มหาวิทยาลัยศิลปากร
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
เนื้อหา |
[แก้ไข] มหาวิทยาลัยศิลปากร
- เพลงประจำของ "ม.ศิลปากร" เป็นภาษาอิตาลี Santa Lucia ไง
- แล้วแต่ละคณะก็จะร้องไปคนละทำนอง
- นอกจากเพลงประจำมหาวิทยาลัยจะเป็นภาษาต่างประเทศแล้ว คำขวัญมหาวิทยาลัยก็ไม่น้อยน่ากัน "Ars Longa Vita Brevis"
- แปลได้ว่า "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น"
- ตราประจำมหาวิทยาลัยคือ พระพิฆเณศวร์
- สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเขียวเวอริเดียน
- เขียวเวอริเดียน คือ สีเขียวน้ำทะเลลึก เหตุผลที่เป็นสีนี้เพราะว่า เป็นสีที่ อ. ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาลัยชอบ
- สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากคณะโบราณคดี จากที่นี่ด้วยล่ะ พวกเราภูมิใจ
- ศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยเดียว ที่ไม่มีการ Boom มหาลัย
- แต่ก่อนถ้าบอกว่าเรียนที่ศิลปากร มักโดนถามกลับว่า "แล้วเล่นเป็นตัวยักษ์หรือลิงล่ะลูก?" - -"
- เป็นมหาวิทยาลัยที่แปลกแหวกแนว เหอๆ
- วิดยามีซุปเปอร์แมน สัตวศาสตร์มีเจได วิดวะมีหนอนแก้ว
- สโมฯทับแก้วจะอยู่ชั้นบน ส่วนวังท่าพระจะอยู่ชั้นล่าง
- กลับกัน โรงอาหารวังท่าพระจะอยู่ชั้นบน ส่วนโรงอาหารทับแก้ว(อักษร)จะอยู่ชั้นล่าง
- มหาวิทยาลัยศิลปากร มี 4 วิทยาเขต (13 คณะ 1 วิทยาลัยนานาชาติ)
- วังท่าพระ
- พระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว)
- สำนักงานอธิการบดีตลิ่งชัน (คณะดุริยางค์และวิทยาลัยนานาชาติ)
- สารสนเทศเพชรบุรี
- วิทยาลัยนานาชาติศิลปากร ..เคยอยู่วิทยาเขตเพชรบุรีเเต่ตอนนี้ย้ายไปตลิ่งชันแล้ว
- วันครบรอบการก่อตั้งมหาลัยคือ 12 ต.ค.ของทุกปีเด้อ
- วันที่ 15 ก.ย. คือ วันอาจารย์ศิลป์ (วันคล้ายวันเกิด)ในทุกปีจะมีงานรื่นเริงและของขายมากมาย ณ วังท่าพระ
[แก้ไข] วิทยาเขตวังท่าพระ
- ที่วังท่าพระ รูปปั้นสิงโตตัวหนึ่งหน้าประตูแดงไม่มีหู
- รอง miss thailand universe'08 ชื่อกระติ๊บ เป็นเด็กจิตกำ
- เด็กศิลปากรเรียก ตัวเงินตัวทองว่า ตุ๊ดตู่
- ศิลปากรวังท่าพระเคยได้โอกาสที่จะเป็นผู้ครอบครองตึกรอบๆทั้งหมด แต่ไม่มีตังค์เลยอด เอวัง...
- ถ้าโดนลูกจันทน์ในสวนแก้วตกใส่หัวจะเรียนไม่จบในสี่ปี
- เหมือนๆกะข้อแรกถ้าล้วงปากสิงโตคาบแก้วหน้าประตูแดงก็จะไม่จบสี่ปีเหมือนกัน (อันนี้ลองมาแล้ว ล้วงมาสองปีพี่เพิ่งบอก เซ็งเลย)
- จิดกำ ว้ากน้องนานโคตร บางปีล่อไปเกือบเทอม
- สมัยก่อนรับน้องรวม จะมีซุ้มเจาะใจ จะเรียกเหยื่อที่เป็น น้องใหม่หยิง หน้าตาดีเท่านั้น (ว่ากันว่าเป็นซุ้มเถื่อนของโบราณ แต่เด็กโบราณยืนยันว่าเป็นของจิตกำ)
- ในอดีตห้องคอมม่อนของทุกคณะซกมกมากๆ มักมีขวดเบียร์และน้ำอยู่ในขวด แน่นอนมันไม่ใช่น้ำเบียร์ แต่มัน คือ เยี่ยว
- ลิฟท์ตึกมัณฑนศิลป์ถ้าขึ้นเกินห้าคน ต้องลุ้นว่าลิฟท์จะค้างหรือไม่
- ตอนนี้ลิฟท์ตึกมัณฑนศิลป์ต้องขึ้นลงที่ชั้นสอง ทั้งๆที่มีลิฟท์ถึงชั้นหนึ่ง (มีสาวโรคจิตมารังควาญอาจารย์เค้าเลยมีนโยบายนี้ขึ้น)
- สาวโรคจิตที่พูดถึง มีชื่อว่า"ขวัญข้าว" เดิมเป็นน้องติว สถาปัตย์ เมื่อนานมาแล้ว แต่พลาดหวังเอ็นท์ไม่ติด(รุ่นที่เธอพลาดหวัง ปัจจุบัน เป็นอาจารย์กันหมดแล้ว:ที่มา อาจารย์ร่วมสมัยเล่ามา)
แต่ด้วยใจที่รักในศิลปากรฝั่งวังท่าพระ เธอมักจะมาวนเวียน ทุกวัน ทำความรู้จักเด็กสถาปัตย์ทุกรุ่น ที่สำคัญเธอเก็บ Profile ของเด็กผู้ชายหน้าตาดีของสถาปัตย์มาไม่ต่ำกว่า15รุ่นแล้ว ห้าหกปีหลัง เริ่มกระจายสู่คณะมัณฑนศิลป์แล้ว รับน้องสถาปัตย์ ทุกปี จะเห็นเธอมายืนแจกของเล็กๆน้อย(อะไรก็ไม่รู้)ให้ทุกปี
- รูปปั้นเด็กตีห่วงในสวนแก้ว เค้าเล่าว่าเคยออกมาวิ่งเล่นด้วยล่ะ
- เด็กคณะมัณฑนศิลป์ จิตรกรรม สถาปัตย์ โบราณ ไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษามาเรียนก็ได้ (วันไหนที่ใส่ไป เพื่อนๆจะแตกตื่นนึกว่ามีสอบ)
- เด็กมัณฑนศิลป์ ใครๆก็รู้ว่าเรียกยาก ก็เลยย่อเหลือเป็น "เด็กเด็ค" (มาจากคำว่า Decorate เป็นชื่อคณะนั่นเอง)
- มักจะมี นศ.สาธารณะ อยู่ในล๊อกเกอร์ ให้หยิบยืม แต่เสื้อที่ว่าจะขาวจนเหลือง และสามารถพับได้
- เวลาบอกให้คนมามหา'ลัย ถ้าเป็นคนต่างถิ่นที่ไม่รู้ จะหามหา'ลัยศิลปาการไม่เจอเพราะคิดว่าประตูไม้สีแดง สิงโตหิน และรั้วปูนขาวๆเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระแก้ว
- คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า มหา'ลัย คือ กรมศิลป์ หรือวิทยาลัยนาฎศิลป์
- มักมีคนหลงเข้ามาเพราะนึกว่าเป็น กรมศิลป์ เป็นประจำ
- ในมหา'ลัยเล็กๆนั้นบรรจุหอศิลป์ไว้ไม่ต่ำกว่า 5 หอศิลป์
- แต่ก่อนมีไอ้ซูกัส จะเป็นคนเอาซูกัสและป๊อกกี้มาขาย จะมีป้ายห้อยคอบอกว่าพูดไม่ได้ แถมป้ายมันยังอ้าง UN เส้นทางการค้ามันดับเพราะมีรุ่นพี่โบราณไปเจอมันตะโกนสั่งเบียร์ที่ลานเท (น่าจะตัวเดียวกะข้างล่าง)
- สมัยก่อนมีพี่ป๊อกกี้ มาขายป๊อกกี้และขนมต่างๆ กล่องละ10-20 บาท พี่ป๊อกกี้แกล้งเดินขาเป๋และปากเบี้ยวขายของมานาน จนโดนจับได้ว่ามีตังค์พาสาวไปกินข้าวหน้าพระลาน ในสภาพหล่อพร้อมรบ ปากไม่เบี้ยว ขาไม่เป๋ หลังจากโดนแซวหนักๆ...พี่ป๊อกกี้ก็หายไป... ประโยคติดปาก ป้อกกกก เก้ มา แล้ ค้าาาาบ
- สมัยก่อนมีป้าบะหมี่มาขายบะหมี่ห่อละ 10 บาท บะหมี่ป้าอร่อยมาก เพราะชอบมาตอนเวลาหิวๆ บ้านป้าบะหมี่อยู่ไกล ป้านั่งรถเมล์แบกตะกร้าบะหมี่มาขาย บะหมี่ป้าจึงมีแต่บะหมี่แห้งล้วนๆ บะหมี่น้ำขนส่งลำบาก อ้อ มีเส้นอื่นๆ และมีเกี๊ยวด้วย ขายพร้อมเครื่องปรุงในซอง ประโยคติดปาก * อาาาา...บ๊ะ เหม่ จ้าาาาา *(เสียงป้าแหลมเล็กขึ้นจมูก) คอนเฟิร์มว่าบะหมี่ป้าแกอร่อยมาก เวลากินต้องใช้ไม้เสียบลูกชิ้น 2 อันแทนตะเกียบ
- หมา แมวที่ศิลปากรมีขาประจำอยู่ไม่กี่ตัว ดังนี้...
- ตาหวาน - หมาบ้าผู้ชาย ต้องผู้ชายเรียกเท่านั้นตาหวานจะเดินตาหวานไปหา
- หมาวัว - หมาศิลปิน ลำตัวมีลวดลายเหมือนวัว ชอบเดินย่ำกระดานน้องติวที่วางบนพื้น
- แฮ็กส์ - หมาแก่ พิการซ้ำซ้อน สุภาพมาก มารยาทดี
- แมวมะเมี๊ยะ - แมวตาเหล่ ถึงเหล่มาก ชอบนั่งมองรังนก รองาบลูกนกที่พลัดตกจากรัง
- ฟีบี้ - แมวหน้าบี้ จมูกจมลงในหน้า
- เพิ่มตำนานรักสามเศร้าของตาหวาน เดิมตาหวานเป็นหมามาจากที่อื่น ในท่าพระมีไอ้สุดหล่อเป็นพระเอกและไอ้สุดหล่อมีเมียตัวนึง (จำชื่อไม่ได้) ปรากฎว่าไอ้สุดหล่อไปต้องใจอีตาหวานเลยชักชวนตาหวานมาอยู่ในท่าพระด้วย อีตัวเมียหลวงมันหึง เวลามันเจออีตาหวานจะไล่กัดท่าเดียว ต่อมาตัวเมียหลวงก็หายสาบสูญไป อีตาหวานก็ครอบครองได้สุดหล่ออยู่ตัวเดียวจนไอ้สุดหล่อถูกรถชนตาย (ข่าวว่ามาแบบนั้น) ตาหวานเลยต้องร่อนเร่ไปมาระหว่างท่าช้างและท่าพระจันทร์ (เชื่อมสัมพันธ์สองมหาลัยเลยนะมรึง) จนทุกวันนี้ตาหวานยังคงแวะเวียนมาท่าพระบ้าง (คาดว่าตาหวานคงได้สามีหใม่แถวๆ ท่าพระจันทร์ไปแระ)
- สนามบาสหน้าคณะโบราณฯ สามารถเป็นได้หลายอย่าง ทั้งลานจอดรถ สบามบาส สนามบอล สนามวอลเล่ สนามตระกร้อ สนามแบต และทั้งหมดนี้สามารถเล่นได้ในเวลาเดียวกัน และอื่นๆ...
