ชอบหมา แต่ก็ยังใจดี อนุญาตให้หมาที่น่าสงสารอยู่ด้วยกัน
- รถโดยสารจากในมอ.ไปตัวเมืองเรียกว่ารถ กะป๊อ
- เรียกห้องเรียนรวมว่าห้อง 500 มั่งถ้าจำไม่ผิด
- สาวหอ 7 มักจะสวย /ไม่จริงมั๊ง สาวหอ 3 สวยที่สุด
- มีหอหญิง (หอ 4) แยกอยู่กับกลุ่มหอหญิงทั้งหลาย และอยู่กลุ่มเดียวกับหอชาย
- แม่บ้านหอ 6,7 ขึ้นชื่อลือชาว่าดุ เฮี๊ยบมาก
- เวลาใครจะตามเพื่อนหรือประกาศรับโทรศัพท์ประจำชั้นก็โฟนกันรู้เรื่องชาวบ้านกันไปทั้งหอ
- สุสานจักรยานอยู่ใต้หอ 6,7
- พี่มาลัยจะเทคแคร์ดูแลน้องมาลัย ดีมากตลอดจนพี่จบ
- เวลาตรวจหอ จะมีการโยนตะกร้าใส่เตารีด (หอมีเตาส่วนกลางมาให้ใช้) ลงไปใต้หอ
- หลังหอ 6 มีขนมของว่างของป้าหมูมาขาย
- คลองเลียบหอ 6 7 เหม็นเน่าตลอด
- นศ.ทุกคนจะได้เดินบนสะพาน 200 ปี (ป่านนี้เปลี่ยนเป็นสะพานคอนกรีตแล้วมั่ง)
- ตึกมนุษย์ฯ จะเป็นรูปเรือ
- ปี 1 หญิงต้องใส่กระโปรงอัดจีบสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ผิดเพื่อนเมื่อไร ฉาวไปทั้งมอ.
- วันเปิดหอ (ให้นศ.ชายเยี่ยมหอหญิง หญิงเยี่ยมหอชายได้) ถ้านศ.ชายคนใดขึ้นไปนั่งบนเตียงน.ศ.หญิง แสดงว่าเป็นแฟนกัน (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
- ช่วงเดือนแรกของน้องใหม่ ผู้ชายจะไปร้องเพลง"ตื่นเถิดควายไทย อย่าหลับไหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรง ก็เพราะควายทั้งนั้น..." ที่หอหญิง ในตอนเช้าตรู่ ผู้หญิงจะสาดน้ำ+น้ำปลา+น้ำผงซักฟอก ลงมา ตามแต่จะหาได้
- เชื่อว่าถ้าเหยียบเส้นที่ถนนตรงซุ้มแดงหน้าตึกสิบเก้า "มอ.ปัตตานี" จะเหมง (ไม่มีแฟน) รู้สึกว่ามันจะหายไปซัก 2-3 ปีแล้ว
- จะแก้เหมง ให้กินถั่วเขียวต้มน้ำตาล
- คำว่า ดอม ของชาว อาเนาะรู แปลว่าไปแอบดู??
- คำว่ามอด หมายถึง ไปจิ๊กของกินชาวบ้านชาวช่องเค้า จนในการประกวดดาวมหาลัย ต้องมีตำแหน่งดาวมอด
- เพลงประจำ ม.วงสุนทราภรณ์แต่งโดยไม่เคยเห็นมหาวิทยาลัย ในเนื้อเพลงบอกว่าม.ติดทะเล สวยงามมาก แต่ที่จริง ม.ปัตตานี มีแต่ทะเลโคลน
- มอ.ปัตตานี จะมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอยู่ติดชายฝั่งทะเล(โคลน)อ่าวไทย (แต่ในปัจจุบันจังหวัดปักหมุดเอาไว้แล้ว จึงไม่มีพื้นที่เพิ่ม)
- เด็ก มอ.ปัตตานี จะเรียก วิทยาเขตตัวเองว่า ม.ตานี แต่ถ้าเด็กวิทยาเขตอื่นจะเรียก ม.ปัต
- มอ.ปัตตานีมีพี่ ๆ ทหารมาลาดตระเวณเป็นประจำ(และจะมาจีบเด็กมอ.ด้วย)
- รถตุ๊ก ๆ เด็ก ม.ตานี เรียก ป๊อก ป๊อก
- ที่นี่นอกจากมีพี่รหัส พี่มาลัยแล้ว ยังมี พี่buddy พี่เอ็นดู พี่สีผิว และพี่อื่น ๆ ตามที่ใครจะนึกได้อีก+พี่ดูเอ็น+พี่สังเวช+พี่สงสาร+พี่หน้าตา....
