มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
เนื้อหา |
[แก้ไข] มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
[แก้ไข] 100 เรื่องเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ของประเทศ
- ชื่อเดิมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ม.ธ.) คือ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ม.ธ.ก.)ที่ต้องตัดคำว่า และการเมือง ออกนั้นเพื่อไม่ให้น.ศ.ฝักใฝ่การเมืองมากไป รวมระยะเวลาที่ใช้ชื่อนี้ 18 ปี
- สถาปนาโดยท่านผู้ประศาสน์การ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโสอดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทย อดีตนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศและ กระทรวงมหาดไทยและปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ประกาศว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลกอีกด้วย
- เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่ใช้ตำแหน่งผู้ประศาสน์การ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นตำแหน่งอธิการบดี)
- ตำแหน่งผู้ประศาสน์การมีเพียงท่านเดียว คือ ดร.ปรีดี พนมยงค์เพื่อยกย่องท่านในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย
- อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยเป็นนายกรัฐมนตรี คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
- จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีก็เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วย
- วันสถาปนามหาวิทยาลัย คือ 27 มิถุนายน 2477 (ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว)
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เพราะขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
- ที่ตั้งเดิมของมหาวิทยาลัยก่อนจะย้ายไปที่ท่าพระจันทร์คือ ตึกร.ร.กฎหมาย กระทรวงยุติธรรม เชิงสะพานผ่านพิภพภพลีลา ปัจจุบันเป็นที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล
- นายจิตรเสน(หมิว) อภัยวงศ์ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงเป็นผู้ออกแบบ ตึกโดม
- ความหมายของตึกโดม คือ ตัวโดมที่เป็นรูป 6 เหลี่ยม เพราะจะได้สะท้อนถึงหลักที่ 6 ในหลัก 6 ประการของคณะราษฎรคือจะต้องให้การศึกษาเต็มที่แก่ราษฎร และ ที่ยอดตัวโดมแหลมขึ้นฟ้า เปรียบโดมเสมือนดินสอ ที่จดบันทึกวิชาความรู้และเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่รู้จักจบสิ้นเอาไว้บนผืนฟ้าอันกว้างใหญ่
- จุดประสงค์ในการก่อตั้ง คือ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงที่ให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย การเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นวิทยาการสมัยใหม่แก่ประชาชนทุกชนชั้นโดยเก็บค่าเล่าเรียนให้น้อยที่สุด
- ตราประจำมหาวิทยาลัย คือ พระธรรมจักร เกิดขึ้นในปี 2479มีความหมายว่าสถาบันแห่งนี้ยึดถือคติธรรมของพระพุทธศาสนาในการกล่อมเกลาบัณฑิตสิ่งที่อยู่กลางธรรมจักรคือพานรัฐธรรมนูญ หมายถึงการยึดมั่นเชิดชูรัฐธรรมนูญ
- สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเหลือง-แดง มีความหมายว่าเหลือง คือ ธรรมประจำจิตใจของน.ศ.แดงคือโลหิตที่ต้องอุทิศตนเพื่อประชาชน
- ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ต้นยูงทอง มีอยู่ 5 ต้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเพาะชำเอง และเสด็จฯมาทรงปลูกด้วยพระองค์เอง ยังความปลาบปลื้มมาสู่ชาวธรรมศาสตร์ จวบจนทุกวันนี้
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยมีร.ร.เตรียม เรียกว่า ชั้นเตรียมปริญญาชื่อ ร.ร.เตรียม ม.ธ.ก. (ต.ม.ธ.ก.) เพื่อผลิตนักเรียนเข้าเรียนต่อใน ม.ธ.ก. มีแค่ 8 รุ่นเท่านั้น แล้วก็ยุบไป
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยเป็นเจ้าของ ธนาคารเอเชียด้วย(เพราะตอนแรกไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐบาล จึงไม่ได้รับงบฯ)แต่ต่อมาถูกใช้อำนาจสกปรกขู่เข็ญให้มอบหุ้นทั้งหมดให้นายทหารผู้หนึ่ง (น่าเสียดายมากๆ)
- คณะเริ่มแรกตั้งแต่สถาปนามหาวิทยาลัย มี 4 คณะ คือ นิติศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์
- เพลงประจำมหาวิทยาลัยมี 2 เพลง เพลงแรกที่ใช้ คือ เพลงประจำมหาวิทยาลัยทำนองมอญดูดาว แต่งโดยขุนวิจิตรมาตรา และเพลงที่ 2 คือเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทองได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วย เพื่อจะได้ดูเป็นกลาง แต่ไม่สำเร็จ
- งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ -จุฬาฯครั้งแรก มีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2477ณ ทุ่งพระสุเมรุ สนามหลวง ผลคือเสมอกัน1-1 โดยครั้งนั้นยังไม่มีขบวนพาเหรด แปรอักษรหรือเชียร์ อย่างในปัจจุบัน
- เคยสงสัยไหมว่างานฟุตบอลประเพณีบางปีทำไมเรียก ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ บางปีเรียก จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์เพราะว่า ปีใดที่ไหนเป็นเจ้าภาพ ก็จะเอาชื่อของที่นั่นขึ้นก่อนซึ่งการเป็นเจ้าภาพ ธรรมศาสตร์ จะเป็นครั้งที่เป็นเลขคี่ เพราะเริ่มครั้งแรกที่ธรรมศาสตร์ ส่วนจุฬาฯ จะเป็นครั้งที่เป็นเลขคู่ เช่น ครั้งที่62 จุฬาฯเป็นเจ้าภาพ
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีงิ้วล้อการเมืองที่มีชื่อเสียงมาก คือ งิ้วธรรมศาสตร์ หรืองิ้วการเมือง โดยมีต้นกำเนิดจาก คณะนิติศาสตร์ แต่ปัจจุบันเรียกว่า งิ้วสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
- สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะศิลปศาสตร์ด้วย
- ปีการศึกษา 2540 พระองค์ภาฯ ทรงเข้าไปนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ยังความภาคภูมิใจมาสู่ชาวมหาวิทยาลัยเป็นล้นพ้นโดยทรงจบการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2 อีกด้วย
- หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหอประชุมที่นักศึกษาม.ธ.ในอดีตภาคภูมิใจว่าเป็นหอประชุมที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ในเอเชียอาคเนย์
- คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ได้แยกตัวออกไปเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
- มหาวิทยาลัยถูกปิดความเป็นตลาดวิชาลงเมื่อ พ.ศ.2503 เป็นระบบสอบเข้าแทน
