ประวัติศาสตร์ไทย
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
ประวัติศาสตร์ไทย คือประวัติศาสตร์ของไทย แต่เดิมมีความเจริญรุ่งเรืองมีวัฒนธรรมล้ำสมัย จนถึงการเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ในปี พ.ศ. 2310 และวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบบไซโครครัชเชอร์ ทำให้ประเทศถูกทำลายล้างด้วยคอรัปชั่นจนเสื่้อมโทรมจนถึงปัจจุบันเนื้อหา |
[แก้ไข] ยุคตอนต้น
ประวัติศาสตร์ที่มีการค้นพบในประเทศไทยที่เก่าแก่ที่สุดคือที่ทาทูอีน โดยสิ่งของที่ขุดพบมาจากในสมัยยุคหลายปีมากๆ แล้วจนจำไม่ได้เลยก่อนคริสตกาล โดยมีการพัฒนา speeder สร้างหุ่นยนต์ ค้าทาส มีแข่งขันและการพนัน แดนเซอร์มีหนวดที่หัวเต้นจ้ำบ๊ะ ฯลฯ
มีการค้นหาความเป็นไปได้ต่างๆ ของชนชาติไทยว่ามาจากที่ใด ซึ่งทฤษฎีที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ชาวไทยสมัยก่อนจะอาศัยอยู่ที่คอรัสซัง ซึ่งถูกจักรวรรดิรีพับลิก นำโดยพาลพาทีน นำทหารโคลนไล่ต้อนลงทางใต้สู่ยาร์วิน4 ซึ่งต่อมาถูกเดธสตาร์ยิงกระจุย แต่หนีได้ทันจนไปถึงทาทูอีน ทำให้ฝ่ายจักรวรรดิตามล่ายาก จึงได้ตั้งรกรากอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ต่อมาฝ่ายจักรวรรดิได้พัฒนา speeder ที่ใช้กับทะเลทรายได้ ทำให้ต้องหนีลงทางใต้ต่อ นำโดยเจไดมาสเตอร์โตโยด้า ได้พาลงมาจนถึงเดโกบาห์ซึ่งเป็นภูมิประเทศป่าไม้แม่น้ำอุดมสมบูรณ์มาก โดยในขณะนั้นมีแต่สัตว์ประหลาดอาศัยอยู่ ซึ่งไม่ดุร้ายและยังอ่อนน้อม จึงได้เกิดการสมานฉันท์ขึ้น และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นการชั่วคราว โดยใช้ชื่อเป็นประเทศสยาม
[แก้ไข] สมัยเสียกรุง
ต่อมาได้มีชาวไทยกบฏที่ร่ำเรียนวิชามวยไทยจนแกร่งกล้า มีพลังกล้าแข็งจนถึงขนาดต่อยเป็นคลื่นพลังแหวกอากาศไปโจมตีคู่ต่อสู้ได้ ชื่อว่าสงัด ด้วยวิชาอันกล้าแกร่งทำให้หวังครอบครองประเทศขึ้นมาโดยไปอาสาสมัครเป็นหนอนบ่อนไส้ให้ประเทศพม่า โดยถึงแม้นายขนมต้มนักมวยไทยที่คาดว่าเก่งกาจที่สุดในสมัยนั้น จะจับไต๋สงัดได้และหวังเข้าสังหาร แต่ก็ถูกไทเกอร์อัปเปอร์คัตทีเดียวจอด ทำให้สงัดไปบอกจุดอ่อนของกำแพงเมืองทำให้พม่าเข้าตีกรุงแตก ซึ่งก็คือกำแพงฝั่งตะวันตกตรงวิหารที่ 2 ของเยรูซาเล็มนั่นเอง
[แก้ไข] สมัยกู้ชาติ
