มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงครามเดิมชื่อ วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม
เนื้อหา |
[แก้ไข] เรื่องทั่วไป
ประวัติของมหาวิทยาลัย
มีประวัติค่อนข้างยาวนับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2464 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาเปิดโอกาสให้ ประชาชนทุกคนได้เรียนหนังสือ ความต้องการครูเพิ่มขึ้น มณฑล พิษณุโลก จึงผลิตครูโดย เพิ่มหลักสูตรวิชาชีพครูขึ้นใน โรงเรียนประจำมณฑลพิษณุโลก “พิษณุโลกพิทยาคม” ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และมัธยมศึกษาปีที่ 6เมื่อสำเร็จ แล้ว ทางราชการ จะบรรจุให้เข้ารับราชการครูทันทีได้รับวุฒิปรกาศนียบัตรประโยคครูมูล
พ.ศ.2469 มณฑลพิษณุโลก ได้รับงบประมาณจากกระทรวงธรรมการ สมทบกับเงินบริจาคของพ่อค้าประชาชนในจังหวัด พิษณุโลก สร้างอาคารเรียนโรงเรียนฝึกกหัดประจำมณฑลขึ้นในที่ดินพระราชวังจันทน์ (โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมปัจจุบัน) เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชายและได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวขอพระราชทานนามโรงเรียนและเชิญ เสด็จมาทรงเปิดอาคารเรียน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนาม โรงเรียนว่า "โรงเรียนพิษณุวิทยายน" และเสด็จพร้อมสมเด็จพระบรมราชินีรำไพพรรณี มาทรงเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2469 เวลาประมาณ 15.30 น. ในใบประกาศนียบัตรที่กระทรวงธรรมการออกให้นักเรียนที่เรียนจบ ใช้คำว่าโรงเรียนฝึกหัดครูมณฑลพิษณุโลก "พิษณุวิทยายน" ต่อมาโรงเรียนนี้ได้ย้ายสถานที่และไฟไหม้อาคารที่ย้ายไปใหม่ ทางราชการจึงสั่งยุบโรงเรียน
พ.ศ.2476 กระทรวงธรรมการเปิดแผนกฝึกหัดครูขึ้นในโรงเรียนสตรีประจำมณฑล พิษณุโลก (โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ในปัจจุบัน) จัดการศึกษาหลัดสูตรประโยคครูมูล (ครู ป.) หลักสูตรประโยคครูประกาศนียบัตรจังหวัด (ครู.ว) และหลัดสูตร เป็นประกาศนียบัตรครูประชาบาล (ป.ป.) มาตามลำดับ ครั้น พ.ศ. 2486 แผนกฝึกหัดครูและโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ได้ถูกแยกออกมาเป็นอีก โรงเรียนหนึ่งได้ชื่อว่าโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพิษณุโลกโดยที่กิจการแยกกันสถานที่ยังใช้รวมกัน อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 2476 โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูขึ้นอยู่กับกรมวิสามัญศึกษา
พ.ศ.2497 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้น จึงโอนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพิษณุโลกไปสังกัดกรรมการฝึกหัด ครู และปรับปรุงหลักสูตรเป็นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา(ป.กศ.) และใน พ.ศ. 2498 รัฐบาลได้สร้างโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ขึ้นมาใหม่ ในที่ตรงข้ามกับแม่น้ำโรงเรียนเดิม แต่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีได้ย้ายมาอยู่ ณ ที่แห่งใหม่ ราชการจึงยกโรงเรียนใหม่ ให้แก่โรงเรียนสตรีฝึกหัดครู
1 มิถุนายน 2499 โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูได้แยกจากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีไปตั้ง ณ ที่แห่งใหม่ ถนนวังจันทน์และ เมื่อ 23 มิถุนายน 2499 ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม เปิดรับนักศึกษาแบบสหศึกษา นักเรียนหญิง อยู่ประจำ นักเรียนชายเดินเรียน นับแต่นั้นมาโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามก็เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ได้ขยายเนื้อที่ดิน ของโรงเรียน การช่างชายซึ่งอยู่ติดกันทำให้มีเนื้อที่เท่าขนาดเนื้อที่ปัจจุบัน คือ 40 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา และยังได้เนื้อที่ ไปฝั่งตรงข้ามใน ที่ดินของกองทัพอากาศ จำนวน 120 ไร่ (มหาวิทยาลัยนเรศวรขอใช้ในระยะแรก ปัจจุบันใช้แง่กฎหมายเพื่อให้เป็นของตนเอง แต่ในที่สุด มหาวิทยาลัยนเรศวรแบ่งได้ไปประมาณครึ่งหนึ่ง แทนการขอใช้แบบก่อน แต่ก็สมควร เพราะเจ้าของก็ไม่เห็นทำอะไรให้เป็นประโยชน์)
ในปี พ.ศ. 2504 ได้ยกฐานะเป็น วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ต่อเนื่องประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา(ป.กศ.)