- รปภ. ณ ที่จอดรถสนามบาสหน้าคณะโบราณฯ เล่นตัวต่อเก่งมาก สังเกดจากการที่ต้องเลื่อนรถตลอดเวลาเมื่อมีรถเข้าหรือออก
- เขาว่า ต้นกร่างโบราณ เป็นตำนาน โอปอ
- รุ่นพี่โบราณ เคยสร้างวีรกรรมขี้หน้าบันไดห้องคอมม่อนเดิมมาแล้ว
- เพลง สวัสดีศิลปากร พี่ต้าโบราณเป็นคนแต่ง เด็กคณะโบราณร้องก่อนใครในมหา'ลัย ตอนนี้เป็นเพลงมหา'ลัยไปแล้ว
- ตรอกหลังคณะสถาปัตย์ เมื่อก่อนเคยเป็น ถนนศิลปิน ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมาได้มีการยึดอำนาจโดยนังเลงท้องถิ่น ดำเนินกิจการจอดรถ(จอดยาก สาดด สาดด : ใครจอดรถที่นี่ได้คล่อง ก็ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่ยาก อีกต่อไปแล้ว จริงๆ) เคยลองนับดู เมื่อจอดได้เต็มที่ จะได้ประมาณ 75 คัน ค่าจอด คันละ 30 บาท(ขึ้นจาก 2548/เดิม 20บาท) คูณดูเล่นๆนะ(อย่าลืมว่า ไม่ใช่จอดได้วันละ 75 คัน เพราะ มีการจอดแทนที่กันเรื่อยๆ ทั้งวัน) โอววว รายได้งาม
- และไอ้ตรอกที่ว่าข้างบนตามโฉนดเดิมมันเป็นพื้นที่ของมหา'ลัย ปัจจุบันเป็นของ กทม.
- เพิ่มเติม เมื่อก่อนคนเก็บตังค์ จะมี 3 ท่าน 1) อ้วนๆ อยู่ปากซอยด้านตุ๊กๆ คุยยาก โบกรถไม่เก่ง 2)ใส่เสื้อสีน้ำตาลๆ อยู่ตรงกลาง คนนี้ไม่พูดถึง (เดี๋ยวนี้คงไม่มีแล้ว) 3)ตัวใหญ่ๆ ดำๆ คุมตั้งแต่ปากประตูถาปัด ไปจนถึงทางออกด้านสนามหลวง หน้าเหี้ยมแต่คุยง่าย โบกรถเก่ง
- ซอยดังกล่าวปัจจุบันเรียกว่า "ซอยเยี่ยว" เพราะเหม็นฉี่มาก เคยมองลงมาจากคณะโบราณเห็นคน(ชาย)มายืนฉี่ตัวเป็นๆ
- ตรอกหลังคณะสถาปัตย์ฯ มีตั้ง 2 ชื่อ ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเส้นตรงตัดทะลุถึงกัน ทางด้านท่าช้างมีป้ายบอกชื่อว่า "ตรอกพระยาเพชร" ส่วนทางด้านสนามหลวงก็มีป้ายบอกแต่ดันชื่อว่า "ซอยศิลปากร"
- ศาลเจ้าแม่ในสวนแก้ว หากเราเข้ามาทางหอสมุดผ่านประตูเหล็กสีแดง แล้วยกมือไหว้ศาลเจ้าแม่ ถ้ามีคนเดินมาจากทางศาลเจ้าแม่
เขาจะยกมือไหว้ตอบเราทุกคน
- เด็กวังท่าพระไม่เคยกลัวรถ พวกที่ชอบนั่งเล่นหน้าตึก ศร 1 เห็นรถมาไม่ชอบหลบ ขนาดเคยมีโดนรถเหยียบตีนแตกยังไม่เข็ด!!!
- ว่ากันว่าค่าเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่ศิลปากร "ถูกที่สุด" ในประเทศไทย ค่าหน่วยกิต (ภาคปกติ หรือกลางวัน) ๓๐๐ บาทเท่านั้น
- ของที่สโมฯถูกมาก จน น.ศ.จากที่อื่นยังมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ
- รู้รึป่าวว่า???? ที่ตรอกเล็กๆยาวจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา (ตรงข้ามประตูด้านถนนมหาราช)เป็นที่ของ ม. แต่ไม่อาจไล่นักเลงคุมซอยออกไปได้ -"-
- รู้ไหมว่ากระจกลิฟต์คณะมัณฑนศิลป์ ใครเป็นคนทำแตก? นั่นคือเด็กอินทีเรียร์ ใส่แว่นตัวสูง หน้านิ่งๆ นั่นเอง
- แล้วรู้อีกไหมว่า ยามตึกเดค ชอบจับก้นนักศึกษาชาย @_@
- กระจกบานเกล็ดบนยูเนี่ยน มองจากลานเอนกประสงค์ช่องที่ 5 จากขวามือ รุ่นพี่โบราณซัดบอลไปชนแตกตั้งแต่ปี 2538 โดยไม่มีการเปลี่ยน
- และพี่โบราณอีกท่าน ปัจจุบันเป็น อ.อยู่ ม.ดังย่านอโศก เคยวิ่งชนห้องกระจกใต้ตึก ศร.1 แตกมาแล้ว โดยมีแผลแค่นิหน่อย (หนังหนาโคตร)
- นักศึกษาสาขานิเทศศาตร์คณะไอซีทีเรียนที่วังท่าพระกับตลิ่งชันและกรุงเทพมหานคร แต่ชื่ออยู่ที่เพชรบุรี (งงมะ) ข่าวล่าสุดทั้งนิเทศ ict กำลังรอลุ้นจะได้ย้านไปเรียนที่บางรักทันเดือนสิงหา 2551 นี้มั้ย?(ปัจจุบัน เรียนที่บางรักแล้ว)
- นักศึกษานิเทศ ไอซีทีเป็นสาขาเดียวที่ใส่กระโปรงพลีทสีกรมท่า (สาขาออกแบบและธุรกิจเค้าใส่สีดำกันอ่ะ คณะเดียวกันแต่แหวกแนวอ่ะ)
- แก้ไข นักศึกษาคณะไอซีที ทั้งสาขาออกแบบและธุรกิจตอนนี้ใส่กระโปรงสีกรมท่าแล้ว (2551)
- ร้านกาแฟตรงหอศิลป์ถูกสั่งปิด(คาเฟ่) เพราะปรับปรุงตึก
- ห้องสโมเป็นแหล่งรวมคำด่าของนักศึกษา
- ได้ข่าวว่าตอนยูเนียนปิดปรับปรุง ร้านข้าวเลยย้ายไปอยู่หน้าตึกสถาปัตย์แทน บวกค่าโฟมด้วยข้าวจึงจานละ20บาท
- ปีหนึ่งของโบราณคดีจะต้องใส่เนคไทสีม่วง (ซึ่งเป็นสีประจำคณะ) จนกว่าจะหมดช่วงรับน้อง เวลากลับบ้านจึงมีแต่คนมองว่าไอ้พวกนี้อยู่มหาลัยไหนเนี้ย โชคดีมาก สมัยก่อนต้องเอาป้ายห้อยคอขนาดเขื่องเขียนชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น กรุ๊ปเลือด และโรคประจำตัวแขนคอตั้งแต่ออกจากบ้าน เพราะถ้ารุ่นพี่เจอว่ามาแอบแขวนหน้ามอ วันนั้นโดนแน่ งึมๆๆ
- ใครไม่รุ้จัก "ชนช้าง" ไม่ใช่เด็กศิลปากร
[แก้ไข] วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์(ทับแก้ว)
- คณะแรกของวิทยาเขตนี้คือคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่ 5 (รหัสขึ้นต้น 05) ของมหาวิทยาลัยศิลปากร
- มีเพลงประจำวิทยาเขตคือเพลง ศรีสนามจันทร์ ซึ่งเเต่งโดย ว.วินิจฉัยกุล สมัยที่เป็นอ.ในยุคบุกเบิกของอักษร
- นอกจากนี้ ว.วินิจฉัยกุล ยังแต่งนวนิยายเรื่อง "น้ำใสใจจริง" โดยทั้งฉากหลังและเรื่องราวเกิดขึ้นที่คณะอักษรในสมัยบุกเบิกเช่นกัน และมีอ.สกุล บุณยทัต(สอนละครอยู่ที่อักษร)เป็นตัวเอกในเรื่อง
- ที่ทับแก้วริมบึงปรับปรุงใหม่แล้ว (เมื่อปี'48-'49 นี่เอง)
- คลองตรงหน้าประตูฝั่งมาลัยแมนก็ถมแล้ว ตัดต้นไม้เกลี้ยง
- จริงๆ อาคาร 50 ปี เป็นอาคารเรียนรวมของทุกคณะ แต่เนื่องจากคณะอักษรไม่มีตึกเรียนเป็นของตัวเอง เลยมาใช้ตึกนี้เรียนตลอด
ผลก็คือตอนนี้อาคาร 50 ปี มีชื่อเรียกกันติดปากว่าตึกอักษรฯ
- คณะอักษรใส่ไปรเวทมาเรียนได้ ส่วนใหญ่จะเริ่มใส่กันตอนปีสอง หรือปีหนึ่งครึ่งหลัง บางทีเดินมานึกว่าเด็กเรียนอินเตอร์ ขณะนี้ปีหนึ่งภาคแรกก็เริ่มใส่กันแล้วในคาบเรียนรวม
- ศึกษาศาสตร์คือคณะที่มีนักศึกษามาลงเรียนมากที่สุด (โดยเฉพาะเด้กจากวิศวะเทคโน) อย่าลืมลงเรียนวิชาอาจารย์คณิต และอาจารย์โรม เด็กเทคโนบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองเรียน คณะศึกษาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
- ต่อจากข้างบน วิชาที่มีคนมาลงเรียนมากที่สุดคือ Sports Ed ว่ากันว่าใครไม่เรียนวิชานี้เหมือนไม่ได้จบจากทับแก้ว
- ที่ทับแก้วนักศึกษาโชว์บัตรสามารถวางแผงขายของตลาดนัดวันพุธได้ในราคาถูก
- ตึก 50 ปี ปิดสองทุ่ม แต่ลิฟท์ปิดหกโมงเย็น จริงๆ บางทีห้าโมงครึ่งก็ปิดแล้ว แต่ตรูมีเรียนหกโมงที่ชั้นหกนี่ว้อยย
- กลางสะพานสระแก้วมีร่องรอยน้ำตาเทียนเหลืองๆ คล้ายๆ มีการประกอบพิธีกรรมอะไรซักอย่าง วันดีคืนดีจะมีซากฝาเบียร์และขวดเบียร์หลงอยู่ด้วย
- ประตู+ป้ายมหา'ลัยแห่งแรกของฝั่งทับแก้วอยู่ฝั่งพระราชวังฯ
- จริงๆเเล้วป้ายนี้ถือเป็นป้ายมหาลัยอันเเรกด้วย เเล้วย้ายมาอยู่ที่ฝั่งทับเเก้วตอนที่เริ่มก่อตั้งวิทยาเขตใหม่ๆ เเล้วพอก่อตั้งฝั่งเพชรบุรี ป้ายนี้ก่อถูกย้ายไปที่นั่น ก่อนที่จะย้ายกลับมาที่ทับเเก้วอย่างถาวร
- มาคอนเฟิร์มเรื่องตกปลาในสระแก้ว คนกินเอฟ 1 ตัว คนตกเอฟ 2 ตัว (ปล.ตกปลามาสองตัวนะ)