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่จะเรียกว่าเพื่อนใหม่ เพราะถือว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถเคยเสด็จมาทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์กับนักศึกษาม.ธ.ด้วย
- ในปี 2507 มีมติจากสภาการศึกษาแห่งชาติให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเป็น มหาวิทยาลัยภูมิพลโดยให้โอนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปรวมกับม.แพทยศาสตร์(ม.มหิดลปัจจุบัน) และม.ศิลปากร แต่สมาคมธรรมศาสตร์มีมติคัดค้าน จึงไม่มีการเปลี่ยนแต่อย่างใด
- อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยควบกับตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ แต่ตามระเบียบ ก.พ. นั้นข้าราชการจะทำงานพร้อมกันทีเดียว 2 แห่งได้ แต่จะได้รับเงินเดือนอีกแห่งเพียงครึ่งเดียวโดย อ.ป๋วยเลือกรับเงินเดือนคณบดีเต็มอัตรา 8,000 บาทและรับเงินเดือนผู้ว่าแบงค์ชาติครึ่งอัตราคือ 25,000 บาทแทนนับเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ในการตัดสินใจของท่านเพื่อชาวธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่มีผู้อัญเชิญธรรมจักรบนเสลี่ยงอย่างเช่นจุฬาฯ ในงานฟุตบอลประเพณี เพราะถือว่า ธรรมจักรอยู่ในหัวใจของนักศึกษาทุกคน (ผู้ที่เดินนำขบวนอัญเชิญธรรมจักร เรียกว่า ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ฯ มีหน้าที่เชิญป้ายนามมหาวิทยาลัย ป้ายประกอบ และดรัมเมเยอร์ เริ่มมีการคัดเลือกครั้งแรกเมื่อปี 2545 โดยก่อนหน้านี้เป็นการสรรหาให้มาเดิน ผู้ที่ได้รับหน้าที่เดินนำขบวนอัญเชิญธรรมจักรคนแรก คือ นายชวน หลีกภัย) พระองค์ภาฯ ก็ทรงเคยเป็นผู้นำขบวนอัญเชิญธรรมจักร และทรงนั่งบนเสลี่ยงในฐานะพระราชวงศ์ มิใช่ในฐานะผู้อัญเชิญธรรมจักรแต่อย่างใด
- จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นผู้ก่อตั้ง คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
- วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นวันธรรมศาสตร์อีกด้วย
- โขนธรรมศาสตร์ เคยใช้เป็นการแสดงในการสมโภชน์การสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร
- ลิฟท์แดง อยู่ที่คณะศิลปศาสตร์ (เป็นที่ร่ำลือว่าผีดุ)
- ลานโพ(เป็นชื่อเฉพาะไม่มี ธ์) เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของธรรมศาสตร์และสังคมไทยนับตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 ที่ขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนร่วมกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย
- ผู้มีพระคุณในเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่ชาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะลืมไม่ได้ก็คือ แม่ค้าย่านท่าพระจันทร์และปากคลองตลาด ที่จัดทำเสบียงส่งให้ตลอด
- สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เช่าที่ดินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ที่รังสิต) เนื้อที่ 1,110 ไร่เป็นเวลา 30 ปี รวมค่าเช่า 3,000 บาท
- รถโดยสารในม.ธ.รังสิต คือ รถราง (รอนานมากๆ บางทีไม่จอดด้วย แถมคนขับก็ดุยังกะแมว)
- อาหารที่ศูนย์รังสิต แพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นมากๆ แล้วก็ไม่ค่อยมีที่ไหนอร่อยเลย
- ห้องเรียนที่ม.ธ.ติดแอร์หมดทุกห้อง ทำให้หลับสบาย อิอิ
- คณะที่เป็นขวัญใจของสาวๆ คือ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร หรือ SIITแบบว่ารูปหล่อ บ้านรวย เรียนเก่ง(คือถ้าขึ้นปี2ได้ ถือว่านายแน่มาก) เข้าง่าย ออกง่าย(โดนไทล์) แต่จบยาก
- เศรษฐศาสตร์ เป็นคณะหนุ่มหล่อของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- บัญชี รัฐศาสตร์ ศิลปศาสตร์ เป็นคณะรวมสาวสวยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- หอเอเชี่ยนเกมส์ เป็นหอมหาวิทยาลัยรัฐฯที่หรูที่สุด มีแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่นยูบีซี ลิฟท์ แล้วก็เบอร์โทรศัพท์02ส่วนตัวทุกห้อง (ต่อเนตได้สบายๆ) ค่าไฟแพงหูฉี่เลย(เปิดแอร์อย่างเดียวตกช.ม.ละ 6 บาท)
- หอเอเชี่ยนเกมส์จะมีโซน A-E แต่หอน.ศ.จะอยู่ที่โซน B C E โซนB เป็นโซนห้องละ 4 คน มี 8 หลังๆละ 8 ชั้น โซนC เป็นโซนห้องละ 2 คน มี 11 หลังๆละ 8 ชั้น เช่นกัน ส่วนโซนE มี 2 หลังๆละ 4 ชั้น ไม่มีลิฟท์และก็เครื่องทำน้ำอุ่นด้วย หน้าหนาวทีก็ทนๆเอาละกัน(ปัจจุบันโซน E มีเครื่องทำน้ำอุ่นและโทรศัพท์ สายตรง)
- หอในเป็นหอพัดลม อาบน้ำรวม จะมีอะไรที่เหมือนๆกับหอมหาวิทยาลัยอื่นทั่วๆไป
- เด็ก self จัดต้องนี่เลย สถาปัตย์ฯ กับ ศิลปกรรมฯ
- ถ้าใครเล่นmsn หรือเกมส์ ในห้องคอม หอสมุดป๋วยจะโดนขึ้นประจานให้ทุกเครื่องทราบว่าคุณกำลังทำผิดกฎห้องสมุดแล้วทุกคนก็จะหันมาทางคุณกันหมด(เป็นเรื่องที่น่าอับอายมากๆ)
- โรงอาหาร SC ปัจจุบันกลายเป็น โรงอาหารวิศวะ 2 ไปซะแล้วเพราะ 50% ที่กินข้าวที่นี่ล้วนแต่ใส่ชอปทั้งนั้น
- สะพานที่คู่รักมักจะไปนั่งจู๋จี๋ให้อาหารปลากัน คือ สะพานปลา ที่หน้าตึกคณะวิศวะ
- โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ มีอีกชื่อว่า โรงพยาบาลซาร่าเพราะถึงแม้ว่าจะเจ็บปางตาย ถ้าไปขอยาจากที่นี่ก็จะได้แต่ ซาร่า (หรืออาจจะมีอย่างอื่นด้วยไม่แน่ใจ)
- ตลาดนัดที่นี่มีฉายาว่า ตลาดนัดดูตัว เพราะจะมีคนหน้าตาดีมาเดินเยอะมากจะมีทุกวันจันทร์ กับ พฤหัสบดี ของกินอร่อยๆก็เยอะ ของใช้ก็เยอะเด็กม.อื่นก็มาเดินตลาดนัดที่นี่กันเยอะเช่นกัน แม้แต่จุฬาก็ยังมีเลย
- บ.ร. คือ อาคารบรรยายรวม มีทั้งหมด 5 หลัง ตึกบ.ร.มีฉายาว่า บรรทมรวมเพราะวิชาที่น่านอนหลับจะเรียนที่ตึก บ.ร.เป็นส่วนใหญ่
- ขนมบราวนี่ เป็นขนมที่อร่อยขึ้นชื่อของที่รังสิต เวลาไปเรียนTU130 คนมักจะต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อซื้อขึ้นไปกิน ทั้งๆ ที่หน้าห้องเขียนว่า"ห้ามนำอาหารและน้ำเข้ามาในห้องบรรยาย" ก็ตาม
- ค่าไฟเฉพาะห้องบรรยาย 1,000 คน ที่บ.ร.4 อย่างเดียวตกเดือนละ 400,000 บาท
- สะพานดาวอยู่หน้ามหาวิทยาลัย ที่ศูนย์รังสิต เอาไว้พาแฟนไปชมดาวกันตอนกลางคืนทางที่ดีควรไปรถป๊อป เพราะปั่นจักรยานไป ขาลากแน่นอน เพราะไกลมากๆ
- ฝั่งโน้น ในความหมายของเด็กธรรมศาสตร์ คือ ร้านเหล้าทั้งหลายแหล่ ที่อยู่ฝั่งประตูเชียงรากที่ดังๆ ก็จะมี กระฉ่อน89, Sweet duck เป็นต้น
- ลักษณะของโดมแต่ละที่
- โดมไม้เมืองพี่ ท่าพระจันทร์
- โดมเปลือยขวัญ รังสิตทรงศรี
- โดมแก้ว ลำปางธานี
- โดมน้องพี่ เชิดชูธรรม นำผองชน
- คลื่น PCT จะมีที่หอเอฯ โซนซี อินเตอร์โซน แล้วก็บ.ร.1-บ.ร.4 แต่เดี๋ยวนี้มีเกือบทุกที่ ยกเว้นตึก SC หรือเกาะ SC ซึ่งไร้คลื่นอย่างมากกกก