เริ่มต้นที่ปี พ.ศ.2310 นายพลไบสัน(ในแถบเอเชียชื่อเวก้า) ผู้มีอำนาจเด็ดขาดมีอุดมการณ์ บ้าคลั่ง และฝีมือที่เหนือชั้น และหวังจะครองโลก ที่เกิดในตระกูลศักดินา (สมัยนั้นมีอายุ 35 ปี) ด้วยยังติดที่ว่าเมืองสยามยังตกเป็นเมืองขึ้นอยู่ จึงต้องจัดการเจ้าเมืองตะเบงชเวตี้ก่อน จึงเข้าสังหารโดยการใช้ท่ากระโดดเหยียบหัว โดดข้าม รปภ. ที่คุ้มกัน โดยตะเบงชเวตี้ถูกเหยียบหัวแล้วไม่ตาย เมื่อนายพลไบสันเห็นว่าแค่้เหยียบหัวไม่พอจึงตีลังกาม้วนตัว เอามือสองข้างทิ่มคู่ลงมาใส่ศีรษะ ตะเบงชเวตี้ก้มด้วยความเจ็บปวดอยู่ ไม่ได้กดกันบน เลยรับไปเต็มๆ และเสียชีวิตคาที่ เมื่อตะเบงชเวตี้ถูกสังหาร ระหว่างนั้นนายสงัดกบฏขายชาติได้ไปถ่ายหนักไม่ได้อยู่คุ้มกัน กลับมาเห็นนาทีชีวิตของตะเบงชเวตี้พอดี จึงเลื่อมใสนายพลไบสันและขอสมัครเป็นลูกกระจ๊อก ต่อมานายพลไบสันก่อตั้งประเทศใหม่เป็นระบอบคอมมิวนิสต์ โดยกฏหมายแรกที่ออกใช้คือ คนไหนฆ่า คนนั้นได้ครอบครอง[แก้ไข] การเข้ามาของต่างชาติ
ปี พ.ศ.2425 หลังจากสมัยกู้ชาติ ชื่อเสียงของนายพลไบสันได้แพร่หลายไปทั่วโลก ทำให้อเมริกาเจ้าเก่าหวังผลประโยชน์ โดยส่งกิลด์เข้ามาติดต่อ และทำสัญญาตกลงลับในการแบ่งโลกกันครอบครอง ต่อมาเมื่อปี 2475 (นายพลไบสันยังไม่ตาย) นายพลไบสันเห็นว่าฝ่ายอเมริกาเล่นไม่ซื่อ โดยครอบครองเนื้อที่มากกว่าตนถึง 20 ตารางเซนติเมตร จึงใช้ไซโครครัชเชอร์สังหารกิลด์เพื่อประกาศสงคราม แต่จากการที่อเมริกาได้คิดค้นนิวเคลียร์ได้สำเร็จ ทำให้นายพลไบสันหงอ จึงปิดประเทศและเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบไซโครครัชเชอร์ โดยกฏหมายที่สองได้ร่างขึ้นมา คือ คอรัปชั่นได้แต่อย่าน่าเกลียด และกฏหมายรองรับคือ ประชาชนไม่รู้ก็คือไม่ผิด หลังจากนั้นนายพลไบสันได้เกษียณตัวเองโดยได้ฝึกฝนเด็กคนหนึ่ง และฝากฝังอุดมการณ์ทั้งหมดที่ตนมี เพื่อรอเวลาเพื่อมาปกครองประเทศและดำเนินนโยบายของตนต่อไป นั่นคือนายทุจศิล กินชะมัดนี่เอง[แก้ไข] ดูเพิ่มเติม
เรื่องราวหลังจากนี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ประเทศไทย
[แก้ไข] คำวิพากษ์วิจารณ์
“
ทะ ลวงโดยเล่ห์ร้าย โลภหลง
ลุ่ม ลาดเพียงญาติวงศ์ โฉดช้า
ปุ่ม ปมกระสันต์คง ผงาดครอบ
ปู ป่ายปีนคลั่งบ้า บอดใบ้งำเมืองฯ
ทุ จริตคิดแดกปล้น แผ่นดิน
สุ จริตชนโดนกิน ยากไร้
มุ สาวาทอาจินต์ งกงั่ง
ดุ ดั่งหมาบ้าไซร์ รัฐร้ายไทยเลนด์
ปิด สื่อหวังฮุบสิ้น กินเมือง
หู หนวกอดอยากเหลือง หม่นไหม้
ปิด เสียงแห่งแค้นเคือง ข่มขู่
ตา บอดเป็นบ้าใบ้ มืดแท้เมืองไทยฯ
บ้า บอคอแตกเต้น แร้งกา
อำ นาจแห่งตัญหา โหดแท้
นาจ นำก่อเวรมา หมองหม่น
นัก กอบโกยต้องแพ้ พ่ายด้วยมวลชนฯ”
~ วสันต์ สิทธิเขตต์ กล่าวถึง มุมมองของศิลปินแห่งชาติต่อนักการเมืองไทย