- ที่ศิลปากร ทับแก้ว ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ลงในน้ำจะติด F ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ขึ้นจากน้ำจะได้ A บางคนเห็นตุ๊ดตู่กำลังขึ้นจากน้ำแล้วกลับไปลงน้ำเลย F ไปซะ ในขณะที่บางคนเห็นตุ๊ดตู่ว่ายเวียนวนทำท่าเหมือนจะขึ้นอยู่นั่น จ้องก็แล้วอะไรก็แล้ว ไม่ยอมขึ้นมาซักที นั่นหมายความว่าอย่าหวัง A อีกเลย เหอเหอ
- และถ้ามาศิลปากร ทับแก้ว ถ้าไม่เจอตุ๊ดตู่แสดงว่ามาไม่ถึงศิลปากร
- แต่ก่อนบริเวณหอในหญิงจะมีลานนม (ชอบไปนั่งกินข้าวเย็นริมบึง)ตอนนี้ไม่มีแล้ว สร้างหอทับ
- ตึกกระทะ เป็นหอประชุมเล็กที่ใช้เรียนรวม
- แต่ละคณะมักจะมีเธค เด็กคณะอื่นมาแจมได้ (อักษรไม่เห็นมีอ้ะ)
- เธคของคณะเทคโน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนคุมเสมอ
- สัดสาดรุ่น 1 รับน้องโดยวิดยา เลยทำให้สองคณะนี้เคยเป็นพี่น้องกัน
- แต่ก่อนในทับแก้วจะมีแค่คณะอักษร กับ ศึกษา ที่มีลีด ตอนนี้เภสัชก็มีมั่งแล้ว ส่วนลีดเทคโน กับวิทยา เป็นผู้ชาย หลีดเทคโนแข็งขันมากประหนึ่งนักเรียนนายร้อย ส่วนหลีดวิทยาน่าจะเป็นพวกซูเปอร์แมนนั่นเอง
- ลีดอักษร เป็นคณะเดียวที่ได้รับเกียรติให้เต้นเพลง Santa Lucia กับ กลิ่นจัน (เพลงมหาลัย) ในวันสุดท้ายของ freshy game
- ขึ้นชื่อว่าอักษร นอกจากจะสอนภาษาเเละมนุษยศาสตร์เเล้ว คณะนี้ยังสอนศิลปะเเทบทุกอย่าง ตั้งเเต่วรรณศิลป์ ทัศนศิลป สังคีตศิลป์ ยันการละคร เรียกได้ว่าเป็นคณะที่เรียนครอบจักรวาล
- อักษรมีโรงละครของตัวเอง 2 โรง คือ A4 เเละโรงละครทรงพล ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของพวกเอกนาฏศาสตร์ (การละคร)
- โรงละครทรงพลของคณะอักษร เค้าเล่าลือกันว่ามีสิ่งลี้ลับ (ก่อนจะเข้าไปทำกิจกรรมอะไร รุ่นพี่จะให้พวกน้อง ๆ ปีหนึ่งจุดธูปไหว้ก่อน)
- วันสุดท้ายของพิธีรับน้อง รุ่นพี่จะให้น้องปี 1 หลับตา แล้วพวกพี่ๆจะจุดเทียนร้องเพลง พวกพี่ๆ จะมาผูกข้อมือน้อง เล่นเอาน้ำตาไหล
- มีเรื่องเล่าขานของหอหญิง 3 และ 4 ว่า สร้างทับคุกเก่า เคยมีแม่บ้านหอ 4 เล่าว่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน
- หนุ่มๆ คณะวิทยา ชอบจีบสาวอักษร ส่วนคณะเทคโนฯ จะชอบจีบสาวศึกษา จนมีคำขวัญประจำวิทยาเขตว่า 'อักษร-วิดยา ศึกษา-เทคโน'แต่เด็กเทคโนเป็นแฟนกับเด็กอักษรก็มีมากนะ (ที่จริงไม่น่าใช่หรอก เพราะสแตนเชียร์ของอักษรกับวิทยามันอยู่ตรงข้ามกัน เลยชอบแซวกันเอง ส่วนของศึกษากับเทคโนก็เหมือนกัน)
- ท้องฟ้าคณะวิทยาศาสตร์ ไม่มีดาว (มีแต่ซุปเปอร์แมน ชอบก่อกวนชาวบ้านเวลางานกีฬาเฟรชชี่) ออกแนวทะลึ่ง+น่ากลัว
- อาหารสุดฮอต (ตอนนั้น) คือกระทะร้อนนานาชนิดข้างม.(ร้านใหญ่กระทะร้อน)อาหารที่อาร์ต( อาร์ตเอเวอร์นิว )ส่วนร้านเครื่องดื่ม มี แฮบปี้คูล เดี๋ยวนี้เปิดในมอแล้ว เต็นท์เขียวอีกที่ ศูนย์รวมเด็กม.ตอนเย็น ๆ
- หน้าม.จะมีร้านลุง ทำทูน่า3รสอร่อยสุดยอด
- ตอนเย็นๆ Art Avenue คือแหล่งรวมเด็กหอข้างๆ ม. ในนั้นมีร้าน Tipto เป็นร้านเช่าการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในนครปฐม
- กิจกรรมยอดฮิตตอนดึกของเด็กหอคือ คาราโอเกะ (ถ้าหอนอกก็ Spirit , Little Shake เอิ๊ก ๆ)
- หมูย่างโรงแรมเวลล์อร่อยมากกกก เล่ากันว่า ป้าที่ขายหมูเวลล์เคยเป็นมาม่าซังมาก่อน จากนั้นลุงคนขายก็มาจีบจนเป็นตำนานรักหมูเวลล์ ชายใดหวังจะจีบหญิงให้ซื้อหมูเวลล์ไปฝาก
- เด็กที่บ้านอยู่ไกลจะได้อยู่หอ บ้านใกล้หาหอนอกอยู่เอาเอง ปี51 เด็กกรุงเทพฯไม่ได้หอในกันเพียบ
- บางทีเราก็แยกไม่ออกหรือลืมไปว่าอาร์ทมันอยู่นอกรั้วมหาลัยแล้ว รวมถึงพระราชวังสนามจันทร์ มันติดกันเกินไป
- ซอยข้างม.ทางเข้าพระราชวังเป็นถนนนะไม่ใช่ซอย มีชื่อด้วย "ถนนราชมรรคาใน" แต่มีจักรยานกับมอไซด์เป็นส่วนมากของเด็กทับแก้วทั้งนั้นแหละ แถมเป็นถนนตันอีก นานๆก็มีรถทัวร์มาลงที
- จากข้างบน ทัวร์เค้ามาลงพระราชวังสนามจันทร์นะ แต่วันดีคืนมีคณะนักท่องเที่ยวมาทัวร์ในม.เรา ให้มันได้งี้สิ! ม.เราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว
- หอชายที่นี่จะใช้ชื่อว่า หอทับแก้ว ส่วนหอหญิงเรียกว่า หอเพชรรัตน์ มีหอทับแก้ว 3 หลุดไปอยู่ข้าง ๆเพชรช็อป ตรงข้ามกับหอหญิงอยู่หอเดียว สบายไป ส่วนหอทับแก้ว 1 และ 2 อยู่ทางฝั่งศึกษา
- ใครจับปลาในสระแก้วมากินจะเปอร์
- ตอนนี้ไม่มีลานนมแล้วเหรอ เสียดายจัง มีแต่ว่าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เพชรช็อป อ่านว่า เพ็ด ฉอบ แล้วตอนนี้ก็มีเพ็ดฉอบสอง อยู่ตรงข้ามกัน มีสะพานข้ามไปด้วย จัดเสียสวยเชียว
- จากข้างบน ถ้าเข้าหลังรุ่นปี49 ก็ไม่รู้หรอก ว่าเพชรช้อบใหม่ช่างแตกต่างสิ้นเชิงกับเพชรช้อบเก่า นอกจากรุ่นพี่จะบรรยาย
- หอพักหญิงปิด 4 ทุ่ม ยกเว้นคืนวันศุกร์และเสาร์ปิด 5 ทุ่ม แต่หอชายเปิดตลอด (หอชายก็มีปิดนะ 5 ทุ่มครึ่ง)
- รุ่นปี47 คือรุ่นแรกที่ได้ใช้หอ7 ทำให้หอ7มีเด็กรหัส47มากสุดใน4ปี (จบกันปีนี้นิ '51)
- สมัยก่อนพาหนะประจำตัวคือ...จักรยาน และถ้าหากจักรยานท่านหายควรไปหาที่ตึกถาปัดก่อน จักรยานเด็กอักษรหายประำำจำ ตามได้ที่แถวตึกเดค
- ว่ากันว่า รถโบราณ ประมาณ จับหมู เวสป้า volk เต่า เขาชอบกันมาก
- มีลานนม และสระแก้ว แล้วก็ศาลาโกหก
- มีวันล่าเอี้ย ด้วยล่ะ
- มีบ้านจักรยานเป็นที่ซ่อมจักรยานของนักศึกษา น่ากลัวได้อีก บรรยากาศหลอนมากขนาดเป็นตอนกลางวันถ้าเงียบ ๆ ยังไม่กล้าขับผ่านคนเดียว
- แต่ก่อนนอกจากจะมีสระแก้วแล้ว ก็มีสระขวด หน้าคณะศึกษา แต่ตอนนี้กลายเป็นตึกศึกษาไปแล้ว
- เด็กทับแก้วเชื่อกันว่า ใครที่มาอยู่ที่นี้จะต้องมีใฝ่หรือขี้แมลงวันบนมือหรือนิ้วทุกคน ไม่เชิ่อก็ลองเอามือมาดูซิ
- คนอื่นชอบมองว่าเด็กหอหญิง 7 เป็นเด็กไฮโซเนื่องจากราคาที่แตกต่างจากหออื่น ลิบลับ
- แก้วน้ำที่ใส่น้ำดื่มเอาขวดโหลกาแฟมาทำเป็นแก้วน้ำ น้ำแข็งแก้วละบาท
- กระดานฝากรักจะอยู่หน้าร้านนมที่เพชรช็อป (จบไปเมื่อปี 47 เดี๋ยวนี้ยังอยู่หรือเปล่าอะจ๊ะ)
- ถ้าตุ๊ดตู่ข้ามถนนต้องหยุดรถแล้วให้เค้าข้ามก่อน
- เป็นมหาลัยที่ต้นไม้เยอะมากๆและร่มรื่นที่สุด น่าอยู่ (ปี 2550)เริ่มหดหายไปมากตึกและตึกผุดมามากยังกับดอกเห็ด
- โรงอาหารอักษรชื่อ ยูเนียน ส่วนโรงอาหารข้างหอ ชื่อเพชรช๊อป
- นักศึกษาวิทยาปี1 ต้องเรียนเปตองเพื่อเป็นตัวช่วยโดยเฉพาะ วิดยา และเทคโน ลงกับเพียบ
- ทับแก้ว เคยเป็นสถานที่ที่เด็กสัดสาดรุ่น1-3 มาเรียน
- ถึงชื่อมหาลัยจะเน้นศิลปะแต่ทางด้านวิทยาศาสตร์เราก็แข็งมากๆ โดยเฉพาะฟิสิกส์ คณะเทคโนตกกันครึ่งคณะเชียว แต่เด็กฟิสิกส์ตกเคมีกันยกเอก
- คณะวิดยาจัดงานรื่นเริงบ่อยมากกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะเธคกะโฟล์กซอง
- สะพานสระแก้วแต่ก่อนไม่มีไฟ แต่เดี๋ยวนี้ติดแล้วเพื่อความปลอดภัยเพราะแต่ก่อนมีคนมาทะเลาะกันที่สระแก้วแล้วยามไม่รู้เอามีดฟันกันเลย
- แล้วโคมไฟที่สะพานสระแก้วก้อเหมือนจานบิน แต่แทงค์น้ำตรงทางเข้าตึกอธิการบดีน่าจะเป็นจานบินจริงๆ
- สะพานสระแก้ว อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปากร สนามจันทร์เลยทีเดียว ใครไม่เคยมานั่งสะพานสระแก้วตอนเรียนที่นี่ ไปตายซะ !!!!