- ที่ศูนย์รังสิตมีโชว์รูมรถยุโรปด้วย ไม่ว่าจะเป็น S-class, BMWseries5, เฟอรารี่ ฯลฯจะสามารถหาดูได้ที่ SIIT แต่ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นจะเป็นของอาจารย์
- SIIT กับ วิศวะ ภาคอินเตอร์ คือคนละอย่างกัน เพราะ SIIT เป็นอีกสถาบัน แต่สังกัดม.ธรรมศาสตร์
- ธรรมศาสตร์ มี 4 ศูนย์ คือท่าพระจันทร์ รังสิต พัทยา และลำปาง
- ในสมัยที่คุณหญิงนงเยาว์ เป็นอธิการบดี เคยมีการปิดโรงอาหารกลางตอนกลางคืนเพื่อเป็นเธค ให้ความผ่อนคลายแก่น.ศ.ด้วย
- ธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีห้องสมุด อยู่ชั้นใต้ดิน ชื่อหอสมุดปรีดี พนมยงค์ ที่ท่าพระจันทร์*แก้ไข มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขต วังท่าพระ ก็มีหอสมุดที่อยู่ชั้นใต้ดิน
- มีการขุดพบปืนใหญ่หลายกระบอกเมื่อครั้งก่อสร้างประตูใหม่ที่ต่อจากกำแพงโบราณ ด้านถ.พระจันทร์
- มีการขุดพบแนวกำแพงเมืองเก่า ในขณะสร้างอาคาร 60 ปี และลานจอดรถใต้ดิน หน้าคณะรัฐศาสตร์
- ชื่อของโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัย เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- ในปี 2550 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อนโดยใช้ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเป็นสถานที่หลักจัดการแข่งขัน
- ที่จะลืมไม่ได้เลย ในปี 2541 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ก็ใช้ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเป็นสถานที่จัดการแข่งขันด้วย
- อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ฉายาคนของแผ่นดินผู้เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตอย่างสมถะ และสันโดษ ก็เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดี
- สามอนุสาวรีย์ คนดีศรีธรรมศาสตร์ และประเทศไทย อยู่ที่ธรรมศาสตร์ รังสิตได้แก่ อาจารย์ปรีดีอยู่ที่หน้าตึกยิม2 อาจารย์ป๋วยหน้าตึกเรียนรวม (SC)และอาจารย์สัญญาอยู่หน้าตึกคณะนิติศาสตร์-คณะรัฐศาสตร์
- ธรรมศาสตร์ เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพทุกตารางนิ้ว
- คำขวัญอมตะของธรรมศาสตร์ คือ ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์ สอนให้ฉันรักประชาชน
- นักศึกษาไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักศึกษามาเรียนก็ได้ แต่อาจจะยกเว้นบางวิชาแต่ตอนนี้ได้มีการรณรงค์ให้แต่งชุดนักศึกษา
- มีผู้เคยกล่าวไว้ว่า ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็คือประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์
- ธรรมศาสตร์ เป็นที่เรียนที่มีตั้งแต่อนุบาล-ปริญญาเอก
- ธรรมศาสตร์ ไม่เรียกผู้ที่ศึกษาที่นี่ว่า นิสิต เพราะถือว่าการเป็นนิสิตเป็นการถูกกำหนดขอบเขต
- ธรรมศาสตร์ ยังไม่มีคณะเภสัชศาสตร์
- ค่าไฟแต่ละเดือนของธรรมศาสตร์ ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท จึงต้องมีโครงการธรรมศาสตร์ หาร 2
- หอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ อยู่ตรงข้ามหอสมุดปรีดี ที่ท่าพระจันทร์ถ้าต้องการศึกษาประวัติมหาวิทยาลัยตั้งแต่ ปี2477 ก็สามารถดูได้จากที่นี่
- ศาลเจ้าแม่สิงโตทอง ซึ่งเป็นที่เคารพ สักการะของน.ศ.คณะรัฐศาสตร์และคณะอื่นๆ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอาคาร 60 ปี
- น.ศ.ที่อยู่หอพักที่ศูนย์รังสิต จะต้องทำการย้ายทะเบียนบ้านเข้าหอเพื่อที่ธรรมศาสตร์ จะได้ทำคุณประโยชน์ให้กับชุมชนคลองหลวงบ้าง
- สำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ มีอีกชื่อหนึ่งคือ สำนักงานดูดทรัพย์สิน ยิ่งตอนบิลค่าไฟมานี่ยิ่งดูดหนัก
- อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่ของธรรมศาสตร์ รังสิต
- แฟนพันธุ์แท้โขนไทย อยู่ปี1 คณะรัฐศาสตร์ สาขาการระหว่างประเทศ และแฟนพันธุ์แท้ห้างสรรพสินค้า ก็เพิ่งจบคณะรัฐศาสตร์ สาขาบริหารรัฐกิจ และแฟนพันธุ์แท้โลกของเรา อยู่คณะนิติศาสตร์ ปี 2(รหัส 50)
- ตึกเรียนที่หรูที่สุดในศูนย์รังสิต คือ ตึกคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ตึก4ชั้น) หน้ามหาวิทยาลัย (ตอนนี้ย้ายมาอยู่กลุ่มอาคารเรียนทางสังคมศาสตร์แล้วนี่)
- ตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีโครงเสาเหล็กมาตั้งแต่พี่ปี 5 อยู่ปี1จนปัจจุบันโครงเสานี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม (ตอนนี้ก็จะเสร็จแล้ว)
- หอเอฯ โซนบี มักจะมีเริ่องเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติมาโดยตลอด
- นาฬิกาลูกตุ้มบนตึกโดม มีชื่อว่า นาฬิกาปารีส ได้รับบริจาคจาก ห้างเอส.เอ.บี
- เหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519 มีผู้เสียชีวิตมากมายและนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่า 14 ตุลาคม 2516มากเนื่องมาจากท่านอธิการบดีในขณะนั้น คือ อาจารย์ป๋วย ถูกกล่าวหาโจมตีว่าฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ จนตัวท่านต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ
- ลงทะเบียนเรียนทางเทเลแบงค์ 1551 เป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนสูงในการกดโทรศัพท์พอๆ กับลงทะเบียนเรียนเพิ่มกับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน (ที่แสนจะใจดี๊ใจดี)
- การเดินขบวนเรียกร้องดินแดนอินโดจีน จากฝรั่งเศสคืน เป็นการเดินขบวนครั้งแรกของน.ศ.ธรรมศาสตร์
- อาจารย์ป๋วย เป็นศิษย์เก่าม.ธรรมศาสตร์ คนแรก ที่ได้เป็นอธิการบดีม.ธรรมศาสตร์
- 8 ธ.ค. 2484 ธรรมศาสตร์ แพ้ฟุตบอลประเพณีกับจุฬาฯเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2477 ทำให้อาจารย์ผู้คุมทีมถึงกับหัวใจวายถึงแก่กรรม
- ปลายเดือน ก.ย. 2545 เกิดฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง ทำให้ต้นโพธิ์ธรรมศาสตร์ ที่ลานโพ ท่าพระจันทร์ ฉีกกลางลำต้น
- ถึงแม้ว่านักศึกษาบางคณะจะไม่ได้ศึกษาที่ท่าพระจันทร์แต่ความเป็นจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ก็ได้รับการถ่ายทอดและหล่อหลอมให้กับนักศึกษาทุกคนเสมอมา
- นกเพนกวินกับหมีขาวสามารถมีชีวิตในห้องสมุดป๋วยได้ เพราะแอร์เย็นเหลือเกิน
- ห้องสมุดคณะ siit เสียงดังกว่าตลาดนัด เป็นหนึ่งในห้องสมุดที่เสียงดังที่สุดในไทย .... จิงๆ เหรอ ไม่จริงหรอก แอบเข้าไป นอนได้ตลอด
- มิเตอร์ไฟของหอพักเอเชียนเกมส์ หมุนเร็วเหมือนพายุทอร์นาโด (พอมีคนไปร้องเรียน มันก็ล็อคห้องไม่ให้ดูได้ซะงั้น)
- จำนวนผู้เข้าหอป๋วยในยามปกติประมาณ 6-7 ร้อยคนต่อวัน ในขณะที่ช่วงใกล้สอบประมาณ 4 พันกว่าคน มากกว่ากัน 6-7 เท่า!!!