- ขับมอร์เตอร์ไซด์ ต้องระวังแพะ กับเด็กสาธิต จนมีคำกล่าวว่า "ถ้าแพะ กับเด็กสาธิตวิ่งตัดหน้า จะชนใคร" ตอนนี้ไม่มีแล้ว/๕๑
- ลานอิฐไม่เคยหลับไหล
- ร้านอาหารในลานอิฐ ชั้นล่างร้านที่2 ลูกสาวสวย
- ที่นี่มีตำแหน่งดาวซกมก ดาวซินโดรม ดาวบ้านๆ...
- หอ 3 มักถูกโจรปล้น แต่ไม่เคยจับได้ (เพราะยามรอให้โจรหายหย้าไปก่อน แล้วค่อยมา ทั้งๆที่อยู่ใกล้ป้อมยามหลังมอ.มากที่สุด)
- หอ 3 มีบรูมหอคือ"หล่อ ติ้งต๊อง บ๊อง บ้า ฮาขี้แตกขี้แตน หนุ่มหอ 3 เฮ่...)
- เด๊าะแด๊ะคือคำเรียกเด็กวัยรุ่นที่ไม่ใช่เด็กมอ. (ส่วนมากจะหน้าตาน่ากลัวน่ากลัว)
- ทุกปี จะมีวันหนึ่งที่เชื่อว่า วิญญาณผีญี่ปุ่นจะเดินเตร่ทั่วมอ. ปัตตานี (วันไหนนั้น ว่างๆ จะคำนวณมาบอกอีกที )วิธีป้องกันไม่ให้ผี่ญี่ปุ่นมาเยือน คือ... เก็บสิ่งที่เป็นสีขาว และ สีแดง ให้หมด เพราะเป็นสีธงชาติโกโบริ
- เอกภาษาฝรั่งเศส เป็นวิชาเอกที่เด็กเรียนน้อยที่สุด แต่ก็มีอาจารย์ต่างประเทศมาสอนทุกปี ซึ้งจริงๆ
- ฝ่ายทะเบียนขี้บ่น หน้าบอกบุญไม่รับ และนักศึกษาชอบนินทาลับหลังมากที่สุด
- บังโซ๊ะ เป็นที่พึ่งของเด็กยามสอบ
- ร้าน ๙ เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะแอร์ไม่เย็น
- หน้า JFK ลมแรงมั่กม๊าก วันไหนโชคร้ายหน่อย ลมจะพัดกระโปรงขึ้นมาคลุมหัว
- ตึกส้มเป็นตึกที่ส้รางได้แย่มาก(ใครไม่เห็นด้วยโปรดแก้ไข) รองลงมา ตึกคณะมนุษย์ เพราะ บันไดหายตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป
- หอศรีตรัง เป็นหอที่สร้างขึ้นจากเนื้อเพลงเพลงหนึ่งของมหาวิทยาลัย คิดสิว่าเพลงอะไรหนอ..... ศรีตรังประดังดวงดอกบาน ผั่บๆๆๆ (เสียงหลังคาโดนลมพัดไหว)
- ระวัง ใครที่ญาติป่วย มีปัญหากับแฟน เกรดต่ำ บ้านมีปัญหาเรื่องปลวก ห้ามไปติดต่อกับฝ่ายทะเบียนเป็นอันขาด เพราะ
- ท่านที่ญาติป่วย ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า ญาติท่านเสียไปแล้วเมื่อกี้
- ท่านที่มีปัญหากับแฟน ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า แฟนของท่านทิ้งท่านไปมีแฟนใหม่ และแฟนใหม่ของแฟนเก่าท่านมิใช่ใคร เขาก็คือ เพื่อนที่กินข้าวด้วยกันทุกเช้าที่ลานอิฐนั่นเอง รู้สึกแย่มากๆ
- ท่านมีมีปัญหาเกรดต่ำ ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า เทอมหน้าท่านจะไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียนได้อีกแล้ว
- ท่านที่บ้านมีปัญหาเรื่องปลวก ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า ปลวกน่ารักกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนเยอะเลยยยย
- เมื่อใดที่นกกระสา(ตัวสีขาวๆ อะน่ะ) มาด้อมๆ มองๆ ในคลองสองร้อย เพื่อหาปลากิน แสดงว่า...นกกระสาตัวนั้นบ้าไปแล้ว
- ดูฝนดาวตกที่เลโคลนเห็นชัดและสวยที่สุด
- เก้าสนคอร์ทเคยเป็นที่พักที่หรูสุดของชาวมอ.ตานี(นานมาแล้ว)
- ประเพณีการปั่นจักรยานเป็นคู่ไปหาดตะโล๊ะกะโปเรียกประเพณีไบค์ทัวร์
- เรียนEnvi.ให้สนุกต้องเรียนกับอาจารย์ปรียา...