- คณะวิทยาฯจะเป็นที่เรียนรวมของคณะเทคโน เภสัช อักษร ศึกษาบางสาขา จึงทำให้คณะวิทยาฯไม่เคยเงียบ ในขณะที่คณะเทคโนเงียบได้อีก
- ตึก รวท. เหมือนกระทะ มากกว่าตึกกระทะจริงๆซะอีก เค้าว่ากันอย่างนั้น
- ปัจจุบันยังมีเด็กสัดสาดรุ่นเก่าเรียนอยู่ทับแก้ว (เมื่อไหร่จะปล่อยกูไปสักที T_T)
- เป็นจุดเดียวของจังหวัดนะที่หนาวตอนหน้าหนาว จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อมีงาน SMA จะกลายเป็นงานแฟชั่นหน้าหนาว
- SMA หรือ Silpakorn Music Award คืองานประกวดดนตรีที่เน้นว่า กูเอามันส์ มากกว่ากูเอารางวัล จนคนดูต้องไปเต้นยัวเยียะกันหน้าเวที
- ที่ไปเย้วๆๆกันไม่ใช่เพราะเพลงจาข้างบนมันจะมันมากมายอะไร แต่แห่กันไปเย้วเป็นหน้าม้าช่วยเพื่อนที่ประกวด ขนาดใกล้สอบก็ยังอยากไปดิ้นกันอยู่ ไม่กลัวตกกันเลยทีเดียว
- ถ้ามาสะพานสระแก้วตอนเช้าในหน้าหนาวคุณควรเอาผ้านวมมาด้วย
- พระท่านจะบิณฑบาตร 2 เวลา เวลาละรูปคือ 6 โมงครึ่งกับ 7 โมง
- มีความเชื่อกันว่าอยู่หอในห้ามสวดคาถาชินบัญชร และเวลาแผ่เมตตาก็ให้ระบุชื่อคนรับด้วย มิฉะนั้น จะมีคนอื่นตามมาขอส่วนบุญอีกเพียบ (ไม่รู้จริงรึเปล่า)
- ฝั่งทับแก้วจะเป็นที่รวมเด็กทุกคณะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างรับน้อง กีฬาเฟรชชี่ กีฬาเฟรชชี่ปี 51" แยกกันจัดวิทยาเขตใครวิทยาเขตมัน
- ณ บัดนี้ก้อยังไม่รู้ว่าตึกศิลป์1 เป็นของจิตรกรรมหรือเดคหรือว่าถาปัตย์กันแน่
- ตึกศิลป์ 3 ก้อเช่นกัน หมายเหตุสวยมาก เค้าว่ากันว่าเป็นของเด็กเดคนะ
- ห้องโถงบนศูนย์วิจัย เคยเป็นที่กบดานของเด็กสัดสาดรุ่นแรกๆ
- เด็กที่นี่เรียกเด็กคณะมัณฑนศิลป์ว่าเด็กเดค
- ตึกของคณะเทคโนเป็นตึกที่ใหญ่มากกกก มีกระดานดำให้เรียนด้วยน่ะเออ
- ตึกห้าสิบปีตรงอักษร ลานหน้าศูนย์หนังสือ ตอนเย็นๆถึงดึก จะมีท่านอาจารย์มาเต้นลีลาศกัน
- มหา'ลัยเริ่มรณรงค์เรื่องการกินเหล้า เพื่อให้เป็นมหาลัยสีขาว
- พวกเราจึงเริ่มเปลี่ยนมาบริโภคเหล้าขาวกันมากขึ้น
- ยามหน้ามหาลัยเป็นมิตรกะกระเทย
- ศิลปากรมีว้ากกระเทยน่ะจ๊ะ ว่ากันว่าน่ากลัวกว่าว้ากปกติอีก
- วันพระใหญ่ คือวันรวมกระเทยเฟรชชี่มาทำกิจกรรมร่วมกัน
- อ.ก.ท.ก. องค์การกะเทยทับแก้ว ตอนนี้มีเสื้อทีมแล้วนะ ประมาณพรางชมพู
- เรื่องทำบุญ เด็กที่นี่ก็ชอบตักบาตรกันนะ มีพระองค์เดียวนั่นแหละ ถ้ามาไม่ทันก็..... วันพุธจะมีเชิญพระมานะที่สนามฟุตบอลมาตักบาตรกัน
- กระเทยที่นี่เยอะมากกกกกกกกกกกกกกก และแต่งหญิงได้(บางคนสวยกว่าผู้หญิงแท้เสียอีก)
- คณะที่ช่วยกันก่อตั้งฝั่งทับแก้วคือ อักษร ศึกษา วิดยา
- รวมถึงช่วยกันกำจัดวัชพืชที่ลอยอยู่ในสระแก้วในยุคแรกๆ ด้วย
- เพราะมันขึ้นเยอะมากกกกกกกถึงขนาดหนูวิ่งเล่นแล้วไม่ตกน้ำอ่ะ
- ตลาดนัดวันพุธจะถูกบรรจุเป็นวิชา Marketing สำหรับนักศึกษาแล้ว
- ตลาดนัดวันพุธ เป็นศูนย์รวมเสื้อผ้าแนวๆ ที่นำเทรนด์กว่าที่อื่นมั่กมายยยย และแหล่งอาหารตาสำหรับหนุ่มๆ เด็กที่นี่ชอบเอาของแฮนเมดมาขายกัน แล้วจะมีร้านเด็กแนวเพียบ เด็กที่อื่นนอกจากศิลปากรก็นิยมมาเดินกันมากมาย
- ของกินก้อเยอะมากกกกก
- เรียนที่นี่ถ้าจะเอากระดาษใบเดียวที่เรียกว่า ปริญญาบัตร เชิญร้านถ่ายเอกสารดีกว่า เรียนจบยยากกกกกกกมาก
- วิดวะ วิดยา เภสัด คือ เรียนก็ยากกันship loss อาจยากกว่าหลายสถาบันดังอื่น แต่พอบอกว่า เรียนอยู่วิศวะศิลปากร โดนถามกลับว่า ศิลปากรมีวิศวะด้วยเหรอ ร่ำไป (มันน่างอนไหม)
- เด็กสัดสาดรุ่น 1-3 ที่เรียนที่นี่ จะได้คะแนนจากวิดยาเป็นเลขลงตัวน้อยๆ เมื่อเทียบกับ วิดยา วิดวะ เภสัช (เศร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
- และถ้าเรียนจบออกจากที่นี่ได้ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปชุดครุยคู่กับสะพานสระแก้ว และตึกแดนเนรมิต (พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ แห่งพระราชวังสนามจันทร์) ก็แสดงว่าไม่ได้จบจากทับแก้วอีก
- ครุยวิทยฐานะของที่นี่อีกนิดเดียวก็จะเป็นชุดพ่อมดในแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้ว วิศวะ=กิฟฟินดอร์ เภสัช=สลิธิลิน อักษร=เรเวนคลอ วิดยา=ฮัฟเฟิลพัฟพ์ แต่รับรองครุยที่นี่สวยสง่ากว่ามากมาย
- ศิลปากรถูกจัดเป็นมหาลัยขนาดใหญ่ของประเทศเทียบเท่าจุฬาฯหรือทามมายสาดแต่ที่นี่ใช้เวลารับปริญญาแค่3ช.ม.ไม่ถึงครึ่งวันก็เสร็จ! (พระเทพฯพระราชทาน)
- ตอนเป็นปีหนึ่งอาทิตย์แรก รู้สึกคิดถึงบ้าน พออยู่ไปอีกสองอาทิตย์ จำทางกลับบ้านไม่ได้
- เหล้ากะเบียร์ เป็นเครื่องดื่มประจำมหาลัยไปแล้วจนในบางคณะ เราสามารถพบซากขวดได้ทุกที่แม้กระทั่งห้องน้ำ
- มหาลัยเราเปิด 24 ชม.น่ะจ๊ะ เพราะเราไม่เคยหลับกันเร้ย อ่านหนังสือกันตรึม พบกันหน้าเซเว่น
- ที่เซเว่นจะมีเครื่องชั่งน้ำหนัก เสียงดนตรีดังตลอด จนพี่เขาต้องไปเอาเสียงเพลงออก เด็กชั่งตรึมมากๆ
- ไฮโซที่ไหนมาเจอศิลปากรเข้าไปความเซอร์เข้าสิงทันที เห็นเซอร์ๆ อย่าดูถูก ขับรถเบ้นซ์มาเรียนแต่เอาเข้าไม่ได้เลยต้องจอดข้างนอกแล้วเดินมาเรียนในมอ ไม่ก็ปั่นจักรยานเข้ามา
- อยู่ในมอชั้นว่าชั้นแต่งตัวก้อธรรมดาเหมือนคนอื่น แต่พอออกนอกมอไปข้างนอกทำไมมีแต่คนมองว่ะ
- เครื่องแต่งกายอย่างหนึ่งที่ต้องรู้จัก แล้วก็ผูกกันจนเชี่ยวคือ กางเกงเล อ้อมีห้ายอ เป็นสไตล์เด็กเรา แต่ว่าจำไม่ได้ ยาง ยืด ยีน ย่าม ยาว
- สันทนาการที่ว่ากันว่าถึกมั่กมายก้อเหงจะเป็น จิตรกรรม กับ วิดยา เพราะเป็นชายล้วน หนำซ้ำยังใช้มือตีอีก อู้ววว์จ๊อด สันทนาการของวิทยาเป็นอะไรที่ทุ่มเทมาก เต้นกันสุดตัวสุดใจ
- ช่วงรับปริญญาคุณจะเห็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหาจากมหาลัยอื่นได้ และผู้ปกครองก้ออย่าตกใจที่เห็นลูกของท่านเป็นอะไรกัน ฮ่าๆๆ
- ใครอย่าไปโดดน้ำข้างตึกวิทย์4ของคณะวิดยาน่ะ เพราะคุณอาจจะไม่รอดได้ เต็มไปด้วยสารเคมีจากภาคเคมี
- วันดีคืนดี คูน้ำหน้าคณะวิทยาจะน้ำเหม็นมากจนปลาขึ้นอ้าปากหายใจเต็มคูเลย เพราะว่าเป็นน้ำสารเคมี
- เขาว่ากันว่า มีแก๊งบ้าพลัง ปั่นจักยาน เฟรชสัน สนามจันทร์ยัน หาดเจ้าสำราญ