- 7-11 ใน ม.ธ. รังสิทธิ์ มีห้าที่ คือ
- 7-11 โรงกลาง โดยอยู่ข้างๆ โรงอาหารกลางของมหาลัย (คนเยอะมากกก ทุกเวลาจนหอปิด)
- 7-11 โซน B อยู่หน้าหอพัก B7
- 7-11 โซน C ซึ่งอยู่ตรงหอพัก C4 (ตอนที่คนเยอะสุดๆ พนักงานจะรูดปุ่มโชว์)
- 7-11 ปั้มน้ำมัน ซึ่งอยู่ตรงปั้มน้ำมันใกล้ๆเชียงราก
- 7-11 อินเตอร์พาร์ค อย๔อินเตอร์พาร์คด้านนอกมหาลัย
[แก้ไข] เรื่องทั่วไป
- มธ. นักศึกษาสามารถใส่ชุดนอนไปเรียนได้(บางวิชา)...แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้วหล่ะ...
- มธ. หอเอเชี่ยนเกมส์จะมีวันเปิดหอ ซึ่งผู้หญิงสามารถขึ้นหอชายได้
- ที่อาคารเรียนรวม(SC) เคยมีป้ายแปะไว้ว่า สายเดี่ยวห้ามขึ้นลิฟท์!
- ที่ท่าพระจันทร์ โรงอาหารริมน้ำใต้ตึก 60 ปี - เด็กรัฐศาสตร์จะเรียกโรงอาหารรัดสาด - เด็กเศรษฐศาสตร์ ก็เรียกว่า โรงอาหารเสดสาด ผู้ที่ไม่เคยมาจงเข้าใจไว้ว่าเป็นอันเดียวกัน
- ห้องสมุดรัฐศาสตร์ เสียงดังมากกก ส่วนใหญ่ใช้ประชุมงานกัน เพราะเป็นห้องแอร์เดียวที่เปิดตลอด
- ยามทางเข้าฝั่งถนนพระอาทิตย์โหดมากกกกก แต่ความโหดลดลงได้ด้วยนำ้สีชาหนึ่งขวด
- เค้าเล่ากันว่า ความจริงมีแนวโน้มจะทำที่จอดรถได้ตินตรงสนามบอล แต่กลัวขุดไปแล้วเจอซากเมืองเก่า แล้วจะโดนกรมศิลป์สงวนไว้ เหมือนหน้าคณะรัฐศาสตร์ เลยไม่ขุดดีกว่า
- ตึกบัญชี เรียกกันว่า ตึกตู้ปลา (เหมือนมาก - - เด็กบัญชีอย่าโกรธนะ)จริงๆแล้วเค้าเรียกกันว่าตึก รังผึ้ง ต่างหาก เด็กบัญชีของจริง
- ป้ายชื่อคณะรัฐศาสตร์บนยอดตึกมองจากฝั่งศิริราช ใหญ่กว่าชื่อมหาวิทยาลัยมากมาย
- ผนังตึกคณะศิลปศาสตร์ลอกข้อความในหลักศิลาจารึกพ่อขุนหลักที่หนึ่งมาสลักไว้
- ใครคุ้นเคยกะราคาอาหารที่จุฬา มาเจอที่โรงอาหาร sc ที่รังสิตอาจช็อกตายได้
- บนดาดฟ้าตึกศูนย์ภาษาเป็นมุมที่มองเห็นตึกโดมได้สวย ติดอันดับต้นๆของมุมอื่นๆในมหาลัย(ไม่เชื่อลองขึ้นไปดูดิ)
- ลีดธรรมศาสตร์ผู้ชายจะหน้าตาเห่ยๆ ทั้งที่ตอนคัดตัวมีหล่อๆเพียบ(แต่ไม่เคยเข้าตากรรมการ เพราะกรรมการตาถั่ว ...ฮา)
- ลีดธรรมศาสตร์ คนไหนที่ผ่านงานถ่าบแบบ ถ่ายโฆษณามาก่อน จะมีโอกาสได้เป็นลีดสูงมาก
- หอสมุดกลางที่ท่าพระจันทร์เป็นหอสมุดชั้นใต้ดินที่ดูดีมีคลาส แถมอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เลยใช้เป็นเรื่องโจ๊กหลอกเพื่อนๆต่างมหาลัยว่า นี่นะ ผนังด้านหนึ่งของหอสมุดจะเป็นกระจกสามารถมองเห็นโลกใต้เจ้าพระยาได้ด้วย พวกมันก็ตื่นเต้นกันใหญ่
- สมัยเปิดใหม่ๆเป็นหอเชื้อรามากกว่าหอสมุด แต่ยังก้อมีหนอนหนังสือเสี่ยงตายเข้าไปอ่านหนังสือ
- หยิบหนังสือมาอ่านเชื้อราพุ่งมาถีบหน้าทีเดียว ใช้เวลาอยู่นานโคตรกว่าจะปราบได้
- ครั้งหนึ่ง สมัยเรียนภาษาอังกฤษที่ตึกโดม(รังสิต)ใครใส่ชุดไปรเวทจะโดนจับ ถึงขนาดไล่ต้อนกันอุตลุต
- คาบที่ต้องไปเรียนที่ บร.(บรรยายรวมห้องใหญ่ หรือ เรียกว่า บรรทมรวม)ใครมาก่อนมักจะวางหนังสือ สมุด จองที่ให้เพื่อนในกลุ่มของตัวเอง น่าเบื่อมาก
- ถ้าคุณพบเห็นนักศึกษาจำนวนมาก ใส่ชุดนักศึกษาในช่วงปิดเทอม จนรู้ไว้เลย ว่านั่นคือคณะแพทย์ ที่ยังคงเรียนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคณะอื่นจะปิดเทอมไปกันหมดแล้วก็ตาม
- อาคารเรียนรวม SC มีที่มาจาก Sleeping Class
- บร.4 ครั้งหนึ่งคือโรงหนังชั้นดี ที่มีหนังซูมใหม่ๆมาฉายให้เด็กหอดูทุกอาทิตย์
- ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต มีค่าเท่ากับเซ็นเตอร์พอยด์ ของธรรมศาสตร์
- การสัญจรระหว่างการไปเรียนท่าพระจันทร์ รังสิต ครั้งหนึ่งยุ่งยาก ลำบาก ถึงขั้นต้องไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง แล้วไปลงที่สถานีเชียงรากน้อย วันไหนมีเรียนทั้งสองที่ในวันเดียว วันนั้นคือวันนรกมาก เพราะเวลาชีวิตหมดไปกับการนั่งรถ
- เวลาไปเรียนที่ศูนย์รังสิต ต่อให้คุณหลับลืมโลกแค่ไหน จะมีสัญญาณเตือนคุณว่าใกล้ถึงจุดหมายแล้ว ด้วยด้วยกลิ่นหอมจรุงใจ ที่ไม่มีวันลืมเลือนแถวๆม.กรุงงเทพ
- คณะวิทยาศาสตร์ เป็นคณะเดียวในมหาลัยที่ไม่มีตึกคณะเป็นของตัวเอง ปัจจุบันไม่รู้ว่ายังยึด บร.4-5 เป็นตึกคณะอยู่หรือไม่(ปัจจุบัน บร. 2-5)
- ป้ายคณะวิทยาศาสตร์ ได้มาจากเงินเรี่ยไรของรุ่นพี่ที่จบไปแล้วรุ่นแรกๆ มิฉะนั้นก็ยังไม่มีอยู่
- เงินจัดสรรจากองค์การนักศึกษาให้คณะวิทยาศาสตร์ในแต่ละปีเพื่อทำกิจกรรม ได้ปีละ 3หมื่นบาท หรือตกคนละ 5 บาท ในขณะที่คณะนิติศาสตร์ได้ปีละ 2ล้าน
- 7-11 ใน มธ. ไม่มีเหล้า บุหรี่ และถุงยาง แต่มีชุดทดสอบการตั้งครรภ์
- คณะถาปัดของมธ.มีชื่อเต็มๆว่า คณะสถาปัยกรรมศาตร์และการผังเมือง
- ต่อจากข้อบน ผู้ยื่นขอก่อตั้งคณะถาปัดจบถาปัดจุฬา สาขาผังเมือง
- คณะถาปัดรุ่นแรกๆเคยเป็นสาขาหนึ่งของคณะวิดวะ แต่ต่อมาในภายหลังจึงแยกคณะออกมาต่างหาก
- จากข้อบน ตั้งแต่ตอนนั้นจบจนมีรุ่นที่8แล้ว ตึกคณะก็ยังสร้างไม่เสร็จ คาดว่าสร้างเสร็จแล้วเปิดใช้ได้ในรุ่นที่9
- คณะถาปัดเรียนหกปี แต่จบแล้วได้ปริญญาโท ส่วนสาขาใหม่อื่นๆเช่นออกแบบภายในเรียน4ปี
- คณะแพทยศาสตร์ มีหลักสูตรปกติ 6 ปี แต่สามารถยื๊อได้ถึง 12 ปี ถ้าติด F หลายวิชา
- คณะแพทย์ จะมีโครงการแพทย์ชนบท ที่เรียนจบแล้ว ต้องไปใช้ทุนในชนบท 12 ปี !!