- เอก math..เป็นเอกที่มีสถิติผู้เรียนสูงสุดในรหัส 39 และ 40 ประมาณปีละ 80-90 คน
- คลองข้างหอ 6 และ 7 เคยมีชาวอนุรักษ์พยายามจะนำบัวมาปลูกเพื่อความสวยงามแต่....
[แก้ไข] ภูเก็ต
- เมื่อก่อน มอ.ภูเก็ตอยู่ที่สะพานหิน (ที่รู้จักกานในนามว่าตึกที่ซิบ้า เช่ามอ.อยู่)ก่อนที่จะย้ายมาตั้งที่กะทู้
- คณะอุตสาหกรรมบริการ เมื่อก่อนชื่อ การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวครับ (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นการบริการและการท่องเที่ยวแล้ว---จะเปลี่ยนทำไมเนี่ย)
- ผู้หญิงการโรงแรมจะบึกบึนเป็นพิเศษเพราะส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงและเพื่อนสาว ต้องทำอะไรด้วยตัวเองตลอด
- ในอดีต ตึกดนตรีไทยเคยเป็นหอชายล้วนด้วย เรียกว่าเล้าไก่
- ส่วนหอหญิงทางมหาลัยเช่าตึกเอทั้งตึก ให้ผู้หญิงอยู่
- คณะอุตสาหกรรมบริการ
- สาขาวิเทศน์ธุรกิจจีน (สาวสวยเยอะ)เป็นคณะที่เรียน 3 ปี ครึ่ง
- คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เดิมคือ โครงการจัดตั้ง คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ตอนนี้แตกแขนงอีกมายมาย จนนับม่ะถูกแล้น
- อาคารกีฬา วิทยาเขตภูเก็ต มีลักษณะเหมือนยุ้งฉางเก็บข้าว และเมื่อตอนแผ่นดินไหวตอนเกิดซึนามิ
โรงยิมร้าว แก้ไขโดยการทาสีปิดรอยร้าว 5++
- การโรงแรม มีวิชาสอนเด็กกินเหล้า 55+
- หอพักมหาลัย ใช้ระบบแสกนลายนิ้วมือเข้าหอ
- เด็กภาคคอม จะพยายามจีบเด็กภาคอุตสาหกรรมบริการ และเด็กวิเทศ อิอิ
- น้ำประปาที่ใช้ในมหาลัย มาจากขุมน้ำหน้าหอพักทั้งหมด
- หน้ามหาลัยมีป้ายห้ามขี่ม้าเข้ามาในมหาลัย
- จอดรถในที่ห้ามจอด จะถูกล๊อคล้อและปรับเงินร้อยนึง
- วิทยาเขตภูเก็ต เป็นวิทยาเขตที่ไม่มีห้องสำหรับสภานักศึกษา และชมรมอีกหลายชมรม (เมื่อก่อน)
- หอพักวิทยาเขตภูเก็ต มีอินเตอร์เน็ตถึงทุกห้อง
- ห้องน้ำที่หอพักชายเก่า จะมีห้องที่ล๊อกมาจากด้านใน และชั้นบนจะมีผีดุมากก
- โรงอาหาร เรียกว่า Canteen
- มีโรงแรมในมหาลัย ชื่อ PSU Lodge
- ที่นี่ไม่มีการประชุมเชียร์ แต่มีกิจกรรม สอนน้องร้องเพลง
- สระอโนดาษ จะมีคนคนนึงไปว่ายน้ำ เค้าคือ อาจารย์แบลร์ และต้อนนี้สระอโนดาษสวยงามแล้วนะแถมยังไปวิ่งรอบๆๆสระได้ด้วย วู๊วว
- อาจารย์แบลร์ (Blair) ชอบขึ้นไปวิ่งบนภูเขารอบมหาวิทยาลัยด้วย
- บางครั้ง (สมัยก่อน) ถ้าเห็นอาจารย์แบลร์วิ่งกระโดดข้ามรั้วหลังมหาวิทยาลัยเข้ามาก็ไม่ต้องตกใจไป นั้นเปรียบได้กับการวิ่ง jogging ของเรานั้นเอง
- เด็กปีหนึ่งคณะอุตสาหกรรมบริการทุกคนต้องเคยได้ยินอาจารย์แบลร์พูดว่า "Open your window directory!!!!"