ต่อมาได้ผลิตครูยามฉุกเฉินหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) เปิดสอนในภาคนอกเวลา เรียนระหว่าง 17.00 น. – 20.00 น. ในวันราชการและเปิดหลักสูตรปริญญาตรีวิชาชีพครูภาษาไทย ใน พ.ศ. 2517
พ.ศ.2518 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู โดยมีสภาการฝึกหัดครู ทำหน้าที่กำหนดนโยบายควบคุมการ บริหารงานในวิทยาลัยครูทั่วประเทศแล้วเปลี่ยนชื่อตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษา เป็นอธิการวิทยาลัยครู การบริหารงานของ วิทยาลัยฯ จัดเป็นคณะวิชาและสำนักหรือศูนย์ที่เทียบเท่าคณะวิชา
พ.ศ.2519 สภาการฝึกหัดครูประกาศให้หลักสูตรการฝึกหัดครูฉบับใหม่ยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา(ป.กศ.) จัดการศึกษา 2 ระดับคือ ระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และระดับปริญญาตรีผู้สำเร็จระดับปริญญาตรี ได้ครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) งดรับนักศึกษานอกเวลาและเปลี่ยนเป็นเปิดการสอนภาคต่อเนื่องในระดับประกาศนียบัตร วิชาการ ศึกษาชั้นสูงในเวลาเรียนระหว่าง 17.00 น.- 20.00 น. ในวันราชการ
พ.ศ.2522 เริ่มโคงการอบรมครูและบุคลการการศึกษาประจำการ (อคป.) โดยเปิดอบรมบุคลากรการศึกษาประจำการ ในวันเสาร์ – อาทิตย์ ทั้งระดับ ป.กศ. ป.กศ.ชั้นสูง และปริญญาตรีและการยกเลิกการฝึกหัดครูภาคต่อเนื่อง
พ.ศ.2524 วิทยาลัยครูได้รับอนุมัติจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ทุ่งทะเลแก้ว จำนวน 1,000 ไร่ เพื่อเตรียมขยายวิยาลัยออกไป โดยมีโครงการใช้ที่ดินระยะแรก 40ไร่
พ.ศ.2527 มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครูสามารถเปิดสอนปริญญาตรีสาขาวิชาการอื่นได้ และวิทยาลัยได้จัดตั้ง วิทยาลัยชุมชนในบริเวณทุ่งทะเลแก้ว โดยเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรเทคนิคอาชีพ (อ.วท.)ยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตร เทคนิคอาชีพ(ป.ทอ.)
พ.ศ. 2530 เลิกโครงการอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อคป.) เปลี่ยนมาเป็นโครงการศึกษาสำหรับ บุคลากรประจำ(กศ.บป.) แทน ทั้งระดับอนุปริญญา และปริญญาตรี เรียนในวันเสาร์ – อาทิตย์
14 กุมภาพันธ์ 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ “พระราชทานนาม” สถาบันราชภัฏ แก่วิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม จัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538
15 มิถุนายน 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พุทธศักราช 2547 และได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อ วันที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2547 แล้วนั้น ยังผลให้สถาบันราชภัฏพิบูลสงครามได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พุทธศักราช 2547 .....จบ....
- สรุปแล้วมหาวิทยาลัย...มี 3 วิทยาเขต....
