จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
เนื้อหา |
[แก้ไข] เรื่องน่ารู้ประจำมหาวิทยาลัย
[แก้ไข] ความรู้ทั่วไป
- สีประจำมหาวิทยาลัยคือ สีชมพู
- ตราประจำมหาวิทยาลัยคือ ตราพระเกี้ยว (ที่มา : www.chula.ac.th)
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- สนามกีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกกันว่า “สนามจุ๊บ” โดยที่สมัยนัันสร้างในสมัยจอมพล ประภาส จารุเสถียร เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย และฉายานามของท่านเรียกกันว่า "จุ๊บ" จึงเรียกสนามจุ๊บ หรือสนามจารุเสถียรในระยะแรก
- สามารถนำรถเข้าไปจอดในคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ แม้ไม่ต้องมีสติกเกอร์ ถ้าคนขับหน้าตาดี(ผู้หญิงเท่านั้น)เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะทำการเลื่อนที่กั้นให้อย่างสุภาพเรียบร้อย
- คณะอักษรฯ มีภาควิชาการละครด้วยนะ แต่เป็นละครเวที เทอมนึงมีหลายเรื่องเหมือนกัน แต่แต่ละเรื่องก็แนวมั่กๆ น้องปีหนึ่งเข้ามาใหม่ๆ ต้องเริ่มด้วยการดูละครและวิจารณ์ละครเวที(ที่ดูยากมั่กๆ)
- เชื่อหรือไม่ คณะอักษรฯมีแสงเสียงเป็นของตัวเองด้วย
- โต๊ะหน้าตึกสี่ เรียกว่า โต๊ะไผ่ เป็นแหล่งรวม Arts Men
- เวลาแข่งกีฬาเฟรชชี่ หรืออะไรก็ตามที่ต้องใช้มีตัวเล่นเป็นผู้ชาย เช่น ฟุตบอล คณะอักษรฯต้องระดมพล Arts Men ทั้งสี่ชั้นปีเลยทีเดียว
- คนนอกจะมองคณะอักษรฯ ว่าเป็นคณะหรูหราไฮโซ แต่เชื่อหรือไม่ ชาวอักษรไม่เคยจัดงานใดๆ ที่โรงแรมเลย ไม่มีการสิ้นเปลืองด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นเฟรชชี่ไนท์ บายเนียร์ ฯลฯ สถานที่ประจำคือห้อง 103 ตึกสี่ กับส้วมหมา (สนามหญ้าเล็กๆหน้าตึกบรมฯ)
- เนกไทวิศวะกับครุจะไม่เหมือนชาวบ้าน
- คณะวิทยาฯมีการประกวดดนตรีอะคูสติก ชื่อว่า Under Tab (ส่วนใหญ่อ่านกันว่า “อันเดอร์แท๊บ”) จริงๆแล้วมาจากคำว่า “Under Tab” (อันเดอร์(ตึก)แถบ) เพราะสมัยก่อนจัดงานใต้ตึกแถบ ตึกแถบเป็นชื่อตึกหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์
- คณะแพทย์มี Singin' Contest ด้วย แรกๆมีแบคเป็น GMM ด้วยนะ ล่าสุด อบจ. พยายามยึดมาจัดในนามตัวเอง แต่ยังไม่สำเร็จ
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ เคยจัดงานประกวดเต้น ชื่อว่า DanceXplosion โดยตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นมา จัดในนามอบจ. (องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ)
- Human Relation คือวิชายอดฮิต ลงกันล้นจนต้องเปิดเซคเพิ่มทุกเทอม
- สนามวอลเลย์บอลคณะรัฐศาสตร์ ปัจจุบันเป็นที่จอดรถ -- ยามจะเปิดให้จอดตอนบ่ายโมง จะเข็นรถออกทีนึง เหมือนเล่น Tetris
- คณะรัฐศาสตร์จุฬามีสนามฟุตบอลเป็นของตัวเอง และ หวงมากด้วย
- โรงอาหารอักษรมีข้าวเหนียวไก่เป็นอาหารชูโรง และลูกค้าหลักคือเด็กเตรียม -- คนขายเป็นลุงกะป้า ถ้าป้าเป็นคนสับไก่ใส่จาน จะได้น้อยกว่า
แต่ถ้าสั่งไม่สับจะได้เยอะที่สุด
- คณะที่ใกล้ห้างที่สุดคือสหเวชศาสตร์ ใกล้สยามที่สุดคือสัตวแพทยศาสตร์ -- สหเวชอยู่ติด MBK ทันตะฯ,สัตวะ,เภสัชอยู่ติดสยาม
- รองเท้าขาวสำหรับนิสิตหญิงปี1 ฮิตใส่ยี่ห้อ peppermint
- ข้างหอประชุมจุฬามักเป็นที่ซ้อมละครของเด็กอักษร
- นิเทศ ที่ดูต้องใช้เครื่องมือเยอะๆนั้น มีตึกเรียนเพียงสองตึก คือ ตึกหนึ่งและตึกสอง (มันไม่มีสามสี่ห้าแน่ๆ) ตึกหนึ่งมีห้าชั้น ใช้การได้สี่ชั้น และตึกสอง มีหกชั้น ใช้งานได้จริงๆ สามชั้น...(สงสัยตัวเองเหมือนกันว่ายัดตัวเองอยู่ที่ไหนของคณะ)เป็นตึกจิ๋วๆที่อยู่ระหว่างครุกับนิติ นี่แหละ ปล.ก็อยู่กันใต้ถุนคณะนั้นแหละ คาดว่าเป็นคณะเดียวที่สามารถเปิดเพลงฟังได้ที่ใต้ถุนคณะ โดยไม่โดนอาจารย์ด่า หิหิ
- รถโดยสารภายใน "จุฬาฯ" เรียกกันติดปากว่า "รถป็อป" ซึ่งมีที่มาจาก "รถ ปอ.พ." -- รถป๊อบเป็นรถไฮบริด ชาร์จไฟเพียง 4 ชม. วิ่งได้ถึง 2 ชม.