- ว่ากันว่าทับแก้ว 1 เคยเป็นทั้งหอพักและอาคารเรียน
- ทับแก้ว 3 เปิดเป็นหอชายครั้งแรก 2540
- เด็กปี 1 วิดยาทุกคนจะขนลุกเมื่อเดินผ่านลานจอดรถข้างตึกวิทย์ 4... เพราะมันเป็น...ลานเชียร์!!!! ขำๆ
- ร้านน้ำเจ๊หลีเพชรช็อป อร่อยโคตรๆ รู้สึกชื่อร้านลิป
- เหล้าขาวคือน้ำเปล่าสำหรับที่นี่ กินกันทุกวัน ก่อนสอบยังไม่เว้น (ส่วนมากจะเมาเข้าห้องสอบ)
- ตอนเรียนที่นอนคือสะพานสระแก้วไม่ก็ตามศาลาไม่ก็ลานไทร ตอนสอบ ที่นอนคือหอสมุด เพราะช่วงสอบปลายภาคจะเปิด 24 ชม. ห้องสมุดจะเต็มเอี๊ยดได้อีกเวลาสอบ หาที่นั่งอ่านหนังสือแทบไม่มี
- นศ.ที่นี่บางคนลงตัวช่วยมากกว่าตัวที่เรียนซะอีก (เอกตัวช่วย)
- ปลาที่สระแก้วเป็นปลาที่อ้วนและอยู่ดีกินดีมากที่สุดในโลก เพราะมีคนให้อาหารปลาทั้งวันทั้งคืน (ตอนกลางวันเป็นขนมปัง แต่กลางคืนคืออาหารที่คนให้กินตอนกลางวัน โอ้กกกกกกก)
- ตอนนี้หอหญิงปิด4ทุ่มครึ่ง หอชายปิด 5 ทุ่มครึ่ง
- คณะที่ผู้หญิงน่ารักและมาแรงตอนนี้คือคณะเภสัช ที่จริงทุกคณะผู้หญิงก็ต้องมีสวย มีน่ารักกันทั้งนั้นล่ะ
- พี่ตุ่มคนขายผลไม้ (รถมอไซด์พ่วง-ไม่รู้เดี่ยวนี้ยังมีรึเปล่า)ไม่ได้ขายกับสามีตัวเองนะ แต่เป็นคู่เขยกัน คือ พี่ตุ่มกับสามีจะสลับกันขายคู่กับสามีหรือภรรยาของน้องหรือพี่ตัวเองนี่แหละ (ไม่แน่ใจ) เคยถามพี่เขาแล้ว ก็ได้คำตอบว่า ถือเคล็ดผัวเมียไม่ควรขายของด้วยกัน ???
- ใครอยู่ทับแก้วต้องรู้จัก "ป้ามุก" เมื่อก่อนขายผลไม้กะข้างบนนั่นแหละ แต่หลังจากมีปากเสียงนิดหน่อย ก็แยกตัวมาตั้งร้านที่ข้างตึกกะทะกะยูเนี่ยน เอาเป็นว่าอยากรู้จักใครในทับแก้วไปถามเจ๊มุกแล้วกานนนนน(มีไรเคลียร์มุกนะฮ๊า)
- มีคนตกจากดาดฟ้า D5 (คืนหนึ่งในปี 41 เทอม 1)ลงมาโดนแทงค์น้ำบุบ (มุมตรงข้างห้องคอมมอน ทางเข้าเพชรช้อป)มีเสียงลือไปต่างๆ นานา ทั้งตายและไม่ตาย บ้างก็ว่าเป็นเด็กจากม.อื่นช้ำรักมาโดดตึก บ้างก็ว่าเป็นเด็กม.เรา เดินเล่นบนดาดฟ้าแล้วพลัดตกลงมา แต่ที่แน่ๆ หลังจากนั้นก็มีการปิดดาดฟ้า D5 เคยมีเปิดอยู่คืนนึง ให้นักศึกษาไปดูจันทรุปราคา
- ลุงโกะ คือ ชื่อของผู้ก๋อตั้งและเจ้าของ Art Avenue (ไม่รู้ว่าแกยังอยู่ไหมนะ) และเป็นชายผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงว่าชอบหม้อสาวอักษร (ทั้งที่หน้าตาดีและไม่ดี)
- ตาโกะเนี่ยยังเป็นเด็กจิตกำอีกด้วยนะ เรียนจบรุ่นเดียวกับติ๊ก กลิ่นสี และแกยังขาย postcard เป็นอาชีพเสริมอีก
- ส่วนพี่สืบ ก็เป็นเด็กจิตกำอีกคนนึง เป็นคนนครปฐม แต่เรียนจบแล้วก็ยังชอบมาว่ายเวียนในทับแก้ว โดยมีพาหนะคือจักรยานรุ่นคุณปู่ พร้อมกล้องคู่ใจ เที่ยวถ่ายรูปไปทั่ว เคยมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นอจ. ตอนหลังถ่ายจนได้ดีไปทำงานร่วมกับหนังสือโว๊คในปารีส สาวสวยคนไหนไม่ได้ถ่ายรูปกับพี่สืบเชื่อว่าไม่ได้สวยจริงต้องพิจารณาตัวเองด้วย
- พี่บอล (Scrubb) มีน้องสาวเรียนคณะอักษรฯ ชื่ออิ๊บ หน้าตาโขกกันออกมาเลย บางคนว่า อิ๊บ คือบอลตอนเป็นผู้หญิง ส่วนบอล คืออิ๊บตอนเป็นผู้ชาย !!!!
- ตอนนี้คณะอักษรมีตึกใหม่แล้ว เรียก ตึก 36 ปี ตึกของเด็กอักษร เห็นมีเเต่พวกผู้ชายเทคโนมานั่งหน้าหม้อมองสาวอักษรกันประจำ - -"
- ในสระแก้วเคยมีคนตาย5คน 3คนแรกเมื่อสามสิบปีที่แล้วเป็นเด็กสามคน คนที่สี่คนงานล่าสุดเป็นนักศึกษาเทคโนเมื่อปี51นี้เอง
- นักศึกษาเทคโนคนนี้ตายในวันเกิดของตัวเอง
- ผู้ชายอักษรหายากมาก กว่าครึ่งก็เป็นเกย์ ไม่ก็กะเทยไปเลย
- ในขณะที่ผู้หญิงอักษรก็เยอะเกิ๊นนน มากมายจนละลานตา หลายคนก็ยังค้างเติ่งอยูบนคาน หาทางลงไม่ได้ เพราะผู้ชายสมัยนี้เริ่มน้อยลงทุกวัน นอกจากนี้บรรดากะเทยในคณะก็สวยกว่าผู้หญิงกันมากมาย
- เรียนอักษรเหมือนอยู่โรงเรียนหญิงล้วน เหอเหอ
- มีความเชื่อกันอีกว่า ถ้าไม่สามารถหาแฟนได้ภายในปีหนึ่ง ปีต่อ ๆ ไปก็อย่าหวัง
- เรื่องผีในมหาวิทยาลัยมีเยอะแยะมากมาย ใครมี sense มาอยู่ที่นี่รับรองได้เจอตลอดเวลา
- คณะอักษรมีเรื่องเล่าลือในสิ่งลี้ลับตลอดเวลา เพราะเล่าลือกันว่าแต่ก่อนเป็นลานประหาร
- คณะเทคโนก็มีเรื่องเล่าเรื่อง Blue Road เฮี้ยนเหมือนกัน
- และถนนสายนี้เคยเป็นสถานที่รับน้องแสนโหดของสัดสาด
- ศาลอักษรยกศาลใหม่แล้ว เพิ่งทำการบวงสรวงไปเอง
- อาคารหอสมุดที่นี่อยู่ติดกับตึก ม.ล. ปิ่น ชั้นล่างก็ไปนั่งอ่านหนังสือได้ เงียบดีเหมือนกัน
- ทุกสถานที่ในมหาวิทยาลัยที่มีที่นั่งชิล ๆจะมีร้านขนม กาแฟอยู่เสมอ
- ชั้นล่างของหอสมุดจะมีร้านขายขนม กาแฟอยู่ด้วย แล้วก็มีโทรทัศน์มีโซฟา อารมณ์ประมาณล็อบบี้โรงแรม
- เพชรช็อปกับยูเนี่ยนตอนกลางวัน อย่าหวังว่าจะมีที่นั่งกิน แน่นอย่าบอกใคร
- บาร์นมอารมณ์ดี ตรงข้ามมหาวิทยาลัย มีกระดาษให้เขียนบอกรักกันได้ด้วย
- ตอนนี้มีร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์อยู่เยื้อง ๆ มหาลัย อร่อยมาก ไม่แพงด้วย เพราะไม่ต้องเสียค่าน้ำก็ได้ มีน้ำให้กดเติมได้ตลอด
- แนะนำร้านไทยชงตรงเต๊นท์เขียว อร่อยอย่าบอกใคร โดยเฉพาะ ชาเย็นหางโกโก้ กับชาเขียวใบหม่อน
- เด็กที่นี่แทบทุกคนต้องเคยกินไอติม ไอส์์เบิร์ก แถวองค์พระ อร่อยเพื่อสุขภาพอย่าบอกใคร คนแน่นตลอด ไปช้าอาจหมดได้ เปิดเฉพาะวันคู่
- คณะอักษรเป็นคณะที่ไม่มีว๊ากผู้หญิง มีแต่ว๊ากชาย
- คณะอักษรจะมีเทศกาลละครตลอดปี จากเด็กเอกละคร
- ใครที่ได้ไปไหว้พระพิฆเนศร์ วิ่งออกกำลังกายและให้อาหารปลาในสนามจันทร์ ขอบอกว่าคุณคือเด็กทับแก้วตัวจริง
- พระราชวังสนามจันทร์สามารถถ่ายรูปได้ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ห้ามถ่ายนอกเวลาที่กำหนด
- สี่แยกหน้าคณะอักษร เป็นสี่แยกวัดใจ ควรมองให้แน่ใจก่อนว่าปลอดภัย ไม่งั้นจะได้วัดพื้นแทน
- ตุ๊ดตู่เปรียบเป็นมาสคอตของทับแก้ว
- ใครที่เคยเรียนได้เกรด 4 มาตอน ม.ปลาย ก็สามารถมาติดเอฟที่นี่ได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
[แก้ไข] วิทยาเขตตลิ่งชัน
- พื้นที่ของ ม. จริงๆแล้วเป็นของศูนย์มานุษย์!!! (จริงๆเเล้วไม่ใช่ สมัยก่อนศูนย์มานุษย์เคยอยู่ในความดูแลของศิลปากรมาก่อน แต่ตอนนี้โอนให้รัฐไปแล้ว...)