- วิทยาเขต แรก ตรงถนนสนามบิน...รก ร้าง...ไม่รู้ จะ แย่ง อะไร กับ ม.นเรศวร(หัวหมอ)
---ม.นเรสวรมันมาแย่งเราเฟ้ย! เราเปิดมาตั้ง 70 -80 ปีแล้ว ม.นเรสวรเพิ่งมีมาเมื่อไม่ถึง 50 ปีนี่เอง ---แล้วก็เร็วๆ นี้ ที่ส่วนสนามบิน จะย้ายโรงเรียนสาธิตพิบูลฯไปไว้ตรงนั้น เอาว่าให้ติดกะสาธิตมน.(กะว่าจบจากสาธิตฯพิบูล -ประถม ก็ต่อสาธิตมน.-มัธยมเลยทีเดียว)
- วิทยาเขต 2 ที่ติดกับ วิทยาลัยอาชีวะศึกษา.เขาเรียกว่า วังจันทน์..มีคนเรียนน้อย...เป็นพื้นที่ของโรงเรียนสาธิต+บัณฑิตวิลัย
---จริงๆ แล้วมีคนเรียนที่นี่ด้วยนะ ---ครุศาสตร์ ---ภาควิชาดนตรี ---หน้าตา เหมือน วง หิน เหล็ก ไฟ...555.. ---ภาควิชานาฏศิลป์ (สาวน่ารักโคตรๆ) ---สำนักศิลป์ (ม่ายเห็นมันทำไรเลยฟะ???)
- วิทยาเขต 3 ---เรียกว่า ทะเลแก้ว ...ไม่เห็นมี ทะเล เลย
---ก้อไอ้บ่อที่ขุดกว้างๆ ไง นั่นแหละเค้าเรียกว่าทะเลแก้ววว.....
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
.....ตอนนี้ มีหลายคณะแล้วน่ะ...หอพัก ก้อปรับปรุงใหม่ หรูหรา...ชอบมากๆๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อน เขาเรียกกันว่า เล้าไก่..5555...
- หอพักที่นี่ให้เฉพาะนักศึกษาหญิง อยู่เท่านั้น ส่วน นักศึกษาชาย ให้หาที่อยู่เอง ตามยถากรรม อิอิ....
- ช่วงเวลาปิดเทอม ท่านจะไม่เห็น ร้านอาหาร หรือโรงอาหาร เปิดบริการเลยซักร้าน (ประมาณว่า แม่ค้าก็ปิดเทอม ตาม นักศึกษา)
- ถนนที่เชื่อมต่อไปยังหอพักอาจารย์ หรือ แฟลตอาจารย์ จะปิดเวลา หกโมงเย็น เพราะว่ามีอาจารย์ร้องเรียนว่าเสียงดังรำคาญรถ ผู้บริหารใจดีก็เลยปิดถนน ซะเลย
- โรงอาหารกลางหน้าหอหญิงนั้น ถ้าท่าน ข้อหัวเข่าไม่ดี อย่าคิดไปกินที่นั่น เพราะต้องปีนขึ้นชั้นสอง เดินขึ้นบันไดไปหลายขั้น หุหุ
- ยามที่ ทะเลแก้ว ชอบเปิดประตู แค่ ครึ่งเดียวตอนกลางคืน น่ารำคาญมากๆ ขับรถชนซะดี มั้ย อิอิ
- ส่วนฝั่งวังจันทน์ ไม่เข้าใจ ตอนกลางคืนจะเข้าจะออกให้ใช้ประตูทางด้านคูเมือง เเทนที่จะให้ใช้ประตูทางริมเเม่น้ำเพราะป้อมยามติดกับประตู เเล้วยามก็ขยันซะเหลือเกิน สุดท้ายคนเข้าคนออกทุกระดับชั้นก็ต้องเปิดปิดประตูเอง เพราะยามมีนโยบายว่าจ้างกุมาหลับใครจะเข้าจะออกจัดการเองโล้ด
[แก้ไข] ความเชื่อ
ของคณะมนุษย์ฯ...มีพิธีชิงธง....ใครเข้าพิธีนี้ เรียนจบ ชัวร์ๆๆๆ...แต่อย่าลืมอ่านหนังสือน่ะ ..เฟ้ย...
ไม่อ่านหนังสือ...อะไรที่ศักดิ์สิทธิ์...ก้อ ช่วยท่าน บ่ได้...เฟ้ยยยยยย ....ใครอยู่ปี 1 เขามีพิธีรับน้องใหม่....ให้ชื่อพิธีนี้ว่า รับน้องไข่.... ชอบมากๆๆ ขลังมากๆๆ...ยังเก็บไข่ไว้เลย....เน่าแล้ววว...ตอนนี้....อิอิ...
[แก้ไข] เรื่องลึกลับ
[แก้ไข] ของกิน