- ตึกของคณะวิดวะ ออกแบบโดยอาจารย์ในคณะถาปัด
- ตลาดนัดที่มีทุกวันจันทร์ และพฤหัส มักจะมีแขกรับเชิญจากมหาลัยอื่นเช่น ม.กรุงเทพ เกษตร จุฬาฯมาแวะเวียน
- ตึกของคณะวิดวะมีเคสการวิบัติของตึกครบทุกเคส(ผนังร้าว เพดานรั่ว คานหัก ฯลฯ) จึงทำให้นักศึกษาคณะวิดวะไม่ต้องไปหาเคสการวิบัติของตึกจากสถานที่อื่นเลย
- จากข้อบน มันเริ่มมีตั้งแต่เริ่มสร้างตึกเสร็จใหม่ๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผลจากผู้ออกแบบหรือผู้ก่อสร้าง (ฮา)
- ลูกคลื่นชะลอความเร็วที่เห็นกันเยอะๆในมหาลัย แล้วทำให้บรรดาผู้ขับขี่จักรยานยนต์ต้องไปนอนเล่นบนพื้นคอนกรีต เกิดจากการออกแบบของอาจารย์คณะถาปัด (ฮา)
- เจ้าของร้านอาหาร วชิรปราการใน มธ. รังสิต คือผู้ก่อตั้ง ร่วมด้วยช่วยกัน
- คำขวัญ "ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์ มีคนที่ฉันรัก"
- BBA ธรรมศาสตร์ เป็นคณะเดียวในมหาวิทยาลัยที่ใส่กระโปรงพีสยาวเป็นชุดพิธีการ
- BBA ธรรมศาสตร์ เป็นคณะเดียวในมหาวิทยาลัย (อีกแล้ว) ที่ต้องใส่ชุดนักศึกษาไปเรียนหรือสอบทุกครั้ง
- ปัจจุบันมีเพิ่มมาอีกคณะหนึ่ง คือ BJM (JC inter)ที่ต้องใส่ชุดนักศึกษาไปเรียนหรือสอบทุกครั้ง
- ยุงที่ ธรรมศาสตร์รังสิต เยอะมาก เด็กขี้เกียจออกจากหอตอนเย็นๆก็เพราะกลัวยุงกัด มันเยอะจริงๆ กัดเจ็บด้วย (ว่ากันว่ามันหลุดมาจากLabของ สวทช. ยุงไรไม่รู้กัดทะลุกางเกงยีนได้)
- ห้อง บร. ย่อมาจาก บรรทมรวม โดยเฉพาะ บร.4 ห้องพันคน
- กองสันทนาการธรรมศาสตร์ มันส์สุดๆการแต่งตัวอลังการมาก โดยที่เราไม่ต้องไปดูอัลคาซ่าที่พัทยา เค้ามีเว็บไซต์ที่ชื่อว่า http://www.rcatu.com
- ตึกสินสาดท่าพระจันทร์ หากมองจากบนฟ้าลงมาจะเห็นเป็นตัวอักษร TและUตัดไขว้กันอยู่ซึ่งเป็นตัวย่อของมหาลัย
- เดี๋ยวนี้เบอร์นาร์ดไม่ได้ขายแค่ถั่วแต่มี มะขามไว้บริการทุกท่าน
- รับน้องของศิลปกรรมฯ มธ.จะเรียกว่า ไป "ลงลาน"เพราะสมัยก่อนจะรับน้องกันที่ลานบริเวณหน้าเรือนไทย
- นศ.ชาย หรือหญิง ที่นี่เราจะแยกกันไม่ออกเพราะเค้าแปลงมาได้เนียนมั่กๆ
- ถ้าอยากเดินทางจากสยามมาที่ธรรมศาสตร์ มีหลายทางให้เลือก
- นั่งรถไฟฟ้า BTS ลงที่หมอชิตแล้วต่อรถ NGV ก็ตกอยู่ที่คนละ 65 บาท
- นั่งรถไฟฟ้ามาที่อนุเสาวรียชัยสมรภูมิแล้วนั่งรถตู้ ก็คนละ 50 บาท
- ถ้านั่งแท็กซี่จะอยู่ที่ 300 บาท
- ถ้าอยากประหยัดโคตรๆจริงๆ นั่งรถเมล์ ปอ.29 หน้าฝั่งมาบุญครอง ลง มธ.รังสิต ก็แค่คนละ 19 บาท แต่ต้องเสียเวลาอย่างน้อย สองชั่วโมง หรือ สองชั่วโมงครึ่ง.. ถ้าเงินพอก็นั่งรถไฟฟ้าเหอะ
- แถวๆ ประตูท่าพระจันทร์ จะมีอาบังขายถั่วอยู่คนชื่อ "เบอร์นาร์ด" ขายมานานมากกกกกกแล้ว อุดหนุนกันด้วยเด้อ แม้ว่าบางทีแกจะทำเหรียญตกลงไปในถุงถั่ว แล้วนักศึกษาบางคนก็ทะลึ่งเอามือจกลงไปเก็บก็ตาม ว่ากันว่าเบอร์นาร์ดขายจนส่งลูกเรียนจบเอแบคได้เรย(ฮา)บางครั้งไปฉี่แล้วก็มานั่งขายถั่วต่อโดยไม่ล้างมือ แถมเวลาคันตาตุ่มก็เกาด้วยช้อนที่ตักถั่วนั่นแหละ (กร๊ากกกกกกกกกกกก)
- ร้านน้องท่าพระจันทร์ คนขาย ฉอเลาะมากๆ แอบขี้งก
- วิชาเอกภาษาญี่ปุ่นในคณะศิลปศาสตร์ ที่ท่าพระจันทร์ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักศึกษาไปสอบก็ได้ แต่งตัวเปรี้ยวสไตล์ญี่ปุ่นเกือบทุกคนทั้งหญิงชายตุ๊ดเกย์ทอมดี้ หัวมีทุกสีให้เห็น อย่างกับอยู่ฮาราจูกุ (เมื่อก่อนนะ) เด๋วนี้ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว
- ร้านเกี๊ยวฟรี ข้างร้านซเวนเซ่น ต้องสั่ง บะหมี่ต้มยำ ถึงจะอร่อย กินกับเกี๊ยวทอด อู้ว์ ซี้ด ........ แซ่บหลาย
- หมอดูเยอะมากที่ฝั่งท่าพระจันทร์ แข่งกันแม่นมีคนไปดูเยอะตลอด แต่ว่ามีคุณลุงคนนึง แกดูลายมือ ไม่มีร้าน ไม่มีอะไรเลย นั่งอยู่ใต้ต้นลั่นทมหน้า ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ ขาแกพิการแกดูแม่นมาก เมื่อก่อนเสียค่าดูแค่ 29 บาท ปัจจุบัน 39 บาท
- ข้าวหน้าเม็ด ร้านหน้าท่าพระจันทร์ อาแปะจุดบุหรี่สูบแค่ทีเดียว ที่เหลือแกจะปล่อยให้มันร่นจนหมดตัว เสียดายของว่ะ
- No Uniform No Service!!!!!