- ว่ากันว่ามี ตุ๊ดตู่ อาศัยอยู่ใต้บันไดทางขึ้นศูนย์มานุษย์ จะเห็นได้ว่าโดน จนท.เอาอิฐมาปิดช่องตัดตอนแล้ว
- ดุริยางค์เรา ทำทุกสิ่งให้เป็นดนตรีได้ เจ๋งหว่ะ
- สันทนาการของเด็กดุ(ริยางค์)ใช้กลองชุดไฮโซซซซซซ
- เวลามีคอนเสิร์ตเจอเด็กดุไปดิ้นกันไม่หยุด มันส์กระจาย (เพราะว่าที่เล่นอยู่บนเวทีเป็นรุ่นพี่คณะ)
- กีฬายอดนิยม ปืน BB บอลลูน ซ่อนหา
- ผู้หญิงปี 1ใส่พรีทยาวถึงตาตุ่มเพราะผู้ชายคณะนี่เห็นตาตุ่มผู้หญิงแล้วจะเกิดอารมณ์
- คณะนี้ห้องซ้อมน้อยมากแต่ไม่เคยเต็ม จะเต็มเฉพาะช่วงใกล้สอบกับวันพฤหัส(เรียนวิชารวมวง)
- ลุงธีคือผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในคณะ เพราะถ้าไม่มีแกเราจะเปิดห้องซ้อมไม่ได้
- เราทําทุกอย่างกันที่ห้อง 501 แม้กระทั่งฉี่
- พี่ปูร้านข้าวจําชื่อเด็กทุกคนในคณะได้ทั่งๆที่ไม่ได้เข้ารับน้อง
- ที่คณะเรามีกล้องวงจรปิดด้วย
- ซอยหลังคณะสอนดนตรีไทยด้วย
- ใครเดินลอดป้ายบอกทางมหาลัยหน้าคณะจะไม่จบ 4 ปี
- เด็กชื่อเทพ เล่นอิเลคโทน ฟังเสียงอะไรก็เป็นโนตหมด
- ทุกคนคิดว่าเด็กดุริยางค์รวยเพราะค่าเทอมแพง แต่ที่จริงแล้วจนเพราะค่าเทอมแพงต่างหาก
- ใครอยากเข้าที่นี่ให้โกนคิ้วข้างเดียวมาสอบ
- ถ้าเจออธิการตอน 08.00 น. จะโดนเทศน์ใน lift เรื่องวินัย (ทั้งๆที่ ตรูที่เรียบร้อยทุกอย่างแล้วนะ)
- ชั้น 3 ตึก VATEL มีโรงงานนรก ทำเบเกอรี่ ตั้งแต่ 07.00-17.00 น.
- ชั้น 5 ตึก VATEL มีแต่ขี้บุหรี่
- ชั้น 8 ตึก VATEL คือโรงนอน
- ถ้าอยากได้อะไร ให้ไปขอความช่วยเหลือได้ทื่พี่จุ้ง และป้าแก้ว ซึ่งแกจะอยู่กับเราในเวลาที่เราต้องการ (จิงรึวะ???)
- เป็นที่ที่เด็กต้องหยอดตังกินน้ำตู้ มาตั้งบริการกันที่หน้าห้องเรียนเลย
- เลยทำให้เด็กที่นี่ ไม่ได้กินน้ำเปล่ากัน
- พี่กิ๊บ กับ พี่เจ้น Vatel เต้นมันมากมายชอบคับ ^^
- เด็ก Vatel ใส่สูทแล้วหล่อน่ารัก
- เรียน Vatel มีเรียนเทสไวน์ ควรรู้ limit ตัวเองนะค่ะ =="
- ห้องเรียนคือห้องวิ่งไล่จับ
- การละเล่นของเด็ก VATEL คือกระโดดหนังยาง
- ร้านเหล้าประจำของคนที่นี่คือร้าน รามิล
- เชฟจิล คือบิดาที่ควรเคารพของเด็ก VATEL
- ที่ Vatel มีอาจารย์มาจากมาดากัสการ์ด้วยนะ
[แก้ไข] วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี
- หลังมอเป็นแหล่งอาหารการกินที่อร่อยที่สุด ของวิทยาเขต มีหลายร้าน ที่เร็วสุดต้องร้านคุนสุ เด็กสัดสาดชอบกิน
- คณะวิทยาการจัดการเป็นคณะที่ 12 ของมหาวิทยาลัย
- เป็นคณะแรกที่มาเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตเพชรบุรี แต่ไม่ใช่คณะแรกของวิทยาเขต
- คณะแรกก็คือคณะสัตวศาสตร์ และเป็นคณะที่ 11 ของมหาวิทยาลัย
- คณะวิทยาการจัดการไม่มีว๊าก แต่เขาเรียกว่า บ่ม
- วิทยาเขตเพชรบุรีมีสัตว์สัญลักษณ์คือ งูกะปะ แต่พักหลังๆ หมาเยอะมากก
- ปี 2545 เป็นปีแรกที่เปิดสอนคณะวิทยาการจัดการ และเปิดวิทยาเขตเพชร และปีนั้นช่อง 7 นำละคร น้ำใสใจจริง เวอร์ชั่น ศรราม มาฉาย
- สมัยนั้นร้านข้าวมีแค่ร้านเดียว และทำกับข้าวได้สุดยอดมาก
- หลายคนนึกว่ามาอยู่ที่วิทยาเขตนี้จะทำให้ผอม แต่ทุกคนคิดผิด นศ หลายคน มีน้ำหนัก แตกต่างไปจากตอนเข้ามา ในทางมากขึ้น
- เพราะส่วนมากมันไม่มีอะไรทำ จึงทำให้ กินๆ และ กินๆ
- คณะวิทยาการจัดการเคยเป็นแชมป์ ฟุตบอล เฟรชชี่เกมส์ เมื่อปี 45
- โดยใช้นักเตะเพียง สิบ คน
- คณะวิทยาการจัดการเคยออกไปแข่งฟุตบอลกับวิทยาลัยเกษตรเพชรบุรี ผลปรากฎว่า 13-1
- ปัจจุบัน ผู้รักษาประตูของทีมวิทยาการจัดการ คนนั้น ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว
- น้ำเหลืองคือปัญหายอดฮิตของ วิทยาเขตเพชร เมื่อตอนปี 45 บวกกับ ไฟดับ
- ปีแรกของการเปิดวิทยาเขตเพชรบุรี นักศึกษา หยุด อาทิตย์ กับ จันทร์
- อิฐ คือ นศ คนแรกที่โดนรีไทร์ ของ คณะวิทยาการจัดการ
- เหตุผลที่โดนรีไทร์ มาจากไม่มาแก้ i เนื่องจากติดแข่งบาสหมู่บ้าน
- เทอมต่อมายังอุตส่าห์มาเข้าหอ แต่เริ่มสงสัยว่าทำไมตัวเองลงทะเบียน และยังอุตส่าห์เข้าเรียน
- จนหัวหน้าภาคเรียกเข้าไปแจ้งที่ได้ทราบความจริง พร้อมแจกคู่มือลงทะเบียนเรียน ภาคต่อเนื่องแทน
- ปัจจุบัน อิฐ ทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ หุหุหุหุ
- กิ๊ก คือ นศ คนแรกที่ซื้อซิม ออเร้นจ์(ทรูมูฟภายหลัง) ด้วยต้องขึ้นไปโทที่หอชั้น 5 ถึงมีสัญญาณ
- ในวิทยาเขตเพชรบุรี ไม่มี เซเว่น โลตัส แต่เรามี ร้านพี่เหมี่ยว ที่เราสามารถ อัพเดทข่าวว่าใครชอบใคร และฝากของให้กัน
- นศ. รุ่นแรกมักจะใช้บริการโทรสั่งเหล้า จากร้านมาส่งตรงหน้ามหาวิทยาลัย
- 2 ปีต่อมา การซื้อหาสิ่งของเหล่านี้แสนง่ายด้วย เพราะใช้บริการไซด์คนงานสร้างหอ
- ผู้บริหารวิทยาเขตท่านหนึ่ง เคยกล่าวติดตลกว่า จะให้เบียร์ช้างมาเป็นสปอนเซอร์สร้างหอ
- ป้ายมหาวิทยาลัยที่ติดวิทยาเขตเพชรบุรีอันแรก เป็นป้ายเดียวกับที่ติดที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ตอนเริ่มแรก
- คณะที่ ไอซีที เป็นคณะที่ 3 ของวิทยาเขต และเป็นคณะที่ 13 ของมหาวิทยาลัย
- ฟุตบอลคู่เอกของที่นี้คือ ไอซีที พบ จัดการ ความมันส์ระดับ 5 ดาว
- เคยมีกลุ่มผู้มีอิทธิพล ลักลอบมาเปิดโต๊ะบอลในมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายเจอพิษ แทงก่อนจ่ายที่หลัง สุดท้ายปิดกิจการไป
- คู่ เบนฟิก้า กับ แมนยู แชมป์เปี้ยนลีก 2005 ทำให้ผู้มีอิทธิพลเหลานี้รวยกานเป็นแทบๆๆ
- สาขาการจัดการชุมชนเป็นสาขาเดียว ในคณะวิทยาการจัดการ ที่จ่ายค่าหน่วยกิต อัตราปรกติ
- หนองจิกเคยเป็นที่จัดงานลอยกระทงในช่วงปีแรกๆๆ
- ต่อมาย้ายไปจัดงานลอยกระทง ที่หน้ามหาวิทยาลัย
- ตั้ม ไอซีที เป็นคนแรกของฝั่งเพชรที่ชนะการประกวดดาวเดือน โดยแสดงความสามารถพิเศษ คือ การยิ้ม !