- 30% ของนิสิตจุฬา มารู้เอาตอนปี 3 ว่า "รถป๊อป" มาจากคำว่า "รถ ปอ.พ."
- "รถป๊อป" รุ่นใหม่ สามารถจ่ายค่ารถด้วยบัตร SmartPurse ได้ด้วย
- ห้องน้ำที่มาบุญครอง ก้อจ่ายด้วยบัตร SmartPurse ได้เหมือนกัน ไฮโซมั๊กๆ
- ครุอาร์ท เป็นครุศาสตร์ที่ตึกเรียนอยู่ตรงข้ามกับคณะครุศาสตร์(งงม้าย คือเค้าว่า เค้าเป็นครุอาร์ท.. ไม่ใช่ครุศาสตร์ นะ)
- เด็กฝั่งมาบุญครองเรียกฝั่งตรงข้ามว่า "ฝั่งในเมือง"(แปลว่าฝั่งนี้เป็นบ้านนอกหรือ ไม่น้า<= ฝั่งMBK เรียกว่าฝั่งบ้านนอก
- เด็กฝั่งสยาม(เภสัช,ทันตะ,สัตวะ)จะเรียกจะเรียกบริเวณอื่นๆว่าจุฬาใหญ่และถูกเรียกว่าบ้านนอก (ถึงบ้านนอกก็มีห้างเป็นของตัวเองจ้า)
- โรงอาหารนิติ เป็นโรงอาหารที่มีเด็กสาธิตและเด็กนิเทศนั่งกินมากที่สุด (เปล่านะ เราใช้รวมกันหรอก)
- ลุงฟรุ๊ตตี้ขี่เวสป้ามาขายผลไม้ในจุฬาทุกวันตอนเย็น (จริงๆ ลุงเค้าชื่อประมวล แซ่ลิ้ม (หนังสือเปิดรั้วจามจุรี ปี 49))
ลุงฟรุ๊ต เป็นลูกชายหัวโป้งเหน่งของลุงเทียมมี่ ซึ่งขายอยู่หน้าอักษรตั้งแต่รุ่นแม่
- อักษรชอบถาปัด แต่ถาปัดชอบกันเอง
- การเดินสยามถือเป็นการเดินช่วยย่อยได้ดี ไม่ต้องซื้อไรหรอก..เพราะมันแพง
- แต่ก่อนเข็มพระเกี้ยวรัศมีจะเป็นทรงแหลม เดี๋ยวนี้รัศมีอ้วนๆ
- หอยทากมักเดินเล่นบนถนนในหน้าฝน และมันจะไม่หยุดให้เราเดินไปก่อน...
- นอกจากหอยทากแล้วเรายังสามารถพบหนูได้ทั่วไปในอาณาเขตจุฬาฯ เวลากลางคืน
- แถวๆ หอกลาง มีสุนัขมากที่สุดในจุฬาฯ และชอบรวมฝูงเป็นกลุ่มใหญ่ในเวลาค่ำคืน
- วันดีคืนดี ก้อชอบนอนจองถนนกันเต็มถนน
- มีไดโนเสาร์สองตัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ นอกจากไดโนเสาร์แล้วยังมีตู้ไฟขนาดใหญ่อีกสองกรงหย่ายๆๆ รกโครตๆ
- ตอนประธานาธิบดีคลินตันมาที่มหาลัยหลายปีก่อนมีหน่วย swat องค์รักษ์ติดมาด้วย1คันรถ ทุกคนถืออาวุธครบมืออยู่ในท่าเตรียมพร้อมตลอดเวลา ไม่รู้จะไปรบกะใคร
- ถนนอังรีฯมีอาชญากรรมบ่อยๆ -- ตอน 9 โมงเช้าจะมีคนขี่มอไซค์รับจ้าง ยืนฉี่ใส่ตู้ชุมสายโทรศัพท์ ตรงประตูใหญ่อักษร เจอแม่งประจำ
- ก่อนมีรถป๊อป ไม่เคยมีการใช้มอไซค์หรือจักรยาน "เดินจุฬา"เท่านั้นพี่น้อง น่องโป่งเรย.......
- นิสิตบางคนทึกทักเอาเองว่า DotA คือกีฬาประจำมหาลัย (จะสู้พวกเกษตรฯได้เร้อออ)
- คณะรัฐศาสตร์ และ เศรษฐศาสตร์ ตั้งอยู่บนถนนเดียวกัน ทำให้ ถนนนั้นชื่อว่า ถนนไฮโซสตรีท เพราะรวมไว้ซึ่งคณะ ไฮโซ ดังๆ ทั้งน้าน -- คณะบัญชี มีลานจอดรถให้นิสิตด้วย
- คณะที่ทุกคนใฝ่ฝันเมื่อเห็นการแสดงเชียร์โต้ คือ ศิลปกรรมศาสตร์ และเพลงยอดฮิตติดหู คือ เพลงน้องนางลูบไข่ และเพลงโอ้ทะเล (บัลเล่ย์)
- คณะที่มีตึกสูงที่สุด คือ ตึกมหามกุฏ คณะวิทยาศาสตร์ (มักเรียกกันว่า ตึก sci)
- ถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นศาลาพระเกี้ยว เป็นรูปพระเกี้ยวจริงๆ และ ตึกจุลฯจะเป็นฐานพระเกี้ยว ไฮโซเวอร์
- สายรถป๊อบที่ฮิตที่สุด คือ สาย 1 ศาลาพระเกี้ยว-สยาม และสาย 2 สำนักวิทย์กีฬา-ศาลาพระเกี้ยว -- การเดิน เร็วกว่าการรอ และนั่งรถป๊อบ
รถป๊อพมีด้วยกัน 3 สาย คือ สาย1 สาย2 และ สาย4 งงมั้ย???