- ร้านอาหารที่เด็ก ม.ธ. นิยมกันมากกก ที่โรงกลาง คือ ร้าน น้องแอม
- ปัจจุบัน หอพักใน ของมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกกันติดปากว่า หอใน นั้น มีการปรับปรุงหลังจาก การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก โดยมีแอร์ และ เครื่องทำน้ำอุ่น (ที่เปิดเฉพาะวันแรกที่เข้าหอ (และร้อนมากอย่างแรงๆ)) & ค่าไฟก็ปรับเป็นอัตราเดียวกับ หอเอเชี่ยนเกมแล้วด้วย
- มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ เสรีภาพทุกตารางนิ้ว แต่ที่ทางออกเชียงราก ติดรั้วอย่างกับคุก
- เมื่อก่อนที่นี่จะทำบันไดที่ติดกับรั้วไว้ให้นักศึกษาออกไปข้างนอกง่ายๆ แม้ประตูทางออกจริงๆจะอยู่ถัดไปอีกไม่กี่สิบเมตร!
- ตอนที่เริ่มใช้รั้วและประตูคุกทางออกเชียงรากใหม่ๆ เคยมีรถยนต์วิ่งเข้ามาชนประตูเพราะไม่รู้ว่าประตูปิดอยู่ด้วย
- น้องหมี น้องหลง น้องเบี้ยว คือชื่อสุนัขสามตัวหน้าตึกคณะรัฐศาสตร์ท่าพระจันทร์ แม้จะชอบเห่าโวยวายใส่คนแต่งตัวไม่ดี คนที่ดูน่าสงสัย และะคนที่มีทีท่าว่าจะเป็นพิษเป็นภัยต่อคณะรัฐศาสตร์ (ex.คณะบดี)อยู่เสมอ แต่ก็เป็นที่รักของเจ้าหน้าที่ อาจารย์ และนักศึกษารัฐศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ** น้องหลง น้องเบี้ยว เป็นตัวเมีย น้องหมีเป็นตัวเดียวที่เป็นตัวผู้
- ตึก SC ชั้นสี่แอร์เย็นยังกับขั้วโลกใต้ โดยเฉพาะห้อง 4020 เพราะมันอยู่ใต้คอมเมนเฟรม ถ้าไปขยับแผงคอนโทรลแอร์ไฟมันจะดับทั้งตึก
เพราะงั้นพวกที่เรียนห้องนี้ก็จำต้องเสียสละรับกรรมแทนชาว SC ทั้งหมดทั้งมวล
- ชาวหอ C1 มีความชำนาญและเชี่ยวชาญกว่าชาวหออื่นๆเรื่องการหนีไฟ (ไม่รู้ทำไม มีธรรมเนียมซ้อมหนีไฟอยู่หอเดียว)
- รถ NGV สาย 1 ตอนเย็นๆโหดมาก เคยนั่งทีแล้วมันดริฟฟ์หัวทิ่มตรงโค้งอาคาร 14 ชั้น ตื่นเต้นยังกะเล่นรถไฟเหาะ
- ใครเคยเรียน TU 120 ห้องสด ถ้านั่งแถวหน้าๆจะซึ้งเลยว่า "1059 หนาวมาก"
- NGV สาย 1-3 นั้นที่จริงแล้วเรียงตามลำดับความ Rare ในการหา
- เวลาอยากจะไป บร. ไม่รู้ทำไมสาย 1 กับ 3 แห่กันมาเป็นขบวน บางทีมาติดกันสามคัน
แต่เวลาอยากจะไป SC ดันมีแต่สาย 2 วิ่งกันสนุกสนาน
- เวลาที่หอพักไฟดับ จะมีบางห้องโผล่ออกมาเล่นไฟเย็นที่ระเบียงอวดตึกข้างๆ (..เหมือนมันจะรู้แฮะว่าไฟจะดับ)
แถมตอนไฟดับยามทั่วมหาลัยจะแห่แหนกันมาราวยกกองทัพตีกรุงศรี เสียงวิ่งงี้ดังขึ้นไปถึงชั้นสี่
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- ปัจจุบัน "ฝั่งโน้น" มีทั้งสวีทดั้ก ซี-เซมอร์ กระฉ่อน และ นี่คือเด็ดสุด สละโสต เจ๋งพอกับผับในกรุงเทพจิงๆนะ
- 7-11 ที่หอทรงฯ เคยขายเหล้า บุหรี่ แต่ปัจจุบันเลิกขาย หากไปถามว่าทำไมเลิกขาย จะได้รับคำตอบว่า เพราะติดมหาวิทยาลัย แต่จริงๆแล้ว เพราะว่าเคยขายเหล้าให้ลูกค้า เกินเวลาที่กำหนด เลยถูกสั่งห้าม (ที่รู้เพราะผู้เขียนเคยทำงานใน Book Smile ที่ 7-11 แห่งนี้...)
แต่ในปัจจุบันนี้ ปี 2551 ทางร้านแฟมิลี่มาร์ทใต้หออินเตอร์ ปาร์คก็ขายเหล้า เบียร์กันปกติ ขายให้ทั้งนักศึกษาและฝรั่งมีให้เห็นเป็นอาจิณ =ปัจจุบันหอพักใน (หอราคาถูกของมหาลัย) เหลือหอชายเพียงสองหอ ทั้งที่หอหญิงมีถึง 7 หอ
[แก้ไข] เรื่องเรียน
.... ใส่เรื่องเรียนกันบ้างก็ดีนะ ^^
[แก้ไข] ครูบาอาจารย์เจ้าหน้าที่
- อาจารย์ที่นี่มีสิทธิเสรีภาพมาก มีทั้งซ้าย ขวาอนุรักษ์ เสรี ไร้สังกัด นิยามไม่ได้ และอื่น ๆ (แต่ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของคณะด้วย)
- ด้วยเหตุนี้ธรรมศาสตร์จึงมีความเหนียวแน่นและแตกแยกกันสูง บางคนถึงบอกว่า จุฬารักกัน ธรรมศาสตร์ฆ่ากันเอง (ดูได้จากอดีตนายกฯ จมูกหมู ปากสุนัข ที่เคยปลุกปั่นฆ่านักศึกษาในม.ตัวเอง 55)
- ธรรมศาสตร์เป็นที่รวมของอาจารย์ดัง ๆ สายสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มากมายจนถึงปัจจุบัน และมีความแปลกประหลาดมากกด้วย
- เชื่อหรือไม่อาจารย์สายปกครองของคณะรัฐศาสตร์จะเป็นบุรุษมากที่สุดแตกต่างจากสายรัฐกิจที่สตรีเป็นใหญ่
- คณะรัฐศาสตร์จะมีธรรมเนียมในการรับอาจารย์ที่เป็นมุสลิม เพื่อความเสมอภาคตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน
- "เจ้าพ่อโพสต์โมเดิร์น" เป็นฉายาของ ผศ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา แห่งคณะรัฐศาสตร์และเป็นอาจารย์ที่นักศึกษา ฮาและจัดประเภทไม่ได้
- เพื่อนของอาจารย์ก็บ้าไม่แพ้กันคืออาจารย์จุฬาฉีกบัตร ไชยันต์ ไชยพร
- และจะคู่กับ "เจ้าแม่เพศสภาพ" คือ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ เสมอ (ฮา....)
- อาจารย์ที่เสนอความคิดว่าศิลาจารึกไม่มีอยู่จริงคืออาจารย์ของภาค ปวศ.ที่นี่ ชื่อ พิริยะ ไกรฤกษ์
- "อาจารย์ปู่" เป็นชื่อเรียกของอาจารย์วารสารท่านหนึ่งที่สอนกฏหมายสื่อสารมวลชน มาตั้ง 50 ปี!!!!!