- วิทยาเขตเพชรบุรีเป็นสถานที่ตั้ง องค์พระพิฆเณศ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
- ขณะนี้กำลังระดมทุน เพื่อมาสร้างเทวาลัยให้พระพิฆเณศ เป็นห่วงท่านจัง ตากแดด ตากฝน
- กระดานหมากรุก เป็นสัญลักษณ์ของ คณะวิทยาการจัดการ
- ปุ่มพาวเวอร์ เป็นสัญลักษณ์ของ คณะไอซีที
- เกาะทะลุ จังหวัดประจวบ เป็นสถานที่รับน้องสาขาท่องเที่ยว
- แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เนื่องจากแพงเกินไป และก้อตอนรับน้องรุ่น5 เกือบติดอยุ่บนเกาะเพราะพายุเข้า
- เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พอขึ้นฝั่งมาได้ ระหว่างทาง รถบัสฉิ่งฉาบที่เช่ามา วิ่งอยู่ดีๆ เพลาหลุด!!!
- สาขาท่องเที่ยว จัดงาน Bye Nior กันตอนเทอมแรก
- การเตะบอลใต้อาคารเรียนหลัง4ทุ่ม เป็นเรื่องปกติของนักศึกษาทั้ง3คณะ ทั้งๆที่มีแค่ใต้อาคารเรียนแบ่งได้สนามเดียว(รอกันไป)
- เสาโกล์ที่ตั้งอยู่ใต้อาคารเรียนสมัยก่อน ถูกสร้างขึ้นจาก คนงานสร้างตึกวิทยบริการ
- โดยคุณปัด และ คุณแจ้ เป็นผู้เข้าไปเจรจารว่าจ้าง
- ปัจจุบันเสาโกล์อันนี้น่าจะถูกย้ายออกจากใต้อาคารเรียนรวมแล้ว
- สมัยก่อนตึกวิทยบริการเป็นรังนอนของขี้เมาที่เข้าหอไม่ได้
- สมัยก่อนช่วงหน้าหนาวหมอกลงจัด ประมาณดึกๆ เกิดปรากฎการณ์ ตึกหายเพราะหมอกบัง
- อยากเช็คระดับหน้าตา ให้ไปถามเฟี๊ยต
- อยากอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ภายในมอ ให้ไปได้ที่ร้านพี่เหมี่ยว ข่าวเด่น ประเด็นร้อน 555+
- เด็กจัดการรุ่น 1 บางคนเคยใช้ที่ฉีดก้นอาบน้ำมาแล้วที่อาคารเรียนรวม
- ที่ๆโรแมนติกที่สุดในตอนนั้นคือ ริมหนองจิก เดินจีบกัน น่าหมันไส้ 55+
- เวลากลับรถเข้า มอ ต้องไปกลับรถไกลเกือบๆ ถึงประจวบ
- หมาประจำหอ 1 คือ ไอ้ย่น
- หมาตัวแรกของวิทยาเขต คือ เจ้าโจเซฟ
- หลังจากเปิดเทอม ภาคปลาย ปี 2545 เจ้าโจเซฟ ก็ตาย
- ใครหลายคนรู้ว่า ไอซีที กับ จัดการ ไม่ถูกกัน
- แต่น้อยคนจะรู้ว่า มันเป็นเรื่องของคนบางคนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องระหว่างคณะ
- ล่าสุด สถานะการณ์ระหว่างสองคณะนี้ มีความรักใคร่กันดี
- สมัยเปิดวิทยาเขตใหม่ๆ การเบิกเงินต้องใช้วิธี ทิ้งบัญชีไว้ที่เจ้าหน้าที่หอ แล้วจะไปเบิกให้
- หรืออีกวิธี นั่งรถตู้ไปกดหัวหิน
- เจ๊ อรลี่ คือ เจ้าหน้าที่หอคนแรกที่อยู่ประจำ
- แต่คนแรกๆจริงๆที่อยู่ตอนเข้าหอวันแรกสุดของวิทยาเขต นั้นจะเป็นอีกคน จำไม่ได้ แต่ผมยาวๆๆ มาจากทับแก้ว
- สาขาชุมชนมี พิธีเทียน เอาไว้รับน้องใหม่
- เป้ จัดการ เป็น นศ.คนแรกที่ตกตึก จากหอชั้น 2 เอิ๊กๆๆๆ
- สะพานลอยหน้าวิทยาเขต แต่ก่อนเป็นที่นิยมมาก พอเปลี่ยนทางเข้า สะพานลอยก็ร้าง เหอๆๆ
- เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่ง ข้ามสะพานลอยแห่งนั้นและโดนโจรสะพานลอยไล่จี้
- มีข่าววงในเล่ากันว่ามีกลุ่ม นศ ลงขันก็ว่าจ้าง โจรผู้นั้น 5555555555555 (ล้อเล่นน่า)
- สมัยก่อน สามารถใส่ชุดนอนเพื่อไปเรียนวิชาคอมพ์ ที่ห้องคอมได้
- รู้หรือเปล่าว่า สายไฟเบอร์ออพติกที่ในมอนั้น ราคา กิโลละล้าน แต่เน็ทตอนนี้ห่วยมาก ถึงมากที่สุด
- มีการติววิชา คอมเบื้องต้น ให้กับคนทั้งสาขา ในสาขาชุมชน โดยนักศศึกษาทำกันเอง
- ไส้กรอกชีส พี่เหมี่ยว อร่อยโคตรๆ
- มีการหยุดการเรียนการสอน เมื่อมีการถ่ายทดบอลโลก ปี 2002 คู่ระหว่าง อังกฤษ กะ บราซิล
- ร้านขายของชำในม.งดขายข้าวสาร กับไข่ไก่ ให้นักศึกษา เพราะเกรงว่าเด็กจะทำอาหารในห้อง (เรื่องจริง)
- พักหลังๆ มีทุกสิ่งขายบนหอพักแล้ว โดยนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไข่เจียว ผัดมาม่า ยำ ลวกจิ้ม อาหารตามสั่ง! ขนม นม เนย น้ำอัดลม บุหรี่ ตุ๊กตา พระเครื่อง โอ๊ยเยอะจัด
- ผู้ชายไม่เคยมีหอพักที่แน่นอนเป็นของตัวเอง โดยย้ายไปหอนั้น หอนี้ ทุกเทอม!!
- หอพักชายไม่มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรีญ เนื่องจากพี่แป้น(ผู้รับเหมาเรื่องซักผ้ารายเดียวในมอ) งอน เพราะมีมือดีงัดตู้เก็บเหรียญ ตลอดจนแอบซักฟรีด้วยวิธีต่างๆ นาๆ
- จึงเกิดอาชีพใหม่ คือ บริการซักผ้า ในหอชาย
- ช่วงปิดเทอม (ทั้งต.ค.และเม.ย)ใครที่ยังมีชีวิตอยู่ในมหาลัย (โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และอาจารย์) ต้องระวังสุนัขในม.ให้ดี เพราะพวกมันจะอดอยากสุดๆ
- ร้านน้ำพี่เก๋ในโรงอาหารอาคารเรียนรวมอยุ่ยงคงกระพันมาแต่ไหน แต่ไร แต่ร้านข้างๆ จะเปลี่ยนเจ้าไปทุกๆเทอม
- ร้านข้าวป้ากัน แต่ก่อนเคยขายเด็กที่ โรงอาหารหอ เป็นเจ้าที่ขายดีมาก อร่อยมาก แต่ได้ย้ายกิจการไปที่ เรียนรวม และมีร้านส้มตำมาแทน
- ร้านส้มตำที่มาแทน แกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เสียงดังมาก ตะโกนเรียกเด็กให้มารับอาหารซะอายกันไปข้างนึงเลย
- ป้ากันขายข้าวมันไก่ หมูแดง หมูกรอบ และข้าวราดแกง แทนอาหารตามสั่ง แต่ก็ยังสั่งอาหารได้
- มีลานอาหารใหม่ในมอ ริมสระน้ำโรงอาหาร มีป้าขายไก่ทอดที่ไม่ค่อยจะกินเส้นกันด้วย
- ร้านอาหารที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในมอ คือ ร้านป้าปริก อาหารอร่อยดี แต่รอคิวนานหน่อยนะ แกบรรจงตักแต่ละอย่างอย่างละเมียดละมัย (กลัวจะตักมากไป เลยเขี่ยๆ เขย่าๆ นานไปหน่อย)
- ลืมบอกไป ใครท้องผูกเชิญมากินอาหารร้านป้าแกได้ เป็นยาระบายอย่างดี เอ๊ะ หรือยาถ่ายดีน้า...