- ความลึกลับของรถป๊อบ คือ ตอนเราขึ้นเป็นสาย1 แต่พอคนเต็มรถสามารถแปลงกายเป็นสาย2ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
- คนขับรถป๊อบน่าเกลียดมากๆ ชอบเปิดประตูชนนิสิตตรงกลางรถ พร้อมกับเสียงด่าว่าทำไมไม่รู้จักระวัง (กูโง่มากโดนประตูหนีบ)
- ห้องสมุดอักษรเป็นห้องสมุดที่เงียบมาก เพราะเด็กอักษรไม่นิยมอ่านกันที่นี่
- หอใน จุฬาฯ ชื่อว่า ซีมะโด่ง และมีงานรับน้องเป็นของตัวเอง ว่ากันว่า ช่วงเดือนมิถุนาทั้งเดือน แถวๆมาบุญครอง จะได้ยินเสียงโวยวาย เสียงเพลง ตอนดึกๆ
- หอพักอาจารย์ "วิทยนิเวศน์" สามารถเอาจักรยานขึ้นลิฟต์ไปจอดหน้าห้องได้ ในขณะที่ลานจอดรถด้านหน้า อาจารย์ก้อต้องแย่งกันจอดรถยนต์จนล้นไปที่ถนน
- หอกลาง เคยมีคดี ชกกัน เนื่องจากแย่งที่นั่งอ่านหนังสือกัน
- นิสิตจุฬาฯ กว่าครึ่ง สามารถ บูม บาก้า ได้ก่อน เอนท์ ติดจุฬาฯ
- จากข้อที่แล้ว สันนิษฐานว่าเหตุหนึ่งเพราะนิสิตจุฬาฯจำนวนหนึ่งมาจากโรงเรียนข้างๆที่มี บูม บาก้า เหมือนกัน
- อบจ. ย่อมาจาก องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ยาวจิง) เป็นเหมือนสโมสรนักเรียนของจุฬาฯ จัดงานต่างๆ ในมหาลัย เช่น รับน้องก้าวใหม่ งานบอล ปิยะ ลอยกระทง นายกอบจ. หลังๆ มีแต่เด็กวิดวะ
- เป็น นอมินี ชนิดหนึ่ง
- นิสิตจุฬาฯ กว่าครึ่งเคยเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของมหาลัย แต่ไม่รู้จักอบจ.
- อังรีดูนังต์ เป็นที่จอดรถของเด็กวิศวะ และรัดสาด สี่โมงปุ๊ปก็จะกรูมาเลื่อนออกเพราะจะโดนล็อคล้อ -- ใบสั่งเฉยๆ 100-200 ถ้าล็อคล้อด้วยก็ 400
- CU-TIME เป็นโครงการที่รณรงค์การตรงต่อเวลา ของนิสิต จัดขึ้นเมื่อปี 2546 แต่ไม่รู้ประสบความสำเร็จไหม?!?!?
- BSAC เป็นคณะอินเตอร์ ที่ผู้ชายหล่อมักไม่ใช่ผู้ชาย ผู้หญิงสวยมักไม่ใช่ผู้หญิง
- BSAC มีสมาคมเป็นของตัวเองชื่อว่า สมาคมมะเร็งปอด เป็นสถานที่ ไว้ใช้ในการตึ้ม โดนยึดเอาบันไดหนีไฟเป็นที่ตั้งสมาคม
- เด็กอักษรภาคอินเตอร์ ไม่ถูกกับเด็กอักษรภาคปกติ
- บนถนน ไฮโซสตรีท ท่านสามารถพบเห็นรถยนต์เหล่านี้ได้บ่อยๆ: รถเบ็นซ์ทุกคลาส A C CLK E S SL SLK บีเอ็มทุกซี่รีย์ 1 3 5 7 X3 X5 Z3 Z4 รถ MINI Cooper หลากสี ปอร์เช่ Boxster Cayenne Cayman หรือว่า Nissan GT-R ตัวใหม่ก็ยังมี
- ทั้งมหาลัย มีคนใช้รถโตโยต้า ยาริส สีฟ้า เหมือนกันประมาณ 10 คัน
- และมีคนใช้ฮอนด้า Jazz สีขาวนับไม่ถ้วน
[แก้ไข] เชื่อหรือไม่?