- อาจารย์ธรรมศาสตร์ส่วนใหญ่มีฐานะ และที่จอดรถของอาจารย์ทางสังคมศาสตร์มีมากกว่าอาจารย์สายวิทย์
- รถเต่าสีแดงที่จอดอยู่หน้าคณะนิติฯ ศูนย์รังสิต คือของนักกฏหมายมหาชน รศ.สมยศ เชื้อไทย
- รถเต่าสีเหลืองที่จอดอยู่หน้าคณะรัฐศาสตร์ ศูนย์รังสิต คือของนักปรัชญาการเมือง ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ (ตอนนี้แกเปลี่ยนมาคับ Toyota Vios)
- มีอาจารย์ท่านหนึ่งรำคาญรถเต่าของท่านเพราะชอบเสียบ่อย จนทำให้ท่านทิ้งรถเต่ากลางถนนตรงหน้าโรงกลางและเดินมาสอนหนังสือแทนคือของ รศ.อุษา วิเศษสุมน คณะวิทยาฯ
- รถเก๋งเก่า ๆ สีเขียวของคณะสังคมสงเคราะห์ที่จอดอยู่หน้าตึกคณะที่รังสิต ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่นี่และเคลื่อนย้ายที่เก็บไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดเอาไปทิ้งแต่อย่างใด
- ถ้าใครเรียน TU124 ที่รังสิตกับ รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย เราก็อาจได้เห็นอาจารย์แกรำมวยจีนโชว์ และอาจมีอะไรที่คาดไม่ถึงในคาบนี้เสมอ ซึ่งขึ้นอยู่กับอารมณ์อาจารย์!!!!
- เขาสามารถให้คะแนนรายงานเด็กโดยดูเพียงหน้าปกและสามารถหักได้เพราะนักศึกษายืนชิดอาจารย์มากเกินไป (สุดยอด.....)
- อาจารย์ที่ปรึกษาของมธ. มักเรียกกันว่า "Adviceเสียบ" เพราะมีที่ปรึกษาเหมือนมีเสียบไว้ประดับบารมีเฉยๆ (จะเป็นอย่างนี้มากกับอาจารย์รัฐศาสตร์)
- อาจารย์คณะสังคมวิทยาที่อยู่มานานมากที่สุด(ถึงปี 2551)ตั้งแต่เป็นนักศึกษาคือ ผศ.บุญมา นครอินทร์
- ใครเรียน TU120 กับ ผศ.พรชัย ตระกูลวรานนท์ คณะสังคมวิทยา อาจจะเจอไมค์ลอยจ่อปาก เพราะอาจารย์แกจะเดินรอบห้องเรียนพันคนและถามคำถามเสมอและถามทุกคาบ !!!
- แต่ถ้าวิชานี้เป็นเหล่าคณาจารย์รัฐศาสตร์สอน วิชานี้จะเป็นนรกน้อย ๆ ทันที
- "คุณวัชระ" เป็นชื่อเรียกของอาจารย์ท่านหนึ่งคือ ผศ.ดร.วัชระ สินธุประมา แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ เพราะว่าท่านเป็นหนึ่งในผู้สอนวิชา TU110 ที่ตึก บร.4 และมีที่มาจาก รศ.จุฑาทิพย์ อุมะวิชนี(ป้าอุม่าวิชชี่) เพราะว่าท่านมักจะสั่งเจ้าหน้าที่ของตึกให้ดับไฟ หรี่ไฟ ขอSubtitle ว่า "คุณวัชระค่ะ ขอ..."เสมอ และเจ้าหน้าที่ประจำนั้นชื่อ "วัชระ" เหมือนกัน นักศึกษาปีหนึ่งเกือบทุกคนจะเข้าใจผิดว่าคือ ผศ.ดร.วัชระเป็นประจำ และ เป็นถูกนำมาใช้เป็นมุกตลกของกองสันทนาการและบุคคลทั่วไปเสมอ และถ้าบอกว่า "คุณวัชระ"เมื่อไหร่ ก็หมายถึง ผศ.ดร.วัชระ แน่ๆๆ
- บางครั้งนักศึกษาก็แอบเรียกว่า "คุณจุฑาทิพย์ที่มีคุณวัชระเป็นอาวุธ" จากคำบรรยายที่ว่า "พระอินทร์มีวัชระเป็นอาวุธ"
- เคยมีอาจารย์พิเศษท่านหนึ่งมาบรรยายในวิชานี้ แกบรรยายอย่างไม่หยุดตลอด 3 ชม. และปิดท้ายการสอนด้วยการเควี้ยงไมค์ทิ้งและตะโกนด่าเด็กว่า "ออกไป" เพราะนักศึกษาเริ่มเซ็งและเดินออกจากห้อง
- อาจารย์ท่านนี้เลยไม่รับบรรยายที่รังสิตอีกเลย!!!
- เนื่องจากธรรมศาสตร์รังสิตใหญ่โตมาก บางครั้งเราอาจจะเห็นอาจารย์ต้องหายานพาหนะไปสอนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น เดิน รถจักรยาน มอร์เตอร์ไซต์ รถยนต์ ตามแต่รสนิยม
- บางครั้งเราอาจได้เห็นอธิการบดี สุรพล นิติไกรพจน์ ปั่นจักรยานแถวตึกกลาง เพราะที่นี่มีจักรยานประจำตำแหน่งแก่ผู้บริหาร
- เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี คณะนิติศาสตร์ก็มีจักรยานประจำตำแหน่งคณบดีด้วยเช่นกัน และมีป้ายบอกตำแหน่งพร้อมชื่อคณบดี
- อาจารย์รัฐศาสตร์ท่านหนึ่งสามารถสอนเนื้อหาให้จบได้ทัน ทั้ง ๆ ที่ โดดสอนไปมากถึง 14 ครั้ง ครั้งละสามชม. ในเทอมเดียว !!!