- วิทยาลัยนานาชาติ Vatel ย้ายไปอยู่ตลิ่งชันแล้ว
- การจัดการเลยเปิด สาขา โรงแรม Viridain มาแทนที่ มีบุฟเฟ่ ทุกวันศุกร์ 79 บาท
- ถ้าอาหารบุฟเฟ่ มาลงอย่าเกรงใจ รีบตักซะ เด๋วหมด
- มีตึกยานยนต์ของคณะยานยนต์(รึเปล่า) มาตั้ง แต่เด็กไอซีทียึดเป็นที่เรียน Drawing และทามงานไปแล้ววว
- ตึกคณะโบราณคดีสร้างไว้ ให้ใช้ 1 ครั้งใน 1 ปี หนุ่มๆ ทุกคนรอคอยว่าเมื่อไหร่สาวโบราณจะย้ายมาซะที
- เด๋วนี้หนอกจิกแคบลง ใมีการสร้างบ่อบำบัด แต่มีการขุดเขื่อนกลาง ม. แทน
- เขื่อนกลาง ม. อยู่หลังตึกสัตวศาสตร์ ซึ่งคงใช้น้ำจากเขื่อนไปทำการเกษตรหล่ะมั่ง
- กล้วยใน ม. เยอะมาก แต่ถ้าจะรอจนสุกและมาขโมย มันจะหายไปก่อนทุกทีเลย
- เค้าว่ากันว่า ยังมีวิญญาณวนเวียนอยู่แถวๆ หอ 1 และหนองจิก
- เค้าว่ากันว่า เป็นวิญญาณของรุ่นพี่ คนหนึ่ง
- ซึ่งห้องน้ำชายในเรียนรวมฝั่งทางออกไปหอ 1 มีห้องปิดตาย และถ้าใครเข้าคนเดียวตอนดึกๆ ฝาชักโครกจะหล่นมาเอง
- ตึกโอท๊อบ ไม่ได้ใช้แสดงสินค้าโอท๊อบ แต่ ICT มักใช้จัดงาน สังสรรค์ รื่นเริง
- เด้กสัตวศาสตร์จะจัดงานในตึกของตัวเอง
- เด็กจัดการ ไม่รู้ว่าไปจัดที่ไหน ไม่ค่อยเห็นเลย
- จัดการมีสาขามากที่สุดและกำลังจะเพิ่มขึ้นทุกปี
- วิทยาเขตนี้เป็นวิทยาเขตสารสนเทศ แต่เหมือนวิทยาเขตเพื่อการเกษตรมากกว่า
- กำลังเริ่มมีการสร้างถนน และสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ
- ซึ่งนั้นทำให้ เรียนรวม 2 ที่สร้างมาตั้งแต่ ปี 48 ไม่เสร็จสักที
- ช่วงนี้ ปี 50 เทอม 2 ลุกหมาเยอะมากๆๆ เย็นๆจะมีสาวๆ มาให้อาหารลูกหมา
- ซึ่งหมาที่แก่แล้ว ก็ต้องใช้ความสามารถในการอ้อน เสียยสี ถูไถ เพื่อให้ได้ของกินเอาเอง
- แมวลดลงเยอะมาก จะพบเห็นได้แค่ที่ เรียนรวม ชั้น 3 และบางที ที่ไม่มีหมา
- มีร้านอยู่หลัง ม. ในเขตมหาลัย เค้าเรียกกันว่า ป้าเมา เพราะขายเหล้า เบียร์ และอื่น ให้นักศึกษา สังสรรค์กันเต็มที่
- นอกจากนั้น ป้าแกยังหน้าตาเมาๆ ปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว เหลือแต่ตัว ร้านให้ีำีรำลึกถึงเท่านั้น
- แต่ก่อนหลัง ม เคยมีร้านอาหารฝรั่งโดยป้าแก้ว ป้าแกเป็นผู้ชายนะ ตอนนี้ย้ายกิจการไปอยุ่พัทยาแล้ว
- หลัง ม ตอนนี้คึกคักมาก มีซูชิ บะหมี่ หมูย่าง ข้าวหลาม ไส้กรอก ร้่านนม หอดทอด ผัดไำทย ส้มตำ และอื่นๆอีกมากมาย
- แต่ก่อนเคยมีกิจการร้านค้าในทางที่จะไป เว็บสเตอร์ แต่เพราะมีคนยิงกันตาย จึงทำให้ย้ายศูนย์กาีรค้าต่างๆมาทางลานดิืนเยื้องหลัง ม ไปนิดๆ
- เว็บสเตอร์เป็นมหาลัยนานาชาติที่เปิดอยู่ใกล้ๆ ถ้าใครเคยไปจะรู้ว่า มันเหมือนจะไม่มีคนเลย นอกจากยาม
- ยามบอกว่า เด็กที่นี่พักที่ หัวหิน จะมาเรียนช่วงเช้า ใครจะไปจีบสาวๆอินเตอร์ต้องไปตอนเช้านะ
- เค้าว่ามีร้านลับ ซึ่งเป็นผับของเด็ก Vatel (ไม่รู้ตอนนี้ยังอยู่รึป่าว สมัยนั้นไปเมากันเกือบทุกคืน อิอิ)
- ปัจจุบันไม่มีแล้วเพราะนานาชาติเค้าย้ายไปตลิ่งชัน
- อักษรย่อ ด.อดูดเจ้าของผับ มีชื่อในบัญชีดำมหา'ลัย
- ถ้าขี่จักรยานเข้าซอยหลัง ม ไปเรื่อย ว่ากันว่า อาจจะโผล่แถวพม่าได้
- เด๋วนี้มีรถสองแถวไปหัวหิน หรือใครจะแว้นไปก็มีรถเครื่อง(จักรยานยนต์ให้เช่า)
- เค้าว่าพี่พยาบาลอ้วนๆ ดุมากๆๆๆๆๆๆๆ แต่พอมีลุกปุ๊ปก็ใจดีขึ้นซะงั้น
- พี่เจน คุมหอชาย สนิทกะเด็กชายทุกคน
- เด็กชายที่อยู่ หอ 5 - 6 ต้องเดินอ้อมหอ ออกมาซื้อของร้านพี่เหมียว เพราะประตูหลังไม่เปิด
- ถ้าเปิดจะเปิดเฉพาะตอยแม่บ้านทิ้งขยะตอนเช้า ให้สังเกตตรงช่องกลางบันไดดีๆ
- ขณะนี้หอชายกลับไปอยู่หอ 2 เหมือนเดิมแล้ว และหอ5-6 กลายเป็นหอหญิงโดยปริยาย ((พี่คุมหอบอกมา))
- ร้านขนมจีนเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ในปี50 ย้ายมาจากโรงอาหารเรียนรวมด้วยคำเชิญชวนของป้าขายไก่ร้านข้างๆ
- แต่ปัจจุบัน ท่านไม่ถูกกันแล้ว (อันนี้เขาเล่ามาอีกที)
- อ่อร้านหนมจีนเหมือนจะสนิทกับนักศึกษาทุกคน ทั้งที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่ถึงปี อืม
- นักศึกษาคณะไอซีที มีชื่อประจำคณะทุกคน ยกเว้นรุ่น1-3มีเฉพาะบางคน
- ฉะนั้นถ้าถามหาชื่อเล่นจริงๆ จะหายาก แต่ถ้าถามหาชื่อในคณะ จะเจอง่ายกว่า
- ตอนนี้ร้านคุณสุ ไม่อยู่แล้ว เพราะแม่แกป่วย มีร้านก๋วยเตี๋ยวจากร้านส้มตำข้างๆมาเปิดแทน (แล้วเราจะไปกินที่ไหนกันดี)
- ร้านลุงป้าหลัง ม.ให้ข้าวเยอะมาก พร้อมทั้งกับด้วย บางทีถ้าไปกินช่วงวันเสาร์ ที่คนกลับบ้านเยอะๆอาจได้กินกับข้าวฟรี 1 อย่าง
- คณะไอซีทีไม่มีตึกเป็นของตัวเอง แต่มีอาคารยานยนต์ที่ตอนนี้เรียกว่าโรงปั้น
- ภายในมีห้องมากมาย แต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การทำงานตั้งแต่ดินสอ ยัน เลื่อยตัดไม้
- หาอะไรไม่เจอให้ไปหาในโรงปั้น (เฉพาะเด็กไอซีที)
- เด็กไอซีทีมีโต๊ะประจำตำแหน่งทุกคน สังเกตจากชื่อบนหัวมุมโต๊ะดรออิ้ง เริ่มใช้ตั้งแต่รุ่น4 แต่ไม่รู้จะถึงกี่รุ่น
- แต่โต๊ะนั้น เป็นทั้งโต๊ะดรออิ้งและโต๊ะปั้น
- คนคุมตึกที่นี้ดุมาก ถ้าไม่เชื่อถามหมาประจำคณะชื่อ น้ำมันเครื่องดู ดุจริง (คณะเรียกว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน)
- น้ำมันเครื่อง เป็นหมาที่เชื้อง สำหรับเด็กไอซีที สังเกตมันจาก มีรอยน้ำมันเปื้อนอยู่ที่หลังมัน
- ปัจจุบันมีหมาบางตัวพยามเลียนแบบแต่ไม่เหมือน (ขนาดหมายังก๊อบ)
- หมาในช่วงปิดเทอมจะดูหิวโซ ขนาดที่ดูระยะ 100 เมตร จะคล้ายไฮยีน่า
- กลางปี 51 น้ำมันเครื่องเคยถูกโยนตกลงมาจากชั้น 3 อาคารเรียนรวม ปัจจุบันหายเป็นปกติแล้ว (อึดมาก)
- ปี 50 เป็นปีแรก ที่มีเน็ตนอกมาให้บริการ คือบริษัทแคทเทเลคอม
- เราเรียกกันสั้นๆว่าเน็ตแคท แต่เวลาอารมณ์เสีย จะเรียกเน็ตแมว กับ ..แมว (เติมเอาเอง)
- ปัจจุบันเน็ตหอ แรง กว่าเน็ตนอก แต่เน็ตหอหลุดบ่อยกว่า (แต่ช่วงคนอยู่หอน้อยๆจะเป็นอะไรที่เพลิดเพลินมาก)
- ห้องสโมสรนักศึกษาประจำวิทยาเขต อยู่ที่โรงยิมด้านขวา เก่าได้ใจ(น้อยคนนักที่จะรู้)
- ภายในห้องไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ มีแค่โต๊ะ2ตัวกับเก้าอี้ ไว้นั่งประชุม มีจอคอมที่ไม่มีเคสอยู่1เครื่อง
- ห้องใต้โรงยิม ได้ใช้แค่ตอนช่วงรับน้อง โดยเฉพาะวันกีฬาเฟรชชี่ประจำวิทยาเขต
- คณะไอซีที มี อดีตรอง นางสาวไทย ด้วยนะ ชื่อพี่น้ำตาล น่ารักดี
- ตั้งแต่พี่เขาได้เปนรองนางสาวไทย หาตัวยากม๊ากกกกก
- อ๊อ..พี่เขาเรียนออกแบบน่ะ..อิอิ
- ปี50 ICT รุ่น3 เป็นแชมป์บอล 4 คนกับ 7 คน (เก่งจ๊าดดด)
- แต่เทอมหน้าต้องย้ายมาเรียนในกรุงเทพฯ ทำให้อดป้องกันแชมป์
- ทุกปีมักมีเรื่องสยองขวัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ( ไม่รู้มีคนตายเพิ่มตั้งแต่เมื่อไร หรือวิญญาณเพิ่งนึกได้ว่าต้องออกมารับน้องใหม่ )
- ICT รุ่น 6 เรียกผีว่า "Something" มักพบได้ทั่วไป (Someone ไว้เรียก MIB)
- กิ้งกือเป็นสัตว์สงวน มีที่อยู่ประจำคือล้อจั๊ก ยกเว้นจะพบผู้พิทักษ์กิ้งกือ
- ผู้พิทักษ์กิ้งกือ เป็นผู้หญิง เรียนอยู่คณะไอซีที สาขาธุรกิจ ชื่อในคณะคือ...."ดูยัง...?" (ความฝันในอนาคตคือเปิดฟาร์มกิ้งกือ?)
- ICT ออกแบบ ถนัดในการเปิดฟาร์มปลา และหมา มีความใฝ่ฝันสูงสุ