- สระน้ำหลังตึกฟิสิกส์ แท้ที่จริงเป็นทางระบายน้ำขนาดใหญ่ที่มีสารพิษจากตึกเคมีไหลปนมาด้วย แต่ต่อมาเกิดน้ำขังอุดตันและมีคนนำปลามาปล่อยจนแพร่พันธ์เต็มสระ เคยมีการซ่อมแซมทำให้ปลาลงไปนอนพะงาบๆ จึงต้องทำเขื่อนกั้นน้ำไว้เหมือนเดิม ปัจจุบันปลาและสิ่งมีชีวิตในคลองหลังตึกฟิสิกส์ เป็นมิวแตนท์ กินสารพิษเคมีเป็นอาหาร
- ห้องสังสรรค์ เอ้ย!!ห้องสมุด คณะเศรษฐศาสตร์ มีบรรณารักษ์ที่ดุที่สุดในโลก
- กีฬาเฟรชชี่ปี49 มวยหญิงตัวแทนบัญชีต่อยตัวเองจนเข้าโรงพยาบาล
- รุ่นพี่หลายคนชอบหลอกน้องให้ลงวิชาเลือกยากๆ เพราะแค้นที่ตัวเองโดนหลอกมาก่อน (เช่นผม เจอ C+ มาหมาดๆเทอมที่แล้ว - -*)
- ปัจจุบันรถป๊อปกลายสภาพเป็นรถไฟฟ้าแล้วนะ สีชมพูแหววเหมือนเดิม รถกระชากแรงมาก ควรจับราวให้ดี อาจารย์ท่านหนึ่งของวิชา REC CAMP เคยบอกไว้ว่าเวลาขับรถต้องระวังข้างหลังดีๆเพราะรถไฟฟ้าขับมาเงียบมาก เกือบชน
- ห้องสมุดรัฐศาสตร์สามารถคุยได้ แต่ถ้าเสียงดังเข้าขั้นตลาดสดเมื่อไหร่จะมีกริ่งเตือน นิสิตจะเงียบไปประมาณสองนาที แล้วก็คุยกันเหมือนเดิม
- บะหมี่อดทนรัฐศาสตร์ อดทนจริงๆ (เพราะป้าทำช้ามั่ก) และแพงจริงๆ (ใครกินฟูลออพชั่น เหยียบ 40) -- ใส่เป็ดด้วย อร่อยเมพ
- ปูนปั้นรูปตุ๊กแกที่แปะอยู่หน้าตึกศิลกัมหายไป...ไปไหน....ลึกลับจริงๆ
- จริงๆแล้วตุ๊กแกตรงมุมตึงศิลปกรรม ไม่ใช่ปูนปั้น แต่มันเป็นโฟม แปะด้วยกาวสองหน้า อยู่ทนทานมานานจนผุกร่อน เลยดูคล้ายปูนปั้น
- และที่หายไปก็ไม่ลึกลับหลอก จารย์บั๊ค(คณะบดี)สั่งให้ทาสีตึกใหม่ แล้วคงเห็นว่าไร้สาระมั๊ง เลยแกะออก
- ที่จริง! จารย์บั๊ค(คณะบดี)ไม่ได้สั่งให้แกะออก... แต่คนงานทาสี แกะแล้วเผลอเอาไปทิ้งต่างหาก! (ที่รู้มาเพราะถาม อ. ตอนเรียนวิชาเลือกเมื่อเทอม 2/2548)
- แต่ว่าล่าสุด ตุ๊กแก กลับมาแล้ว เป็นไฟเบอร์ทำสีอย่างดี อยู่ในตำแหน่งเดิมเป๊ะ (พวกเราไร้สาระ แต่ทำจริงวะ 555)
- นกพิราบชอบบินใส่กระจกรถที่วิ่งมา...ตายประจำ ไม่รู้ทำไม
- หมาของศิล'กัมถ้าเป็นสีขาวจะโดนbody paint
- นิสิตหญิงที่ใส่เสื้อฟิดติ้วตีเกล็ดจะถูกประนามหยามเหยียด
- จุฬามีหมูปิ้งเดลิเวอรี่ด้วยนะ โทรสั่งได้ไว้จะเอามาแปะไว้
- พนักงานหน้าห้องคอมที่วิศวะจุฬาเป็นเกย์ ชอบแอบจับมือผู้ชายตอนขอดูบัตรนิสิต (ระวังไว้ให้ดี)
- และถ้าหน้าตาถูกตาถูกใจพนักงานหน้าห้องคอมที่วิศวะจุฬาละก็อาจได้ยินประโยคต่อท้ายว่า "ช่วยหันหลังให้ดูด้วยคับ" (โอ้วแม่เจ้า)
- รวมทั้งถ้าไม่ยอมมองสบตาตรงๆก็อาจโดนว่าด้วยว่า "ช่วยมองหน้าตรงๆด้วยคับ"
- แล้วถ้าเขาชอบใครเป็นพิเศษ จะถูกกล่าวหาว่าแต่งกายผิดระเบียบ เพื่อตรวจสอบต่อไป
- หมาที่วิศวะ นาม"หมาอ้วน" เข้าเรียนมากกว่านิสิตหลายๆคนในคณะด้วยซ้ำ เช่น แคล เคมี แมททีเรียล ดรออิ้ง
- ไม่มีใครรู้ว่าหมาอ้วนเป็นหมาตัวผู้รึตัวเมียกันแน่
- หมาอ้วนตายแล้วด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2551 เวลาประมาณ 9 โมง ปัจจุบันถูกฝังไว้ระหว่างตึกโตฯ (วิดวะ) และโรงอาหารรัดสาด
ปัจจุบัน มีหมาเขี้ยว และ หมาอ้วนเซ่เว่น มาแทน
- งานรับน้องก้าวใหม่ เคยมีบ้านที่มีชื่อเป็นคำผวน เช่น บ้านเพชรกันยา แต่ต่อมาอาจารย์เริ่มผวนคำเป็น เลยไม่มีชื่อบ้านแบบนี้ให้เห็นอีก
- บริเวณหน้าตึกบรมฯ (ตึกอักษรฯ) สามารถนั่งกินเหล้าได้ตั้งแต่เที่ยงวันโดยที่ไม่มีอาจารย์ด่า !!!