- อาจารย์เสื้อกั๊กผู้โด่งดังสอนอยู่คณะสังคมวิทยาคือ อ.ธีรยุทธ บุญมี
- "นงกับนิต" เป็นชื่อของอดีอธิการบดีสองท่านคือ ศ.นงเยาว์ ชัยเสรี และ รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร
- บางครั้งเราจะเห็นคู่สามีภรรยาที่น่ารักมาก สามีมักจะมารอภรรยาสอนหนังสือที่รังสิตอยู่เสมอ คือ ศ.สร้อยตระกูล อรรถมานะ ส่วนสามีของท่านคือ คุณเชาว์ อรรถมานะ อดีตรองผอ.สำนักงบประมาณ
- ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ มัดเข้าใจผิดเสมอว่าเป็นอาจารย์ที่นี่และเรียนจบที่นี่เพราะนิสัยแกแปลกกว่าเด็กจุฬาฯทั่ว ๆ ไป และแกสามารถบอกเล่าจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ได้ประทับใจดีกว่าศิษย์เก่าหลาย ๆ คน
- รศ.ดร.เสรี วงศ์มณฑา ก็เคยสอนที่นี่ จบที่นี้ เดิมที่เคยคิดเรียนรัฐศาสตร์แต่หนีไปเรียนภาษาแทน เพราะรัฐศาสตร์รับน้องโหด
- ความมีเสรีภาพของที่นี่ ทำให้มีนักศึกษาคนหนึ่งเคยชกกับพี่ว้าก และมีเรื่องกับรุ่นพี่ที่ชอบรังแกรุ่นน้องเสมอ คน ๆ นั้นคือ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
- "โฆษกประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" เป็นฉายาของรองอธิการฯฝ่ายการนักศึกษาคือ อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เพราะเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง แกมักอยู่ตามหน้าช่องที่วีหรือสัมภาษณ์นสพ.อย่างน้อยสองฉบับ
- อาจารย์บางท่านผ่านเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้นักศึกษาหนีเข้าป่าเป็นจำนวนมาก และบางคนจะมีอาการฝังใจหรือ "6 October Syndrom"
- สมัย 6 ตุลา มีอาจารย์ฝ่ายขวาบางท่านเข้าร่วมกับนวพลและมีส่วนรู้เห็นในการสังหารหมู่ด้วย
- อาจารย์ประวัติศาสตร์ของที่นี่เป็นราชบัณฑิตอยู่สองท่านคือ ศ.ศรีสุรางค์ พูลทรัพย์ และศ.เพ็ชรี สุมิตร
- คณะที่มีศาสตราจารย์มากที่สุดคือ คณะนิติศาสตร์ มีมากถึง 11 คน
- อาจารย์ธรรมศาสตร์มีหลายคนที่ได้เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ เช่น สุรพล นิติไกรพจน์ ปราณี ทินกร รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ สมบัติ จันทรวงศ์ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อัมมาร สยามวาลา จิตติ ติงสภัทรติ์ ลิขิต ธีรเวคิน
- ศ.ดร.ปราณี ทินกร กับ ศ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เป็นสามีภรรยาคู่แรกและคู่เดียวที่ได้รับรางวัลนักจัยดีเด่นแห่งชาติ ในสาขาเศรษฐศาสตร์
- ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ เป็นอาจารย์ของ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และทั้งคู่ก็เป็นนักวิจัยดีเด่นสาขารัฐศาสตร์ด้วย
- ทุนอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ก็ธรรมศาสตร์สมชื่อ เพราะอาจารย์และศิษย์เก่าที่นี่ได้ทุนไปเสียส่วนใหญ่ เช่น วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์ ลิลี่ โกศัยยานนท์ ชื่นชีวี เฉลิมภัทรกุล ภรรดา ทามุระ ปรัชญา เวสารัชช์ พัชรา พัชราวนิช ธเนศ เมฆจำเริญ วรเจตต์ ภาคีรัตน์ เป็นต้น
- อาจารย์สาวสวยแห่งธรรมศาสตร์สองท่านคือ ผศ.ดร.การดี ปรีชานนท์ กับ ผศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล
- อาจารย์คณะสังคมวิทยา ส่วนใหญ่มักไม่จบสังคมวิทยาตอนป.ตรี แต่มักจะจบโทและเอกด้านนี้เสียส่วนใหญ่ และส่วนใหญ่มักจบโทที่คณะนี้ด้วย
- ชื่ออาจารย์ที่สับสนกันมากที่สุดคือชื่อของ รศ.ดร.พงศ์สวัสดิ์ สวัสดิพงศ์ คณะสังวิทฯ กับ รศ.มรว.พงศ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ คณะบัญชีฯ
- อาจารย์ที่หน้าตาดีที่สุดในคณะสังวิทฯ(ณ ตอนนี้) คือ รศ.ดร.วรพล พรหมิกบุตร
- มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมท เคยมาสอนที่คณะวารสารสมัยที่เป็นแผนกอิสระด้วย
- รศ.ศันสนีย์ ตันติวิท เป็นอาจารย์สายวิทย์คนเดียวที่ค้านการย้ายท่าพระจันทร์มารังสิต 4 ปี
[แก้ไข] ความเชื่อ
- ม.ธรรมศาสตร์ ต้องมีนักศึกษากระโดดตึกเป็นประจำ ทุกปี (ไม่รู้เป็นอะไร...) **คงได้อิทธิพลมวลรวมที่พัดมาจากแถวสามย่านกระมัง..
- ถ้าอยากลองของแรงๆ ในธรรมศาสตร์มีอยู่สองที่ คือหอเอเชียนเกมส์โซนบี(บางตึก)กับที่สะพานดาว
- นักศึกษาคณะนิติฯปีหนึ่งทุกคน ต้องอ่านแพ่งให้จบก่อนวันรพี ไม่งั้นจะตกแพ่ง (บางคนเทพๆอ่านไม่ทันมันก็ผ่านนะ ฮ่าๆ)
[แก้ไข] ของกิน
- ร้านป้าขายอาหารตามสั่ง แถวๆหออินฯ ที่อยู่ตรงปลายสุดทาง เป็นร้านสุดท้ายก่อนจะถึงทางเข้าด้านหลังของร้านครัวมี้ เป็นร้านที่ขึ้นป้ายว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่ได้ขายก๋วยเตี๋ยว...
- จากร้านข้างบน เป็นร้านที่ให้กับเยอะมาก ในราคา 30 บาท กินข้าวหมดก่อนทุกที แต่ก็สามารถขอเติมข้าวได้...
- ร้านข้างบนอีกทีสิน่า (กินบ่อย) สามารถสั่งกับแบบบวกได้ในราคา 40 บาท โดยจะได้กับเยอะมาก เมื่อรวมกับการเติมข้าวได้ คุณจะได้รับปริมาณเท่ากับข้าวจานละ 30 สองจาน ในราคา 40 บาท...
- ในกรณีที่ป้าเค้าเป็นคนทำนะ ถ้าลุงเค้าทำก็ขอให้ลืมๆทุกข้อไปซะ...
- ร้านป้าเค้ามีลูกสาวคนนึง ชื่อน้องมินท์... ออกแนวโรคจิตพอควร พูดจากระโชกโฮกฮาก เก็บตังค์ไม่เกรงกลัวคนกิน แถมโดนครูที่โรงเรียนมัธยม"แง่ง" ผมทุกเดือน (ป้าเค้าเล่ามา)
- ปัจจุบัน ไม่รู้ป้าหายไปไหนแล้ว กลับมาเลยนะป้า...
- ร้านป้าชลอ อาคาร 14 ชั้น ตรงข้าม หอ C-11 เป็นร้านที่ทำอาหารได้ช้าสมชื่อจริงๆ เพราะข้าวผัดจานเดียว เคยสั่งตอน 6 โมงได้ กินตอน 2 ทุ่ม
- ร้านไก่ทอด แถวหอทรงพิเชษฐ์ รสชาติเด็ดดวง บางครั้งได้ฉายา "ไก่กัญชา" เพราะกินแล้วมันติดกันทุกราย (แต่ถุงละ 20 บาท ชิบหาย..)
- ร้านไก่ทอดนี้ชื่อว่าร้านต้นคูณ มีที่ตั้งอยู๋บริเวณใต้ห้องของผู้แก้ไข เวลาทอดไก่แล้วกลิ่นจะลอยมาเตะจมูก โคตรหิวเลย...
- บางทีก็เรียกร้านนี้ว่าร้านพี่เก๋...
- ร้านขายอาหารตามสั่งที่อยู่ตรงหน้าหอพักใน เรียกกันว่า โต้รุ่ง แต่ไม่ยักขายยันเช้าแฮะ ก็ปิดเที่ยงคืนเท่าเวลาหอปิดนั่นแหละ
- ร้านโต้รุ่ง มีร้าน ป้าจิต กับร้าน ป้าพร ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านจำนวนลูกค้าเป็นอย่างมาก
- ร้านป้าจิต เป็นร้านขายอาหารตามสั่งที่คุณสามารถ Create เมนูอาหารได้เท่าที่คุณจะสร้างสรรค์ได้ (และเท่าที่ร้านเขาจะมีวัตถุดิบ)
- นอกจากเมนูอาหารจะเมคได้เองแล้ว เรื่องที่น่าสนคือชื่อผู้สั่ง ลองตั้งชื่อผู้สั่งตลกๆสิ หัวเราะกันทั้งโต้รุ่งเลย
- ร้านอาหารป้าจิตที่โต้รุง หากคุณเขียนชื่อผู้สั่งเป็นภาษาอังกฤษ จะอ่านไม่ออกนะ
- หากต้องการกินส้มตำอร่อย ๆ ต้องไปที่สะพานสูง หรือเค้าเรียกกันว่า ไฮ-บริดจ์!?!
[แก้ไข] บทความที่เกี่ยวข้อง
| สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย แก้
| |||
|---|---|---|---|
| |||