- ด้านกีฬา มีสนามเทนนิส 2 คอร์ท สนามแบดมินตัน 2 สนาม สนามฟุตบอล สนามบาสกลางแจ้ง 2 สนาม สนามวอลเล่ย์บอลชายหาด 1 สนาม และสนามบาสในร่ม 1 สนาม
- รถประจำมหาลัยมีดังนี้
- รถบัสพัดลม 1 คัน (สภาพพอใช้งานไปวันๆ) เค้าเรียกว่า รถบรรทุกหมู อิอิ
- รถบัสแอร์ (แต่ร้อนมาก สภาพเหมือนๆกัน ) 1 คัน
- รถ 6 ล้อ ที่ไร้ระบบกันสะเทือน 1 คัน
- รถตู้(ร้าย)1คัน ปานกลาง 1 คัน และเพิ่งถอยมาใหม่ 1 คัน
- วิดวะคอม ภูเก็ต เปิดครั้งแรกในปี 2545 สมัยนั้นนักศึกษาวิดวะคอมมีสภาพคล้ายผีตองเหลืองเพราะต้องไปเรียนหาดใหญ่ ภูเก็ต สลับๆกันแทบจะเทอมละที่
- อาจารย์ ธรรมรัฐฏ์เป็นอาจารย์ที่ถูกหลอกให้มาสอน (แกมีอนาคตอยู่เมืองนอกดีๆถูกหลอกมาสอน)
- อาจารย์ ธรรมรัฐฏ์ ก็ไปหลอกอาจารย์ต่างชาติมาอีกหลายชีวิต
- วิดวะคอม เป็นคณะที่ถ้าตามหลักสูตรจะต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่โดยส่วนใหญ่เด็กวิดวะมักตกอังกฤษ
- วิดวะคอมรุ่นแรก (รหัส 4510xxx) เคยก่อคดีทุจริตวิชาNetwork เกือบทั้งคณะ รอดอยู่6-7ตัว(มันไหวทันไม่ใช่คนดีหรอก) ทั้งหมดโดนบังคับบำเพ็ญประโยชน์500ชั่วโมง ฟังธรรมมะ และส่งไปช่วยที่วัดบางม่วง(ตอนสึนามิ) เรียกกลุ่มนี้ว่า พุทธบุตร (5555เรารอดเว้ยยยยย)
- ในอดีต วิดวะคอมเรียนแม๊คคาทรอนิกส์ด้วย แต่ตอนนี้ไม่ต้องละ (วิชานี้กรูติดEสาดดดด)
- หอหญิง(หอใน) จะไฮโซมากๆๆ มีเครื่องทำน้ำอุ่น แอร์(ชั้น1-3) มีตู้เย็น และinternet ไว้ให้นักศึกษาหญิงทำหน้าแอ๊บแบ๊วใส่HI5
- ในมหาวิทยาลัย ไม่มีถนนลาดยางเลย มีแต่ถนนคอนกรีต
[แก้ไข] เรื่องทั่วไป
1. ใต้ตึกคณะวิทยาการจัดการ วจก. มีร้านข้าวแกงที่อร่อยมากและเรื่องมากเช่นกัน กับข้าวสั่งได้ไม่เกินสามอย่างเท่านั้น ห้ามขอข้าวเพิ่ม ห้ามเอาจานออกนอกอาคารถ้าเห็นลุงแกเดินไปเก็บทันทีแล้วเอาเงินคืนกลับให้ทันใด คนตัวใหญ่จะได้ข้าวมากกว่าผู้หญิงบอบบาง
2. ทีนี่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่ง หรืออาจเป็นที่เดียวที่ก่อนเข้ามหาลัยต้องเปิดเบาะ บางครั้งดูถังน้ำมัน และส่องใต้ท้องรถก่อนเข้ามหาลัย ทั้งๆที่คนที่ขับเข้ามาสะพายเป้หรือกระเป๋าใหญ่กว่าถังน้ำมันตั้งเยอะ แต่ไม่เคยตรวจเลย (ก้อเค้าบอกให้ตรวจแค่ถังน้ำมันนี่)
3. เรื่องราวของคุณยายสปีดที่โด่งดังจนไปถึงรายการThe Shock ก็เกิดขึ้นหน้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เอง ณ ถนนระหว่างโลตัสและวัดจีน
4. เมื่อถึงช่วงเวลาที่ลือกันว่าวันนั้นเป็นวัน D Day จะเป็นวันที่เพื่อนร่วมห้องของเด็กคณะ วจก. ที่อาศัยในหอพักมหาลัยเป็นอันหวาดกลัวเป็นอันมาก เพราะมีตำนานเล่าว่าวันนั้นจะมีรุ่นพี่ของทางคณะนั้นที่ได้เสียชีวิตไปแล้วจะมาทำการบูมให้แก่รุ่นน้อง ซึ่งรุ่นน้องคณะนี้จะไม่ได้รับรู้หรือสัมผัสได้ถึงประสบการณ์อันอบอุ่นนี้ แต่เพื่อนร่วมห้องต่างคณะจะได้รับรู้และเห็นเหตุการณ์โดยตลอด
มีวิธีแก้เคล็ดดังนี้
1.เขียนป้ายไว้ที่หน้าห้องและหน้าต่างประมาณว่า ห้องพักนี้ไม่มีเด็ก วจก.