- ห้องน้ำชายตึกบรมฯ (ตึกอักษรฯ) ยังสามารถดูดบุหรี่ได้ เพราะว่าไม่ค่อยมีคนเข้า
- อนุสาสกหอพักคนปัจจุบัน (อาจารย์ผ่าว) หน้าตาเหมือนพระเอกหนังเรื่องรักแห่งสยาม (มาริโอ้)
- ตึกจามจุรีเก้า (แถวสามย่านที่เพิ่งสร้างเสร็จ) ที่เคยนั่งกินเหล้าได้โดยที่ไม่มียามไล่ ตอนนี้มีรั้วกั้นมิดชิดพร้อมยามตลอดเวลา
- บริเวณบันไดตึกวิทยบริการ (หอกลาง) สามารถนั่งกินเบียร์ ดูดบุหรี่ ดูดปุ๊น ฯลฯ ได้
- บริเวณคณะวิศวกรรมศาสาตร์ สามารถดูดได้ทุกที่
[แก้ไข] ธรรมเนียมประเพณี
- นิสิตใหม่ตอนเข้ามาต้องถวายบังคมพระรูปสองรัชกาล ตอนเรียนจบรับปริญญาก็ต้องถวายบังคมลา เช่นเดียวกัน
- คืนวันคริสมาสและวันวาเลนไทน์ ที่หอในจะมีการตะโกนบอกรักกันข้ามหอ อิอิ (จริงๆมันเป็นช่วงสอบแหละ เครียดๆกันเลยหาเรื่องตะโกน)
- “รับน้องก้าวใหม่” คือการรับน้องรวมของมหาลัย เป็นการรับน้องขำๆ ไม่มีว้าก ไม่มีโหด พี่ๆเอาใจน้องๆราวกับพระเจ้า มีพี่บ้าน มีน้องบ้าน ส่วนใหญ่แต่ละบ้านสังกัดชมรม เช่น บ้านโซ้ยตี๋หลีหมวย คือชมรมสลัม บ้านโรงเรียนก็มี เช่น บ้านยิ้ม บ้านแรง
- แต่บ้านรับน้องบ้านหนึ่งที่มีความแปลกประหลาดมากเป็นพิเศษเห็นจะเป็นบ้านคุ้ม นอกจากจะอุดมไปด้วยประชากรเพศที่สามแล้ว ดูจากการแต่งกายในปีล่าสุด(2551)ที่เนรมิตคนในบ้านให้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ในสายการบิน เหมือนละครชื่อดังทางช่อง5ไม่มีผิด
- งานบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เป็นเหมือนงานปิดฉากกิจกรรมของแต่ละปี จะเป็นช่วงแย่งซีนของคนทำกิจกรรมและคนเฉยๆ หลายๆ คน จะแห่กันมาสมัครเป็นลีดบ้าง ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวบ้าง ใครได้เป็นก็ดังเลยทันที
[แก้ไข] เทศกาลตัดงบ(ชมรม)มหาสนุก
- เป็นช่วงเทศกาลแห่งความรื่นเริงที่จัดขึ้นก่อนจะขึ้นเทอมใหม่ สาระของเทศกาลว่าด้วยการแบ่งก้อนเค้ก เอ้ยยย งบให้แต่ละชมรม ในที่ประชุม
- อนึ่ง ชมรมในจุฬาประกอบด้วย 4 ฝ่าย ได้แก่ กีฬาในร่มผ้า พัฒนาชาติเทย วิชากวน และศิลเปรอะวัฒนธรรมกาย ซึ่งทำการตัดงบแบบฝ่ายใครฝ่ายมัน
- ระยะเวลาในการจัดงานเทศกาลตัดงบ กินเวลาทั้งสิ้น 2 วันเต็ม และมีบางคนออกมาโอดครวญว่า 2 วันมันน้อยไป น่าจะเอาซัก 2 สัปดาห์ ถึงจะมันส์
- แต่ละชมรมก็มีเมกกะโปรเจคเป็นของตัวเอง ต่างก็พยายามจะมานำเสนอแบบเว่อร์ๆเพื่อให้ผ่านความเห็นของที่ประชุม เป็นต้นว่าเสนอไปแสนกว่าๆ แต่เอาเข้าจริงๆต้นทุนมันก็แค่หมื่นกว่าๆนั่นเอง
- ตัวกลางในการประชุมของเทศกาลจะต้องมาจากทั้ง 2 ฝ่าย ได้แก่ อบจ.(องค์การบริหารส่วนจังหวัด)และ กทม.(กรุงเทพมหานครฯ) จะคอยมาทำหน้าที่จดวาระการประชุมและเติมเชื้อไฟให้เหล่าพรรดาผู้ร่วมงานเทศกาล ยิ่งยุส่งให้ต่อยกันได้ ก็ยิ่งแปลว่าเป็นตัวกลางที่ดีมีคุณภาพ
- ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบทสนทนากันภายในที่ประชุมของฝ่ายศิลป์ฯ ระหว่าง ชมรมหัวล้านนา กับชมรมอีสานบ้านเฮา
อีสาน: ครับ...เนื่องจากคนอีสานส่วนใหญ่ มีวัฒนธรรมการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เราจึงได้มีการให้บริการสาธารณประโยชน์ ไปตรวจหาโรคให้คนเหล่านี้ ซึ่งเราก็จะเป็นต้องใช้งบ ที่จะไปจัดซื้ออุปกรณ์เช่น ถุงมือ สำลี ที่ปิดปาก แถบตรวจวัดเบาหวาน เป็นต้น
ล้านนา: เดี๋ยวๆๆๆๆ เดี๋ยวก่อนนะมึง...ไอ้แถบตรวจวัดเบาหวานอะไนของมึงเนี่ย ที่เขียนมามันตั้ง 4000 เลยนี่หว่า
อีสาน: ก็ใช่อ่ะดิ
ล้านนา: ยังจะมาหน้าตายอีก...มันดูไม่งี่เง่าไปหน่อยเหรอวะ พวกมึงเป็นชมรมศึกษาวัฒนธรรมอีสานไปศึกษาที่โน่น แต่เสือกไปตรวจเบาหวานให้เค้าเนี่ยนะ
อีสาน: อ้าวววว...พวกกูไปอาศัยเค้าอยู่ ก็ต้องทำอะไรที่มันจะตอบแทนเค้าบ้าง
ล้านนา: แล้วพวกมึงคิดว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ใช่หมอนะโว้ยยยย สมมติเกิดตรวจคนนึงแล้วเค้าเป็นเบาหวานขึ้นมา....ทำไงต่อทีเนี้ย
อีสาน: ก้อ...ตกใจ
ล้านนา: ควย
อีสาน: ไม่ใช่เว้ย...คือ มันจะมี จนท.ของสาธารณสุขไปด้วย แล้วเราก็ทำการเก็บข้อมูลที่ได้จากการตรวจให้ จนท.เค้า อะไรแบบนี้ไง
ล้านนา: งั้นความเห็นกูคือ พวกมึงตัดแม่งไปเหอะ...ไอ้งบส่วนเนี้ย
อีสาน: เฮ้ยยยย ทำไมวะ ???