2.เอาไทด์คณะ และของใช้ที่บ่งบอกความเป็นวจก.ไปซ่อนซะ
5. สีประจำคณะของ วจก. คือ เฉดม่วง แต่วจก.ใช้สีบานเย็นมาโดยตลอด จนกลายเป็นสีที่ติดตาและเข้าใจผิดของหลาย ๆ รุ่น หลาย ๆ คณะ...ดังนั้นทางคณะจึงเปลี่ยนมาใช้สีเฉดม่วงในปีการศึกษา 2551 นี่เอง (เปลี่ยนทั้งธง ไทด์คณะ แถบสีชุดครุย ฯลฯ)
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
จากเด็ก neer 39 มันมีเพลงประจำวิดวะด้วยนะ (เอามาจาก มข. มาแก้ไขนิดนึง) เครดิดนี้ยกให้พี่ป้อม มอ.หาดใหญ่นะ(เฮดว๊ากปี 49) ไปเจรจาจนได้มา อิอิ
ชื่อเพลงวิดวะหน้าหม้อ
เปอร์ช่างพ่อมึงดิ กูจะเรียน 6 ปีใครจะทำไมกู ซิ่วช่างแม่งปะไร ทายแล้วเอ็นใหม่แม่กูส่งเรียน รีบจบ กันไปทำไม เรียนไปซิ่วไปความรู้แน่ดี แมทแคลกูไม่เอามันแล้ว กูจะไปต่อแถว ออก้า* ฟิสิกมึงก็ท่องกันไป กูไม่สนใจกูจะไปหลังมอ แซวดะแม่งทุกคณะ วิดยา ทันตะ มาเก็ต หน้าหอ ศึกษา พยาบาล มนุษย์ แซวให้สุดๆแล้วค่อยกลับหอ ฟังแล้วจำไว้ไอ้เหี้ย ฟังแล้วจำไว้ไอ้เหี้ย พวกกู เอ็นจิเนีย หน้าหม้อ...
- ออก้าคือผับผับหนึ่งในหาดใหญ่เคยบูมในหมู่เด็ก มอ.
แต่ตอนนี้ไปบูมที่มังกี้แล้ว อ้อ ยังมีเครซี่ด๊อกอีกที่ และSa-bye Bar ด้วย
[แก้ไข] ของกิน
- ของกินที่ม.อ.เยอะมากๆๆ..อร่อยด้วย หมี่ไก่ หมี่เอ็น ราดหน้าร้านน้องยิ้ม ร้านยำยำ ไอติมกระทิซอยตรงข้ามฉื่อฉาง
- ข้าวหมกไก่หน้าทางเข้าโรงช้าง กล่อง 20 อร่อยสุดๆ และคนขายเกือบทั้งหมดจะมาจากภาคอิสาน
- ถ้าเกษตร สเต็กพี่โหน่งคือสปอนเซอร์หลัก ม.อ. ก้อมีร้านกรหมี่ไก่เป็นสปอนเซอร์หลักเหมือนกัน แค่ขอมา พี่นิกรจัดให้
- ข้าวหมกไ่ก่ที่ตลาดสดตอนตี 1 ของอาบังอร่อยกว่า แต่มีเสียงเลื่องลือว่าอาบัง (ร้านอ้วนๆ) เป็นเกย์ เวลาเพื่อนหล่อๆไปซื้อมักจะให้เยอะเป็นพิเศษ ด้วยคำพูดหวานหวานว่า "เอ้า บังแถมให้"
[แก้ไข] บทความที่เกี่ยวข้อง