ล้านนา: เราเป็นชมรมฝ่ายศิลป์นะโว้ย สัด ในระเบียบการก็เขียนไว้ว่า กิจกรรมที่พวกมึงจะทำกันมันต้องสอดคล้องกะการดำรงค์และรักษาไว้ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรม แล้วไอ้การไปตรวจโรคของมึงเนี่ยมันเกี่ยวเฮี่ยไรด้วย ที่กูพูดมาเนี่ยมึงพอจะเข้าใจมั้ย แล้วกูเชื่อว่าชมรมอื่นๆที่มันนั่งหน้าสลอนกันอยู่ในห้องนี้ก็คิดแบบเดียวกันกับกู
อีสาน: แต่...
ล้านนา: มึงจะตัดดีๆหรือจะตัดด้วยน้ำตา ?
อีสาน: เออๆๆๆๆ รู้แล้ว ตัดก็ตัดวะ(สัด)
เป็นอันว่างบราวห้าพันฝ่าๆของชมรมอีสานบ้านเฮา จึงถูกหั่นออกไปด้วยประการฉะนี้แล
[แก้ไข] ที่สุดแห่งชาวจุฬา
- เด็กจุฬาที่เล่น DotA ได้เก่งที่สุดชื่อ ไอ้ม่อน ณ เสดสาด
- เด็กจุฬาที่แข็งแกร่งที่สุดชื่อ ไอ้แคน ณ นิติ (อดีตประธานชมรมคาราเต้)
- เด็กจุฬาที่ถึกที่สุดชื่อ ไอ้โย ณ วิดกีฬา (อดีตประธานชมรมยูโด)
- เด็กจุฬาที่บ้าพลังที่สุดชื่อ ไอ้นัน ณ วิดยา (เจเนอรั่ลเบ๊ชมรมไอคิโด)
- เด็กจุฬาที่มีอาการเล็บขบรุนแรงที่สุดชื่อ ไอ้เบิร์ด ณ นิติ (ดำรงตำแหน่งประธานชมรมไอคิโด ณ เวลาที่บทความถูกเขียน)
- สาวจุฬาที่โหดที่สุดชื่อ ยัยเจน ณ รัดสาด (อดีตประธานชมรมเทควันโด)
- เด็กจุฬาที่หูดำที่สุดชื่อ พี่บรีซ ณ รัดสาด (อดีตประธานชมรมมวยไชยยา)
- เด็กจุฬาที่"แก่!!!!"ที่สุดชื่อ ไอ้ข้อมูลปกปิด ณ รัดสาด (รูจักกันดีในนามของ chicken_wuss)
- สาวจุฬาที่เดิ้นที่สุดชื่อ แก้ม ณ นิเทศน์ (อดีตเด็ก มศว. และนักถ่ายแบบโฆษณาชื่อดัง)
- สาวจุฬาที่มีคนอยากเป็นแฟนด้วยมากที่สุดชื่อ อุ๋งอิ๋ง ชินนาตร้า ณ รัดสาด
- สาวจุฬาที่ถูกเสปก chicken_wuss มากที่สุดชื่อ หนู ณ บัญชี (รึเปล่าหว่า)
- อาจารย์จุฬาที่อยู่ในลิสต์นักศักษาอยากดักตีหัวมากที่สุดคือ "โล้นชู" (แต่ไม่มีใครสามารถทำตามนั้นได้ เนื่องจากอาจารย์แกเป็นผู้ฝึกสอนให้กับชมรมศิลปะการป้องกันตัวชมรมหนึ่งในจุฬา)
- เด็กจุฬาที่มี Gpax น่าสมเพชที่สุดชื่อ ข้อมูลปกปิด ณ ข้อมูลปกปิด (หรือ BiteAdust นั่นเอง)
- เด็กจุฬาที่เท่ที่สุด ชื่อนายศิวดล (ขอสงวนนามสกุล) อยู่เสดสาด (อดีตพรีเซนเตอร์มีดโกนหนวดยี้เหล็ด ปัจจุบันโดนปลด เนื่องจากสิวเยอะเกินไป เกรงว่ามีดโกนหนวดจะไปบาดสิวเลือดอาบ)
- เด็กจุฬาที่หล่อที่สุด ชื่อนายวสุธาดา นารีพิโรจน์(นามและนามสกุลสมมติ) อยู่เสดสาด
- เด็กจุฬาที่เข้าเรียนน้อยที่สุด ชื่อ ข้อมูลปกปิด ณ รัดสาด โดยอาทิตย์นึง มันจะมาเรียน 2-3 วัน
- คณะที่ lnw ที่สุดในจุฬาได้แก่ คณะ
เสดสาดรัดสาด - คณะที่ห้องน้ำหรูที่สุดในจุฬาได้แก่ คณะบัญชี (พื้นหินอ่อน ส้วมมีพัดลมติดด้วย)
- คณะที่ห้องน้ำน่ากลัวที่สุดในจุฬาได้แก่ คณะเภสัช (ตอนกลางคืนโคตรสยอง)
[แก้ไข] ความเชื่อ
- เวลาต้องการพึ่งบารมีของเสด็จพ่อร.๕ ให้ขอ ไม่ให้บน (มีรุ่นพี่บอกมาอีกที)คอนเฟิร์มว่าขลังจริง อิฉันเคยขอเรื่องเรียนมาแล้ว (แต่ไม่ได้แก้ด้วยการวิ่งนะ แก้ด้วยการถวายดอกไม้แทน)แต่ห้ามขอหวยนะ(นิสิตคนไหนจะเล่นหวยฟะน่ะ)
- เคยมีเคยขอเสด็จพ่อว่า หากได้เกรดเกิน 2.5 จะวิ่งรอบสนามหน้าพระรูปสิบรอบ สรุปปลายภาคมา ได้เกรด 2.51
- คณะวิศวะฯ มีลานเรียกว่าลานเกียร์ หากใครสะดุดลานเกียร์จะมีแฟนเป็นเด็กวิศวะฯ (สาวบัญชีบางกลุ่มชอบไปเดินสะดุด)ส่วนอักษรมีความเชื่อว่า หากสาวคนไหนสะดุดพรมแดง (ตึกเทวาลัย) จะได้แฟนเป็น artsmen
- นิสิตป.ตรีที่กำลังศึกษาอยู่ห้ามถ่ายรูปเดี่ยวคู่กับพญานาค ที่หัวบันได ตึกมหาจุฬาฯ(ตึกที่สวยๆ ตรงข้ามหอประชุมจุฬาฯ) ไม่งั้นจะโดนรีไทร์ (แต่ถ้ารูปหมู่ก็ไม่เป็นไรนะ)
- รัฐศาสตร์จุฬา ถ้าเข้าตึกหนึ่งหน้าคณะ ห้ามเดินเข้าประตูกลาง ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ
- รัฐศาสตร์จุฬามีศาลเจ้าพ่อสิงห์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์มาก กับ เจ้าแม่ต้นไทร
- ห้ามลงบันไดกลางคณะครุศาสตร์(ฝั่งที่ตรงข้ามกับสาธิตและนิเทศ)ไม่งั้นไม่จบ
- ห้ามนิสิตปีหนึ่งเดินขึ้นลงบันไดหน้าตึกขาวคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นตึกภาควิชาชีววิทยา(อยู่ตรงทางเข้าคณะใกล้สระน้ำจุฬา) ไม่งั้นจะซิ่ว (จริงๆแล้ว ไม่เคยเดินก็ซิ่วได้)
- มีความเชื่อว่า หากได้ลอยกระทงกับคนที่ชอบที่สระน้ำ "จุฬาฯ" หน้าหอประชุม จะได้เป็นแฟนกัน แต่ถ้าเป็นแฟนกันอยู่แล้ว ดันมาลอย... ก็จะเลิกกัน
- ห้ามมองเต่าตรงสระน้ำที่อยู่แถวๆ โรงอาหารตึกจุล ไม่งั้นเอนท์ไม่ติด (เจอทุกวันที่ข้ามไปฝั่งนู้นเลยแหะ)
- ถ้าเห็นเต่าที่สระน้ำตรงหน้าตึก physics จะไม่ตกmean วิชา physics.. แต่ถ้าตะพาบก็...
- ห้ามเหยียบคำว่า สถ. ที่ประตูกลางถาปัด ไม่งั้นเรียนไม่จบ (แล้วไปไว้ที่พื้นทำไมหล่ะพ่อคุณ)
- คนที่โดนกิ่งต้นจามจุรีหล่นใส่หัว จะเรียนไม่จบ (คงเพราะว่างมาก ขนาดมาเดินให้มันหล่นใส่หัวได้)
[แก้ไข] เรื่องลึกลับ
- ตึกอักษรเก่าจัดเลยเรื่องผีเยอะ ส่งผลให้ต้องทุบทิ้งไปแล้ว
- สมัยยังใช้การตึก 2 นิเทศได้เต็มที่นั้น มีเรื่องเล่าว่า หลังสามทุ่มไปถ้าเดินลงบันไดเวียนจะลงมาเจอชั้นสามประมาณสี่ครั้ง (บรื๋อออ) แล้วตึกนิเทศก็โดนทุบอีกเช่นกัน
- สมาชิกชมรมวาทะฯ ของวิดวะมักจะเจอประสบการณ์หลอนๆบ่อยที่สุด และเกือบทั้งหมดเกิดในห้องประชุมใหญ่ ที่ตึกสาม ของวิดวะ
- ปีกอาคารเรียนชั้นสี่ ตึกสาม คณะวิดวะ หลังหกโมงเย็นแล้ว บรรยากาศจะน่ากลัวที่สุด ชนิดที่ว่า แค่ห้าโมงเย็นก็ไม่มีคนเดินแล้ว
[แก้ไข] ของกิน
- ที่จุฬาฯก็มี KFC เหมือนกันนะ ย่อมาจาก Karusart Food Center ของคณะครุศาสตร์ มีอาหารให้เลือกมากมาย แต่จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่โรงอาหารแต่เป็นซุ้มโค้กแถวนั้นมากกว่า มีน้ำปั่นเลื่องชื่อ อิอิ
- โรงอาหารวิดวะมีก๊วยเตี๊ยวอร่อยทั้งสองร้าน
- โรงอาหารอักษรย้ายมาติดกับโรงอาหารวิดวะแล้ว ส่งผลให้โรงอาหารวิดวะโล่งขึ้นทันตาเห็น
- อาหารตามสั่งร้านเจ๊กุ้งที่โรงอาหารวิศวะอร่อยมาก (อะไรก็ได้แต่ขอให้ใส่ปลาทอด)
- โรงอาหารคณะทันตะหรูมาก คุณภาพสยามแต่ราคาเป็นกันเอง
- โรงอาหารรัฐศาสตร์ มีร้านอาหารนอกๆอยู่(ไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่ง มีหมด) แต่ราคาถูกเหลือเชื่อ20บาทก็อิ่มได้ ร้านเก็บเร็วมาก เลยเที่ยงครึ่งไปก็แทบไม่มีไรเหลือแล้ว(เคยไปตอนบ่ายโมงป้าเค้าจะเก็บร้านละ อะไรจะไวปานนั้น) -- เด็กแพทย์ชอบมาแย่งเด็กรัดสาดกิน
- แต่ของดีในรัดสาดจริงๆต้อง บะหมี่อดทน (หรืออาจมีชื่อว่า บะหมี่ป้าเฉื่อย หรือ บะหมี่อึดก็ตามแต่ใครจะเรียก)
- โรงอาหารคณะวิศวะเป็นโรงอาหารที่เล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดคณะและจำนวนคน จะทำให้นิสิตต้องไปกินโรงอาหารข้างเคียง เช่น อักษร หรือไม่ก็ รัฐศาสตร์ แต่บางทีก็ไปด้วยสาเหตุอื่น เช่น ส่องสาว(See-food)
- โรงอาหารวิศวะสมัยก่อนเปิดโล่ง ปัจจุบันมีกรงล้อม เนื่องจากเหตุการณ์นกพิราบบุกกินอาหารที่คนวางไว้บนโต้ะ(ในช่วงไปซื้อน้ำ)และที่เก็บจาน คาดว่าเหตุการณ์เกิดจากนักศึกษาวางจัดไม่มีอะไรทำซื้อถั่วเลี้ยงนก เลี้ยงจนบินมากินถั่วในมือได้ จนมันไม่กลัวคนเริ่มบุกโรงอาหารในกาลต่อมา
- ปัจจุบันนกพิราบฝูงนั้นย้ายไปอยู่ที่โรงอาหารอักษร (ข้างๆ) แล้ว และยังออกปฏิบัติการบินโฉบหัวแย่งข้าวชาวบ้านกินเรื่อยไป
- อาหารที่อร่อยที่สุดของโรงอาหาร ตึกจุลฯ คือ "น้ำเปล่า"--> แล้วอาหารโรงอื่นมันอร่อยนักหรือไง
- หาก"ตัน"เรื่องของกินจริงๆ นิสิตจุฬาสามารถ ใช้บริการร้าน "จีฉ่อย"ได้ เพราะจีฉ่อยมีทุกอย่างจริงๆ งะ
- จีฉ่อยกะร้านโจ๊กสามย่านไม่ถูกกัน ฉะนั้น อย่าเอ่ยชื่อจีฉ่อย ให้เจ๊ร้านโจ๊กได้ยิน ไม่เชื่อลองดูดิ่
- ร้านโจ๊กจะปิดร้านตอน 7.30 ตอนเช้า เปิด5โมงเย็น อร่อยด้วย...
- ที่สวนหลวง เวลากลางคืน มีของกินอร่อยๆมากมาย (มันอยู่หลังสนามจุ๊บ ใกล้ๆเซียงกง)
เมนูที่ฮิตที่สุดคือ แสงโสม
- ที่สามย่านใหม่ เหมาะแก่การจัดเลี้ยงสังสรรค์หลายๆคน เพราะมันกว้าง และโต๊ะมันเยอะ (แต่ไม่มีร้านไหนอร่อยเลย) และยังนั่งกินเหล้ากันได้ด้วย
เมนูที่ฮิตที่สุดคือ LEO
- ตลาดนัดวันศุกร์ ทั้งวัน มีของกินอร่อยๆเยอะแยะ
[แก้ไข] บทความที่เกี่ยวข้อง
ตอนนี้จีฉ่อยลงหนังสือพิมพ์ไทยโพสแทบลอยด์แล้ว ดังใหญ่ละ (X-cite ไทยโพสต์ฉบับ22-23กันยายน หิหิ)
แต่คุณยังสามารถหาซื้อทุกอย่างจริงๆ ย้ำว่าทุกอย่าง อยากได้ตั๋วเครื่องบิน จีฉ่อยก็ขายให้ได้ เปียโนยังมีขายเลย (ไม่รู้แกไปเอามาจากไหนงะ!)รถยนต์แกเอามาขายให้ได้ ถ้าเราสั่ง --" ฮาร์ดดิสยังขายเลย ฮ่วย!
เคยอ่านเจอในนิตยสารสายใย ของนิเทศฯ บอกว่าเคยมีคนอุตริไปสั่งซื้อกิโมโน วันรุ่งขึ้นแกเอามาขายให้ได้!
จีฉ่อยขายทุกอย่างจริงๆ
[แก้ไข] เครดิต